คล้อยหลังเหตุการณ์ประกาศยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกลางร้านผ้าหรูอี้เพียงสามวัน ข่าวลือเื่ดวงชะตา 'ดาวมรณะพิฆาตสามี' ของคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ก็แพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง บรรดาชาวบ้านและเหล่าคุณชายตระกูลขุนนางต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์สนั่นเมือง บ้างก็ว่าโชคดีที่ตระกูลเฟิงไหวตัวทัน บ้างก็ว่าคุณหนูไป๋คงมีดวงชะตาอาภัพอับโชคจริงๆ
ทว่า สำหรับตระกูลเฟิงแล้ว ข่าวลือนี้หาได้ทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นไม่ ตรงกันข้าม ฮูหยินตระกูลเฟิงกลับนอนไม่หลับมาสามคืนติดต่อกัน เนื่องจากความโลภในสินเดิมจำนวนมหาศาลและร้านค้าหลายแห่งของตระกูลไป๋ยังคงกัดกินหัวใจนางอยู่ทุกค่ำคืน การจะยอมปล่อยเครื่องมือผลิตเงินเดินได้เช่นนี้ไปอย่างง่ายดาย เป็สิ่งที่นางไม่มีทางทำใจยอมรับได้เด็ดขาด
สายลมยามบ่ายพัดโชยเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องโถงรับแขกของจวนตระกูลไป๋ บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างตึงเครียด ไป๋ต้าไห่ ผู้เป็บิดาบังเกิดเกล้าของลี่เซียน กำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่เก้าอี้ประธาน ใบหน้ามีร่องรอยความโกรธเกรี้ยวและวิตกกังวลระคนกัน เนื่องจากเขาเพิ่งถูกฮูหยินตระกูลเฟิงและเฟิงจวิ้นอวี้บุกมาต่อว่าถึงจวนด้วยความไม่พอใจ
"ลี่เซียน! เ้าเด็กไม่รักดี อยู่ๆ ไปประกาศยกเลิกการหมั้นหมายกับตระกูลเฟิงด้วยเื่เหลวไหลงมงายเช่นนั้นได้อย่างไร!"
เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดของไป๋ต้าไห่ดังลั่นห้องโถงทันทีที่เห็นร่างบางของบุตรสาวก้าวเข้ามา มือหนาตบลงบนโต๊ะไม้ข้างกายเสียงดังสนั่น "เ้าทำให้ตระกูลไป๋ต้องขายหน้าผู้คนทั่วเมืองหลวง รู้ตัวบ้างหรือไม่!"
ลี่เซียนก้าวเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าแ่เบาและมั่นคง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นกลัวต่อความเกรี้ยวกราดของบิดาแม้แต่น้อย ในอดีตชาติ นางคงจะรีบคุกเข่าก้มหน้าร้องไห้ขอขมาบิดาไปแล้ว แต่ในยามนี้ ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับมองบิดาตนเองราวกับกำลังมองคนโง่คนหนึ่งที่กำลังจะเดินลงสู่หลุมพรางที่ตนขุดไว้
"ท่านพ่อโปรดใจเย็นๆ ก่อนเถอะเ้าค่ะ" ลี่เซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน แสร้งทำเป็กระพริบตาปริบๆ คล้ายคนหวาดกลัว "ลูกไหนเลยจะกล้าทำให้ตระกูลไป๋ขายหน้าเล่าเ้าคะ เพียงแต่... เื่นี้มีเหตุผลและความจำเป็ยิ่งยวดที่ลูกต้องทำเช่นนั้น"
"เหตุผลอันใดที่จะทำให้เ้าทำลายงานแต่งงานอันทรงเกียรติเช่นนี้ได้!" เสียงตวาดอีกสายดังแทรกขึ้นมาทันที ไม่ใช่เสียงของบิดา แต่เป็เสียงแหลมสูงของฮูหยินตระกูลเฟิงที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเฟิงจวิ้นอวี้ด้วยสีหน้าบึ้งตึงถมึงทึง
ฮูหยินตระกูลเฟิงสวมชุดผ้าไหมปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋น ใบหน้าอ้วนท้วนเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงตามนิสัยของคนตระกูลขุนนางที่คิดว่าตนเองเหนือกว่าพ่อค้าวาณิชย์ นางเดินนําเข้ามาในห้องโถงโดยไม่รอให้เ้าบ้านเชื้อเชิญ ตามด้วยเฟิงจวิ้นอวี้ที่มีสีหน้าขุ่นเคืองไม่แพ้กัน
ไป๋ต้าไห่รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความใและเกรงใจ ปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับฮูหยินตระกูลเฟิงและบุตรชายทันที "โอ้... ฮูหยินเฟิง และคุณชายจวิ้นอวี้ ลมอะไรหอบท่านทั้งสองมาถึงจวนข้าได้เล่าขอรับ? เชิญนั่งๆ เร็วเข้า บ่าวไพร่ตายกันหมดแล้วหรือยังไม่รีบยกน้ำชาชั้นดีมาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอีก!"
ฮูหยินเฟิงสะบัดชายเสื้อนั่งลงที่เก้าอี้รับรองอย่างไม่ไยดี นางปรายตามองไป๋ต้าไห่ด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับมาจ้องเขม็งที่ลี่เซียนราวกับจะกินเืกินเนื้อ
"ไป๋ต้าไห่ ลูกสาวของท่านช่างดีเสียจริงนะ!" ฮูหยินเฟิงเปิดฉากต่อว่าทันทีโดยไม่ต้องรักษามารยาท "จู่ๆ ก็วิ่งโร่ไปประกาศกลางร้านค้าว่าดวงชะตาชงกันและมีดวงดาวมรณะพิฆาตสามี ทำให้จวนตระกูลเฟิงของเรากลายเป็ขี้ปากของชาวบ้านทั่วเมืองหลวง สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเราอย่างใหญ่หลวง! ท่านในฐานะบิดา จะต้องจัดการเื่นี้ให้กระจ่าง!"
ไป๋ต้าไห่หน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินคำต่อว่า เขาหันขวับมาถลึงตาใส่ลี่เซียน "นังตัวดี! เ้าไปเอาเื่เหลวไหลพวกนี้มาจากไหน รีบก้มหัวขอข้าพมาและฮูหยินเฟิงเสียเดี๋ยวนี้ แล้วไปประกาศแก้ข่าวว่าทั้งหมดเป็เื่เข้าใจผิด!"
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความกดดัน บ่าวไพร่ในจวนต่างพากันก้มหน้าหลบมุมด้วยความหวาดกลัว
ทว่า ไป๋ลี่เซียนกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย นางแย้มรอยยิ้มบางเบาอันงดงาม ทว่าแววตากลับเยียบเย็นเสียจนผู้ที่พบเห็นต้องรู้สึกหนาวะเื นางค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนเ่าั้ แสร้งทำเป็บีบมือเข้าหากันด้วยท่าทางอ่อนแอและหวาดกลัว—การแสดงละครตบตาที่นางถนัดนัก เพื่อให้พวกมันตายใจ
"ท่านพ่อ... ท่านแม่เฟิง... ลูกไม่ได้พูดเล่นนะเ้าคะ" ลี่เซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แสร้งทำเป็ดวงตาแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้ "ท่านก็รู้ว่ามารดาผู้ล่วงลับของลูกเคยนับถือลัทธิเต๋าและมีความแม่นยำเื่ดวงชะตาดินฟ้าเพียงใด ก่อนที่ท่านจะสิ้นใจ ท่านได้ทิ้งจดหมายลับทำนายดวงชะตาของลูกไว้ฉบับหนึ่ง..."
คำพูดของลี่เซียนทำให้ทุกคนในห้องชะงักกึก แม้แต่ฮูหยินเฟิงที่กำลังจะอ้าปากด่าก็ต้องหุบปากลงทันทีด้วยความสงสัยระคนระแวง
"จดหมายลับอันใด?" เฟิงจวิ้นอวี้อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมาด้วยความร้อนรน
ลี่เซียนหันไปมองหน้าเฟิงจวิ้นอวี้ แววตาฉายแววหวาดกลัวอย่างแเี "ในจดหมายระบุไว้ชัดเจนว่า... ดวงชะตาของลูกหากแต่งงานกับบุรุษตระกูลเฟิง ไม่เพียงแต่จะนำพาความวิบัติมาสู่ครอบครัว แต่ตัวของคุณชายเฟิงเอง... จะต้องประสบเคราะห์กรรมถึงแก่ความตายอย่างทุกข์ทรมานภายในหนึ่งปีหลังจากเข้าพิธีแต่งงาน!"
พรึ่บ!
คำว่า 'ถึงแก่ความตายอย่างทุกข์ทรมานภายในหนึ่งปี' ราวกับคมมีดที่กรีดแทะหัวใจของเฟิงจวิ้นอวี้จนสะดุ้งเฮือก หน้าตาซีดเผือดลงทันทีด้วยความกลัวฝังใจ เื่ความตายเป็สิ่งที่มนุษย์ทุกคนต่างหวาดกลัว ยิ่งประกอบกับคำทำนายก่อนหน้านี้ ทำให้เขาเริ่มรู้สึกขาแข้งอ่อนแรง
ฮูหยินเฟิงรีบหันไปมองบุตรชายด้วยความใ ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังลั่น "เหลวเหลไหลสิ้นดี! นังเด็กนี่คิดจะใช้เื่งมงายมาอ้างเพื่อบ่ายเบี่ยงการแต่งงานอย่างนั้นหรือ ไป๋ต้าไห่ ท่านดูบุตรสาวของท่านสิ กล้าแต่งเื่หลอกลวงตระกูลเฟิงของเราถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"
ไป๋ต้าไห่โกรธจัดจนหน้าดำคร่ำเครียด เขาเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าบุตรสาวสักฉาดเพื่อเป็การขอขมาแขกผู้มีเกียรติ "นังลูกอกตัญญู! ข้าจะสั่งสอนเ้าให้หลาบจำเอง!"
แต่ทว่า... ลี่เซียนไม่ได้หลบหนีหรือก้มหน้ารับฝ่ามือเช่นในอดีตชาติ นางกลับถอยหลังหลบเล็กน้อยด้วยความคล่องแคล่ว พร้อมกับเอ่ยประโยคเชือดเฉือนที่ทำให้ทั้งฮูหยินเฟิงและไป๋ต้าไห่ถึงกับแข็งค้างกลางอากาศ
"หากท่านพ่อคิดว่าลูกพูดจาหลอกลวง... และท่านแม่เฟิงคิดว่าดวงชะตาของลูกไม่ได้อัปมงคลอันใด..." ลี่เซียนกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความอ่อนแอ "เช่นนั้น... เหตุใดตระกูลเฟิงถึงยังดันทุรังอยากจะได้สะใภ้กาลกิณีเช่นลูกเข้าจวนอยู่อีกเล่าเ้าคะ?"
"เจ... เ้า!" ฮูหยินเฟิงอ้าปากค้าง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนพูดไม่ออก
"หรือว่า..." ลี่เซียนแสร้งทำเป็เอามือปิดปาก อุทานด้วยความใราวกับเพิ่งนึกเื่สำคัญออก "ที่ท่านแม่เฟิงดึงดันจะให้ลูกแต่งงานเข้าจวนให้ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าดวงชะตาชงกันและอาจนำพาความหายนะมาให้... เป็เพราะท่านไม่ได้สนใจเื่ดวงชะตาเลยแม้แต่น้อย แต่ท่านหวังเพียงแค่ 'สินเดิมมูลค่าหมื่นตำลึง' และร้านค้าของตระกูลไป๋ ที่แอบเล็งไว้เพื่อนำไปกอบกู้กิจการที่กำลังจะล้มละลายของตระกูลเฟิงกันแน่เ้าคะ!"
ฉึก!
ราวกับมีศรนับพันดอกพุ่งปะทะเข้ากลางอกของฮูหยินเฟิงและเฟิงจวิ้นอวี้ ความจริงอันน่าอับอายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความหยิ่งทะนง ถูกลี่เซียนกระชากออกมาประจานกลางห้องโถงอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น
ใบอ้วนท้วนของฮูหยินเฟิงซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำด้วยความโกรธและความอับอาย นางไม่คิดเลยว่าเด็กสาวอายุสิบห้าปีจะมีความกล้าและปากคอเราะร้ายถึงเพียงนี้ กล้าพูดจาแทงใจดำเปิดโปงความโลภของตระกูลขุนนางจนหมดเปลือกต่อหน้าบิดาของนางเอง
ไป๋ต้าไห่หันขวับไปมองหน้าฮูหยินเฟิงด้วยความใระคนระแวง แม้เขาจะเห็นแก่หน้าตา แต่เื่ผลประโยชน์และสินเดิมของลูกสาวเขาก็หวงแหนไม่แพ้กัน เมื่อถูกจี้ใจดำเื่สินเดิม สีหน้าของไป๋ต้าไห่ก็เริ่มเปลี่ยนไปทันที
"นี่... นี่มันเื่อะไรกัน ฮูหยินเฟิง?" ไป๋ต้าไห่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวง "ท่าน... ท่านหวังสินเดิมของลูกสาวข้าจริงๆ หรือ?"
