มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 68 บ่วงราคะ

            ขณะที่คุณนายสาวเสียขวัญอยู่นั้นเอง  เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น  มันถูกวางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนทางด้านซ้าย  อันห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ  เจ้าหล่อนจึงจ้องมอง  ทำให้พบว่าผู้ที่ต่อสายก็คือ…….. 


    “ ยัยซิ้ม…..”


     

                  ไม่ว่าเพื่อนรักนางนี้จะโทรมาด้วยวัตถุประสงค์ใด  ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี  มันอาจเป็นตั้วใบเดียวที่ทำให้หลุดพ้นจากขุมนรกแห่งนี้  แต่ปัญหาที่ชวนหนักอกก็คือ……..เธอจะรับสายยังไง  เพราะต้องคอยต้านทานการผลักดันประตูของเหล่าทรชน 


    “ คิดสิ  คิดสิ  แค่นี้แกน่าจะผ่านได้ไม่ยาก ”


     

                 หลังจากเข้าตาจนได้ระยะหนึ่ง  ศรีสมรก็พบทางออก  เลยพยายามเจรจาด้วยเสียงหวานใส (แต่ก็ยังแอบสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอยู่ดี) 


    “ โอเค…..ชั้นยอมแพ้แล้ว  หยุดกระแทกซักที  เพราะประตูบานนี้ราคาแพง ”


     

                 สี่ทรชนภายนอกแอบสะอึกเล็กน้อย  ด้วยเมื่อครู่นี้  เป็นถ้อยคำที่เกินความคาดหมาย  แต่ไม่นาน  นายยอดผู้เป็นแกนนำก็ลองหยั่งเชิง 


    “ ที่คุณนายพูดมา  หมายความว่าไง ” 


    “ หมายความว่ายอมแล้ว  เพราะถึงขัดขืนไป  ก็เหนื่อยฟรี  ชั้นเป็นแค่ผู้หญิงคนนึง  ยังไงก็สู้แรงของผู้ชายสี่คนไม่ได้ ” ศรีสมรกลั้นใจนิดนึง  ก่อนตอบกลับ


     

               ทันทีที่ได้ยิน  หัวหน้าคนงานและลิ่วล้อทั้งสองก็ถึงกับอมยิ้ม  เพราะโอกาสเคลมคุณนายสาวมีมากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์  แต่ยอดยังไม่วางใจ  เลยอธิบายถึงสิ่งที่คุณนายสาวต้องเจอ 


    “ แต่นั่นหมายความว่า….คุณต้องมีอะไรกับพวกผมถึงสี่คนนะ ”


     

              ศรีสมรชะงักเล็กน้อย  แต่ไม่นาน  เจ้าหล่อนก็โต้กลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะไม่ยี่หระ   


    “ แล้วจะเป็นอะไรไป  ในเมื่อชั้นก็เคยผ่านผู้ชายมาพอสมควร  จะเพิ่มอีกซักสี่ห้าคน  ไม่ทำให้ถึงตายหรอก  ดีซะอีก  จะได้เจอรสชาติที่แปลกใหม่  ว่าแต่พวกนายเด็ดพอมั้ยล่ะ ”


     

                พอได้ยินเช่นนี้  หัวหน้าคนงานและสองลิ่วล้อก็พากันน้ำลายหก  ก่อนจะรีบเสนอตัวเป็นการใหญ่ 


    “ เด็ดแน่นอนครับ  เพราะผมเคยได้รับฉายาว่า…ไอ้หนุ่มพลังม้า…” 


    “ ของผมนั้น  ถุงยางไซส์ไทยเอาไม่อยู่ ” 


    “ ผมแก่หน่อย  และขนาดไม่โดดเด่น  แต่กระทุ้งหนักไม่แพ้ใคร ”

           

               ระหว่างที่ไอ้สามชั่วพากันโฆษณาสรรพคุณของตัวเอง  ยอดเลือกที่จะเงียบ  เพราะตอนที่อยู่ในกองทัพ  เขาเผชิญอุบายล่ำลึกมามากมาย  เลยมีปัญญาพอจะไตร่ตรอง  นี่ยังไม่นับว่าชายวัยกลางเป็นผู้เดียวที่ไม่โดนอาถรรพ์  จึงทำให้มีสติมากที่สุด 


    “ เอ….ฟังดูแปลกๆแฮะ  ทำไมนังคุณนายคนสวยถึงยอมง่ายนัก ”


     

                แต่เพื่อให้ความจริงปรากฎ  ยอดจึงเลือกตามน้ำ  เพื่อดูว่าคุณนายสาวกลบไพ่ใบใดไว้ในมือ 


    “ เอาล่ะ  ในเมื่อตกลงกันได้  คุณนายก็ช่วย…..” ทว่ายอดพูดไม่ทันจบ  ศรีสมรก็ชิงกล่าว 


    “ ในเมื่อฝ่ายหญิงยอมแล้ว  พวกนายที่เป็นชายก็ต้องให้เกียรติสิ ” 


    “ นั่นปะไร  เงื่อนไขแรกมาแล้ว ” มุมปากของยอดเผยรอยยิ้มเล็กน้อย  เพราะรู้ชัดว่ามันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ  ผิดกับสามชายที่แสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือ  ทหารเก่าวัยกลางคนจึงตะโกนกลับไป 


    “ แล้วคุณต้องการอะไร  ถ้าสมเหตุสมผล  พวกผมก็จะไม่ขัด ” 


    “ ขั้นแรก  ต้องถอยไปก่อน  ขอชั้นทำใจซักห้านาที  จะได้รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป  เพราะถึงอย่างไร  ชั้นก็เป็นฝ่ายเสียตัวให้พวกนายตักตวงความสุขอยู่แล้ว ” ศรีสมรตอบทันควัน  ราวกับสิ่งนั้นถูกขบคิดไว้ก่อนแล้ว 


    “ ตกลงครับ  พร้อมเมื่อไหร่  คุณนายก็บอก ” เมื่อได้รับข้อเสนอที่ออกแนวปลงผสานยั่วยวน  สามชายก็ขานรับ  เหลือยอดคนเดียวที่ยังสงสัย  แต่ถึงยังไง  คุณนายสาวก็หมูในอวย  จึงโอนอ่อนผ่อนตามมติของชาวประชา  และถอยออกมา


     

              ศรีสมรยืนแข็งทื่ออยู่กับที่  ก่อนหันไปมองโทรศัพท์  จึงพบว่ามันยังสั่นอยู่  แสดงว่าปลายสายน่าจะตื้อไม่เลิก  เลยรีบรุดเข้าไปกดรับสาย  พร้อมร้องระล่ำระลัก 


    “ ซิ้ม…แกอยู่ไหน  รีบมาหาชั้นด่วน  พาตำรวจมาด้วย  เพราะชั้นกำลังถูกพวกคนงานกับไอ้ยอดรุมข่มขืน ” 


    “ ฮ้า…..เมื่อกี้  ว่าไงนะ  แกล้อเล่นรึเปล่า ” เพื่อนสาวที่ปลายสาวถึงกับช็อก  ด้วยทีแรก  เธอคิดจะโทรบอกว่าจะไปหา  เนื่องจาก “นายคิด” ผัวใหม่ของนางรบเร้าว่าอยากไปเที่ยวบ้านคุณนายศรีสมร  แต่พอเจอแบบนี้  เจ้าหล่อนก็ถึงกับไปไม่เป็น 


    “ พูดจริงทุกคำ  รีบมา  แล้วอย่าลืมพาตำรวจมาด้วย  เพราะชั้นไม่รู้ว่าจะซื้อเวลาได้นานแค่ไหน ” 


    “ ฮ้า…..โอเค  เออ….แล้วก็….ดูแลตัวเองนะ  ชั้นจะรีบไปหาแกพร้อมตำรวจทั้งกรมเลย ” ซิ้มตอบได้แค่นั้น  สาวหมวยหุ่นเอ๊กส์ก็รีบตัดสาย


     

              หลังจากขาดการติดต่อ  คุณนายสาวร่างอวบก็ยืนตัวสั่น  มือขวายกขึ้นมากัดเล็บ  สีหน้าแลตึงเครียด  เพราะเธอคิดไม่ออกว่าควรทำยังไง  แต่พอเหลือบไปเห็นบางอย่างที่อยู่ในลิ้นชัก  ซึ่งแง้มออกมาเล็กน้อย  เจ้าหล่อนก็ถึงบางอ้อ 


    “ โอ้….รู้แล้ว  ดีงามอะไรอย่างนี้ ” 


    ……………………….


               สามชายรอคอยอย่างกระสับกระส่าย  โดยเฉพาะสองหนุ่มกรรมกรถึงกับอยู่ไม่สุข  มีเพียงยอดผู้เดียวที่นั่งเอนกายบนเก้าอี้ราคาแพงอย่างใจเย็น 


    “ เฮ้ย!  ทำไมนังคุณนายถึงช้านัก  นี่มันคิดจะเบี้ยวพวกเราเหรอ ” อ้วนคำรามดัง  ท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่าน 


    “ ไม่หรอกน่า  อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย  เพิ่งผ่านไปแค่สามนาทีเอง ” ยอดที่คอยสังเกต  เป็นฝ่ายตอบ  ทำให้อ้วนหันมาถลึงตาใส่ 


    “ ไอ้ห่า  อย่าบังอาจมาสอนข้า  อีกอย่างนึง  กูต้องได้เปิดนังนี่  ส่วนมึงไปต่อคิวเป็นคนสุดท้าย ” 


    “ ใช่แล้ว  มึงน่ะเป็นคนนอก  จึงต้องรอล้างน้ำ ” สองลิ่วล้อประสานเสียงกัน  ท่าทีขึงขัง  เพราะคิดว่ายอดน่าจะไม่ยอม  ทว่าอดีตทหารเก่ากลับรับคำพร้อมรอยยิ้ม 


    “ ไม่มีปัญหา  ยังไงก็ได้ ” 


    “ ดีแล้วที่รู้ฐานะตัวเอง  หัดเจียมตัวไว้  จะได้แก่ตาย ” อ้วนหยามหยัน  ก่อนจะลุกขึ้นมาขยี้หัว  ทว่ายอดกลับไม่โต้ตอบ  ไม่ใช่ว่าเขาขลาดกลัว  แต่เพราะสงสัยพฤติกรรมของศรีสมรมากกว่า 


    “ อืม…ทำไมนังคุณนายคนสวยถึงยอมง่ายๆ  ต้องมีอะไรแน่  เรื่องนี้น่าระวังยิ่งกว่าไอ้เหล่าลิ่วล้อสามตัวที่เขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้นับร้อยเท่า ”


     

              ไม่นานเกินรอ  ประตูห้องน้ำก็เปิดออก  พร้อมร่างอวบอัดที่เยื้องย่างอย่างมีสเต็ป  โดยเท้าซ้ายเป็นฝ่ายยื่นนำ  มือขวาเกาะขอบประตู  พร้อมเอียงตัวเล็กน้อย  ใบหน้าสวยคมที่แลเย้ายวน  ส่องประกายท้าทายอยู่ในที 


    “ โอ้ว…….” สามหนุ่มผู้ใช้แรงงานถึงกับโห่ร้อง  ส่วนยอดยังคงนั่งนิ่ง  แต่ประกายแอบสั่นไหวเล็กน้อย  และด้วยความกำหนัดที่มากล้น  หัวหน้าคนงานจึงรีบรุดเข้ามาหาสาวงาม 


    “ อ้า…คุณนายครับ  มาสนุกกันดีกว่า….”


     

               แต่ก่อนที่นายอ้วนจะได้โอบกอด  คุณนายสาวก็ยกมือบางขึ้นยันอก  แล้วร้องห้ามด้วยกิริยาที่คล้ายออดอ้อน 


    “ อย่าเพิ่งเลย  ไหนๆจะมีความสุขกันทั้งที  ทำไมต้องรีบร้อนด้วย ” 


    “ แล้วคุณนายจะทำอะไรอีกล่ะครับ  ผมแทบจะทนไม่ไหวแล้วนะ ” นายอ้วนฮึดฮัด  สองมือดันร่างงามติดกำแพง  ทำให้คุณนายขวัญเสีย  แต่ด้วยความเจนโลก  จึงกลั้นใจเกลี้ยกล่อม 


    “ โถ……นายอ้วน  เวลาผู้หญิงจะมีอะไรกับผู้ชายแปลกหน้า  มันก็ต้องบิ้วอารมณ์กันก่อน  เพราะจู่ๆจะให้ขึ้นเตียงเลย  จะปล่อยลีลาได้ไม่เต็มที่  แล้วแบบนี้พวกนายจะสนุกถึงแก่นได้ยังไง ”


     

                น้ำคำดังกล่าว  ทำให้ทุกคนนึกสงสัย  นายอ้วนจึงเป็นตัวแทนหมู่บ้านในการย้อนถาม 


    “ แล้วคุณนายจะบิ้วอารมณ์ด้วยอะไร ” 


    “ หึ  หึ  หึ  ก็ต้องกระดกเบอร์เบิ้ลซักหลายแป๊กในตู้เก็บเหล้าตรงนั้นไง ” คุณนายสาวเฉลยเสร็จ  ก็บุ้ยใบ้ให้เห็นสิ่งของ  อันประดับอยู่ตรงมุมห้อง


     

              แม้เหล่าทรชนจะอยากสวาปามคุณนายสาวซักเท่าใด  ก็ยังนิ่งคิด  เพราะการที่มีสัมพันธ์สวาทกับสาวงามที่เต็มใจ  ย่อมฟินกว่าการใช้กำลังแข็งขืนถึงหลายเท่า  และเมื่อหัวหน้าคนงานตกลงใจเป็นมั่นเหมาะ  เขาก็ใช้กรรมกรร่างเตี้ยล่ำ 


    “ เฮ้ย…ไอ้เตี้ย  มึงพาคุณนายไปหยิบเหล้าทีสิวะ ” 


    “ แหม….ตู้เหล้าอยู่ใกล้แค่นี้เอง  ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์หรอก ” คุณนายสาวแกล้งทำตาหวานใส่  สองมือที่ยันอก  เริ่มลูบไล้เบาๆ  ทำให้ชายวัยกลางคนเริ่มวาบหวาม  แต่ก็หักใจไว้  พร้อมผลักสาวสวยให้ถอยห่าง 


    “ คุณนายอย่าพิรี้พิไรเลย  รีบไปหยิบเหล้าได้แล้ว  พวกเราจะได้กินเหล้าฝรั่งดีๆ  ก่อนเสพสุข ”


     

              คุณนายสาวไม่ถือสาหาความ  แถมยังฝืนยิ้ม  ทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ  จากนั้นก็ก้าวไปที่ตู้เหล้าอย่างสง่างาม  แต่ทุกย่างกลับเต็มไปด้วยความกดดัน  ราวกับเดินอยู่บนเชือกเส้นเดียวเหนือหุบเหวลึก  โดยมีกรรมกรหนุ่มร่างเตี้ยล่ำเฝ้าตามมาติดๆ


     

               พอถึงจุดหมาย  เธอก็เปิดตู้กระจกใบใหญ่ที่ทำจากไม้มะกอก  เผยให้เห็นขวดเหล้าฝรั่งวาววับที่เรียงรายอยู่ข้างใน  แสงไฟสะท้อนกับแก้วใสจนดูคล้ายอาวุธลึกลับที่รอปลิดชีพทุกผู้คนที่กล้าแตะต้องมัน 


    “ นี่ไงล่ะ  ของดีที่พวกนายน่าจะชอบ ” น้ำเสียงของศรีสมรหวานใส  แต่ก็เจือแววรัญจวน  ทว่านัยน์ตากลับซ่อนประกายดำมืดไว้ภายใน


     

               ฝ่ายคนงานร่างเตี้ยล่ำยืนลอบกลืนน้ำลายอยู่ข้างหลัง  ดวงตาโลมเลียไปทั่วเรือนร่างของศรีสมร  โดยหารู้ไม่ว่า……สิ่งที่หญิงสาวกำลังจะมอบให้  อาจไม่ใช่ความสุขอย่างที่พวกเขาคิด


       

              คุณนายสาวค่อยๆเอื้อมมือไปจับขวดเหล้าที่มีฉลากภาษาอังกฤษระบุว่า…เบอร์เบิ้ล  ก่อนหันกลับมาเลิกคิ้วให้  กิริยาดูเย้ายวน  


    “ อยากลองมั้ยล่ะ…รสชาติของมันเข้มข้นพอจะทำให้พวกนายลืมโลกทั้งใบเลยทีเดียว ”

      

              และด้วยท่วงท่าที่คล้ายจะยั่วอารมณ์  เลยทำให้หนุ่มกลัดมันร่างเตี้ยล่ำทนไม่ไหว  จึงเอื้อมมือหยาบกร้านไปบีบเคล้นบั้นท้ายเต่งตึงที่โด่งงอน 


    “ อึก….” ศรีสมรสะดุ้งวูบ  แต่ริมฝีปากยังคงแย้มยิ้ม  พร้อมหลบสายตาลงต่ำ  เพื่อซ่อนประกายวาวโรจน์ที่เปล่งอยู่ข้างใน   


    “ ใจเย็นสิ…ของดี  มันต้องค่อยๆลิ้มลอง ” เสียงของเธอพร่าแผ่ว  ราวกับยอมจำนน  แต่แท้จริงแล้ว  ในอกกำลังวางหมากอย่างเงียบงัน  เพื่อเฝ้ารอเวลาที่จะปิดบัญชีเดนทรชนเหล่านี้… 



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน