ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่116 ความมืด...มืด....มืด.. ความสว่าง...สว่าง...สว่าง..

         แน่นอนว่าข่าวคราวเรื่องที่หวังเหนี่ยวเหนี่ยว ได้ให้สัตว์อสูรในพันธะของนางบินพาออกจากเขตป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลากันแล้วเป็นที่ล่วงรู้กันไปถึงเหล่าบรรดาเทพเซียน ที่คอยปกป้องดูแลผืนป่าแห่งนี้

         “ข่าวใหม่ ข่าวใหม่…”

         “พวกเจ้ารู้หรือยัง ว่านาง..นาง…แฮ่ก…แฮ่ก..”

         “นางไปแล้ว…นางไปแล้ว…พวกเราฉลอง!!”ท่านเทพเซียนหนึ่งในผู้ดูแลผืนป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลา

         “ใช่ๆต้องฉลองกันพวกเราจัดงานใหญ่ฉลองในป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลา ของพวกเรากัน”ท่านเทพเซียนอีกองค์หนึ่ง

         “ใช่ๆ…ฉลองกันเลย!!”เทพเซีนองค์อื่นๆ

         “ไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อนจริงๆ หลังจากเหมือนว่าข้าต้องตกอยู่ในห้วงความมืดมิดมาถึงสองวันเห็นจะได้”

         เหล่าบรรดาเทพเซียนต่างพากันจัดตั้งงานเลี้ยงฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยอารมณ์ที่มีความสุขเป็นที่สุดที่สาวน้อยหวังเหนี่ยวเหนี่ยวได้หลุดพ้นออกจากป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาเสียที

         ทันทีที่แม่นางน้อยหวังเหนี่ยวเหนี่ยว ก้าวขาไปพ้นออกจากเขตป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลา ทุกๆสิ่งที่มีชีวิตภายในป่าแห่งนี้ก็รู้สึกโล่งใจและสงบสุขขึ้นมาทันทีทันใด กลิ่นไอพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนที่จางหายไปด้วยยิ่งยืนยันทันทีเลยว่านางไม่อยู่ในเขตบริเวณของป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาอีกต่อไป

         ถึงแม้ว่าทุกสิ่งที่มีชีวิตหรือมไม่มีชีวิตต่างโหยหากลิ่นอันหอมหวนของพลังธาตุสีทองของเหนี่ยวเหนี่ยวก็ตามที แต่ถ้านางอยู่นานไปนักก็ไม่เป็นผลดีต่อความผาสุขของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใกล้รอบตัวของนาง!!

    ##

    ณ บริเวณเขตแดนที่เข้าสู่ชายแดนของเมืองเฮยอ้าน

         “ข้ามาแล้ว ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ ข้าหวังเหนี่ยวเหนี่ยวมาเยือนถึงเมืองเฮยอ้านแล้วเจ้าค่ะ…”เหนี่ยวเหนี่ยว ตะโกนร้องออกมาดังๆบนท้องฟ้าในเวลานี้ที่พวกนางกำลังอยู่บนหลังเจ้าขาวผ่องกันอยู่เลย

         “ยู้ฮู….วู้…”

         “เมืองเฮยอ้าน พวกข้ามากันแล้วเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเหลนๆ ก็ส่งเสียงตะโกนด้วยเช่นกัน ส่วนทางด้านพวกพี่ชายเองนั้นก็รู้สึกไปอีกแบบหนึ่ง 

         “ไม่รู้ว่าเมืองเฮยอ้านแห่งนี้จะพากันดีใจ และอยากจะต้อนรับน้องเล็กของข้าจริงๆหรือไม่กันนะ?? ถ้าพวกเขารู้ว่านางเป็นตัวป่วนของจริงน่ะ”พี่ใหญ่ซือจื่อ

         “นั่นน่ะสิขอรับพี่ใหญ่ แต่ก็ว่าเถอะนะจะมีผู้ใดรู้จักนางกันเล่าขอรับ น้องเล็กพึ่งจะมาที่เมืองเฮยอ้านเป็นครั้งแรกนะขอรับคงไม่มีใครรับรู้อะไรแบบนั้นหรอกขอรับ”พี่รองเหล่าหู่

         “ก็จริงน่ะเนอะ เหนี่ยวเหนี่ยวไม่เคยมาที่เมืองเฮยอ้านเลยจะมีผู้ใดที่เมืองแห่งนี้จะรู้จักนางกันเล่า ถือว่าพวกเขาโชคดีไปละกันที่ไม่รู้จักนางน่ะนะ”พี่ใหญ่ซื่อจื่อ

         “ใช่ขอรับพี่ใหญ่”พี่รองเหล่าสู่

         พี่ชายฝาแฝดทั้งสองคน ต่างก็พากันพูดนินทาน้องเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเขากันอย่างเมามัน

         บนท้องฟ้าในยามนี้ของการเข้าสู่เขตเมืองเฮยอ้าน ไม่ใช่เมืองหนิงหวงแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่เริ่มวางเค้าว่าจะมีความวุ่นวายและปั่นป่วนเกิดขึ้นแล้ว

       “ไม่นะทำไมข้าถึงได้รู้สึกแปลกๆกัน เหมือนกับว่าข้าเองกำลังสัมผัสถึงกลิ่นพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนกันเล่า..หรือว่าเป็นเพราะช่วงเวลานี้เจ้าพวกเฒ่าเซียนทั้งหลายจากป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลา มันพูดถึงแม่สาวน้อยที่ครอบครอบพลังธาตุนี้มากจนเกินไปนักหรือเปล่านะ”เทพเซียนผู้ที่ดูแลเขตเมืองเฮยอ้าน

         “..........!!!”ไม่ใช่แค่เทพเซียนที่ดูแลเขตเมืองเฮยอ้านเท่านั้นที่ได้รับรู้และสัมผัสพลังธาตุในตำนานนี้ เทพเซียนองค์อื่นๆก็สัมผัสได้เช่นกัน!!

         แต่ว่าเหล่าเทพเซียนองค์อื่นๆไม่อยากพูดถึงให้มันเป็นลางร้ายกับพวกเขาต่างหากเล่า ไม่มีเทพเซียนองค์ใดเอ่ยออกมาเพราะต่างคิดว่าอาจจะรับรู้สัมผัสผิดพลาดกันได้ ทั้งๆที่ในใจต่างก็รับรู้ดีว่าระดับเทพเซียนที่มีอายุหลายพันปี จะมาผิดพลาดกับเรื่องแบบนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยแม้แต่นิดเดียวมีแต่จะแม่นมากๆเท่านั้น!!

         “เอ่อ….พวกเจ้าเล่าได้รับรู้และสัมผัสพลังธาตุนี้ด้วยหรือไม่??”เทพเซียนองค์อื่นที่มาร่วมปรึกษาหารือกันเพื่อทำการหลีกเลี่ยงการประชุมที่ทำหนังสือร้องขอมาจากเขตป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาองค์หนึ่งเอ่ยปากถามแบบเบาๆออกมาอย่างรู้สึกวิตกกังวลขึ้นบ้างนิดหน่อยแล้ว 

         นี่ขนาดว่าไม่ได้เป็นผู้ที่ดูแลและปกป้องคุ้มครองเขตเมืองเฮยอ้าน ณ ช่วงเวลานี้ก็ตามทีแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้จริงๆ กับความวิตกกังวลในความรู้สึกแบบนี้

         “ใช่….!!!”เทพเซียนที่มารวมตัวกันบางส่วนบอกออกมาพร้อมๆกันอย่างเบาๆ และพยักหน้าไปด้วย

         “............!!”เทพเซียนที่ปกป้องรักษาเขตดินแดนเมืองเฮยอ้าน ตอนนี้ก็มีสีหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจ ใบหน้าซีดเซียวเสียแล้ว เพราะสิ่งที่คิดมันดันใช่จริงๆ 

        “โอ้….ข้าแย่แล้ว แย่แน่ๆ.!!นางมาแล้ว นางมาที่นี่จริงๆ นางมาที่เมืองเฮยอ้านแล้ว…!!!

         ข้า..ข้า…หาที่ซ่อนตัวก่อน ข้าต้องออกจากเมืองเฮยอ้านไปก่อนแล้ตอนนี้”ทพเซียนที่ปกป้องรักษาเขตดินแดนเมืองเฮยอ้าน

        “หยุดนะท่านจะไปไหนไม่ได้ จะละทิ้งเขตดูแลเมืองเฮยอ้านโดยตรงของท่านไม่ได้เด็ดขาดเลย แต่ว่าพวกข้าขอตัวก่อนไปล่ะท่านเทพ ขอให้ท่านโชคดี และสงบสุขกับแม่หนูน้อยหวังเหนี่ยวเหนี่ยวนะ”

         “แว๊บ……..”

         “..............!!!”ทพเซียนที่ปกป้องรักษาเขตดินแดนเมืองเฮยอ้าน

         “ข้าเองก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าจะต้องกลับไปดูแลเขตของข้าเองเช่นกัน ไปก่อนนะ!!”

          “แว๊บ…..”

         “..............!!”เทพเซียนที่ปกป้องรักษาเขตดินแดนเมืองเฮยอ้าน

         “เฮ้…..พวกเจ้ากลับมาก่อนอย่าพึ่งไป..!! ข้ารับรู้แล้วจริงๆว่าเจ้าเฒ่าเซียนที่ดูแลเขตเมืองหนิงหวง กับเจ้าพวกเฒ่าเซียนที่ดูแลเขตป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลารู้สึกอย่างไร!!”เทพเซียนที่ปกป้องรักษาเขตดินแดนเมืองเฮยอ้าน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแบบปลงตกจริงๆ ที่จะต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่ไม่สามารถคาดคิดได้เลยว่าจะเกิดอันใดขึ้นบ้าง

         ในตอนนี้มีแต่เพียงความเงียบวัน ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมาจากเทพเซียนองค์อื่นๆที่พากันหนีหายกระจัดกระจายกันไปอย่างรวดเร็ว

     แต่ในทางกลับกันทางด้านเขตเทพเซียนผู้ดูแลเมืองหนิงหวงนั้นก็รู้สึกสบายใจ และรู้สึกสาสมใจเป็นอย่างมากๆจริงๆ ถึงแม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ก็ตามที

          “ข้ารู้สึกมีความสุขจริงๆ ที่ให้เจ้าพวกเฒ่าเซียนที่ดูแลเขตปกป้องรักษาที่อื่นๆได้รับรู้ถึงความในใจ ความเจ็บปวดที่ข้าได้ประสบพบเจอบ้างแล้ว ถึงแม้จะไม่เท่ากับที่ข้าจะต้องเจอะเจอทุกวันก็ตามทีเถอะ ฮ่า…ฮ่า…”เทพเซียนที่ดูแลเขตเมืองหนิงหวง

         ในขณะที่เทพเซียนจากเมืองเฮยอ้านกำลังทนทุกข์ทรมานอยู่ เทพเซียนจากป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาก็กำลังพ้นทุกข์ไปหมาดๆและกำลังเฉลิมฉลองจัดงานใหญ่ขึ้นในเขตป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลา ออกปากส่งหนังสือชักชวนเพื่อนฝูงเหล่าเทพเซียนด้วยกันมาร่วมงานกันอย่างครึกครื้น 

         ความรู้สึกของแต่ละเขตแดนนั้นผิดกันมากมายเลยทีเดียว เพียงแต่ว่ารายต่อไปจะเป็นผู้ใดต่อนั้นก็คงจะต้องพากันรู้ตัวเกร็งกันเลยทีเดียล่ะ

         กลับมาทางผืนฟ้าเบื้องบนของเขตเมืองเฮยอ้านที่มีนกในตำนานตัวใหญ่กำลังบินผ่านไปอยู่

         “ฟืด….ฟืด……”

         “นี่น่ะหรือกลิ่นของเมืองเฮยอ้านน่ะ ช่างดำมืดสดชื่นจริงๆเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “..............??”พวกผู้ใหญ่

         “ใช่เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็กสดชื่นแบบมืดๆเจ้าค่ะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “ดูไม่ยากเลยเนอะเหลนๆ พอเข้าเขตเมืองเฮยอ้านปุ๊บก็มืดปั๊บเลยน่ะ เห็นความมืดมาแต่ไกลๆเลย ป่ะพวกเรานอนหลับกันเถอะท้องฟ้ามืดแล้ว”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “คร่อก…ฟี้…..”

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาว

         “ขอรับ ท่านย่าเล็ก”เหลนชาย

         “คร่อก…ฟี้…..”

         “ฮิ….ฮิ…..”พวกเด็กๆ

         “.............!!”พวกผู้ใหญ่

         ไม่ใช่คำพูดแปลกๆที่ออกมาเพียงเท่านั้น เจ้าเด็กพวกนี้ยังจะทำท่าทางกวนๆให้เห็นอีกด้วย

         “บรรยากาศความมืดของเมืองเฮยอ้านเนี่ย มันมืด มืด มืด มืดเหมือนกันไหมนะเจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋ง???”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เอ๋…..??”พวกเหลนชาย เอียงคอสงสัยเมื่อได้ยินท่านย่าเล็กถามคำถามแปลกๆออกมาอีกแล้วให้กับสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของท่าน

         “อ้อ…มันมืด..มืด…มืด..ไม่เท่ากันเจ้าค่ะเจ้านาย”เจ้าขาวผ่อง

          “มีแบบมืดนิดหน่อย มือปานกลาง มืดมิด มืดสนิทไปเลยเจ้านาย”เจ้าเด้งดึ๋ง

          “...............!!”ทุกๆคนที่ได้ยินการเปรียบเทียบความมืดของเมืองเฮยอ้านจากสัตว์อสูรในพันธะของเหนี่ยวเหนี่ยว ก็ยิ่งพากันมองแบบงงๆกันไปเลย 

         “ความมืด มันก็คือความมืดจะไม่เหมือนกันหรือขอรับ ท่านย่าเล็ก??”เหลนชายสี่เหล่าสู่ ผู้ที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรกเลยรีบเอ่ยปากถามขึ้นมาทันที หวังว่าท่านย่าเล็กหรือสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของท่านย่าเล็กจะอธิบายให้ละเอียดกว่านี้ ให้พวกเขาเข้าใจกัน

         “ไม่เหมือนกันหรอกเหลนชายสี่ และเหลนๆคนอื่นๆ ข้าจะอธิบายที่เจ้าเด้งดึ๋งบอกให้ฟังนะ ก็คือว่า..เมืองเฮยอ้านแห่งนี้น่ะพวกเจ้าลองสังเกตดูให้ดีๆว่า ถึงแม้จะเป็นเมืองแห่งความมืดมิดก็จริงๆ แต่บางสถานที่สามารถมองเห็นได้โดยแสงของดวงจันทร์ที่ส่องสว่างถึงอย่างไรล่ะ

         ดูทางฟากโน้นสิด้านล่างเห็นชัดกว่าทางด้านนั้นอีก นี่แหละคือความมืด..มืด…ที่แตกต่างกันน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “อ้อ…..”พวกเหลนๆ ต่างพากันมองดูทิศทางที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ชี้เปรียบเทียบให้พวกเขาได้เห็นภาพกันอย่างชัดเจนที่สุด จะได้ไม่ต้องนึกเอาเอง

         “จริงด้วยเจ้าค่ะ ดูสิทางนี้มองเห็นด้านล่างชัดเจนเลยเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “ใช่ๆ ข้าก็เห็นล่ะมืดแบบสว่างๆตรงนั้นเลย”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         พวกผู้ใหญ่เอง พวกท่านก็มองตามพวกเด็กๆไปด้วยและก็มีความตื่นเต้นและสนใจมากๆเช่นเดียวกัน เพราะแน่นอนว่าไม่ใช่แค่พวกเด็กๆเท่านั้นที่ไม่เคยเดินทางมาถึงเมืองเฮยอ้านแห่งนี้ พวกท่านเองก็เช่นกันไม่เคยเดินทางมาถึงเมืองเฮยอ้านมาก่อนเลย มีแต่ฟังเรื่องราวจากพวกพ่อค้าที่เดินทางค้าขายไปมาระหว่างเมืองต่างๆเท่านั้นเวลาที่พวกท่านเข้าไปที่ตัวเมืองใหญ่ของหนิงหวงเพื่อนำของไปขายหรือหาซื้ออาหาร ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในตัวเมือง

         “ถึงแม้นจะไม่มีดวงอาทิตย์ก็ตามที แต่พวกเจ้าอย่าลืมนะว่าดวงจันทร์ก็มีแสงสว่างได้เช่นกันถึงแม้นว่าจะไม่สว่างแบบดวงอาทิตย์ก็ตามทีล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “พอพูดถึงเรื่องความมืด..มืด…มืด…ไม่เท่ากัน ข้าเองก็ไม่เคยสังเกตเมืองหนิงหวงของพวกเราเลยนะเจ้าคะท่านย่าเล็กว่าจะมีความสว่าง..สว่าง..สว่าง…เหมือนกัน เท่ากันอะไรแบบนี้ไหม”เหลนสาวใหญ่ยายา

         “โอ้…จริงสิถ้าเจ้าไม่พูดข้าก็ไม่ได้สังเกตเช่นกันล่ะนะ อย่างว่าแหละพวกเราเกิดและเติบโตอาศัยอยู่ในเมืองหนิงหวงมานานมากเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรตรงนี้แม้แต่น้อยเลย กลับถึงบ้านครั้งต่อไปเห็นทีว่าข้าคงจะต้องสังเกตดูความสว่าง..สว่าง…บ้างแล้วล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ข้าก็ด้วยเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวรองมี่เฟิง

          “ข้าด้วยเจ้าค่ะ”เหลนสาว

          “ข้าด้วยขอรับ”เหลนชาย

          “.................”พวกผู้ใหญ่ ได้แต่พากันนั่งรับฟังพวกเด็กๆพูดคุยกันอย่างเงียบๆไม่ออกความคิดเห็นแต่อย่างใดกับเรื่องความมืด ความสว่างในตอนนี้!!

    ************

         เพียงแค่เข้าเขตชายแดนระหว่างเมืองเฮยอ้านกับเมืองหนิงหวงเพียงเท่านั้นเอง ก็เล่นเอาสั่นสะท้านไปถึงเบื้องบนอีกครั้งแล้ว แต่ขอให้เหล่าเทพเซียนทั้งหลายจงโชคดีและเตรียมพร้อมสำหรับความวุ่นและ และความปั่นป่วนที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว !!!

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน