“ที่นี่เหรอ แต่เดี๋ยวนะทำไมมันถึงไม่เหมือนห้องสมุดวิทยาลัย”
แอนเดอร์สันมองไปยังห้องสมุดของสาขาผู้ถอนคำสาป เขากลับพบเรื่องที่น่าตกใจหนึ่งอย่าง สิ่งนั้นคือหนังสือ
เดิมทีห้องสมุดของวิทยาลัยที่เปิดให้ปี 1 เข้าไปในช่วง 2 เดือนแรก ทุกอย่างถูกทำเป็นอีบุ๊กเก็บเอาไว้ในระบบของวิทยาลัยสามารถเรียกออกมาดูได้เพียงแค่ใช้คำค้นหา
หนังสือในห้องสมุดของสาขาผู้ถอนคำสาปกลับต่างออกไป เพราะมันถูกเก็บเอาไว้ในรูปหนังสือเก่าที่ถูกเย็บขึ้นมาจากกระดาษ ทุกเวทย์ถอนคำสาปที่เขามองเห็นล้วนอยู่บนหนังสือทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้นหนังสือที่อยู่ภายในห้องสมุดแห่งนี้ยังมีอย่างละ 1 เล่มเท่านั้น หมายความว่าถ้าเขาต้องการจะทำความเข้าใจเวทย์ถอนคำสาปที่มีคนยืมหนังสือออกไปก่อนหน้า เขาจำเป็นต้องรอจนกว่าหนังสือจะถูกส่งกลับคืน
“ถ้าอย่างนั้นก็อ่านเท่าที่มีก่อนก็แล้วกัน”
“อ้าวแอนเดอร์สัน เข้าห้องสมุดแต่เช้าเลยนะ”
แอนเดอร์สันที่กำลังเข้าไปจับหนังสือหนึ่งเล่มเพื่อทำความเข้าใจคร่าวๆ เขาก็ได้ยินเสียงทักทายจากทางด้านหลัง มันเป็นเสียงของรุ่นพี่เจอรี่ที่ช่วยเขาเมื่อวาน แอนเดอร์สันจึงหันไปทักทายเพราะเขายังไม่รู้หลายสิ่งในสาขาแห่งนี้
“รุ่นพี่เจอรี่ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ ทำไมหนังสือเหล่านี้ไม่ถูกเขียนในรูปแบบอีบุ๊กเหมือนหนังสือเวทย์อื่นๆละ”
“อ๋อ ไม่แปลกที่นายจะเกิดความสงสัย คืองี้นะ เวทย์ถอนคำสาปมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง และข้อจำกัดแรกที่ทำให้พวกมันต้องถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบหนังสือทั่วไปก็เพราะว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะทำ”
“หมายความว่ายังไงครับ”
“เวทย์ทุกอย่างที่ถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบอีบุ๊กหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกซ์ต่างๆ เป็นเพราะว่าพวกมันสามารถนำไปต่อยอดด้วยการแปลงเป็นโค้ดใส่ลงไปในชิบอาวุธเวทมนตร์ ต่างจากเวทย์ถอนคำสาป มันไม่สามารถแปลงให้เป็นโค้ดเพื่อเขียนลงไปในชิปใดๆได้ ด้วยกฎของเวทมนตร์บางอย่าง เวทย์ถอนคำสาปทุกชนิดไม่สามารถบันทึกลงไปในชิปที่ทันสมัย ทางเดียวที่ใช้ได้คือร่ายผ่านนักเวทย์เอง ดังนั้นเวทย์ถอนคำสาปมากมายเหล่านี้ จึงถูกเก็บเอาไว้ในหนังสือ”
แอนเดอร์สันพยักหน้ากับคำอธิบาย เพียงแค่ไม่สามารถนำไปต่อยอดเป็นโค้ดเขียนลงไปยังชิปเพื่อสร้างอาวุธเวทมนตร์ได้ เวทย์ถอนคำสาปจึงถูกจัดเก็บในรูปแบบเก่าต่อไป แต่เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมไม่ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหนังสือภาพเผื่อมันจะหาย
“รุ่นพี่ ไม่ใช่ว่ามีคนจงใจสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกว่ามันทำไม่ได้เหรอ”
“ไม่หรอก สหพันธ์ทดลองเรื่องนี้มาหลายปีแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ใครกันล่ะจะไม่อยากใช้อุปกรณ์เวทย์ที่สามารถถอนคำสาปได้”
“แล้วไม่มีใครคิดจะสร้างเครื่องมือที่เอาไว้ตรวจสอบคำสาปบ้างเหรอครับ”
“มีมันก็มีอยู่หรอก อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบคำสาปและแสดงวงเวทย์ที่ใช้สำหรับถอนคำสาปหลังจากวิเคราะห์ว่าได้รับคำสาปอะไร แต่มันก็ถูกเราสาขาผู้ถอนคำสาปมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการระบุคำสาปที่ถอนเท่านั้น ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้”
“ดูยังไงก็เหมือนไม่ต้องการให้มีของอำนวยสำหรับการถอนคำสาป”
“ฉันก็คิดเหมือนกัน ตอนปี 1 ฉันเคยคิดว่ามันจะดีไหมนะ ถ้าหากมีเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบคำสาปที่ได้รับ จากนั้นก็แสดงเวทย์ถอนคำสาปพร้อมกับอธิบายส่วนประกอบเพื่อให้รู้ว่าเวทย์ถอนคำสาปที่แสดงมีการทำงานอย่างไรเพราะไหนๆเวทย์ถอนคำสาปก็ไม่ยากเพียงแค่มันมีภาษามากกว่าเวทย์ธาตุอื่น แต่ก็นะ สุดท้ายฉันก็ได้แค่คิด คงมีใครไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้นเหมือนที่นายคิดนั่นแหละ”
แอนเดอร์สันเท้าคางคิดพลางนึกไปถึงตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่อาจจะอยู่เบื้องหลังเพราะถ้าเครื่องตรวจสอบคำสาปสามารถแสดงรายละเอียดวิธีแก้คำสาปถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักเพราะพวกเขาคือผู้ใช้คำสาป
“นายกำลังคิดอะไรเหรอแอนเดอร์สัน”
“ผมกำลังคิดว่าตระกูลผู้ใช้คำสาปของเมืองเราไม่ต้องการให้เครื่องนี้เกิดขึ้นมาหรือเปล่า”
“ไม่หรอกแอนเดอร์สัน ในฐานะผู้ถอนคำสาปต้องบอกก่อนเลยว่าต่อให้เครื่องมือนี้จะสร้างขึ้นมาได้ ตระกูลผู้ใช้คำสาปอย่างตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่เป็นตระกูลเสาหลักของสหพันธ์ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร คำสาปของพวกเขาพิเศษ มีเพียงพวกเขาและผู้ใช้เวทย์รักษาระดับ 8 ที่สามารถถอนมันออกได้ ต่อให้เป็นผู้ใช้คำสาปก็ยังมีโอกาส 50 % เท่านั้น”
“แสดงว่ามันคงจะมีขั้นตอนอะไรยุ่งยากละมั๊งครับ ฮ่าๆๆ”
แอนเดอร์สันหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อให้เรื่องมันจบ ก่อนที่รุ่นพี่เจอรี่จะแนะนำชั้นที่เหมาะกับเขา มันเป็นชั้นหนังสือเวทย์ถอนคำสาปพื้นฐานก่อนจะเข้าสู่หนังสือเวทย์ถอนคำสาประดับ 1 ดาวเขาจึงเดินไปหยิบหนังสือแต่ละเล่มขึ้นมาเปิดอ่าน ทันใดนั้นเขากลับย่นคิ้วเมื่อรู้ว่าในหนังสือแต่ละเล่มภายในมือของเขามีการใช้สัญลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด
“นี่มันบ้าอะไรกัน”
หนังสือพื้นฐานเล่มแล้วเล่มเล่าหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน แอนเดอร์สันตกใจมากกับตัวหนังสือและสัญลักษณ์ของเวทย์ถอนคำสาป ทุกเล่มมีส่วนที่เหมือนกันน้อยมากจนเขาหันมองพี่เจอรี่
“รุ่นพี่ หมายความว่ายังไงทำไมหนังสือมีภาษาและสัญลักษณ์ที่เหมือนกันน้อยแบบนี้”
