คุณใหญ่เรียกรถมารับพาเนยไปเอ็กซ์เรย์ข้อเท้าที่โรงพยาบาลเอกชนเมื่อตรวจแล้วพบว่า ไม่มีอันตราย จึงพาเธอกลับโรงแรมเขาอุ้มเธอตั้งแต่ลงรถจนถึงห้องนอนเนยรู้สึกเขินสายตาของทุกคนที่มองดูคู่ของเธอเป็นตาเดียวโดยตัวคุณใหญ่เองก็ตัวสูงใหญ่และใบหน้าหล่อเหลาเรียกทุกสายตาอยู่แล้วเมื่ออุ้มหญิงสาวในอ้อมแขนย่อมจะทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นเนยกอดคอเขาแล้วแทรกซุกหน้าในอก
“เขินทำไมเราเป็นสามีภรรยากันนะ” เขากระซิบแกมกระเซ้า
“เดินเร็วเข้าค่ะพี่ใหญ่ เนยอาย” เธอแกว่งขาเร่งเขา
ตาลุงยักษ์ของเธอยิ่งทำทีเดินช้าลงราวกับจะให้ทุกคนจับตามองมากขึ้น“ดูสิ มีแต่คนสนใจ”
“โอ๊ย! เนยปวดข้อเท้าจัง”เธอรีบเสแสร้งครวญครางเรียกคะแนนสงสาร
“ปวดจริงเหรอ?”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขานิ่วหน้าสักหน่อยแต่อาจจะดูสมบทบาทไปนิด ทำเอาสามีกำมะลอหน้าเสีย“พี่จะรีบพาขึ้นไปเดี๋ยวนี้”
พนักงานโรงแรมเดินเข้ามาสอบถามเมื่อรู้ว่าเขาจองห้องไว้แล้วและภรรยาได้รับบาดเจ็บจึงรีบเดินนำไปยังลิฟต์และบริการไปส่งถึงห้องพัก
พอสามีอุ้มเธอไปวางบนเตียงเนยพลันสะดุ้ง ‘เวรล่ะไปรับปากตาลุงว่าจะนอนห้องเดียวกัน คราวนี้ดันเป็นเตียงเดี่ยว แย่ๆ’
เขาบอกให้เธอเตรียมไปอาบน้ำก่อนโดยลากกระเป๋าเสื้อผ้าไปเปิดในเธอในห้องน้ำที่กว้างและเป็นสัดส่วนทำให้ส่วนที่วางกระเป๋าอยู่ห่างจากอ่างอาบน้ำมากพอที่จะไม่เปียกคุณใหญ่อุ้มเนยไปวางใกล้ๆ กระเป๋า ห้ามเธอล็อคห้องแล้วกำชับว่ามีอะไรเกิดขึ้นให้ตะโกนเรียกเขาจะรออยู่ข้างนอก เนยหน้าร้อนผ่าวนึกถึงวันที่เขาพรวดพราดเข้ามาในห้องน้ำ แล้วเห็นหน้าอกเธอ รีบก้มหน้างุดบอกให้เขาออกไป
“คืนนี้กินข้าวบนห้องก็แล้วกันพี่จะโทร.สั่งให้เขาเอาขึ้นมา เนยอยากกินอะไร?”
“ข้าวหน้าปลาไหลค่ะ?”
