บทที่ 18 มอบยันต์คุ้มครองกาย
"พูดได้ดี ไม่รักษาก็คือไม่รักษา!" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เออออห่อหมก
"ท่านปู่ แต่เมื่อก่อนท่านไม่ได้พูดแบบนี้นี่ขอรับ!" สวี่เหยียนบ่นอุบอิบ
"แล้วข้าพูดว่าอย่างไร?" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ถลึงตาใส่หลานชายอย่างดุดัน
"ท่าน..."
“พอได้แล้ว พอได้แล้ว ในเมื่อเ้าก้อนแป้งน้อยไม่รับเ้าเป็ศิษย์ เ้าก็กลับไปสำนึกผิดต่อซะ!" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่โบกมือไล่อย่างรำคาญใจ "ถ้าคัดกฎตระกูลสวี่ไม่เสร็จ ห้ามโผล่หัวออกมาเด็ดขาด"
สวี่เหยียน "..."
"ท่านปู่ พาข้าไปเยี่ยมท่านน้าเมื่อวานได้ไหมเ้าคะ?" หรานหร่านเอ่ยถาม
"ได้ ข้ากำลังจะไปดูอาการนางพอดี" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ตอบรับอย่างอารมณ์ดี
เดิมทีเขาแทบจะไม่รักษาใครแล้ว แต่แม่นางสวีซานผู้นี้ถือเป็ข้อยกเว้น อีกทั้งเพราะความสะเพร่าของสวี่เหยียนเกือบทำให้นางแท้งลูก เขาจึงต้องดูแลนางด้วยตัวเอง
เนื่องจากแม่นางสวีคลอดบุตรอย่างยากลำบาก อีกทั้งร่างกายอ่อนแอ นางจึงยังพักรักษาตัวอยู่ที่หุยชุนถัง ซึ่งเป็โรงหมอที่ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เปิดขึ้น
ทารกน้อยฝาแฝดที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็อยู่ที่หุยชุนถังเช่นกัน
หุยชุนถังไม่ใช่โรงหมอเล็ก ๆ แบ่งออกเป็สามชั้น ชั้นแรกเป็พื้นที่ตรวจรักษาและจ่ายยาสำหรับบุคคลทั่วไป ชั้นสองมีห้องพักฟื้นสำหรับผู้ป่วย ส่วนชั้นสามเป็ที่พักของเหล่าหมอ
เวลานี้ แม่นางสวีพักอยู่ที่ชั้นสองของหุยชุนถัง
ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาหุยชุนถังเพื่อรักษาและซื้อยาไม่ขาดสาย
ภายในโรงหมอมีหมอประจำอยู่ห้าหกคน
เมื่อท่านหมอผู้เฒ่าสวี่อุ้มหรานหร่านเข้ามา สายตาหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่พวกเขา
เห็นดังนั้น ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่จึงกระแอมไอ แล้วชี้ไปที่หรานหร่าน พลางประกาศก้อง "แม่หนูน้อยผู้นี้ชื่อหรานหร่าน เป็คนที่ข้าสวี่ซ่งให้การดูแลคุ้มครอง ต่อไปหากผู้ใดในหุยชุนถังกล้ารังแกนาง ก็เท่ากับรังแกข้า ข้าสวี่ซ่งจะไม่ละเว้นมันผู้นั้นเป็แน่"
สิ้นคำประกาศ ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็อุ้มหรานหร่านเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสอง ท่ามกลางความงุนงงของเหล่าผู้คน
"คิกคิก"
หรานหร่านเอื้อมมือไปดึงหนวดเคราของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เล่น พร้อมส่งยิ้มกว้างให้
แม้ท่านปู่จะไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเืกับนาง แต่นางััได้ถึงความรักความเมตตาที่ท่านปู่มอบให้!
เหมือนกับท่านอาจารย์และพวกศิษย์พี่ไม่มีผิด!
ดีเหลือเกิน!
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็เห็นบ่าวรับใช้ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง จากด้านในแว่วเสียงร้องไห้ของทารกน้อยราวกับลูกแมว และเสียงแม่นมกำลังกล่อมเด็ก
"ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่"
เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามา บ่าวรับใช้หน้าประตูก็เอ่ยทักทายอย่างนอบน้อม
"อืม" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ตอบรับสั้น ๆ ยืดอกมองบ่าวทั้งสอง แล้วยื่นมือไปเคาะประตู
ถังมัวมัวที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงจึงรีบมาเปิดประตู เอ่ยอย่างนอบน้อม "ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ มาแล้วหรือเ้าคะ?"
"แม่หนูน้อยอยากจะมาเยี่ยมแม่นางสวี ไม่ทราบว่าตอนนี้สะดวกหรือไม่?"
ถังมัวมัวเงยหน้าขึ้นสบตากับใบหน้าจิ้มลิ้มของหรานหร่าน รีบตอบรับทันที "สะดวกเ้าค่ะ สะดวก เมื่อครู่ฮูหยินตื่นขึ้นมายังถามถึงผู้มีพระคุณตัวน้อยอยู่เลย เชิญทั้งสองท่านด้านในเ้าค่ะ!"
เมื่อเข้ามาในห้อง ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็วางหรานหร่านลงบนพื้น
ดวงตากลมโตสุกใสของหรานหร่านกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่แม่นมสองคนที่กำลังอุ้มทารกน้อยในเปล
นางวิ่งต๊อกแต๊กเข้าไปหา เขย่งปลายเท้า ยืดคอชะโงกหน้าไปดูเ้าตัวน้อยทั้งสอง
"ตัวเล็กนิดเดียวเอง!"
หรานหร่านจ้องมองทารกน้อยตัวจิ๋วแก้มยุ้ยด้วยความตื่นตาตื่นใจ ยื่นนิ้วป้อม ๆ ไปจิ้มแก้มของทารกน้อยคนหนึ่งเบา ๆ
ทารกน้อยที่เพิ่งจะหลับไปดูเหมือนจะรู้สึกตัว เปลือกตาที่ยังมองเห็นไม่ชัดค่อย ๆ ปรือขึ้น ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขยับมุบมิบ
"คิกคิก..."
หรานหร่านรู้สึกสนุก จึงยื่นนิ้วไปจิ้มแก้มทารกน้อยอีกคนหนึ่งบ้าง
"ท่านปู่ พวกเขานุ่มนิ่มจังเลยเ้าค่ะ!" หรานหร่านร้องอุทาน
นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นเด็กทารกตัวเล็กและนิ่มนวลขนาดนี้
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เห็นท่าทางน่าเอ็นดูของหรานหร่านก็หัวเราะร่า "ตอนเ้าเกิดก็ตัวเท่านี้แหละ นุ่มนิ่มเหมือนก้อนแป้งเลยเชียว"
"แหะ" หรานหร่านหยิกแก้มตัวเองเล่น หัวเราะชอบใจ ในใจคิดว่า มิน่าเล่า ท่านอาจารย์และศิษย์พี่ถึงชอบหยิกแก้มข้านัก
หรานหร่านจ้องมองทารกน้อยทั้งสองครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงเอายันต์คุ้มครองกายออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้แม่นมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยเสียงใส "นี่ของฝากให้น้องสาวเ้าค่ะ"
"เอ่อ..."
แม่นมเป็คนที่ตระกูลสวีจ้างมา ไม่กล้ารับของจากคนอื่นโดยพลการ จึงรีบหันไปมองถังมัวมัวเพื่อขอความเห็น
ถังมัวมัวรีบเดินเข้ามารับเครื่องรางจากมือหรานหร่านด้วยสองมือ "บ่าวขอขอบคุณผู้มีพระคุณตัวน้อยแทนคุณหนูด้วยเ้าค่ะ"
พูดจบ ถังมัวมัวก็สอดเครื่องรางคุ้มภัยของหรานหร่านไว้ในสาบเสื้อของทารกน้อยที่เพิ่งเกิด
เห็นดังนั้น หรานหร่านก็ยิ้มกว้างให้ถังมัวมัว
ถังมัวมัวมองรอยยิ้มของหรานหร่านแล้วก็รู้สึกเอ็นดู ลูบศีรษะนางเบา ๆ ก่อนจะล้วงขนมหวานออกมาจากกระเป๋าส่งให้นางหลายเม็ด
หรานหร่านชอบกินขนมหวานอยู่แล้ว พอเห็นห่อขนมน่ารัก ๆ ก็ยิ้มจนตาหยี รับมาอย่างไม่เกรงใจ "ขอบคุณเ้าค่ะ!"
"เด็กคนนี้ มารยาทดีจริงเชียว!"
หรานหร่านเก็บขนมใส่กระเป๋า แล้วเดินตรงไปที่เตียงของแม่นางสวี
"สวัสดีเ้าค่ะท่านน้า!"
หรานหร่านทักทายแม่นางสวีอย่างน่ารักน่าเอ็นดู แล้วค่อย ๆ ปีนขึ้นไปนั่งบนเตียง จับมือแม่นางสวีมาวางนิ้วป้อม ๆ ทาบลงบนข้อมือ
แม่นางสวียังไม่ทันตั้งตัว มือก็ตกอยู่ในอุ้งมือน้อย ๆ ของหรานหร่านเสียแล้ว
เมื่อเห็นหรานหร่านทำท่าจับชีพจรให้อย่างคล่องแคล่ว นางก็อดอมยิ้มไม่ได้
ยากจะเชื่อว่าเมื่อวานนี้นางรอดตายมาได้เพราะเด็กหญิงวัยสามสี่ขวบคนนี้
มองดูท่าทางจริงจังของหรานหร่านขณะจับชีพจร แม่นางสวีรู้สึกราวกับตนเองกำลังฝันไป
"หนูเป็เทพตัวน้อยหรือ?"
แม่นางสวีเอ่ยถามเสียงแหบพร่า สายตาจับจ้องไปที่หรานหร่านอย่างไม่วางตา
เ้าก้อนแป้งน้อยปล่อยมือนางลง ส่งยิ้มหวานหยดจนแก้มบุ๋มเป็ลักยิ้ม ราวกับน้ำพุใสสะอาดในหุบเขา
"ไม่ใช่เ้าค่ะ ข้าชื่อหรานหร่านเ้าค่ะ!" หรานหร่านตอบเสียงเจื้อยแจ้ว แล้วกล่าวต่อ "ท่านน้าอย่าเพิ่งคิดมากนะเ้าคะ รักษาตัวให้หายดีสำคัญที่สุดเ้าค่ะ!"
ได้ยินดังนั้น แม่นางสวีก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง กวาดสายตามองไปที่เปลเด็กไม่ไกลนัก เอ่ยเสียงอ่อนโยน "เพื่อลูกทั้งสอง ข้าจะอดทนสู้ต่อไป"
ถังมัวมัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินก็อดถอนหายใจไม่ได้
ดวงตากลมโตของหรานหร่านกลอกไปมาอย่างเ้าเล่ห์ ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูแม่นางสวีด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ท่านน้าแค่รักษาตัวให้หายดี เร็ว ๆ นี้ก็จะได้เจอคนที่อยากเจอแล้วเ้าค่ะ"
เจอคนที่อยากเจอ?
แม่นางสวีสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้างมองหรานหร่านอย่างไม่อยากเชื่อ
หรือว่า... หรือว่าเ้าก้อนแป้งน้อยตรงหน้านี้จะล่วงรู้ความคิดในใจของนาง?