หนังสือธาตุลมจะต้องทำความเข้าใจภาษาและสัญลักษณ์จากนั้นก็นำไปต่อยอดเป็นเวทย์ธาตุลมได้มากมาย แต่หนังสือเวทย์ถอนคำสาปกลับต่างออกไป
“เวทย์คำสาปและเวทย์ถอนคำสาปมีภาษาและสัญลักษณ์ที่เยอะกว่าเวทย์ธาตุอื่นๆถึง 10 เท่า”
แอนเดอร์สันตะลึงงัน เมื่อรู้ว่าพื้นฐานที่เขาต้องเรียนเพื่อให้เข้าใจกับคำสาปจะต้องมากกว่าการเข้าใช้ธาตุใดธาตุหนึ่งถึง 10 เท่า ไม่แปลกเลยที่เขาจะเห็นภาษาและสัญลักษณ์ที่เหมือนกันน้อยมากจากหนังสือที่เขาเปิด
“ฉันแนะนำว่าอย่าศึกษาภาษาของมันรวดเดียว ไม่อย่างนั้นนายจะไม่ได้อะไร ทางออกที่ดีคือศึกษาเวทย์เป็นบทๆไปเพราะภายในนั้นจะมีภาษาให้เรียนด้วย นายไม่จำเป็นต้องเรียนพื้นฐานทั้งหมดเพราะอย่างไรนายก็จะลืมพื้นฐานของมันอยู่ดี”
รุ่นพี่เจอรี่โบกมือลาปล่อยให้แอนเดอร์สันอยู่ภายในห้องสมุดต่อไป เขาเข้าใจที่รุ่นพี่เจอรี่แนะนำ การเรียนพื้นฐานของภาษาที่ใช้สำหรับคำสาปเขามีโอกาสในการลืมสูงมากเพราะวงเวทย์ถอนคำสาปมีหลายหมื่นบท กว่าที่เขาจะเรียนไปถึงบทท้ายๆเขาจะต้องลืมพื้นฐานอย่างแน่นอนเพราะหนังสือแต่ละเล่มมีเนื้อหาและภาษาที่เหมือนกันน้อยมาก อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับไม่คิดมากเพราะเขาอยากลองศึกษาพื้นฐานทั้งหมด เผื่อเขาจะเจอทางลับบางอย่างของคำสาป
“เหลือเวลาอีก 4 วันที่ระบบจะรีเซ็ต เอาไงดีนะ”
แอนเดอร์สันเสียดายการ์ดเร่งการเรียนรู้จำนวน 7 ใบที่เหลือภายในระบบให้เขาซื้อ แต่เขาก็กลัวว่าถ้าซื้อไปแล้วเมื่อระบบรีเซ็ตแล้วมีสิ่งที่ดีกว่านำมาขาย จำนวนตั๋วสุ่มรางวัลจะไม่พอ จึงทำให้เขาเริ่มชั่งใจว่าจะทำอย่างไร เขาจะเลือกการ์ดเร่งการเรียนรู้ 7 ใบที่ทำให้เขามีโอกาสเพิ่มพลังเวทย์ได้ 7 ปี หรือว่าเขาจะรอลุ้นของดีในวงล้อต่อไป
“งั้นก็ลุ้นแล้วกัน”
แอนเดอร์สันเก็บตั๋วเอาไว้ก่อน จากนั้นก็เริ่มนั่งอ่านหนังสือรอเวลาระบบรีเซ็ต จากเดิมเขาคิดว่าตัวเองต้องการจะเดินทางไปมิสเทอรี่เพื่อหาเงินและหาของขวัญให้กับวันเกิดผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ตอนนี้เขากลับต้องหยุดความคิดนี้เอาไว้ก่อน การจะเผชิญหน้ากับพี่ชายที่ได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับคำสาปอันตรายสำหรับเขามากกว่า
—--------------------------
“มันไม่ตาย เป็นไปได้ยังไงฉันทำอะไรพลาดกัน”
ชายผมสีขาวมองจ้องวงเวทย์ที่เขาเขียนบนโต๊ะทำงาน พลางแสดงสีหน้างุนงงสงสัยเกี่ยวกับเวทย์คำสาปที่ร่ายออกไป เขาต้องการทดสอบเวทย์คำสาปของตัวเองว่าจะจัดการกับผู้ที่มาจากตระกูลผู้ใช้คำสาปได้หรือไม่ ผลปรากฎว่ามันทำอะไรลูกหลานตระกูลผู้ใช้คำสาปไม่ได้จึงกลับมาหมกมุ่นเรื่องคำสาปอีกครั้งเพื่อหาทางปรับเปลี่ยนและแก้ไขให้มันเป็นคำสาปที่ถอนออกได้ยาก
“มันต้องดีกว่านี้ มันจะต้องเป็นคำสาปที่สมบูรณ์กว่านี้”
—---------------------
[แจ้งเตือน วงล้อเสี่ยงโชครีเซ็ตเสร็จสิ้น ท่านสามารถใช้งานวงล้อได้ตามต้องการ ]
[จำนวนตั๋วที่เหลือ 159 ใบ]
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้าง 4 วันที่ผ่านมาเขาทำความเข้าใจหนังสือพื้นฐานภาษาเกี่ยวกับคำสาปได้เพียง 10 % เท่านั้น นับว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก เมื่อเขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากทางระบบบอกให้รู้ว่าวงล้อการสุ่มรีเซ็ตแล้วนี้เองนั้น แอนเดอร์สันจึงมองจ้องของรางวัลที่จะได้จากการสุ่มในแต่ละรอบในทันที ของต่ำสุดยังคงเป็นบะหมี่สำหรับอาวุธเวทมนตร์ เวทมนตร์ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สร้างสิ่งต่างๆยังคงอยู่ในระดับ 4
“ระบบ ทำยังไงถึงจะเพิ่มระดับของสิ่งที่อยู่ในวงล้อนี้ได้ มันมีโอกาสจะเป็นระดับ 5 ได้ไหม”
[แจ้งเตือน เมื่อท่านสามารถปลดล็อกระดับพลังเวทย์ทุก 100 ปี วงล้อจะทำการอัพเกรดระดับของรางวัลในระบบ]
“อัพเกรดเหรอ งั้นหมายความว่าถ้าฉันมีพลังเวทย์ 100 ปีของที่ได้จากการสุ่มจะอัพเกรดเป็นระดับ 5 ”
แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังวงล้อการสุ่มต่อไป ภายในหัวของเขาตอนนี้ยังไม่คิดจะสุ่มอะไรเพราะต้องการเพิ่มพลังเวทย์ 3 ปี หากเขาเป็นนักเวทย์ 100 ปีเวทย์ภายในระบบรวมถึงทุกอย่างที่เป็นระดับ 4 จะถูกยกระดับขึ้นไปอีก 1 ขั้น อย่างไรก็ตามเขากลับยังคิดว่าการสุ่มเกิดขึ้นตอนนี้ไม่ได้ เขายังคงเป็นมนุษย์ มีความสามารถในการจดจำที่น้อยมาก ต่อให้เขาจะซื้อการ์ดเร่งการเรียนรู้มาใช้งาน สักวันข้อมูลที่เขาสามารถทำความเข้าใจอาจจะกลายเป็นความหลงลืม ดังนั้นเขาจึงมองไปยังเวทย์บทหนึ่งที่มีราคา 130 ตั๋ว แอนเดอร์สันจึงตัดสินใจซื้อมัน ด้วยสิ่งนี้เขาจะไม่ใช่มนุษย์ที่มีความสามารถจำกัดในการจดจำอีกต่อไป ถึงมันจะเป็นเวทย์ที่ไม่มีระดับ แต่กลับเป็นเวทย์ที่เหมาะสมมากในการเป็นตัวช่วยเขาที่ต้องการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ
“ระบบ ซื้อเวทย์ห้องสมุดโซโลม่อน”
[ทำการใช้ตั๋วจำนวน 130 ใบซื้อเวทย์ห้องสมุดโซโลม่อน ท่านสามารถเรียกใช้งานเวทย์ผ่านระบบได้ในทันที]
แอนเดอร์รับรู้ได้ถึงความรู้ที่ส่งเข้ามาในหัวของเขาอธิบายเกี่ยวกับเวทย์ที่พึ่งซื้อมาเมื่อครู่นี้ ทันทีที่เขาสัมผัสถึงเวทย์ใหม่จึงใช้พลังเวทย์กระตุ้นวงเวทย์ที่ทางระบบวาดเอาไว้ในหัวเพื่อเปิดใช้งานเวทย์ห้องสมุดโซโลม่อน ทันทีที่เวทย์เปิดออกดวงตาของแอนเดอร์สันก็ปรากฎรูปดาวสีฟ้าเตรียมจับต้องสิ่งที่เขาต้องการอ่าน
โดยเวทย์ห้องสมุดของโซโลม่อนนั้น สามารถเก็บความรู้ที่เห็นและสัมผัสเข้าไปไว้ด้านใน สามารถจัดเก็บความรู้ทุกอย่างให้อยู่ในรูปเอกสารข้อมูลสามารถเรียกออกมาเปิดดูได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยวิเคราะห์สิ่งที่จัดเก็บ แอนเดอร์สันกลับคิดว่ามันเป็นเวทย์ที่ดีมาก เขาไม่จำเป็นต้องเดินมาห้องสมุดซ้ำๆเพราะสามารถจดจำสิ่งที่เห็นเอาไว้ในหัวได้ทั้งหมด
“เหลือตั๋วอีก 29 ใบ ซื้อการ์ดเร่งการเรียนรู้ 2 ใบก็แล้วกัน”