Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 4 ตอนที่ 95 ฉันความจำเสื่อม!

            “คุณป้า ก่อนหน้านี้ผมบอกไปแล้วว่าผมเป็นแพทย์แผนจีนอีกทั้งยังเชี่ยวชาญด้านการมองฟังถามจับ1 การสังเกตสีหน้าก็สามารถมองเห็นสภาพร่างกายของอีกฝ่ายได้แล้ว” ซูฮ่าวเดินเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว จากนั้นก็ใช้จมูกสูดดมอย่างระวัง


            “ตั้งแต่ลำคอจนถึงหน้าท้องของคุณป้ามีกลิ่นโคโลญจน์จางๆ แต่ผมเพิ่งได้กลิ่นนี้จากตัวของหยวนเผิงถ้าเดาไม่ผิดละก็ เมื่อวานตอนเย็นคุณป้ากับหยวนเผิงคงจะมีอะไรกัน… ”

            “ไม่ต้องพูดแล้ว!” ยิ่งหวงตานกุ้ยฟังก็ยิ่งหวาดกลัวหลังจากได้ยินแล้วใบหน้าของเธอก็ซีดขาวไร้เลือดฝาด 

            ในตอนนี้เธอรู้สึกว่าซูฮ่าวที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นน่าหวาดกลัวราวกับปีศาจ

            ซูฮ่าวพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาโดยที่หน้ายังไม่เปลี่ยนสี “คุณป้าไม่ต้องตกใจ ต่อให้ผมไม่พูด เหวินหลิงก็รู้เรื่องเหล่านี้อยู่ดีท้ายที่สุด… ”

            “ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด!” หวงตานกุ้ยพุ่งตัวมาตรงหน้าซูฮ่าวแล้วกุมมือของเขาเอาไว้แน่นก่อนจะขอร้องว่า “ซูฮ่าวฉันขอร้องล่ะ นายอย่าบอกเรื่องนี้กับเหวินหลิงนะ!”

            หากไป๋เหวินหลิงรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้อง ด้วยนิสัยของไป๋เหวินหลิงแล้วตระกูลไป๋ทั้งตระกูลจะต้องรู้อย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นชื่อเสียงและฐานะของเธอจะต้องถูกทำลายจนป่นปี้อย่างแน่นอน 

            ในขณะเดียวกันสามีของเธอก็จะต้องขอหย่า และไม่มีใครดูแลเธออีกต่อไป 

            ซูฮ่าวทุบไหล่ของตัวเองแล้วพูดพึมพำเสียงเบาว่า “โอ๊ย เมื่อวานฉันทำงานเหนื่อยมาก ปวดไหล่ไปหมด”

            “ทำงานเหนื่อยมากไปไม่ดี เธอจะต้องดูแลสุขภาพด้วย มา เดี๋ยวป้านวดให้เอง!” หวงตานกุ้ยรีบให้ซูฮ่าวนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนเอื้อมมือมานวดไหล่เขา 

            “เฮ้อ วันนี้ฉันเดินมาตั้งสามชั่วโมง ขาก็ปวด”

            หวงตานกุ้ยรีบพูดขึ้นมาว่า “ดูสิทำไมนายถึงไม่ระวังเลยนะ มาๆ ป้าจะนวดให้”

            “คุณป้า ผมมีข้อเสียอยู่ข้อหนึ่งนั่นก็คือ ผมเป็นคนที่ปากพล่อยแต่ถ้าคุณยังปล่อยให้หยวนเผิงมายุ่งวุ่นวายกับเหวินหลิงอีกละก็ บางทีปากของผม… ”

            “ฉันจะไม่ให้เขามายุ่ง ไม่ให้เขามายุ่งเด็ดขาด นายจะเป็นหลานเขยคนเดียวที่ฉันยอมรับ” หวงตานกุ้ยรีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว 

            ซูฮ่าวกระแอมไอแล้วยิ้ม “คุณป้าแล้วเช็คห้าล้านก่อนหน้านี้ล่ะ… ”

            “เอาไปเถอะ เก็บเอาไว้ใช้นะ นั่นถือว่าเป็นค่าขนมที่ป้าให้นาย”

            ซูฮ่าวเผยรอยยิ้มไร้ยางอายออกมา “แต่เงินห้าล้านมันจะพอใช้ได้อย่างไร?”

            “ฉันให้เพิ่มอีกห้าล้าน!” หวงตานกุ้ยกระอักเลือดเธอล้วงมือลงไปในกระเป๋าแล้วหยิบเช็คออกมาอีกใบ หลังจากเขียนจำนวนเงินและเซ็นชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็ยื่นให้กับซูฮ่าว

             ซูฮ่าวรับเช็คใบนั้นมา แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนยกมุมปากขึ้น 

            “คุณป้าวางใจได้เลย นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปผมความจำเสื่อมแล้ว!”

            สำหรับซูฮ่าวแล้ว เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของหวงตานกุ้ยเลย

            ถ้าก่อนหน้านี้หวงตานกุ้ยไม่เคยช่วยหยวนเผิงให้มากล่าวหาเขา เขาก็คงหลับหูหลับตาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งครรภ์และไม่มีทางพูดออกมาต่อหน้าเช่นนี้แน่นอน 

            ท้ายที่สุดแล้วถ้าคนอื่นไม่มายุ่งกับฉัน ฉันก็จะไม่ไปยุ่งกับใคร 

            แต่ช่วยไม่ได้หวงตานกุ้ยมาหาเรื่องเขาเองอีกทั้งคำพูดที่พูดออกมาก็แสลงหูเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงต้องสั่งสอนอีกฝ่ายเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้

            เมื่อมีจุดอ่อนนี้อยู่ในมือเขาเชื่อว่าหลังจากนี้หวงตานกุ้ยจะต้องเจียมตัวมากขึ้นแน่นอน 

            “ความจำเสื่อมไปก็ดีแล้ว ลืมสิ่งที่เลวร้ายก่อนหน้านี้ไปให้หมด” บนหน้าผากของหวงตานกุ้ยยังมีเหงื่อเย็นๆ ผุดพราย แม้ว่าเธอจะรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมากแต่ใบหน้าก็ยังคงประดับรอยยิ้ม

            เธอเพิ่งได้เงินสิบล้านจากไฮโซเพราะใช้ร่างกายแลกมาแต่เงินยังไม่ทันหายร้อน กลับต้องกลายเป็นเงินค่าชุดแต่งงานให้กับซูฮ่าวถ้าบอกว่าไม่เจ็บใจก็คงเป็นเรื่องโกหก

            แต่มันช่วยไม่ได้ ใครจะรู้ว่าซูฮ่าวนั้นรู้ถึงความลับที่เธอเก็บงำเอาไว้เขารู้ว่าเธอกำลังตั้งท้อง อีกฝ่ายจับจุดอ่อนนี้ขึ้นมาเธอเองก็ไม่สามารถหลุดพ้นได้เลย

            ‘ต้องกำจัดเด็กคนนี้ให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นฉันจะต้องมีชนักติดหลังไปตลอดกาล’ หวงตานกุ้ยกัดฟันกรอดภายในใจเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อซูฮ่าว

            เธอตัดสินใจแล้ว เธอจะต้องเอาเด็กคนนี้ออก ถ้าซูฮ่าวไม่มีจุดอ่อนนี้ให้จับเมื่อถึงเวลานั้นเขาอยากจะใส่ร้ายเธออย่างไร แต่ไม่มีหลักฐานก็ไม่มีใครเชื่อเขาอยู่ดี

            เหมือนซูฮ่าวจะล่วงรู้ความคิดของหวงตานกุ้ย เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากในกระเป๋าเสื้อแล้วยิ้มออกมาอย่างเหนียมอาย  “คุณป้า แม้ว่าผมจะความจำเสื่อมแล้วแต่โทรศัพท์ของผมก็มีอาการความจำเสื่อมเป็นระยะ ถ้าคุณป้าเผลอทำเรื่องโง่ๆโทรศัพท์ของผมอาจจะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ ดังนั้นคุณป้าจะต้องระมัดระวังคำพูดหน่อยนะครับและอย่าทำเรื่องโง่ๆ ”

            หวงตานกุ้ยชะงักไป แล้วรีบหันไปมองโทรศัพท์ของอีกฝ่าย 

            ตอนนั้นเธอก็เห็นว่าหน้าจอโทรศัพท์ของเขากำลังบันทึกเสียงอยู่อีกทั้งเสียงนั้นมีความยาวเจ็ดนาทีกว่าแล้ว ภายในสมองของเธอมีเสียงดังลั่นหัวใจเย็นวาบขึ้นมาทันที 

            ด้วยการบันทึกเสียงนี้ ต่อให้เธอจะทำแท้ง มันก็ไม่มีประโยชน์ 

            หวงตานกุ้ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกัดฟันกรอด “ซูฮ่าวต้องให้ชื่อเสียงและเกียรติยศของฉันถูกทำลายจนป่นปี้ไปก่อน เธอถึงจะพอใจใช่ไหม?”

            “คุณป้าเข้าใจผิดแล้ว” ซูฮ่าวส่ายหน้าแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย “ตราบใดที่คุณป้ายังไม่ทำเรื่องโง่ๆออกมา คลิปเสียงนี้ก็จะเป็นเหมือนหินที่จมลงในมหาสมุทร และมันจะหายไปตลอดกาล”

            “แน่นอนว่าถ้าคุณป้าต้องการจะท้าทายขีดจำกัดของคลิปเสียงนี้และอยากจะลองก็ย่อมได้ แต่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้นผมไม่ขอรับผิดชอบนะ”

            “นาย… ” ในแววตาของหวงตานกุ้ยมีประกายเพลิงแห่งความเคียดแค้นพวยพุ่งแต่เธอก็ระงับมันลงอย่างรวดเร็ว 

            “ซูฮ่าว ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของนายกับเหวินหลิงอีกดังนั้นฉันก็หวังว่านายจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”

            ซูฮ่าวเก็บโทรศัพท์มือถือลงแล้วพยักหน้า “แน่นอนอยู่แล้วผมเป็นคนปากหนักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร”

            “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น” หวงตานกุ้ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆหลังจากควบคุมอารมณ์ได้แล้ว เธอก็เดินกลับไปยังห้องโถง

            ซูฮ่าวไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเดินตามไปด้านหลังด้วยท่าทีผ่อนคลาย 

            ตอนที่มาถึงห้องโถง หยวนเผิงกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับไป๋เหวินหลิงทั้งสองฝ่ายไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว 

            หยวนเผิงไม่ได้มีท่าทีประนีประนอมอีกต่อไปแล้ว สีหน้าของเขาย่ำแย่ราวกับกินอุจจาระแม้ว่าเขาพยายามที่จะปิดบังแต่ก็ยังสามารถมองออกได้เช่นเดิม

            เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่ซูฮ่าวและหวงตานกุ้ยขึ้นไปด้านบนหยวนเผิงก็มีการพูดคุยกับไป๋เหวินหลิงอยู่บ้างแม้เขาจะไม่รู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน แต่เมื่อเห็นท่าทีของหยวนเผิงไป๋เหวินหลิงน่าจะไม่ได้ไว้หน้าอีกฝ่าย

            “น่าสงสาร… ” ซูฮ่าวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเขารู้สึกเห็นอกเห็นใจหยวนเผิงขึ้นมาทันที 

            ไป๋เหวินหลิงเป็นเทพธิดาที่สูงส่งและเย็นชาต่อให้เป็นตัวเขาเองก็ไม่แน่ว่าจะสามารถสนทนากับเธอได้อย่างมีความสุขหยวนเผิงเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่ถ้าอยากเลียนแบบหมาป่าทางใต้ที่วิ่งขึ้นเหนือถ้าอย่างนั้นจุดจบก็จะถูกแช่แข็งไม่ใช่หรือ?

            “ซูฮ่าว คุยกับคุณป้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เมื่อไป๋เหวินหลิงเห็นว่าซูฮ่าวและหวงตานกุ้ยลงมาแล้วเธอก็รีบลุกขึ้นยืน แล้วถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม 

            แม้ว่าเธอจะกำลังยิ้มอยู่ แต่ในแววตาแฝงไปด้วยคำถามเหมือนกับต้องการจะรู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนคุยอะไรกัน และผลลัพธ์เป็นอย่างไร

            “คุยกันเรียบร้อยแล้ว ความจริงคุณป้าก็เริ่มเข้าใจฉันเล็กน้อยแล้วสิ่งที่เข้าใจผิดได้รับการแก้ไขแล้ว ในความคิดของเธอตอนนี้ ฉันทั้งฉลาด กล้าหาญและมีไหวพริบ เป็นคนดี เอาใจใส่ และยังอบอุ่น สิ่งที่หายากที่สุดเลยก็คือฉันเป็นคนที่น่ารักใจกว้าง และออร่าจับ ในขณะเดียวกันเธอก็ต้องถอนหายใจออกมา หลังจากเห็นหน้าฉันแล้วเธอถึงได้รู้ว่าความหล่อมีคำนิยามแบบนี้นี่เอง อีกทั้งเธอยังเตือนฉันว่าฉันต้องพยายามให้มากหน่อย ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะคิดว่าฉันมีดีแค่ที่หน้าตาอย่างเดียว” ซูฮ่าวพยักหน้า แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            เมื่อพูดจบ เขาก็หันไปมองทางหวงตานกุ้ยด้วยรอยยิ้มไม่มีพิษไม่มีภัย 

            “ใช่ไหมครับคุณป้า?”

            ………………..

    1มองฟังถามจับ (望闻问切) แพทย์แผนจีนจะใช้ (望) มอง คือการสังเกตอาการคนไข้(闻) ฟัง คือการฟังเสียงการพูด (问) ถาม คือการซักถามอาการ และ(切) จับ คือการจับชีพจร