"ไป๋ต้าไห่! ท่านอย่าไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของนังเด็กนี่นะ!" ฮูหยินเฟิงลีบปฏิเสธเสียงหลง หน้าตาตื่นตระหนก "ตระกูลเฟิงของเราเป็ถึงขุนนางผู้ดีมีตระกูล จะไปจ้องเอาทรัพย์สินของสามัญชนได้อย่างไร! นังเด็กนี่มันจงใจใส่ร้ายเรา!"
"ใส่ร้ายหรือเ้าคะ?" ลี่เซียนแย้มยิ้มเยือกเย็น นางหันไปหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กที่เตรียมไว้ออกมาจากแขนเสื้อ แล้วชูขึ้นให้ทุกคนเห็น "นี่คือรายการสินเดิมของมารดาผู้ล่วงลับที่ท่านพ่อมอบให้ลูกเตรียมไว้เป็สินเ้าสาว ซึ่งในข้อตกลงเดิม... ทรัพย์สินเหล่านี้จะต้องถูกโอนย้ายไปเป็กรรมสิทธิ์ของตระกูลเฟิงทันทีในวันแต่งงาน ท่านแม่เฟิงกล้าสาบานต่อหน้าฟ้าดินหรือไม่เล่าเ้าคะ ว่าท่านไม่เคยมีความคิดที่จะฮุบสมบัติเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง ฮูหยินเฟิงอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก นางจะกล้าสาบานได้อย่างไรในเมื่อนั่นคือเป้าหมายหลักที่นางดั้นด้นมาที่นี่ในวันนี้!
เฟิงจวิ้นอวี้หน้าซีดเผือดด้วยความอับอาย เขาจ้องมองลี่เซียนด้วยสายตากึ่งโกรธกึ่งหวาดกลัว ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนหวานและยอมจำนนต่อเขาในอดีต จะกลายร่างเป็ปีศาจสาวผู้ฉลาดเฉลียวและไร้ความปรานีได้รวดเร็วเพียงนี้
"พอได้แล้ว!" ไป๋ต้าไห่ตบโต๊ะเสียงดังลั่น สีหน้าถมึงทึงด้วยความโมโหที่ถูกหลอกใช้เป็เครื่องมือ เมื่อเห็นท่าทีพิรุธของฮูหยินเฟิง เขาก็เริ่มตาสว่างขึ้นมาบ้าง "ในเมื่อลูกสาวของข้าบอกชัดเจนแล้วว่าดวงชะตาไม่สมพงษ์กัน และตัวนางก็ไม่ยินยอมพร้อมใจจะแต่งงาน เื่การหมั้นหมายนี้... ก็ให้มันจบลงเพียงเท่านี้เถอะขอรับ ฮูหยินเฟิง กรุณากลับไปเสียเถอะ!"
"ไป๋ต้าไห่! ท่านกล้าไล่ข้าอย่างนั้นหรือ!" ฮูหยินเฟิงกรีดร้องด้วยความเหลืออด หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่แผนการพังไม่เป็ท่า "ท่านจะต้องเสียใจที่ทำกับตระกูลเฟิงเช่นนี้!"
"เชิญตามสบายเลยเ้าคะ" ลี่เซียนเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏชัดเจนบนใบหน้า "แต่ถ้าท่านยังดันทุรังจะมาตบแต่งสะใภ้กาลกิณีผู้นี้เข้าจวนอีกละก็... อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะเ้าคะ ว่าภายในหนึ่งปี ตระกูลเฟิงของท่านอาจจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้ซุกหัวนอนจริงๆ!"
คำขู่ปนคำสาปแช่งอันเยือกเย็นนี้ ทำให้ฮูหยินเฟิงและเฟิงจวิ้นอวี้ถึงกับสะท้านเฮือก ความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ในใจ จนพวกมันไม่กล้าเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาอีก
"กลับ!" ฮูหยินเฟิงสะบัดหน้าด้วยความโกรธแค้น นางคว้าแขนบุตรชายแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องโถงจวนตระกูลไป๋ไปอย่างน่าอนาถ ท่าท่ามหงุดหงิดและพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ไป๋ต้าไห่หันกลับมามองบุตรสาวด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งโมโห โกรธเคือง และทึ่งในความเฉียบขาดของนางที่สามารถไล่ตระกูลขุนนางผู้หยิ่งทะนงให้ออกไปได้โดยที่ตระกูลไป๋ไม่ต้องเสียหน้าเลยแม้แต่น้อย
ทว่า สำหรับลี่เซียนแล้ว... นี่เป็เพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น
ศึกใหญ่ในการทวงคืนสมบัติและชำระแค้นตระกูลเดิม รวมถึงการสร้างอาณาจักรเงินตราของนาง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง!