เส้นทางจักรพรรดินี

    บทที่ 28 แก้แค้น (ตอนกลาง)

    บทที่28 แก้แค้น (ตอนกลาง)

     

              หลังจากดัดแปลงแก้ไขกับดักเวทมนตร์จนพอใจแล้วมีนจึงมุ่งหน้าไปยังเมืองปะการังสีรุ้ง ซึ่งเป็นเป้าหมายของการเดินทางต่อในทันทีก่อนจะมุ่งตรงไปยังตัวปราสาทสีรุ้งที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาเหลือบแลสัตว์อสูรน้อยใหญ่ ซึ่งอยู่รวมกันเป็นกลุ่มรอบ ๆ เมือง

            สัญญาณเตือนถึงผู้บุกรุกฯดังขึ้นทั่วทั้งอาณาเขตของปราสาทเหมือนเช่นเคย สัตว์อสูรทหารชุดแรก ซึ่งมีความแข็งแกร่งระดับ50-60 จำนวนกว่า 50 ตัว เดินมุ่งหน้าเข้าหาผู้บุกรุกโดยอัตโนมัติฯ

            มีนยืนรอคอยอีกฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อเตรียมพร้อมปลดปล่อยบทเวทฯ ซึ่งหน่วงเอาไว้รอพวกมันอยู่ก่อนแล้ว เมื่อสัตว์อสูรทหารเข้ามาอยู่ในระยะฯมีนจึงปลดปล่อยเวทมนตร์ออกไปโจมตีเป้าหมายในทันที

            “ปลดปล่อย [ร่างแหอัสนี][ร่างแหอัสนี]”

            เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ

            ประกายสายฟ้าสีแสบตาก่อตัวประสานกันเป็นร่างแหปกคลุมพื้นที่ในบริเวณที่มีสัตว์อสูรทหารยืนอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวาของทางเดินเข้าตัวปราสาทฯพร้อมกับลดพลังชีวิตของเป้าหมายอย่างรวดเร็วและโหดเหี้ยม

            ด้วยความต่างของระดับและความรุนแรงของพลังเวทมนตร์สัตว์อสูรชุดแรกจึงถูกสังหารหมดลงในเวลาอันสั้น...จากการโจมตีเพียงชุดเดียวเท่านั้น

            ส่วนเจ้าสัตว์อสูรสายเวทซึ่งอยู่นอกรัศมีการทำลายของร่างแหอัสนี หญิงสาวก็ได้สั่งการให้เจ้าปลาตีนน้อยทั้ง12 ตัว อ้อมไปทางด้านหลังเพื่อจัดการพวกมัน ตั้งแต่ก่อนที่สัตว์อสูรทหารจะเข้ามาอยู่ในระยะโจมตีของตนเสียอีก

            หลังจากสัตว์อสูรชุดแรกถูกสังหารจนหมดสิ้นชุดที่สอง...ก็ตามมาอย่างรวดเร็ว

            สัตว์อสูรในชุดที่สองเมื่อพวกมันเห็นกลุ่มของปลาตีนน้อยกระจายกำลังอยู่รอบ ๆ ตัวปราสาทฯ ฝ่ายตรงข้ามจึงรีบกระจายตัวออกพร้อมกับล็อกเป้าโจมตีไปที่ปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัว โดยไม่ให้ความสนใจหญิงสาวที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวแม้แต่ตัวเดียว

            “อะไรกันวงแตกซะงั้นฯ เจ้าพวกนี้นี่...” มีนสบถออกมาอย่างขัดใจเบา ๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาสัตว์อสูรชุดที่สองด้วยความหงุดหงิด

            “ปลดปล่อย [โซ่อัสนี]”

            เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ

            เส้นสายฟ้าขนาดใหญ่จำนวน3 เส้น พุ่งออกจากส่วนปลายของใบหอกมุ่งตรงไปยังสัตว์อสูรทหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเส้นสายฟ้ากระทบร่างสัตว์อสูรตัวแรกพร้อมกับลดพลังชีวิตของเป้าหมายลงอย่างต่อเนื่องแล้ว มันก็มุ่งหน้าเข้าหาสัตว์อสูรอีกตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในระยะทำการของทักษะต่อในทันที

            จากตัวที่หนึ่งมุ่งหน้าสู่อีกตัวอีกตัว และอีกตัว...

            เส้นสายฟ้าทั้ง3 พุ่งผ่านร่างของศัตรูตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง และสืบต่อกันไปเป็นทอด ๆ อย่างรวดเร็วจนดูคล้ายกับว่า สัตว์อสูรทหารทั้งกลุ่มถูกเส้นสายฟ้าเหล่านี้ มัดพันธนาการร่างของพวกมันทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน...

            มีนจ่ายพลังให้แก่สายโซ่อัสนีทั้ง3 อย่างต่อเนื่อง พลังชีวิตของสัตว์อสูรที่ถูกเส้นสายฟ้าพันธนาการเอาไว้ ค่อย ๆลดลงตามเวลาที่ผ่านไป ไม่นาน...สัตว์อสูรกลุ่มนี้ ก็ได้กลายเป็นแสงสีเทาและหายไปในที่สุด

            “เด็ก ๆกลับมาตรงนี้ ด่วน!!” มีนออกคำสั่งต่อปลาตีนน้อยทั้งหมดเพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังเช่นเมื่อครู่ขึ้นมาอีก

            “รับซาบ ๆ ๆ ๆ”เสียงขานรับจากเด็ก ๆ

            เมื่อปลาตีนน้อยทั้ง12 มายืนล้อมวงอยู่รอบ ๆ ร่างของตนแล้ว มีนจึงแจกบัพให้พวกมันทั้งหมดในคราวเดียว “[ผนึกเวท]”

            วาบ!!

            แสงสว่างจากเอฟเฟคสีแดงส้มอันบางเบาเคลือบทับอยู่บนร่างของหญิงสาวและลูกสมุน ก่อนมีนจะร่ายเวทบทต่าง ๆ และหน่วงพวกมันเอาไว้เพื่อเตรียมพร้อมใช้งานในภายหลังจากนั้นจึงเรียกน้ำยาเพิ่มพลังเวทมนตร์ในคลังฯ ออกมาดื่มอย่างรวดเร็ว

            เพียงไม่นาน...หลังจากที่หญิงสาวเตรียมตัวเสร็จ

            แอด...ปัง!!

            ครืน ๆ ๆ

            ทันใดนั้น...กำแพงรอบปราสาทฯก็เกิดการสั่นสะเทือน ก่อนจะยกตัวสูงขึ้นมาอีกหลายสิบเมตร ซึ่งกระบวนการนี้ กินเวลายาวนานหลายอึดใจ…

            ในที่สุด ความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าก็หยุดลงและเผยให้เห็นป้อมปราการอันสูงตระหง่านที่ใช้สำหรับกักขังผู้บุกรุกอย่างตนเอาไว้ภายใน

            “มาบทเดิมเป๊ะ...อย่างกับก๊อปวางเลยนะ”มีนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

            “ง่ายดีจ้า”เอรีสส่งเสียงสนับสนุนคำกล่าวของผู้เป็นแม่

            “ไม่ตื่นเต้นแล้วอ๊ะบทมัน...เหมือนกับรอบที่แล้วเลยอะ ท่านแม่...” ปีเชสกล่าวต่อ

            “นั่นสิ ไม่มีมุกใหม่เลยเนอะ”เลโอกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วย

            เวลาผ่านไปไม่นานสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่จำนวนประมาณ 100 ตัว ก็เริ่มทยอยออกมาจากประตูทางเข้าของปราสาทฯพวกมันประกอบไปด้วยสัตว์อสูรหลากชนิดหลายประเภทมารวมตัวกัน และมีระดับตั้งแต่ 80–140เมื่อออกมาจนครบ...พวกมันทั้งหมดจึงตั้งขบวนยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ตรงลานกว้างด้านหน้าบันไดขึ้นปราสาทฯ

            จากนั้นก็มีสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายหมึกติดตามกลุ่มนักรบออกมายืนอยู่ตรงพื้นที่ว่าง เหนือบันไดหน้าปราสาทจำนวน 3 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือศัตรูคู่อาฆาตของหญิงสาว “ราชาหมึกยักษ์” นั่นเอง

            บอสหมึกเดินออกมาพร้อมด้วยสมาชิกร่วมเผ่าพันธุ์ของมันอีก2 ตัว ซึ่งอยู่ขนาบข้างทางด้านซ้ายและขวา โดยเจ้าหมึกยักษ์ทั้งสอง กลับเป็นมินิบอสผู้ทำหน้าที่คอยอารักขาฯราชาหมึกยักษ์ตัวนั้นนั่นเอง...

             

            ติ้ง!!

            “ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นราชา ระดับ 180 ‘ราชาหมึกยักษ์’ หากผู้เล่นเสียชีวิต ระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”

            “ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าระดับของผู้เล่นมากเกินไป ขอแนะนำให้หนีค่ะ”

             

            สิ้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบฯมีนจึงกล่าววาจาตอบโต้ขึ้นมาโดยอัตโนมัติฯ แม้ว่าการตอบโต้เสียงแจ้งเตือนจะไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ กลับมาก็ตาม แต่ทว่าหญิงสาวก็ยังคงสะดวกใจที่จะกล่าวเช่นนี้อยู่ดี “รอบนี้...ฉันไม่ได้มาเพื่อหนีเจ้าค่ะ”

            “เจ้า...ผู้บุกรุก!!” ราชาหมึกยักษ์เอ่ยปากกล่าวตามบทเดิมอีกครั้ง เมื่อเห็นมีนและเด็ก ๆ

            “วันนี้...คนที่จะตายเป็นเจ้าไม่ใช่ข้า” มีนข่มขู่เจ้าบอส เพื่อคลายความกดดันและความตื่นเต้นให้ตัวเองและลูกสมุน

            สัตว์อสูรราชาระดับ180 แม้จะถูกควบคุมโดย AI แต่ก็ไม่ได้เป็นเอไอที่มีความซับซ้อนมากถึงขนาดที่จะสามารถสนทนาตอบโต้ได้เป็นประโยคยาวๆ เหมือนเช่นสัตว์อสูรชั้นราชาระดับ 250 ขึ้นไป แค่มันสามารถพูดจาโต้ตอบตามบทที่ได้รับมาไม่กี่ประโยคก็ถือว่า...เก่งแล้ว

            ซึ่งกว่ามีนจะได้รู้และเข้าใจ...ก็เป็นเรื่องราวในภายหลังแล้ว

            “.....”เจ้าบอสหมึกเงียบ

            “ทักทายกันแค่นี้เองหรือเจ้าคะ?ท่านราชา” มีนพยายามชวนคุย

            “.....”ไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ จากราชาหมึกยักษ์

            “หึ!!เสียมารยาทจัง พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย” มีนบ่นอุบอย่างขัดใจก่อนจะได้ยินเสียงคำรามกึกก้องจากเจ้าหมึกยักษ์ในเวลาต่อมา “แอกโซโลตล์...ต้องตาย!!”

            “โอ๊ะ...ทักทายกันแค่เนี๊ยะ!!” มีนชักเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย

            “แอกโซโลตล์...ต้องตาย!!” บอสหมึกยักษ์คำรามออกมาด้วยประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง

            “คำก็ตายสองคำก็ตาย พูดได้แค่นี้หรือไงเจ้าคะ?” มีนบ่นให้แก่คำกล่าวของศัตรูตรงหน้าอีกชุด

            “.....” เจ้าบอสหมึกเงียบ

            “รอบนี้ ใครจะเป็นฝ่ายตาย...เดี๋ยวก็รู้”มีนพยายามยั่วโมโหเจ้าหมึกยักษ์

            “.....”ไร้ซึ่งคำตอบจากราชาหมึกยักษ์อีกแล้ว

            “เด็ก ๆเริ่มกันเถอะ” มีนบอกลูกสมุนของตนทุกตัวให้เตรียมพร้อม

            “รับซาบ ๆ ๆ ๆ” ปลาตีนน้อยทุกตัวต่างขานรับ

            “[กลายร่าง]”

            มีนเรียกใช้งานทักษะกลายร่างเป็นปลาตีนตัวเขื่องสีขาวอมชมพูเพื่อหวังจะใช้ประโยชน์จากการลดระยะเวลาคูลดาวน์ของทักษะเผ่าพันธุ์ลดลงครึ่งหนึ่ง จึงทำให้สภาพของหญิงสาวในตอนนี้คล้ายกับสัตว์อสูรตาแป๋วอยู่ในท่ายืนถือดาบ พร้อมกับมีลูกบอลเวทมนตร์อันเกิดจากทักษะหน่วงเวทฯจำนวน 4 ลูก ลอยเวียนวนอยู่รอบตัว

            “ซาจิส[ผสานร่าง]”

            “แคปปี้ [ผสานร่าง]”

            “[อำนาจราชา]”

            “อควา [ผสานร่าง]”

            “ปีเชส [ผสานร่าง]”

            มีนเรียกปลาตีนน้อย4 ตัวให้มาอยู่ในระยะฯ ก่อนจะเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ฯ เพื่อผสานร่างกับพวกมันในทันทีส่วนอีก 8 ตัวที่เหลือ มีนออกคำสั่งให้พวกมันจับคู่ผสานร่างกันในทันที

            “แอกโซโลตล์ต้องตาย!!” เสียงคำรามกึกก้องจากเจ้าหมึกยักษ์ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง

            แต่มันก็เท่านั้นเมื่อปลาตีนสาวเปิดฉากโจมตีฝ่ายตรงข้ามก่อนอย่างรวดเร็ว ด้วยการปลดปล่อยเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าทั้ง4 บท เข้าโจมตีเป้าหมาย ซึ่งเป็นกองทัพของสัตว์อสูรตรงหน้า โดยไม่มีการลังเลรีรอใดๆ

            “[โซ่อัสนี][อัสนีเริงระบำ][ร่างแหอัสนี][อัสนีพิโรธ]”

            เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆๆ ๆ

            เสียงสนั่นกึกก้องดังไปทั่วทั้งบริเวณฯเส้นสายฟ้าสีเหลืองอำพันโลดแล่นส่องประกายแปลบปลาบสว่างวาบจนแสบตา พื้นดินในบริเวณที่เส้นสายฟ้าจำนวนมากโจมตีลงมาก็เกิดการระเบิดจนฝุ่นฟุ้งกระจายบดบังทัศนวิสัยเป็นวงกว้างหลายสิบเมตร ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องดังขึ้นระงมจากบรรดาสัตว์อสูรทหารกลุ่มนั้น

            หลังจากที่ฝุ่นผงละอองทรายได้สงบลงกลับพบว่า มีสัตว์อสูรทหารที่ยังคงเหลือรอดชีวิตอยู่เพียงไม่กี่ตัว แต่กระนั้นพวกมันทั้งหมดก็อยู่ในสภาพร่อแร่ปางตายเต็มทนแล้ว

            มีนเรียกใช้ทักษะเวทมนตร์[หมอกพิษ] โจมตีพวกมันอย่างต่อเนื่องในทันที หมอกสีเขียวเข้มโผล่ออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งบริเวณที่สัตว์อสูรทหารยืนอยู่

            ไม่รอช้า มีนสั่งการให้ปลาตีนน้อยยืนคอยคุมเชิงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก ก่อนที่ตนจะถือใบหอกและพุ่งตัวตามเข้าไปปิดปลงสังหารสัตว์อสูรทหารในกลุ่มหมอกพิษอย่างรวดเร็ว

            “[พุ่งชน]”

            “[คลื่นทำลาย][พายุดาบ][กังหันดาบ]”

            ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ

            เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นพร้อมกับตัวเลขค่าความเสียหายของสัตว์อสูรทหารปรากฏออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องราวกับก๊อกแตก

            แม้ว่าตัวของมีนในตอนนี้จะไม่ได้อยู่ในร่างมนุษย์ แต่การเคลื่อนไหวของร่างกายอันเป็นผลมาจากการใช้งานทักษะอาชีพนักรบซึ่งเป็นทักษะประเภทเรียกใช้นั้น ก็ไม่ได้เกิดการสะดุดติดขัด จากผลของลักษณะโครงสร้างทางร่างกายที่เปลี่ยนไปแต่ประการใดเพียงแต่...การโจมตีด้วยการฟันหรือการแทงตามปกติของหญิงสาวในเวลานี้ ออกจะดูเก้งก้างติด ๆ ขัด ๆ ยังไงชอบกล

            แต่ถึงกระนั้นด้วยพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นถึง16 เท่า ก็ไม่ทำให้หญิงสาวต้องผิดหวัง สัตว์อสูรทหารระดับ 140 ที่เหลือรอดอยู่ต่างก็ถูกปลาตีนสีชมพูปลิดปลงสังหารและตายลงอย่างง่ายดาย

            จากนั้นมีนจึงฉวยโอกาสในระหว่างที่หมอกพิษสีเขียวปกคลุมพื้นที่การต่อสู้จนทำให้เจ้าราชาหมึกยักษ์ไม่สามารถมองเห็นการต่อสู้เบื้องล่างได้ รีบพุ่งตัวขยับเข้าใกล้เป้าหมายจนอยู่ในระยะทำการของ[ลำแสงแอกโซโลตล์] ก่อนจะปลดปล่อยลำแสงสีแดงปนดำขนาด3 เมตร ที่มีพลังโจมตีถึง 24 เท่า ไปยังตำแหน่งที่เจ้าหมึกยักษ์ยืนอยู่ทันที

            ซูม...ตูม ๆ ๆ ๆๆ ๆ

            เกิดเสียงดังกึกก้องกัมปนาทประตูปราสาทสีรุ้งซึ่งอยู่ทางด้านหลังของเจ้าหมึกยักษ์ ถูกแรงทำลายของลำแสงฯ จนกลายเป็นรูกลวงขนาด3 เมตร ในทันที

            ส่วนร่างของราชาหมึกยักษ์ที่ถูกลำแสงเข้าไปอย่างจังนั้นเกิดบาดแผลไหม้เกรียมทั่วทั้งร่าง หนำซ้ำหนวดทั้ง 8 เส้นของมัน ยังขาดรุ่งริ่งจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

            แม้ว่าสภาพของเจ้าหมึกยักษ์คู่แค้นจะดูสะบักสะบอมแต่ทว่าพลังชีวิตของอีกฝ่ายกลับลดลงไปเพียงแค่ 3 ส่วนเท่านั้น จากสิ่งที่เห็น...ทำเอาผู้ทำการโจมตีอย่างหญิงสาวถึงกับอ้าปากตาค้างอยู่นานเลยทีเดียว

            ขณะที่มีนลังเลอยู่ว่าตนควรจะพุ่งเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายต่อ ดีหรือไม่?

            กลับปรากฏว่า เจ้าลูกสมุนซ้ายขวาซึ่งเป็นมินิบอสระดับ 150 ก็ได้พุ่งตรงมาทางปลาตีนสาว ก่อนจะใช้หนวดอันทรงพลัง พันรัดรอบตัวเป้าหมายเอาไว้อย่างแน่นหนา

            ความรู้สึกที่ถูกหนวดของหมึกยักษ์ซึ่งมีความเหนียวหนึบน่าขยะแขยงพันรัดรอบตัว ได้กลับมาเยือนหญิงสาวผู้นี้อีกครั้ง ในยามที่เส้นหนวดอันตะปุ่มตะป่ำได้เคลื่อนที่เลื้อยพันรัดลำตัวและแขนขาช่างทำให้หญิงสาวรู้สึกสะอิดสะเอียนจนขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่าง

            ความรู้สึกอันน่าขยะแขยงถาโถมเข้ามาใส่มีนอย่างต่อเนื่องหมึกยักษ์ระดับมินิบอสทั้งสองตัวออกแรงบีบรัดร่างปลาตีนสาวแน่นขึ้นทุกขณะ

            เมื่อปลาตีนน้อยทั้งสี่ได้เห็นดังนั้นพวกมันจึงพุ่งตัวเข้ามาช่วยเหลือผู้เป็นแม่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ทักษะ[พุ่งชน] โจมตีเข้าใส่หมึกยักษ์ทั้งสองตัวอย่างเต็มแรง

            แม้ว่าเจ้าปลาตีนน้อยทั้งสี่จะไม่ได้มีค่าสถานะจำนวนมหาศาลเหมือนกับตัวของหญิงสาว แต่ทักษะ[ผสานร่าง] ของพวกมัน ก็ทำให้ค่าพลังโจมตีพื้นฐานเพิ่มขึ้นมาถึง2 เท่า และด้วยระดับความแข็งแกร่งที่ 148 ของพวกมันในตอนนี้ ค่าพลังโจมตีในขณะที่อยู่ในร่างผสานกลับสูงถึง 4 พันหน่วยเลยทีเดียว นอกจากนี้ เมื่อพวกมันใช้ทักษะ [พุ่งชน] ระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งมีพลังทำลายเป็น 12เท่าของพลังโจมตีแล้วนั้น มีหรือ? สัตว์อสูรชั้นองครักษ์ระดับ 150 จะทานทนรับไหว...

            ตูม ๆ ตูม ๆ

            เจ้าหมึกยักษ์สองตัวที่รัดร่างหญิงสาวไว้เมื่อถูกแรงกระแทก ต่างก็ปลิวไปคนละทิศทาง ส่งผลให้ผู้ที่ถูกพวกมันพันธนาการเอาไว้กระเด็นหลุดออกมาด้วยความรุนแรงเช่นกัน

            โครม!!

            ร่างของมีนกระเด็นกระดอนมากระแทกเข้ากับร่างของราชาหมึกยักษ์อย่างจังพร้อมกับพลังชีวิตที่ลดลงไปส่วนหนึ่ง

            มีนติดอยู่ในสถานะ“มึนงง” ซึ่งเป็นผลจากการกระแทก จนไม่สามารถขยับตัวได้ชั่วคราว

            แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาจนทำให้ปลาตีนสาวผู้นี้เกิดความรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาเล็กน้อยก็คือ ร่างกายของบอสหมึกยักษ์ได้รับการฟื้นฟูจนใกล้จะกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้ว...

            บาดแผลบนร่างกายของบอสเริ่มเบาบางจางลงส่วนหนวดที่ขาดสะบั้น บัดนี้ก็ได้งอกออกมาเกือบสมบูรณ์แล้วเช่นกัน

            มีนสั่งการให้เจ้าปลาตีนน้อยทั้งสี่รับมือกับมินิบอสทั้งสองตัว ซึ่งในตอนนี้ พลังชีวิตของพวกมันเหลือเพียงครึ่งหนึ่งหลังจากถูกทักษะ [พุ่งชน] โจมตีไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

            ส่วนมีนเอง ก็พยายามตะเกียกตะกายยันตัวลุกขึ้น...อย่างยากลำบาก

            เปรี้ยง!!

            กลุบ ๆ ๆ ๆ

            ขณะที่ร่างของปลาตีนสาวดันตัวลุกขึ้นจนเกือบจะสำเร็จอยู่นั้นเจ้าบอสหมึกตรงหน้าก็ใช้หนวดเส้นหนึ่งฟาดเข้ามากลางลำตัวของอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วงจนปลาตีนสีชมพูตัวจ้อยปลิวกระเด็นด้วยแรงกระแทก ก่อนจะกลิ้งตกลงมาตามขั้นของบันไดหน้าปราสาทฯ

            การโจมตีนี้ทำให้พลังชีวิตมีนหายไปอีกสองส่วนในทันที

            แต่ก็ยังดี...ที่สถานะมึนงงได้หายไปแล้วแต่กลับเปลี่ยนเป็นอาการ “จุก” เข้ามาแทนที่เสียอย่างนั้น

            บาดแผลบนร่างบอสหมึกยักษ์ได้หายไปอีกทั้งพลังชีวิตของมันก็ฟื้นคืนกลับมาจนเต็มหลอดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นบอสหมึกยักษ์ก็ได้เคลื่อนกายมุ่งตรงเข้ามาหาปลาตีนสาวที่นอนจุกอยู่เชิงบันไดอย่างใจเย็น

            “ปัดโธ่!!” มีนสบถออกมา

            “อุตส่าห์ตัดแขนตัดขามันทิ้งได้แล้วเชียวนะ...”มีนบ่นออกมาอย่างเสียดาย เนื่องจากตนถูกมินิบอสทั้งสองเข้ามาขัดจังหวะ จนทำให้พลาดโอกาสในการสังหารราชาหมึกยักษ์ตัวนี้ไป

            ‘เวลาคงสภาพของทักษะผสานร่างเหลืออีกไม่มากแล้ว…’ มีนเหลือบมองดูระยะเวลานับถอยหลังของทักษะผสานร่างบนหน้าจอแสดงผลก่อนจะนึกถึงคำที่ผู้เป็นอาจารย์ได้กล่าวเอาไว้ “......งัดทุกสิ่งที่เจ้ามีออกมาใช้ให้หมด”

            “คิดสิ...คิด” หญิงสาวพยายามกล่าวกระตุ้นตัวเอง

            90... 89... 88...

            ตัวเลขที่แสดงระยะเวลาการคงสภาพของทักษะผสานร่าง...กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง

            “จริงสิ!!”

            “เราคือ...จอมอาคม!!” ในที่สุดหญิงสาวก็คิดได้แล้ว

            “ยกเลิก!!” มีนยกเลิกการใช้งานทักษะ [กลายร่าง] จนกลับมาอยู่ในร่างมนุษย์อีกครั้ง ก่อนจะย่อตัวลง และใช้ส่วนปลายของใบหอกกรีดวาดตัวอักขระเวทมนตร์ลงไปบนพื้นอย่างรวดเร็ว

            มีนทะยานร่างถอยไปทางด้านหลังก่อนจะก้มลงสลักอักขระอีกตัวลงไปบนพื้นฯ

            มีนกำหนดพื้นที่เป้าหมายรวมไปถึงตำแหน่งในการลงอักขระฯเอาไว้ในหัวอย่างคร่าว ๆ แล้ว

            บอสหมึกยักษ์ไม่สนใจต่อท่าทีอันแปลกประหลาดของฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใดมันยังคงมุ่งหน้าเข้ามาหาหญิงสาวอย่างช้า ๆ ด้วยความย่ามใจ

            มีนพุ่งตัวไปในตำแหน่งที่ได้กำหนดเอาไว้เมื่อถึงจุดที่กำหนดฯ มีนรีบกรีดวาดใบหอกลงอักขระอย่างรวดเร็ว

            ใช่แล้ว...หญิงสาวผู้นี้กำลังลงอาคมกลไกเวทมนตร์นั่นเอง

            กลไกวงเวทที่มีนใช้ในเวลานี้คือหนึ่งในรูปแบบของกลไกวงเวทที่ง่ายที่สุด หรือก็คือ รูปแบบวงเวทรูปดาว 5 แฉกนั่นเอง

            กลไกวงเวทรูปแบบดาว5 แฉกวงนี้ มีจำนวนจุดตัดที่หญิงสาวต้องลงอักขระจำนวนน้อยที่สุด ดังนั้นวงเวทวงนี้จึงเป็นกลไกวงเวทที่ใช้ระยะเวลาในการสร้างน้อยที่สุดด้วยเช่นกันโดยจุดตัดของวงเวทรูปแบบนี้ อยู่ที่ 10 จุดตัด นั่นก็หมายความว่า มีนต้องลงอักขระทั้งหมด10 ตัว ให้ได้ก่อนที่ทักษะผสานร่างจะหมดลง...

            เจ้าบอสหมึกยักษ์ขยับร่างเข้ามาใกล้เป้าหมายเรื่อยๆ แล้ว

            ส่วนหญิงสาวก็พยายามรักษาระยะห่างของตัวเองกับอีกฝ่ายให้มากที่สุดโดยมีเงื่อนไขว่า ต้องอยู่ในเส้นทางที่สามารถลงอักขระลงไปในพื้นที่เป้าหมายได้ด้วย

            เจ้าบอสก็หมุนตัวไปตามทิศทางการเคลื่อนที่ของศัตรูฯพร้อมกับจับจ้องเป้าหมายอย่างไม่ให้คลาดสายตา หนวดของมันกวัดแกว่งไปมาพยายามคว้าจับหญิงสาวร่างบางเอาไว้ให้ได้ส่วนมีนเองก็พยายามพุ่งตัวหลบอย่างสุดกำลัง

            และในที่สุด…

            “สำเร็จ!!”

            จอมอาคมสาวก็ได้สลักอักขระเวทมนตร์ลงในกลไกวงเวทจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้วเวลานี้ จึงเหลือเพียงแค่...หลอกล่อให้บอสหมึกเดินเข้ามาอยู่ในรัศมีการทำงานของกับดักวงเวทที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเท่านั้น

            มีนพุ่งตัวถอยไปในทิศทางตรงกันข้ามกับวงเวทฯเพื่อหลอกล่อให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาติดกับ

            ซึ่งมันก็ได้ผลเสียด้วยเจ้าบอสหมึกยักษ์เดินเข้ามาอยู่ในพื้นที่การทำงานของวงเวทแล้ว…

            “ปลดปล่อย!! กลไกวงเวทรูปแบบที่ 1 อาคมผนึกห้าวิถี [โซ่ผนึกอัสนี]” มีนกล่าวคำปลดปล่อยวงเวทอย่างรวดเร็ว

            วาบ!!

            วงเวทสีทองได้ปรากฏขึ้นมาล้อมรอบจุดที่หญิงสาวได้ลงอักขระรูปดาวห้าแฉกเอาไว้พร้อมกับหมุนวนอย่างช้า ๆ และปล่อยแสงสว่างเรืองรองออกมา

            ไม่นาน จุดลงอักขระทั้ง10 จุด ก็ปรากฏโซ่สีเหลืองทองขนาดใหญ่ ซึ่งมีประกายสายฟ้าวนอยู่รอบ ๆ ผุดขึ้นมาจากตำแหน่งของอักขระในวงเวทนั้นก่อนจะพุ่งเข้าไปพันธนาการร่างของบอสหมึกยักษ์เอาไว้อย่างแน่นหนา จนเป้าหมายแทบไม่สามารถขยับตัวได้

            บอสหมึกยักษ์พยายามดิ้นรนขยับตัวไปมาเพื่อสลัดร่างให้หลุดจากโซ่สายฟ้าให้อย่างเต็มกำลัง แต่ดูเหมือนว่า มันยิ่งดิ้น โซ่สายฟ้าเหล่านี้กลับยิ่งรัดร่างของมัน...แน่นมากขึ้นทุกที

            เมื่อร่างของเจ้าหมึกยักษ์ถูกพันธนาการเอาไว้อย่างแน่นหนาหญิงสาวจึงไม่รอช้า รีบเอ่ยคำร่ายบทเวท พร้อมกับเรียกใช้งานทักษะเวทมนตร์อีกชุดใหญ่เพื่อโจมตีเป้าหมายที่อยู่ในวงเวทอย่างรวดเร็ว

            บรึ้ม ๆ ๆ ๆ

            ตูม ๆ ๆ ๆ

            เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ

            ตูม ๆ ๆ ๆ

            “[สัมผัสแห่งเวทมนตร์]”

            เมื่อพลังเวทของตนใกล้จะหมดลงหญิงสาวจึงทำการเรียกใช้งานทักษะสัมผัสแห่งเวทมนตร์ เพื่อฟื้นคืนพลังเวทให้กลับมาบางส่วนร่วมกับเรียกใช้งานน้ำยาเพิ่มพลังเวทมนตร์อีกทางหนึ่งด้วย

            จากนั้นมีนจึงทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยทักษะเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าเท่าที่ตนมีอยู่...อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

            พลังชีวิตของบอสหมึกยักษ์ลดลงอย่างรวดเร็วในเวลานี้ พลังชีวิตเจ้าบอสเหลือเพียงแค่ 3 ส่วนเท่านั้น

            29... 28... 27...26...

            เวลาของการคงสภาพของทักษะผสานร่างเองก็เช่นกัน...เหลืออีกไม่มากแล้ว

            “ท่านแม่ ขอรับๆ ๆ”

            เสียงปลาตีนน้อยที่ดังขึ้นในโสตประสาทของหญิงสาวนั่นย่อมแสดงว่า พวกมันทั้งสี่ได้จัดการกับเจ้ามินิบอสเสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อย

            มีนไม่เคยรู้สึกยินดีและโล่งใจหลังจากได้ยินเสียงเรียกหาของพวกมันเช่นนี้มาก่อน...

            “เด็ก ๆ ‘นับ 3’ แล้วยิงลำแสงฯ พร้อมกันเลยนะ...” มีนส่งสัญญาณแก่เจ้าปลาตีนน้อยทั้งสี่

            “3” ปลาตีนตัวแรกส่งเสียงออกมาก่อนที่ลำแสงสีดำแดงจะพุ่งพรวดออกจากปากของมันเกือบจะในทันที

            ตูม!!!!

            “3!!” เจ้าปลาตีนตัวที่สองเห็นเช่นนั้น มันจึงตะโกนส่งเสียงออกมาบ้างก่อนจะเรียกใช้งานทักษะฯ ในทันทีอีกเช่นกัน

            ตูม!!!!

            “3!!” เจ้าตัวที่สามเอง มันก็ทำเหมือนกับเจ้าปลาตีนสองตัวแรก...

            ตูม!!!!

            “3!!” เจ้าปลาตีนตัวที่สี่...ก็ทำไม่แตกต่างจากเจ้าสามตัวก่อนหน้า...

            ตูม!!!!

            ‘จังหวะคืออะไร?ความพร้อมเพรียงคืออะไร? แล้วที่ให้นับ 3 นั้น...จะนับไปเพื่ออะไร?’ มีนได้แต่ยืนอึ้งจนพูดไม่ออก หลังจากได้เห็นจังหวะนรกและความพร้อมเพรียงที่พวกมันทั้งสี่แสดงออก

            แต่กระนั้น...ลำแสงสีดำปนแดงทั้ง4 สาย ซึ่งพุ่งตรงไปยังร่างของราชาหมึกยักษ์ แม้จะไม่ได้มีความพร้อมเพรียงเลยสักนิดแต่ผลของมันกลับไม่ได้ทำให้ผู้สั่งการอย่างสาวมีนต้องผิดหวังมากนัก เมื่อพลังชีวิตของเป้าหมายได้ลดลงอย่างรวดเร็ว

            แต่ด้วยตัวเลขพลังชีวิตอันมากมายมหาศาลของอีกฝ่ายกลับทำให้เจ้าบอสตัวนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ มีนจึงต้องเรียกใช้งานทักษะติดอาวุธอันรุนแรงปิดฉากสังหารอีกฝ่ายในทันที...

            “[ฝนดาวตก]”

            ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

            “ลาก่อนเจ้าหมึกยักษ์...ฉันขอสัญญาว่าจะมาจัดการเจ้าทุกครั้งที่มีโอกาสนะ” มีนกล่าวคำไว้อาลัยให้แก่เจ้าราชาหมึกยักษ์เป็นครั้งสุดท้าย

            ราชาหมึกยักษ์ทำได้เพียงแค่ลืมตาโพลงก่อนที่พลังชีวิตของมันจะหมดลง และกลายเป็นแสงสีเทาหายไปในที่สุด...

            ............


    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดินี ที่คุณอ่าน