The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 84 ชิงจังหวะ

    เครดิตภาพจาก  https://coolwallpapers.me

    ……………………

              
           เสือร้ายวนเวียนรอบกายสายตาจับจ้องมาวินอยู่ตลอด ท่าทางแสดงออกถึงประสงค์ร้ายอย่างชัดเจนชนิดที่ไม่จำเป็นต้องตีความให้มากมาย 
     

               


           มาวินยกสองแขนขึ้นตั้งการ์ด ท่วงท่าดูเข้มแข็ง ทั้งที่ความเป็นจริง เด็กหนุ่มรู้สึกอ่อนล้าจนแทบจะทิ้งตัวลงไปนอน


    “ มอนสเตอร์ตัวนี้แข็งแกร่งมาก การโจมตีแบบธรรมดาไม่อาจทำอะไรได้ กระบวนท่าซึ่งมีพลังทำลายมากที่สุดก็คือ....เสือดาวไล่เหยื่อ แต่ถ้าไม่อยู่กับที่ ก็คงอัดไม่โดน จะหยุดการเคลื่อนไหวของมันด้วยวิธีใด” มาวินแสร้งยิ้มสบายใจ แต่ภายในรู้สึกร้อนรน เพราะคิดไม่ออกว่าจะเดินเกมต่อไปยังไง 


    “ กรร........ ” เสือร้ายยังเดินวนเวียนต่อไป แต่เริ่มตีวงแคบเข้ามาเรื่อยๆ สายตาจับจ้องเด็กหนุ่มอยู่ตลอด ปากก็ขู่คำรามเบาๆ ประหนึ่งว่า…..มันเองก็น่าจะใช้ความคิดอย่างหนักเช่นเดียวกัน 

                


           ระหว่างที่หนึ่งคนกับหนึ่งตัวกำลังชิงไหวชิงพริบกัน เด็กหนุ่มก็เป็นฝ่ายคิดได้ก่อน คิ้วเรียวจึงเลิกสูง พร้อมสีหน้าที่ดูระรื่น


    “ กรร ” เสือดาวขู่คำราม ร่างเพรียวผงะถอยหลังเล็กน้อย มันดูคล้ายแมวตกใจอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

                


           ทันทีที่มาวินเห็นท่าทางของเสือดาว เด็กหนุ่มก็เปิดยิ้มกว้างพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงระรื่น 


    “ ฮะๆ ในเมื่อชั้นช้าและอ่อนแอกว่านาย ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีใหม่ ” มาวินยังคงยิ้มแฉ่ง ส่วนปลายเท้าช้อนก้อนหินขนาดฝ่ามือที่อยู่บนพื้นอึดใจต่อมา เด็กหนุ่มก็กระดกมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ศิลาขนาดฝ่ามือลอยสูงระดับอก


    “ โจมตีจากระยะไกล ” มาวินตะโกนดัง พร้อมใช้เท้าอีกข้างหวดเข้าไปที่เป้าหมายสุดแรงหินก้อนเขื่องจึงพุ่งปะทะใบหน้าของเสือดาวเข้าอย่างจัง 


    “ เปรี้ยง ” 


    “ โฮก..... ” เสือร้ายสะบัดหน้าหนี พร้อมคำรามด้วยความเจ็บปวด


    “ เยี่ยม ” มาวินร้องอุทานด้วยความดีใจ แผนโจมตีระยะไกลได้ผลกว่าที่คิด เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กหนุ่มจึงใช้ปลายเท้างัดหินก้อนต่อไปให้ลอยขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 


    “ เอ้า รับไปอีก ไอ้หน้ายาว ” มาวินรัวเพลงเท้าใส่หินสามก้อนที่ลอยขึ้นมา ศิลาขนาดฝ่ามือพุ่งใส่เสือร้ายอีกชุดใหญ่ 


    “ เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ”  

                 


           กระสุนหินเข้าเป้าทั้งสามจุด มันกระทบหน้าผาก ลำคอ และสีข้างของเสือร้ายแบบเต็มๆ นับได้ว่าเด็กหนุ่มหัวเขียวมีเพลงเท้าที่แม่นยำและฉับไวพอสมควร(น่าจับไปเตะบอลเนอะ) 


    “ โฮก...... ” เสือร้ายถอยหลังหนีถึงสามก้าว แม้กระสุนหินจะไม่อาจน็อคมันได้แต่ก็สร้างความรำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย 


    “ หึ ทนนักนะ ” มาวินเคลื่อนที่ไปรอบๆ เพื่อค้นหากระสุนหินนัดต่อไป ทว่าเจ้าเสือร้ายไม่ยอมเปิดโอกาสให้ยิงได้ถนัด มันกระโจนใส่เด็กหนุ่มด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ

                


            จังหวะที่เสือร้ายกำลังจะเข้าถึงตัว รอยยิ้มจางๆก็ปรากฏบนใบหน้าเล็กเรียวของมาวิน


    “ ดีล่ะ รอโอกาสนี้มานานแล้ว ” เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียง พร้อมพุ่งเข้าใส่เสือดาวอย่างดุดัน

            


            เมื่อหนึ่งมนุษย์หนึ่งสัตว์เข้าถึงจุดแตกหัก เด็กหนุ่มได้เอียงกายหลบกรงเล็บของเสือดาว
     ก่อนจะเหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าไปที่กกหูเต็มแรง


    “ เปรี้ยง ” 

                


           เสียงปะทะดังสนั่นไปทั่วบริเวณ สิ่งที่ตามมาในลำดับถัดไปก็คือเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของเดรัจฉานเขี้ยวยาว


    “ โฮก...... ” 

              


             เสือร้ายถอยหลังไปอีกสามก้าวและสะบัดศีรษะไปมาเพื่อขับไล่ความมึนงง
     


    “ ฮะๆ โดนดอกนี้เข้าไป มึนมั้ยล่ะเพื่อน ” มาวินกำหมัดซ้ายแน่น แม้จะเข้าเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ แต่เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่ามือข้างนั้นน่าจะแหลกจนใช้งานไม่ได้แล้ว 


    “ โฮก...... ” เสือร้ายคำรามอีกครั้ง คราวนี้กระแสของมันทั้งดังยาวและดุร้ายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา 


    “ ท่าทางจะโกรธเต็มที่แล้วล่ะมั้ง ” มาวินหน้าเสียพลางเหลือบมองสองมือของตนเอง จึงพบว่ามันทั้งแดงก่ำและบวมช้ำ 

                 


           เสือร้ายไม่พูดพร่ำทำเพลง มันพุ่งเข้าใส่มาวินอีกครั้งแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร การเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มจึงช้าลงจนหลบกรงเล็บไม่ทัน


    “ ผั้ว ” 

                 


            กรงเล็บตบเข้าไปที่ขมับซ้ายของเด็กหนุ่ม ส่งผลให้ร่างบางกระเด็นไกลถึง 3 เมตร ก่อนจะไถลไปกับพื้นอีกหลายตลบจนฝุ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ 


    “ กรร....... ” เสือร้ายแยกเขี้ยวใส่เด็กหนุ่ม กิริยาคล้ายสะใจที่สามารถตบมนุษย์ร่างเล็กได้เต็มอุ้งมือ

                


            มาวินนอนแน่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง อึดใจต่อมา เขาก็ค่อยๆยันกายลุกขึ้นมานั่งชันเข่าบนศีรษะปรากฏบาดแผลฉกรรจ์ เลือดแดงฉานไหลเป็นทางยาวและร่วงหล่นลงสู่พื้นดินข้างตัว ทว่าประกายตากลับเปล่งประกายแวววาวอย่างประหลาด ทันใดนั้นเอง เสียงของโจจี้ก็ดังขึ้น 


    “ เฮ้ น้องชายผมเขียว นายน่าจะไม่ไหวแล้ว ถึงตอนนี้ ทางรอดเดียวก็คือ......ยอมแพ้ แล้วหนีออกจากดันเจี้ยน ”  

                 


            มาวินนิ่งฟังด้วยอาการสงบ อันผิดกับนิสัยทโมนที่มีมาแต่กาลก่อน เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็กล่าวห้วนๆว่า.....


    “ จะหนีจากที่นี่ยังไง ” 


    “ ศาสตราจารย์จูนสัญญาณนาฬิกาของนายได้แล้วเพียงกดปุ่มเขียวบนตัวเรือน นายก็จะวาร์ปกลับมา ” โจจี้รีบบอกโดยเร็ว 


    “ ฮะๆ เป็นวิธีที่ง่ายจริงๆ แต่ขอโทษที ชั้นยังไม่คิดจะหนี ” มาวินหัวเราะเบาๆ พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการกล่าวถึงสิ่งที่เหลือเชื่อ


    “ หา.... เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ถ้าโดนตบอีกทีเดียว นายต้องตายอย่างแน่นอน รีบกดปุ่มเขียวซักทีซิโว้ย ” โจจี้โวยหนักด้วยความเป็นห่วง


    “ ฮะๆ ขอบใจมากว่ะ ไอ้พี่ชายผมทอง ” มาวินขอบคุณแต่ยังไม่กดปุ่มเขียว เขารวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเพื่อลุกขึ้นยืนและตั้งท่าสู้


    “ กรร.....โฮก..... ” เสือร้ายส่งเสียงขู่ จากนั้นก็คำรามใส่อย่างดุดัน ถ้าจะให้แปลเป็นภาษามนุษย์ก็น่าจะประมาณว่า…….น่วมขนาดนี้ ยังจะกำแหงอีกรึ เจ้ามนุษย์ตัวน้อย 

                


            ถึงเด็กหนุ่มจะได้ยินคำขู่ แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงท่าทีหวาดหวั่น มิหนำซ้ำยังหัวเราะร่า พร้อมกวักมือท้าทายแบบไม่คิดเกรงกลัว 


    “ ฮะๆ อย่ามัวแต่ขู่อยู่เลยน่า ไอ้หน้ายาว นายรีบเข้ามาเถอะ ชั้นจะยืนรออยู่ตรงนี้แหละ ” 

              


            แม้เสือร้ายจะไม่เข้าใจภาษามนุษย์ แต่จากอากัปกิริยาและสีหน้าของมนุษย์เบื้องหน้าก็ค่อนข้างชัดเจนว่านี่เป็นการท้าทายอำนาจ สิ่งนั้นทำให้เจ้าป่ารู้สึกฉุนขาด


    “ โฮก........ ” 

              


             สิ้นเสียงคำรามครั้งสุดท้าย ร่างเพรียวที่ปราดเปรียวก็พุ่งทะยานเข้าใส่มาวินสุดกำลังหวังสังหารมนุษย์ร่างเล็กให้ม้วยมรณาในคมเขี้ยวเดียว แต่ก่อนที่เสือร้ายจะเข้าถึงตัวรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่มอีกครั้ง


    “ แจ่มมาก ชั้นรอจังหวะนี้มานานแล้ว ” 

              


           เสือร้ายรู้สึกเสียวสันหลังตามสัญชาตญาณระวังภัยแต่ไม่อาจฉุดรั้งตัวเอง เพราะกระโจนใส่อริสุดกำลัง
    และแล้ว ความระแวงก็เป็นจริง เด็กหนุ่มหัวเขียวทิ้งตัวไปข้างหลังอย่างฉับพลัน ทำให้หลบคมเขี้ยวได้อย่างหวุดหวิด มิหนำซ้ำในจังหวะที่หงายหลังเขาก็ยกสองขาขึ้นถีบไปที่ลำตัวแกร่งของสัตว์ป่า


    “ ไปตายซะ ” เด็กหนุ่มตะโกนดัง ก่อนกดแรงไปที่สองขาสุดกำลังจนกลายเป็นลูกถีบคู่ที่ดุดัน


    “ โฮก.......” เสือดาวคำรามดัง แม้มันจะไม่บาดเจ็บจากการโจมตีเพียงแค่นี้ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าคือ......เหวลึกที่สูงชัน 


    “ โฮก....... ” เสือร้ายคำรามยาวอีกครั้ง กระแสดูแตกตื่นกว่าครั้งก่อน ดวงตาเรียวเหลือกพองด้วยความหวาดกลัว วินาทีต่อมาร่างเพรียวก็ร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวตามแรงโน้มถ่วงโลก นับว่าเป็นการต่อสู้ที่พลิกล็อคอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าสิ่งที่เจ้าป่าต้องเผชิญ ย่อมหนีไม่พ้นความตายที่น่าเวทนา

                 


           มาวินนอนหงายบนพื้น ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าด้วยประกายสดใส ปากแย้มยิ้มออกมา ภายในนึกดีใจที่สามารถพิชิตชัยด้วยปัญญา สุดท้ายเขาก็ยื่นหมัดขวาไปที่นภา พร้อมให้สัญญากับตัวเอง 


    “ ฮะๆ สำเร็จแล้ว ซักวันหนึ่ง ชั้นจะกลับไปหาเธอ ” 

               


           เด็กหนุ่มนอนนิ่งอยู่นานสองนาน เขารู้สึกเหนื่อยล้าและบอบช้ำจนแทบขยับตัวไม่ได้ ทันใดนั้นเอง เสียงโจจี้ก็ดังขึ้นมา


    “ ไง เจ้าน้องชายหัวเขียว พอขยับตัวไหวมั้ย ถ้าไหวก็รีบคลานไปที่แท่นวาร์ตรงหน้าพวกชั้นจะได้พาตัวนายกลับมา ” น้ำเสียงของโจจี้ดูยินดีอย่างชัดเจน


    “ ฮะๆ ว่าแล้ว....ซักพักนายต้องโฟนอินมาสั่งชั้นแบบนี้ แทงหวยไม่ผิดเลย ” มาวินตอบกลับด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ 


    “ เออ......ดิ เอ๊ะ อะไรคือ…โฟนอิน แล้วไหนจะแทงหวยอีก ภาษาบ้านนายนี่มันพิลึกกึกกือจริงๆ ” โจจี้ตอบกลับ หางเสียงบังเกิดอาการมึน 


    “ ฮะๆ โอเคๆ เดี๋ยวจะลุกขึ้นนะ ว่าแต่….ชั้นต้องเจอตัวอะไรอีกมั้ยเนี่ย คราวนี้หมดก๊อกจริงๆแล้ว ” มาวินหัวเราะเบาๆ พร้อมเถไปถามเรื่องอื่น 


    “ อ้อ.... หมด ไม่มีตัวอะไรออกมาอีกแล้ว เพราะไอ้เสือดาวตัวนั้นคือบอสใหญ่ของดันเจี้ยนนี้ ” โจจี้ตอบกลับทันควัน 

               


          มาวินยิ้มระรื่น ซักพักเขาก็รวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่น้อยนิด เพื่อเดินโซซัดโซเซไปยังแท่นวาร์ปซึ่งอยู่ไม่ห่างพอตะกายขึ้นไปยืนบนกลางแท่น โจจี้ก็ถามถึงสิ่งที่นึกสงสัย


    “ ก่อนจะกลับ อยากจะถามว่า….ที่นายทำให้เสือดาวตกเหว มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นแผนการที่วาง ” 

                 


           มาวินนิ่งไปหลายอึดใจ ก่อนตอบกลับมาแบบกวนๆ


    “ แหงล่ะ นี่เป็นแผนที่มาจากมันสมองของชั้นล้วนๆเลย ” 

                 
           พอมาวินพูดจบ แท่นทรงกลมก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าออกมาแสงนั้นทวีความสว่างขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ก็แผดไปทั่วบริเวณ เวลาผ่านไปประมาณ 10 วินาที กระแสนั้นค่อยๆจางลง พอดับสนิท ก็ปรากฏว่าบนแท่นทรงกลมหลงเหลือแต่ความว่างเปล่า


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน