ตอน 32 เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นศึกษา
ณ สำนักศึกษาเซียถ่งทง
องค์หญิงเหอเหนียงอี้ก็ปลอมตัวเป็นชาย ปรากฏตัวขึ้น เดินเข้ามาในสำนักเซียถ่งทงเข้าร่วมห้องเรียน ในขณะที่ทุกคนกำลังร่ำเรียน...
ท่านราชครูดุเสียงดัง...
"ใครน่ะกล้ามาก่อกวนสำนักศึกษาของข้าในขณะที่ผู้อื่นกำลังร่ำเรียน"
"เป็นข้าเอง ท่านว่าอย่างไรท่านอาจารย์ "
เมื่อเห็นเช่นนั้นท่านราชครู ถึงกับชะงักเพราะจำได้ว่าเป็นองค์หญิงเหอเหนียงอี้
ท่านราชครูรีบร้อนดึงแขนองค์หญิงเหอเหนียงอี้ออกมานอกสำนัก...
"ไอ๊หย๊า องค์หญิงเหอเหนียงอี้ อย่าทรงสร้างความลำบากใจให้ข้าน้อยเลย ที่นี่เ็นสำนักศึกษา ผู้อื่นตั้งใจมาร่ำเรียนเพื่อจะสอบจองหงวน หากท่านมาสร้างความวุ่นวายที่นี่เกรงว่าจะรบกวนบัณฑิตท่านอื่น"
"ท่านราชครู ท่านอย่าใส่ใจเลยเหอเหนียงจะไม่สร้างความวุ่นวายให้สำนักของท่านแน่"
องค์หญิงเหอเหนียงอี้ไม่สนใจคำพูดของท่านราชครู เดินหัวเราะคิกคักเข้าไปในห้องเรียน
ท่านราชครูถึงกับต้องเอามือกุมขมับ...
"แย่แล้วๆๆ นี่องค์หญิงเหอเหนียงอี้จะเล่นอะไรเนี่ย ใยต้องแต่งชุดของบุรุษชาย หากองค์รัชทายาทรู้เข้า ข้าต้องแย่แน่"
เมือองค์หญิงเหอเหนียงอี้เข้าไปในนั้น สายตาของสองพี่น้องสกุลหลานก็จ้องมองมาที่นาง
พี่ชายใหญ่ตกตะลึง
"น้องรองๆ เจ้าดูสิ นั่นมันเจ้าหนุ่มน้อยตัวกระจ่อยผู้นั้นที่เราพบในโรงน้ำเช้าเมื่อตอนกลางวัน"
คุณชายรองหันไปดู ก็ทำสีหน้าเย็นชาในนาง พร้อมกับอุทานออกมาว่า
"น่าเบื่อชะมัด น่ารำคาญขนาดนั้น ยังตามมาเจอที่นี่อีก"
แตกต่างจากพี่ใหญ่มาก ที่ยิ้มแย้มส่งยิ้มให้องค์หญิงเหอเหนียงอี้ พร้อมกับโบกมือทักทาย พูดเสียงเบาๆในขณะที่องค์หญิงเหอเหนียงอี้เดินผ่าน
"เจ้าหนุ่ม...เห้ๆๆเจ้าหนุ่มน้อย จำข้าได้ไหม ที่ช่วยเจ้าไว้เมื่อกลางวัน"
องค์หญิงเหอเหนียงอี้ไม่ได้สนใจการทักทายของคุณชายใหญ่แม้แต่น้อย เอาแต่จ้องมองคุณชายรองตาแทบจะไม่กะพริบตา
องค์หญิงเหอเหนียงอี้คิดในใจ
"คุณชายผู้นี้ช่างผยองจองหองนัก นักข้ายิ้มยังจะทำหน้าบึ้งตึง คอยดูเถอะ หากรู้ว่าข้าเป็นใครอย่ามาใจอ่อนก็แล้วกัน"
"เย็นชากับข้าไปเถอะ ข้าจะเอาชนะคนนิสัยเช่นเจ้าให้ได้ ข้าจะทำให้เจ้าหลงรักข้า..คอยดูเถอะ ตอนนั้นข้าจะคอยดูว่าเจ้ายังจะมีสีหน้าเช่นไร"
องค์หญิงเหอเหนียงอี้ตัวแสบ คิดเล่นพิเรนทร์ ชอบเอาชนะ คิดหาวิธีแกล้งคุณชายรองผู้เย็นชา โดยทำให้คุณชายรองตกหลุมรักนางให้ได้
คุณชายใหญ่ผู้แสนดี ย้ายที่นั่งมานั่งข้างองค์หญิงเหอเหนียงอี้เพื่อตีสนิท
"คุณชายน้อยท่านนี้ เจ้าเป็นบุตรชายขุนนางบ้านไหนกัน เหตุใดข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้า หรือว่าเจ้ามิใช่คนเมืองนี้"
"ท่านถามมากมาย น่ารำคาญชะมัด"
"พูดตามตรงนะ เจ้าน่าสนใจมาก ข้าอยากเป็นสหายกับเจ้า"
"ฮ่าๆ สหายกับข้าหรือ เจ้าดูหน้าชายที่ติดตามท่านผู้นั้นก่อนสิ ว่าพึงพอใจจะเป็นสหายกับข้าหรือไม่"
"ผู้นั้นมิใช่ผู้ติดตามของข้า แต่เป็นน้องรองของข้า หากเจ้ายินยอมเป็นสหายกับข้าล่ะก็ ข้าจะช่วยคุยกับน้องรองให้ยอมรับเจ้าเป็นสหายเช่นกัน"
"เจ้าพูดจริงหรือ!!!! งั้นดีเลย ตกลงข้าจะเป็นสหายกับท่าน"
"กลับไปนั่งที่ของท่านเถอะ"
พี่ใหญ่กลับไปนั่งที่ของตน กระซิบคุณชายรองว่า
"น้องรอง ข้าอยากเป็นสหายกับเจ้าหนุ่มนั่น เจ้าว่าอย่างไร "
น้องรองทำสีหน้าดุพี่ใหญ่
"พี่ใหญ่ นี่ท่านเสียสติไปแล้วหรือ ไอ้หนุ่มนั่นน่ารำคาญชะมัด..."
"เอาน่าน้องรอง อย่าคิดมากไปเลย ดูท่าแล้วหนุ่มนั่นก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไร"
"เอาเถอะๆๆ ตามใจท่านพี่"
"เป็นน้องรองของข้าที่ตามใจข้าที่สุด"
และแล้วองค์หญิงเหอเหนียงอี้ก็เป็นสหายร่วมศึกษากับคุณชายทั้งสอง...จนกระทั่งวันหนึ่งได้ท่านราชครูได้พาทุกคนออกไปศึกษาวิชาล่าสัตว์นอกห้องเรียนในป่าที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก... ในระหว่างที่กำลังล่าสัตว์นั้น...คุณชายใหญ่ก็ได้ทำปิ่นปักผมขององค์หญิงเหอเหนียงอี้ที่นางเคยให้ไว้ตอนเด็กหล่นลงพื้นต่อหน้านาง... พี่ใหญ่เห็นก็รีบหยิบขึ้นมา เก็บไว้กับตัวอย่างดี
คุณชายรองพูดแซว..."นี่ท่านพี่ยังเก็บของสิ่งนี้ไว้อยู่อีกหรือ...เกรงว่าแม่นางน้อยผู้นั้นคงแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ผ่านมาเป็นเวลา 10 นางคงมิรอเราหรอก ท่านดูสิ นางพูดว่าจะมาเยี่ยมเยือนเราที่จวน ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของนาง..."
"น้องรองข้าตั้งใจศึกษาครั้งนี้ก็เพื่อจะได้พบนางในวังหลวงได้อย่างเปิดเผย"
"ฮ่าๆท่านพี่ ไหนท่านบอกว่าท่านตั้งใจทุกอย่างเพื่อฝึกตนให้เก่งจะได้ปกป้องข้ายังไงล่ะ นี่ท่านเห็นสาวงามสำคัญกว่าข้าหรือ"
"ไอหย๊าน้องรอง อย่าเสียใจไป...มิมีผู้ใดสำคัญกับพี่ใหญ่เท่าน้องรองอีกแล้ว"
"สำหรับข้า... เจ้ากับท่านแม่ และท่านพ่อสำคัญที่สุด"
เมื่อได้ยินทั้งหมดด้วยหูตัวเององค์หญิงเหอเหนียงอี้ถึงกับอึ้งอ้าปากค้าง
"นะนี่นี่พวกเจ้าเป็นสหายวันเด็กของข้าหรือ"
คุณชายทั้งสองคนถึงกับงงงวย
"อะไรของเจ้า เจ้าพูดอะไรของเจ้า!!!"
ทันใดนั้นเององค์หญิงเหอเหนียงอี้ก็ดึงมวยผมตัวเองออกและดึงปิ่นปักผมออก เป็นผมของนางที่ยามสลวยจนถึงกลางหลัง
คุณชายทั้งสองตกใจมาก
"นี่...เจ้าเป็นหญิงหรือ...."
"ใช่ เจ้าโง่ จำข้ามิได้หรือ ปิ่นนั่นเป็นของข้าที่เคยให้เจ้าเมื่อครั้งที่ท่านพ่อของข้าจัดงานเลี้ยงให้พ่อของเจ้ายังไงล่ะ"
พี่ใหญ่ทำท่าเขินอายทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นแม่นางที่ตัวเองเฝ้ารอมาโดยตลอดอยู่ตรงหน้า...
เมื่อได้รู้ฐานะที่แท้จริงของกันและกันแล้ว...องค์หญิงเหอเหนียงอี้นางก็เริ่มรุกจีบคุณชายรองอย่างเต็มที่...
ทั้งๆที่ลึกๆแล้วคุณชายรองก็มีใจให้นางเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่คิดว่าจะต้องชมชอบผู้หญิงคนเดียวกันกับพี่ใหญ่...คุณชายรองจึงพยายามข่มใจตัวเองมาโดยตลอด...
ครั้งนี้ก็ยังเป็นพี่ใหญ่ของเราที่แสนดีกับน้องรองมาโดยตลอด... เห็นท่าทีชัดเจนของนางซะขนาดนั้นว่ามีใจให้น้องรองของข้าเพียงผู้เดียว ข้าผู้นี้คงไร้วาสนา...
ในค่ำคืนที่แสนปวดใจ คุณชายใหญ่ดื่มเหล้าชมจันทร์ด้วยความโศกศัล....ดื่มจนเมาเพื่อตัดใจจากนางในดวงใจ ยอมเสียสละเปิดทางให้น้องรอง...
กระทั่งวันเวลาผ่านไป คุณชายรองรู้ว่าพี่ใหญ่จงใจตีตัวออกห่างจากองค์หญิงเหอเหนียงอี้เพียงเพื่อเสียสละให้ตน คุณชายรองก็ยิ่งไม่พอใจ บุกไปหาพี่ใหญ่ถึงเรือนนอน ต่อว่าพี่ชายใหญ่
"พี่ใหญ่ ท่านจะเสียสละตนเพื่อข้าไปถึงไหน "
"ก็เห็นกันอยู่ว่าท่านมีใจให้นางมาตั้งแต่เด็ก เฝ้ารอนางมาโดยตลอด "
"เหตุใดอยู่ดีๆท่านตีตัวออกห่างจากนาง หรือเพราะท่านคิดว่าข้าชอบนาง ท่านจึงทำเช่นนี้"
น้องรองใจร้อนชกหน้าพี่ใหญ่ไปหนึ่งทีแบบไม่ได้ตั้งใจ เมื่อชกไปแล้วจึงค่อยมารู้สึกผิดทีหลัง
"ผะผะ พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ"
พี่ใหญ่ทำได้แค่ยิ้มให้น้องรอง ไม่รู้สึกโกรธเคืองใดๆ
น้องรองเสียใจมาก วิ่งหนีออกไป
"ท่านพี่ข้าขอโทษ ข้าจะไปสำนึกตนที่ห้องบรรพชนให้ดี"
คุณชายใหญ่มองน้องรองวิ่งออกไป พร้อมกับพูดว่า
"น้องข้า ครอบครัวของเจ้าดีต่อข้านัก หากไม่มีพวกเจ้า ข้าย่อมไม่มีวันนี้ เช่นนั้นไม่มีเหตุผลใดที่ข้าต้องแย่งชิงอะไรกับเจ้า อย่าว่าแต่สาวงาม แม้แต่ชีวิตของพี่ พี่ก็ให้เจ้าได้..."