“ได้”
สามีปิดประตูแล้วออกไปรอเนยเริ่มอาบน้ำอุ่นทีล่ะส่วนจนทั่วตัว ยกเว้นล้างเท้าข้างที่บวมด้วยน้ำเย็นระหว่างนั้นเธอคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้สัญชาตญาณนักเขียนแนวบู๊ล้างผลาญทำให้รู้สึกสงสัยตะหงิดๆ ว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติ อาจจะต้องถามพี่สาวเธออีกครั้งเพื่อหาร่องรอยหรือไม่แน่ว่า คุณใหญ่กับคุณสามน่าจะช่วยคิดหาร่องรอยได้
“แต่งตัวเสร็จหรือยัง? พี่จะเข้าไปอุ้ม”
“ไม่ต้องค่ะเดี๋ยวเนยเดินออกไปเอง” เธอรีบร้องสวนกลับไป แต่ไม่ทันแล้วตาลุงยักษ์ของเธอบุกเข้ามาในห้องน้ำช้อนร่างเธอที่แต่งชุดนอนเรียบร้อยไปนั่งที่เตียงนอน
“ผมเนยตรงปลายยังเปียกอยู่เลย”แม้เธอจะใส่หมวกพลาสติกคลุมผมอาบน้ำแต่เพราะเก็บปลายผมไม่มิดชิดทำให้มีบางส่วนเปียก
คุณใหญ่เดินเข้าไปเก็บกระเป๋าเธอออกมาเปิดข้างเตียงหยิบปลั๊กสามตาและไดร์เป่าผมออกมา“พี่จะเป่าผมให้”
“ไม่เป็นไรค่ะเนยทำเองได้”
เขายังคงไม่รับฟังขยับมานั่งชิดด้านหลังแล้วไดร์ผมให้ภรรยาไม่นานนักปลายผมของเธอก็แห้งทุกส่วน เขาช้อนร่างเธอลงนอนหยิบเอาหมอนอิงบนโซฟามารองเท้าข้างที่เคล็ดและบวมให้สูงขึ้นเปิดตู้เย็นเอาอุปกรณ์ออกมาประคบเย็นให้เธอเนยขัดเขินแต่ก็ไม่กล้าคัดค้านเพราะเขาส่งสายตาดุให้เธออยู่นิ่งๆ ‘ถ้าไม่คิดว่าต้องนอนเตียงเดียวกันก็น่าจะต่อปากต่อคำได้ แต่จะให้ดี ในละครตอนแบบนี้นางเอกต้องทำตัวนิ่งๆพระเอกสายดุจะได้ไม่ลงมือเกินกว่าเหตุ’
“เสร็จแล้ว”เขาจัดการเก็บอุปกรณ์แล้ววางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งเจ้าหญิงที่ริมผนัง“พี่วางไว้ตรงนี้นะ เผื่อพรุ่งนี้เช้าเนยใช้อีก”
“เราขึ้นเครื่องกี่โมงคะ?”
“บ่ายสามเผื่อจะได้เดินเล่นในสนามบินซื้อของกันก่อนกลับ”
เสียงกดกริ่งหน้าห้องดังขึ้น
“อาหารมาแล้วหิวหรือยัง?”
“ยังค่ะประคบเท้าก่อนแล้วค่อยกิน”
คุณใหญ่เดินไปหยิบแผ่นประคบเย็นจากตู้เย็นเนยยื่นมือออกไป แต่เขาส่ายหน้า เนยเอนตัวลงพิงพนักหัวเอียงมองเขาบรรจงวางแผ่นประคบแนบกับเท้าเธออย่างเอาใจใส่‘ถ้าในโลกจริงมีผู้ชายแบบนี้ก็ดีสินะฉันอาจจะมุ่งมั่นไปตามจีบมาเป็นสามี อิอิ ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเอาใจใส่ขนาดนี้หาได้ที่ไหน?’
“แอบมองอะไร?”
เนยตกใจเขาไม่ได้เงยหน้าสักนิด แล้วรู้ได้ไงว่า เธอแอบพินิจพิจารณาเขาอยู่“ไม่ได้แอบสักหน่อย เนยมองอย่างเปิดเผยนะคะ” พอเขาเงยหน้าขึ้น เธอก็ยิ้มจนตาหยี“ขอบคุณนะคะที่ดูแลเนย”
คุณใหญ่ใจอ่อนยวบนึกอยากจะวางแผ่นประคบเย็นแล้วเอาสองมือไปประคองใบหน้ากลมนั้นเข้ามาจูบให้เต็มคราบสายตาของเขาดูเลื่อนลอยเมื่อจินตนาการภาพนั้น
“พี่ใหญ่คะพี่ใหญ่”
