ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่279 เปลี่ยนตัว

    เมี่ยนจือนางที่เข้ามาควบคุมร่างกายอี้เฉินชั่วครู่ ถึงกับหน้ามืดทะมึนไม่คิด เพียงนางเข้าไปควบคุมกายาอี้เฉินไม่กี่เสี้ยววินาที ตัวนางจะรู้สึกถึงความเจ็บปวด จากกายาของอี้เฉินมากมายถึงเพียงนี้ ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในทันใด หน้ากากหยกของนาง ถึงกับมีรอยแตกร้าวเป็นทางยาว จน คิ้วของนางในยามนี้ขมวดเข้าหากันในทันที
 


      อี้เฉินเขาที่รอดตายจากการโจมตีของเทพสวรรค์ มาได้ เขาเอ่ยขอบคุณไปที่เมี่ยนจือในทันใด ในยามนี้เขาไม่อาจประมาทเทพสวรรค์หลินเทียนได้อีกต่อไป หากพลาดท่าเพียงเสี้ยววิ   ไม่ ใครคนใดคนหนึ่ง ก็อาจจะตายตกลงไปได้ ครั้นในยามนี้การป้องกันของพวกเขาทั้งสองแทบ ไม่มีความหมายอีกต่อไป ถึงรับการโจมตีไว้ได้ ก็บาดเจ็บกายาไม่น้อย



      เทพสวรรค์หลินเทียน ถึงกับ ตกตะลึงไม่คิดอี้เฉินจะ หลบการโจมตีฉับพลันของเขาออกไปได้ มองไปที่เด็กหนุ่มอย่างไม่วางตา เหมือนก่อนหน้านี้ตัวเขาไม่ได้ปะทะกับอี้เฉินอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก "ข้าว่าเจ้าตายไปเสียยังดีกว่า ในยามนี้ดวงตาของเจ้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดไม่น้อย ข้าจะส่งเจ้าให้ไปสบายไม่ดีกว่าหรือ"



      อี้เฉินแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด จากกายาที่ถูกไฟเทพที่เขากลืนกินค่อยๆ เผาผลาญร่างไปทีละน้อย จนในยามนี้หลายๆ ส่วนของเขา เริ่มแดงฉานมากขึ้นเรื่อยๆ กินพื้นที่กายาของเขาไปเกือบจะ 4ส่วนแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาได้ตายแน่ เขากวักมือไปที่เทพสวรรค์หลินเทียน ให้โจมตีเข้ามาโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านต่อความตาย

 


    เทพสวรรค์หลินเทียน ถึงกับเดือดดาลบ้าคลั่ง ไม่คิดเด็กหนุ่มที่จะตายอีกในไม่ช้า จะโอหังได้มากถึงเพียงนี้ มือของเขาผสานอิน กลางอากาศในทันใด สำแดงมรรคาวิถีของตนเอง ออกมาไม่คิดปิดบังไว้อีกต่อไป ด้านหลังของเขาก่อรูปวงแหวนขนาดใหญ่ พื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง จนปฐพีแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แม้แต่พิรุณที่โปรยปรายยังหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง

 


แต่ทันใดเหล่าผู้คนก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึง กลิ่นอายของกาลเวลา ก้าวเดินบนเส้นทางประหนึ่ง หวนคืนกลับสู่ยุคสมัยบรรพกาล ก่อนที่เทพสวรรค์หลินเทียน จะคำรามออกมาก้องฟ้า "จงทำลายล้างให้สิ้น วิถีแห่งหงส์เพลิงต้องสาป"

 


ครั้นที่เทพสวรรค์หลินเทียน เอ่ยพูดหมดประโยค วงแหวนบนท้องฟ้า ก็ถูกขับเคลื่อนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับฟ้าล่มสลาย เต็มไปด้วยลอยแตกร้าว กลิ่นอายของกาลเวลา รอยออกมาคละคลุ้ง ราวกับบางอย่างที่เก่าแก่กำลังจะคืบคลานออกมาจากวงแหวน

 


แต่ในทันใด อี้เฉินก็ต้องเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็น หงส์ตัวใหญ่ปลดปล่อยเพลิงสีดำทมิฬออกมา มันก็คือวิชาของสัตว์อสูรบรรพกาล ไม่คิดเทพสวรรค์หลินเทียน จะมี วิถีของหงส์เพลิงต้องสาป

 


เทพสวรรค์หลินเทียน ยกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะชี้นิ้วมาที่อี้เฉิน หงส์เพลิงต้องสาป คำรามออกมาก้องฟ้า พุ่งเข้าโจมตีอี้เฉินในทันที ถึงจะเป็นแค่ร่างเงาของสัตว์อสูรบรรพกาล แต่ก็สามารถฆ่าอี้เฉินให้ตายตกในครั้งเดียวได้



เมี่ยนจือ นางรู้ตัวดีในยามนี้ อี้เฉินไม่สามารถต่อกรกับเทพสวรรค์ได้อีกต่อไป เอ่ยพูดออกไปบอกกล่าวอี้เฉินในทันที "เจ้าเปลี่ยนตัวกับข้าเถอะให้ข้า เข้าไปควบคุมร่างของเจ้าในยามนี้เสีย ตัวเจ้าในยามนี้ไม่สามารถเอาชนะเทพสวรรค์หลินเทียนได้  วิถีของเจ้ายังต่ำเกินไป"

 


อี้เฉินที่กำลังจะถูกหงส์เพลิงต้องสาปพุ่งเข้ากลืนกิน เขาถึงกับหน้ามืดทะมึนกำหมัดในมือไว้จนแน่น ก่อนจะทำตามที่เมี่ยนจือ  บอกกล่าว ปล่อยให้นางเข้ามาควบคุมร่าง


 

      ในฉับพลัน กายาอี้เฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นหญิงสาวรูปร่างชดช้อย เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง ใบหน้าโฉมสะคราญงามล่มเมือง เด่นสะดุดตา แววตาแฝงไปด้วยความขี้เล่น แต่ก็ดูอันตรายในเวลาเดียวกัน นางที่ใช้ร่างกายของอี้เฉิน ถึงกับหน้ามืดทะมึน ความเจ็บปวดในร่างกายทั้งหมด ถาโถมมาที่ตัวนางอย่างบ้าคลั่ง เมี่ยนจือถึงกับสบถด่าในใจ ออกมา 'ไอ้เด็กเวร มันรับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้ อย่างไร'


 

    ทันใดนางก็กลับมาจดจ่อด้านหน้าในทันที เมื่อเห็นหงส์เพลิงต้องสาป กำลังจะพุ่งฆ่าสังหารตัวนาง เมี่ยนจือ นางไม่รอช้า สร้างดาบใหญ่สีดำทมิฬขึ้นมาด้านหน้านางในทันใด ก่อนจะยกมือขึ้นผสานอินกลางอากาศ ดาบใหญ่ที่นางสร้างขึ้นมา   กลับสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะคำรามออกมาก้อง "จงทิ่มแทง"

 


    ดาบใหญ่ขนาดหลายร้อยจั้ง พุ่งเข้าแทงวิถีของหงส์เพลิงต้องสาป ในทันใด เสียง"ตู้ม!!!" ดังออกมาก้องฟ้า ฟ้าดินถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ในทันที เมื่อวิถีทั้งสองวัดพลัง ก่อเกิดคลื่นปราณพลังซัดสาดไปทั่วทิศ ผู้คนที่อยู่โดยรอบถึงกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ถอยกระเด็นออกไปไกลเมื่อโดนคลื่นปราณพลังที่ซัดสาด ลมกรรโชกออกไปอย่างรุนแรง เศษหินเศษฝุ่น ลอยคละคลุ้ง

 


ก่อนเสียงแตกร้าวของการโจมตีทั้งสอง จะดังออกมาก้องก่อนมันจะพังทลาย สูญสลายหายไป



เทพสวรรค์หลินเทียน ในยามนี้เขาสัมผัสได้ ถึงการเปลี่ยนแปลงในทันที ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาว จะมีหญิงงาม คอยช่วยเหลือตัวเขาอย่างลับๆ

 

 


******

ทันทีที่ เศษฝุ่นที่รอยคละคลุ้งสลายหายไป เหล่าผู้คนที่ยืนดูอยู่ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปราย ก็ถึงกับเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นหญิงสาวผู้งดงามนางหนึ่ง ยืนท่ามกลางฟ้าดิน อาภรณ์สีแดงฉาน เปียกชุ่มไปด้วยละอองพิรุณ
ชายหนุ่มเอ่ยพูดขึ้นมาในทันที จากที่ไกลๆ "เหตุใดข้าถึงคุ้นหน้า หญิงสาวผู้นี้เหลือเกิน"


 

"ข้าด้วย ข้ารู้สึกคุ้นตานางชอบกล แต่ไม่รู้เคยเห็นนางที่ไหนมาก่อน"


 

องค์จักรพรรดิ องค์ปัจจุบัน เมื่อเขาเห็นใบหน้าของเมี่ยนจือชัดๆ ถนัดตา ตัวเขาก็ถึงกับตัวเย็นเยือก เอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ "องค์จักรพรรดิ เมี่ยนจือ ท่านยังมีชีวิต อยู่งั้นหรือ แล้วเหตุใด องค์จักรพรรดิ ถึงมาพร้อมกับเด็กหนุ่มผมขาวได้"


 

เมื่อเหล่าผู้คนได้ยินคำพูดขององค์จักรพรรดิ ดวงตาต่างทอประกาย ต่างจดจำใบหน้าหญิงสาวที่ถูกสลักไว้ด้านใน พระราชวังจักรพรรดิได้ในทันที "นั้นใช่ องค์จักรพรรดิ พระองค์แรกจริงหรือ"


 

หลายๆ คนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองไม่คิด องค์จักรพรรดิ เมี่ยนจือ จะยังมีชีวิตอยู่ มันก็ผ่านมาหลายพันปีแล้ว แต่องค์จักรพรรดิ พระองค์แรกดันยังไม่สิ้นลมหายใจ มันจึงทำให้พวกเขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก แต่แววตาก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง


*********

 

 



    เทพสวรรค์หลินเทียน จ้องมองไปที่เมี่ยนจือ เขม็ง ไม่คิดหญิงสาวจะแอบอยู่ในกายาของเด็กหนุ่ม แต่ก็พอจะคาดเดาได้นางในยามนี้ใช้กายาร่วมกับเด็กหนุ่ม หากฆ่าสังหารร่างกายนี้ นางก็จะตายตก แต่ความงดงามของนาง ก็ไม่เบาทำให้เขา รู้สึกชอบนางขึ้นมาในทันใด เมื่อเห็นแววตาขี้เล่นของนาง "เจ้ามาอยู่กับข้าเป็นเช่นไร ข้าจะหาวิธีคืนชีวิตให้เจ้า ขอเพียงเจ้ายอมจำนน   ต่อข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น"



เมี่ยนจือนางที่ได้ยิน ถึงกับเบิกตาออกกว้าง เตรียมจะเอ่ยถามออกไปในทันที อยากจะรู้วิธีการเกิดใหม่ในร่างอื่น เมื่ออี้เฉินที่เข้าไปแทนที่นางภายในปราณจิต ตัวอี้เฉินภายในนั้น ถึงกับหน้ามืดทะมึน "เจ้า เจ้าเมี่ยนจือ เจ้าคงไม่คิดทำอะไรที่ผิดต่อข้านะ"

 


นางไม่แม้จะสนใจอี้เฉินแม้แต่น้อย ส่งรอยยิ้มอ่อนหวาน ไปให้เทพสวรรค์หลินเทียน ในทันที แต่สายตาที่ขี้เล่นของนางก็แฝงไปด้วยอันตราย "ท่านมีวิธีการใดว่ามา"

 


เทพสวรรค์หลินเทียน ยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ "หากเจ้าต้องการจะอยู่ข้างกายข้า ข้ารับปากจะหาวิธีช่วยเจ้าอย่างแน่นอน"

 


เมี่ยนจือ นางถอนหายใจน้อยๆ ขึ้นมาในทันที มีท่าทางเสียดายสุดแสน สะบัดกายาไปกับสายฝน จนผู้คนที่เชยชมถึงกับเคลิบเคลิ้ม ระหว่างที่นางหมุนกายาไปมา ราวกับร่ายรำกลางสายฝน นางก็ตบเม็ดฝนจำนวนหนึ่งออกไป อย่างรุนแรงในทันทีโดยไม่มีใครจับสังเกต

 


ทันใดเสียง ฟึบ!! ก็ดังทะลุร่างของเทพสวรรค์ หลินเทียน เม็ดฝนพุ่งออกมาดั่งเข็มพิรุณ ทิ่มแทงร่างเทพสวรรค์ หลินเทียน ในทันที

 


เทพสวรรค์ หลินเทียน คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด กายา กลายเป็นหลุมเลือดเล็กๆ ถึง3แห่งยังดีที่มันไม่โดนจุดตายของเขา "บัดซบ!! บัดซบ!! เจ้าถึงกับกล้าลอบโจมตีข้าเลยงั้นหรือ"

 


เมี่ยนจือ นางยกยิ้มเป็นปีติ แววตายังเต็มไปด้วยความขี้เล่น แม้แต่อี้เฉินที่อยู่ภายในทะเลความรู้ของเขา ก็ถึงกับกลืนน้ำลายไปคำใหญ่ หากเป็นตัวเขาก็คงติดกับดักของนาง เช่นกัน



"งั้นเจ้ารอรับความโกรธเกรี้ยวของ ข้าได้เลย"

 


เมี่ยนจือ นางเองก็คำรามออกมาก้อง "เจ้าถึงกับทำให้กายาของสหายน้อยของข้า กระดูกทั่วร่างรั้นไปทั้งตัว ข้าจะฆ่าสังหารตัวเจ้าแทนเขาเอง"






********************


หมายเหตุ วันนี้ผมจะลงไว้ 3ตอน   พรุ่งนี้หยุดอัพ1วัน  คนเขียนร้อนจน แย่แล้ว

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน