บทที่ 14
ทิ้งขว้างดอกไม้แห่งชั้นเรียน
“ถูกรางวัลเหรอ? มากขนาดไหนกันน่ะ?” ซูหลี่เหยาถามอย่างกระหาย
จริงๆเธอก็แอบคิดเื่แนวๆนี้มาก่อนเหมือนกัน ั้แ่ในภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นแล้ว ซูหลี่เหยาเดาไว้ว่าอู๋ตี้น่าจะถูกรางวัลมาแน่ๆ
หมูก็ยังเป็หมูวันยังค่ำนั่นแหละ ไม่ว่าเงินนั้นจะมาจากไหนหรือถูกรางวัลอะไรก็ตาม
“หนึ่งล้าน”
เอ้อซีซีบอกซูหลี่เหยาด้วยความเชื่อใจและง่ายดาย
ได้ยินจำนวนเงิน สีหน้าของซูหลี่เหยาก็ยิ้มแก้มปริจนเหมือนดอกไม้บานก่อนที่มันจะรีบเปลี่ยนกลับไปเป็ร้องไห้ได้ในพริบตา ช่างหลอกลวงได้แยบยล
“ฉันดีใจกับเขาด้วยจริงๆ ครอบครัวของเขาน่ะ ค่อนข้างแร้นแค้น ในเมื่อตอนนี้เขาถูกรางวัล 1 ล้านหยวน มันก็น่าจะเพียงพอที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของเขาง่ายขึ้นแล้ว เธอคงไม่รู้แน่ๆเลยคุณซีซี ว่าเขาน่ะต้องกินของราคาถูกกับสวมเสื้อผ้าเก่าๆตลอด แต่ว่านะ ยังไงฉันก็ยังรักเขามากๆล่ะ ”
เอ้อซีซีนั้นเริ่มมองเธอใหม่แล้ว การพบกันแย่ๆที่เป็ภาพทรงจำของซูหลี่เหยาก็เริ่มหายไปแล้วด้วย แถมตอนนี้เธอยังรู้สึกอย่างจะขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไปก่อนหน้าอีก หากยึดตามเื่ที่อีกฝ่ายพูดแล้ว ซูหลี่เหยานั้นเป็ผู้หญิงที่ดีมากจริงๆ เธอไม่เคยรังเกียจรูปลักษณ์และสถานภาพครอบครัวของเขาเลย เธอใส่ใจเขาในทุกๆที่ทุกๆอย่างและรักเขามากๆ แม้จะเลิกกันแล้วเธอก็ยังเป็ห่วงเขาจากห้วงลึกของหัวใจ
มีผู้หญิงที่ดีขนาดนี้มาตกหลุมรัก อู๋ตี้ควรจะมีความสุขมากๆแท้ๆ
แต่ความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างมันก็ก่อตัวในใจเธอเหมือนกัน บางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถพูดได้ ความรู้สึกที่เหมือนต้องสูญเสียอะไรไปและผิดหวังอะไรอยู่
เธอเข้าใจว่ามันคือความรู้สึกผิดที่มีต่อซูหลี่เหยา ใช่แล้ว หลังจากที่อู๋ตี้ถูกรางวัล เขาก็เลิกกับซูหลี่เหยา นี่มันช่างน่าเ็ปจริงๆ ไม่ๆๆ มันเ็ปเกินไปเสียด้วยซ้ำ
ไม่คิดเลยว่าด้วยนิสัยง่ายๆและหน้าซื่อๆของเขานั้น ตัวจริงจะเป็คนแบบนี้ แบบนั้นเขาก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายมักง่ายทั่วไปหรอก
เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่เจออู๋ตี้อีกครั้ง จากนั้นก็จะเริ่มห่างออกไปเอง
แต่อู๋ตี้ที่น่าสงสารนั้นยังไม่รู้อะไรทั้งสิ้น และนี่เองก็เป็เหตุผลสำคัญที่ทำให้ซูหลี่เหยาเดินหมากในครั้งนี้ นั่นก็เพื่อทำให้อู๋ตี้และเอ้อซีซีต้องผิดใจกันนั่นแหละ
เมื่อกลับไปที่ห้องของตัวเองแล้ว ซูหลี่เหยาก็ดีใจจนะโโลดเต้นออกมา 1 ล้าน อา~ ดูเหมือนว่าเธอจะได้ถังเงินถังใหม่เพิ่มแล้ว
ถึงแม้ว่าอู๋ตี้จะใช้เงินไปกว่า 30,000 หยวนกับภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นไปแล้วในวันนี้ แต่อย่างน้อยๆเขาก็ยังต้องมีเงินกว่า 900,000 หยวนอยู่ในมือ
คิดถึงเื่นี้ ซูหลี่เหยาก็แอบเสียใจนิดหน่อยที่อีกฝ่ายถูกรางวัลแท้ๆ แต่กลับไม่บอกเธอเลยเสียอย่างงั้น
ถึงแม้ว่าเปาซิงหวังนั้นจะเป็ลูกคนรวยก็จริง แต่ว่าตัวเขานั้นก็ไม่ได้มีเงินที่พร้อมใช้จ่ายแบบอิสระได้ถึง 1 ล้านหยวนหรอก อย่างที่เห็นได้จากภัตตาคารในวันนี้แหละ มันยากมากๆเลยที่เปาซิงหวังจะจ่ายเงินค่ามื้ออาหารกว่าพันหยวนเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ซูหลี่เหยารู้ว่าอู๋ตี้นั้นแอบชอบเธอมาั้แ่เขาเข้ามาเรียนที่นี่ และหากคิดตามบุคลิกซื่อๆของเขาเอง ถ้าเธอและเขามาเป็แฟนกันได้ 99% เลย ยังไงเงิน 900,000 หยวนนั้นก็ไม่หนีเธอไปไหนแน่ๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้นซูหลี่เหยาค่อนข้างจะมั่นใจมากๆว่าอู๋ตี้นั้นจะต้องทำดีต่อเธอแน่ๆ ต่อให้ความรักครั้งนี้จะต้องเป็ชู้ เขาก็ต้องยินยอมอย่างแน่นอน
ภายในใจของเธอนั้น อู๋ตี้เปรียบเสมือนสุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่สามารถมาและไปแทบจะทันทีที่เธอสั่ง และเมื่อไหร่ที่เธอโมโห เธอจะดุด่าเขาก็ได้
เพราะงั้นต่อให้เขาจะใช้เงินกว่า 30,000 หยวนในการชวนเอ้อซีซีไปกินอาหารเย็นแล้ว ยังไงซะเงินอีก 900,000 หยวนนั้นก็ต้องมาใช้กับเธอแล้ว
นั่นก็เพราะ เธอน่ะ คือเทพธิดาที่เขาตกหลุมรักมาตลอดยังไงล่ะ
บางทีสำหรับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขาเองก็น่าจะให้อภัยเธอได้ง่ายๆแบบไม่มีข้อโต้แย้งเหมือนก่อนๆแล้วก็กลับไปเป็สุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์เหมือนเดิมก็ได้
ไม่ ไม่บางที แต่มั่นใจเลย
ไม่มีเหตุผลอะไรที่เ้าอ้วนขี้แพ้แบบนั้นจะไม่ให้อภัยผู้หญิงที่สวยราวกับเทพธิดาอย่างเธอ
หากเธอเป็ฝ่ายเริ่มก่อน ยังไงซะอีกฝ่ายก็ต้องหวั่นไหวและคุกเข่าเลียเท้าเธออย่างแน่นอน
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาก็จะต้องใจอ่อนและยอมรับเธอในที่สุด การที่ได้แตะเนื้อต้องตัวเทพธิดาที่ใฝ่ฝันมานานนั้น ยังไงซะมันก็น่าซาบซึ้งใจใช่ม้า? ฮ่าๆๆๆ!
ยิ่งคิดสีหน้าของซูหลี่เหยาก็ยิ่งแสดงออกถึงรอยยิ้มที่แสนภาคภูมิใจพร้อมๆกับดวงตาที่ค่อยๆหลับลง
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเจอวิชาเรียนแบบติดต่อกัน 2 คาบเช้าไปแล้ว
อู๋ตี้นั้นกำลังจะออกไปพบอาจารย์เพื่อจะขอเปลี่ยนที่นั่งแล้ว แต่ซูหลี่เหยาหยุดเขาไว้ก่อน
นี่เป็การััตัวครั้งแรกของเธอและเขาในรอบ 3 ปีเลย หากไม่นับเื่ที่โดนตบไป 2 ทีเมื่อวาน ท่าทีของเธอนั้นดูสงบเสงี่ยมและสีหน้าเธอเองก็ดูเขินอายด้วย
อู๋ตี้ถึงกับชะงักไปนั่นเพราะว่าตามปกติแล้ว ขนาดเขาแค่เผลอไปโดนเธอนิดเดียว เธอยังรีบลุกหนีและะโออกมาเลย ดีไม่ดีเธออาจจะวิ่งหนีไปเหมือนเจอของน่าขยะแขยงเลยด้วย
แล้ววันนี้เป็อะไรไป? นี่เริ่มแตะเนื้อต้องตัวเขาก่อนเลยนะ? ยิ่งไปกว่านั้นไอ้สีหน้าที่ดูเขินอายนั่นอีก?
เขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองแล้วเริ่มสงสัยแล้วว่าเขากำลังฝันอยู่หรือเปล่า
“นายจะไปไหนน่ะ?” ซูหลี่เหยาเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มและน่าฟัง
“ฉันจะไปบอกอาจารย์เื่ขอเปลี่ยนที่นั่งน่ะ ก็เธอบอกให้ฉันเปลี่ยนที่นั่งนี่?” อู๋ตี้ถามกลับอย่างสงสัย เขาไม่รู้ว่าซูหลี่เหยานั้น้าอะไร
ก่อนหน้านี้ยังมองเขาเป็เครื่องระบายอารมณ์อยู่เลย วันนี้มาแบบเปลี่ยนตัวใหม่ซะงั้น นี่มันผิดปกติมากๆเลยนะ
“เื่ที่ฉันพูดตอนโกรธนั่นนายไม่เห็นต้องเก็บเอามาคิดจริงจังเลย” ซูหลี่เหยาทำหน้ามุ่ย มันดูไม่พอใจก็จริงแต่ก็ดูน่ารักไม่น้อยเลย
“อ๊ะ งั้นโทษทีนะ แต่ครั้งนี้ฉันอยากจะเปลี่ยนที่นั่งจริงๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปก่อนละกัน” อู๋ตี้นั้นไม่้ากินเธออีกแล้ว เพราะงั้นเขาจึงออกไปแบบไม่ใส่ใจเธอเท่าไหร่
สีหน้าของซูหลี่เหยานั้นเปลี่ยนไปในทันที เธอกัดฟันแน่นและกระทืบเท้า ภายในใจนั้นก็ก่นด่าไปด้วย : “ไอ้เ้านี่ ริอาจจะติดปีกหนีฉันหลังถูกรางวัลงั้นเหรอ! พวกผู้ชายนี่มันไม่มีอะไรดีเลยจริงๆ!”
ในตอนแรกนั้น เธอเข้าใจว่าหากเธอเข้าหาอู๋ตี้ก่อน เขาก็จะปฏิบัติกับเธอราวกับสุนัขและเชื่อฟังคำสั่งของเธอทุกอย่าง
สาเหตุที่ทำให้เธอคิดแบบนั้น นั่นก็เพราะว่าเธอรู้ว่าอู๋ตี้อยู่ในกำมือของเธอ อู๋ตี้นั้นตกหลุมรักเธอมากว่า 3 ปี เหมือนกับทหารหลวงที่ตกหลุมรักราชินี
แต่ใครจะไปรู้ว่าคนคนนี้จะเดินไปแล้วไม่กลับมาเลย
เธอรีบวิ่งตามอู๋ตี้ไปและไปตามทันที่ส่วนสุดท้ายของทางเดินพร้อมๆกับยื่นแขนออกไปด้วย ในตอนนั้นดวงตาของเธอแดงก่ำราวกับอู๋ตี้ทำอะไรผิด
เดิมที่แล้วทางเดินนี้ก็ไม่กว้างมากนัก และเมื่อมีคนมายืนกันอยู่ตรงกลางทางถึง 2 คน คนอื่นๆที่จะต้องผ่านทางนี้ต่างก็พากันหยุดและดูพวกเขาเหล่านี้
“อู๋ตี้ ทำไมนายทำร้ายจิตใจฉันขนาดนี้น่ะ? พวกเราอยู่ด้วยกันมาตั้ง 3 ปีเลยนะ! ทำไมนายถึงมาบอกเลิกฉันแบบนี้ล่ะ!?”
“ขนาดมีคนตั้งมากมายมาตามตื๊อฉัน แต่ฉันก็ยังเลือกนาย ฉันไม่สนว่านายจะอ้วนหรือไม่ ไม่สนด้วยซ้ำว่านายจะยากจนขนาดไหน!”
“เมื่อตอนพวกเราอยู่ด้วยกัน ฉันใส่ใจนายมากๆ ฉันดูแลนายทุกที ขนาดนายไม่เข้าใจบทเรียน ฉันยังไปขอร้องอาจารย์ให้ย้ายที่ฉันมาอยู่ข้างๆนายเพื่อช่วยสอนการบ้านนายเลย! ถึงแม้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้เกรดฉันแย่ลง แต่ฉันก็ไม่เคยบ่นเื่นี้แม้แต่ครั้งเดียว!”
“แม้บางครั้งนายจะไม่เข้าใจอะไรแล้วมาอารมณ์เสียลงที่ฉัน ฉันก็ไม่เคยว่าอะไร นั่นก็เพราะฉันรักนาย! เพราะงั้นฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น!”
“แล้วตอนนี้เป็อะไรไป? นายทิ้งฉัน แถมยังจะไปบอกอาจารย์ว่าจะขอเปลี่ยนที่เพื่อจะทิ้งฉันไปอีก นี่นายไม่อยากแม้กระทั่งเห็นหน้าฉันเลยงั้นเหรอ?”
“อู๋ตี้ นายยังเป็ผู้ชายอยู่หรือเปล่า? ขอบคุณที่ให้ฉันหลงรักนายมาตลอด แต่ตอนนี้นายกลับทิ้งฉันเหมือนกระดาษที่ใช้แล้ว! นายคิดว่านายจะใช้ชีวิตอยู่มาได้ถึง 3 ปีถ้าไม่มีฉันเหรอ!”
ถ้อยคำมากมายเ่าั้พุ่งออกมาเหมือนะุ ซูหลี่เหยาที่ทำตัวเป็เหมือนคนที่ถูกทิ้งอย่างไร้เยื่อใยในนิยายรักนั้น ในตอนนี้เธอเริ่มจะมีน้ำตาขึ้นมาแล้ว
นี่มันได้ผลสำหรับเธอ เพราะตอนนี้นักศึกษาทุกๆคนที่เดินผ่านนั้นกำลังจ้องเขม็งมายังอู๋ตี้แล้ว
“นั่นมัน เ้าอ้วนที่ฉันได้ยินชื่อมานานแล้วนี่”
“ใช่แล้ว เป็คนที่น่ารังเกียจจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็สาวสวยขนาดนั้นแท้ๆ เ้าหมอนี่ก็ยังเทเธอทิ้งๆขว้างๆแบบนี้อีก ไอ้หมูนี่มันกากเดนจริงๆ”
“ฉันให้อภัยแกไม่ได้แน่! ให้อภัยไม่ได้จริงๆ! พวกเรา ไปหยุดไอ้หมูนี่ไว้ อย่าให้มันวิ่งหนีไปได้!”
ทันใดนั้นเหล่าคนที่ตอนแรกเป็เพียงผู้ชมก็รวมตัวกันและล้อมรอบตัวอู๋ตี้ไว้ ในขณะที่บางคนก็เริ่มที่จะฉุดรั้งเขาบ้างแล้ว
แต่ด้วยน้ำหนักตัวอันมหาศาลของเขารวมเข้ากับตำแหน่งของเขาเอง เกรงว่าคนที่เข้ามาจับอาจจะโดนเขาทับตายไปก็ได้
อู๋ตี้ไม่คิดเลยว่าซูหลี่เหยาจะใช้วิธีนี้เพื่อขับเคลื่อนเหล่าผู้คน เวลาแบบนี้จะให้เถียงอะไรมันก็ไม่สะดวกทั้งนั้น
ให้ตายเถอะฟ้าดิน! เ้าหล่อนพูดเื่โกหกทั้งหมดเลยนะ แต่คนอื่นดันเชื่อซะงั้น! ไอ้คนที่ขออาจารย์ย้ายที่มาเพื่อช่วยสอนการบ้านน่ะมันก็เขาเองนั่นแหละ และตอนนี้เขาเองก็แค่อยากจะย้ายที่กลับไปเหมือนเดิมเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้อู๋ตี้พูดไม่ออกจริงๆนั่นก็คือ ซูหลี่เหยาพูดกระทั่งว่าเขาทิ้งเธอ นี่แม่คุณ ฉันกับเธอเคยอยู่ด้วยกันดีๆได้กี่นาทีกันเชียว? เพราะงั้นเื่ที่พูดนั่นไม่จริงแม้แต่นิดเดียว!
แต่เพราะคำพูดนั้นมันออกมาจากปากของเธอ มันเลยทำให้ดูเหมือนว่าเธอจะพูดเื่จริง และตอนนี้เขาก็กลายเป็เพียงกากเดนที่ไม่มีเหตุผลไปแล้ว แบบนี้เื่มันจะจบยังไงกัน?