“หือว่าไง?” ชายหนุ่มรู้สึกตัว‘ไม่ได้สิ ต้องอดทนแผนชายงามต้องทำให้ยายแสบนี่ซาบซึ้งจนเข้าใกล้เราเอง จะหวั่นไหวไม่ได้เดี๋ยวไก่ตื่นหมด’
“น่าจะพอได้แล้วนะคะเนยหิวแล้ว”
เขาอุ้มเธอไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารคอยดูแลจนอิ่ม แล้วอุ้มเธอไปห้องน้ำเพื่อแปรงฟันก่อนนอนคุณใหญ่ยืนชิดเธอแล้วยังแปรงฟันอยู่ใกล้ๆ ก่อนนอนคืนนั้นเขาสั่งผ้าห่มมาเพิ่มอีกผืนห่อตัวเธอให้อย่างดีเพราะได้ยินเธอบ่นว่าหนาว
“เนยจะได้นอนอุ่นสบาย”เธอแอบโล่งใจที่เขาไม่พยายามมาเป็นผ้าห่มให้เธอเอง ‘จะเสียใจหรือดีใจน้า...ถ้าเกิดเขายอมรับที่จะอยู่กันแบบนี้’เธอมองเขาที่หันไปห่มผ้าอีกผืนแล้วล้มตัวลงนอน ในใจวูบโหวงประหลาดนึกถึงคืนที่ซุกซบอยู่ในอ้อมกอดเขาคืนนั้น ‘ช่างเถอะ! เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เวลาไปจะได้ไม่อาลัยอาวรณ์’
“นอนเถอะพรุ่งนี้จะได้สดชื่น”
บ่ายนี้หลังจากพี่ใหญ่พาภรรยาตัวน้อยออกไปจากหน้าห้องน้ำหญิงเจนนิสและแอมมี่เดินวุ่นวายออกตามหาแต่เพราะคนจำนวนมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสวนสนุกทำให้การมองหาสองสามีภรรยาทำได้ยากยิ่งก่อนจะออกไปแอมมี่ต่อว่าคุณสาม “ทำไมคุณสามไม่บอกให้คุณใหญ่รอพวกเราล่ะ?”
ส่วนเจนนิสยืนยิ้มน้อยๆอยู่ข้างน้องชาย “สงสัยจะรีบพาภรรยาไปโรงพยาบาล ไม่รู้ขาจะหักไหมคนทับไปเยอะขนาดนั้น” สีหน้าสุขสมทำเอาคุณสามสะดุดใจนี่เองใบหน้าที่เขาคุ้นเคยอยู่ข้างหลังกลุ่มคนพวกนั้น
เจนนิสกับแอมมี่คาดคั้นเอาคำตอบจากคุณสามว่าสองสามีภรรยานั้นไปโรงพยาบาลไหนแต่ก็ไม่สามารถไล่ต้อนคุณสามให้จนมุมได้ คุณสามยืนยันเพียงว่าพี่ชายและพี่สะใภ้พักอยู่โรงแรมใกล้ๆเมื่อสองสาวได้รับคำตอบแค่นั้นก็ตัดใจไม่ซักไซ้ต่อ ทำเพียงสะบัดหน้าพาผู้ติดตามมุ่งไปโซนสวนสนุกน้ำอีกฟากแทนคุณสามเดินตามได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารู้ว่า พี่ชายคงจะพาภรรยาเดินเล่นในนี้เพื่อรอขบวนแห่รถประดับไฟสวยงามในรอบค่ำ‘จัดการให้คนพวกนั้นออกไปจากแถวนี้ด้วยนะ’ คำสั่งของพี่ชายและยังเรียกให้คุณสองกับคุณสี่มาพักในโรงแรมเดียวกันเพื่อป้องกันความวุ่นวาย
“ไปสิคุณน้ำไปเดินเที่ยวทางโน้นกัน”
“อืม”น้ำค้างยืนมองคนทั้งสี่ที่เดินนำ เธอหันมาเห็นรอยยิ้มจางๆมุมปากของพ่อหนุ่มเจ้าแผนการ ‘ดูท่า สี่พี่น้องลับลมคมในอยู่ไม่น้อย หรือนี่จะเป็นแผนอีกแล้ว’ เธอมีสีหน้าวุ่นวายใจ รู้สึกหนักใจที่แผนใหญ่คงไม่สำเร็จโดยง่ายอย่างที่เคยหวังคุณสองกับคุณสี่ก็ยังไม่ปรากฏตัว พวกเขาช่างแปลกเสียจริง
ค่ำวันนั้นคุณสามทำหน้าที่เอนเตอร์เทนทุกคนหลังออกจากสวนสนุกเขาชวนคนทั้งหมดไปหาร้านนั่งชิลล์เพราะนี่เป็นคืนสุดท้ายในการท่องเที่ยวแล้วเจนนิสกับแอมมี่ปฏิเสธพร้อมกัน ทั้งคู่ขอรับประทานอาหารในโรงแรมทั้งหมดจึงต้องรวมตัวกันที่ห้องอาหาร แม้แอมมี่จะชะเง้อจนคอแทบเคล็ดก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคุณใหญ่
“คุณใหญ่ไม่ยอมลงมาเลย”แอมมี่หน้างอง้ำ
“เนยอาจจะปวดข้อเท้าก็ได้ครับเลยไม่ลงมากัน” คุณสี่คาดคะเน เขากับคุณสองมาสมทบ
“คุณสองกับคุณสี่ไปเที่ยวไหนกันมาครับ?” คุณอินหันไปถาม
คุณสี่ได้ทีเขาเล่าสถานที่ท่องเที่ยวที่พวกเขาไปเดินเที่ยวให้ทุกคนฟัง“มาเที่ยวนี้ผมถึงรู้ว่า เขาพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างจริงจังจริงๆมิน่าคนไทยมาเที่ยวที่นี่เยอะมาก แล้วยิ่งไม่ต้องทำวีซ่าญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่คนไทยมาเลยล่ะ”
“แยมยังไม่เคยไปเที่ยวที่ที่คุณสองกับคุณสี่ไปเลยค่ะ”แยมเงยหน้าจากจานอาหารเป็นครั้งแรก หลังจากที่เธอกินไปจนเกลี้ยงจานที่สองแล้ว
คุณสองมองแม่สาวโก๊ะที่เพิ่งให้ความสนใจเพื่อนร่วมโต๊ะ
“คราวหน้าค่อยมาใหม่ครับกว่าจะเที่ยวครบก็คงหลายเที่ยวหน่อย” คุณสี่เสนอแนะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ต้องไปชวนเพื่อนก่อนค่ะปกติมากับพี่แอมมี่” แยมทำหน้าแหยๆ เธอยังไม่กล้ามาคนเดียวที่เคยมาญี่ปุ่นครั้งก่อนก็ล้วนเป็นบารมีพี่สาวทั้งนั้น
คุณสองจับสังเกตแยมคุณสามจับตามองเจนนิสอยู่เรื่อยๆ จนน้ำค้างรู้สึกได้ เธอเริ่มรู้สึกว่าหากสังเกตดีๆ สายตาของพี่น้องมังกรกรุปล้วนแฝงไปด้วยการจับตาคนรอบข้างเช่นเดียวกับที่เธอเป็นนี่เป็นสัญชาตญาณของนักธุรกิจกระมัง จะว่าไปพวกเขาล้วนแล้วแต่บุคคลสำคัญของตระกูลกุมอำนาจทางธุรกิจอันดับต้นของประเทศจะธรรมดาคงไม่ได้เธอเคยได้ยินคุณพ่อเล่าถึงการอบรมเลี้ยงดูทายาทภายในมังกรกรุปว่าค่อนข้างเข้มงวดและเน้นให้ทุกคนเป็นผู้นำทางธุรกิจที่เก่งกาจด้วยการเชิญอาจารย์ที่มีสามารถเฉพาะด้านมาติวให้กับทายาททุกคนซึ่งทำให้อีกสามตระกูลในบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องขวนขวายหาคนเก่งมาสอนลูกหลานของตนอย่างเข้มข้นเช่นกัน
“คุณน้ำผมได้ยินว่า ฝั่งคุณเปิดโครงการใหม่แล้วใช่ไหมครับ?” น้ำค้างหูผึ่งเมื่อได้ยินคุณสองพูดเรื่องธุรกิจเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาส่วนตัว
“ค่ะเปิดใหม่สองโครงการ น้ำกับเน รับผิดชอบคนละโครงการ” เธอหมายถึง เนน้องชายคนละแม่ของเธอ พี่ชายแท้ๆ ของเนย
“บริษัทผมอนุมัติแล้วสิบโครงการบางทีเราอาจจะได้ร่วมงานกัน” คุณสองจ้องหน้าเธอ เพราะคำว่าโครงการทำเอาคนทั้งวงตั้งใจฟัง
เนยกระพริบตาถี่เธอมีหน้าที่ต้องสืบเรื่องนี้และต้องพยายามเข้าใกล้คุณสองแต่เพราะการท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นเรื่องของพี่แอมมี่ล้วนๆเธอจึงยังไม่ได้กระแซะเข้าใกล้คุณสองตามคำสั่ง โชคดีที่พี่โอภาสไม่ได้โทรศัพท์มาเร่งเร้าแค่คืนก่อนก็ย้ำว่าอย่าลืมสังเกตพฤติกรรมคุณสองให้ดี ‘กลับไปท่าทางฉันจะงานหนัก เปิดโครงการเรียบร้อยทุกบริษัทแล้วได้เวลาฟาดฟันกันจริงซะที’
“คุณสองไม่สนใจบริษัทเราบ้างเหรอคะ?” เจนนิสเอ่ยยิ้มๆแม้เธอจะยังคงพยายามลุยเรื่องคุณใหญ่แต่ผลประโยชน์ของครอบครัวก็ยังมาอันดับหนึ่งเสมอทายาททุกคนถูกปลูกฝังให้ยึดเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักไม่ว่าจะทายาทสายหลักหรือสายรองคุณอินยืดตัวตรงเขาตั้งใจฟังและจับตาดูท่าทีของพี่สาวกับคุณสอง
“สนใจครับมังกรกรุปจะเปิดเผยห้าโครงการแรกหลังการฮันนีมูนครั้งนี้” คุณสองยิ้มมุมปากเล็กน้อย“เพราะอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมังกรกรุป”
ประโยคท้ายทำเอาทุกคนอดเบิกตาขึ้นไมได้‘หมายความว่าไงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่’ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคุณวิรากับคุณสองคือ ผู้มีอิทธิพลโดยเปิดเผยในองค์การแห่งนี้ถ้าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารไม่น่าจะใช่ แต่ละคนต่างครุ่นคิดคาดคะเนในใจ
“แสดงว่ามังกรกรุปมีโครงการที่จะให้บริษัทอื่นเข้าร่วมใช่ไหมครับ?” คุณอินจ้องคุณสองอย่างลุ้นคำตอบ
“ครับโครงการใหญ่เกินกว่าเราจะรับผิดชอบตามลำพัง และเป็นโครงการที่ต้องร่วมมือกับต่างประเทศด้วย”คุณสองยังคงปล่อยข้อมูลออกมาทีละนิดเพื่อดูอากัปกิริยาของทายาทแต่ละบริษัท ‘กลับไป น่าจะเคลื่อนไหวกันน่าดู’
คุณสามยิ้มเล็กๆ“ผมจะได้รับผิดชอบสักโครงการไหมครับพี่สอง?”
“ก็ต้องดูว่ามีโครงการไหนเหมาะกับนายมั่ง? เราพิจารณาตามความสามารถอยู่แล้วนี่ นายก็ค่อยเข้ามาแข่งขันเอาสิ”พี่ชายปรายตามองเพียงแวบ
“ใจร้าย”คุณสามทำทีหน้าเง้าเหมือนเด็ก
“ผมก็ตั้งใจจะลุยสักโครงการนะครั้งนี้พี่สามแน่ใจเหรอว่า จะไหว?”คุณสี่ทำหน้าท้าทาย
“ของแบบนี้ใครดีใครได้เจ้าสี่”สีหน้าคุณสามดูเครียดขึ้น คนทั้งหมดลอบมองการปะทะคารมระหว่างพี่น้องพวกเขาไม่รู้ว่า ชายหนุ่มทั้งสามตกลงว่า รักกันหรือแย่งชิงผลประโยชน์กันกันแน่เพราะพวกเขาล้วนแต่เป็นลูกคนละแม่ ตามข่าวลือที่เคยได้ยินมา เจ้าสัวเฟยหลงเอ่ยปากเมื่อปลายปีก่อนจะจัดการเรื่องการบริหารงานในบริษัทก่อนจะถอนตัวออกไปใช้ชีวิตอย่างสงบในปีนี้
‘รึว่าพวกเขาก็กำลังแอบฟาดฟันกันในที’ น้ำค้างไม่เอ่ยอะไรเธอยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ มองดูพวกเขาคุยกันต่อไปเงียบๆ
***************************