ตอนที่ 3: ออกจากป่าดงดิบ
การบรรลุขั้นก่อกำเนิดขั้นสูงและมีพลังในการควบคุมลมปราณได้อย่างละเอียดอ่อน ทำให้ความมั่นใจของเฟิงหวงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่เขาก็ยังไม่ประมาท ป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยอันตรายที่สามารถคร่าชีวิตเขาได้ทุกเมื่อหากก้าวพลาด
"ต้องเตรียมตัวให้พร้อม"
สิ่งแรกที่เขาทำคือหาอาวุธ แม้ใบมีดลมปราณจะทรงพลัง แต่การใช้มันตลอดเวลาก็เป็การสิ้นเปลืองสมาธิ เขาหักกิ่งไม้ที่แข็งและตรงที่สุดเท่าที่จะหาได้ ใช้ใบมีดลมปราณค่อยๆ เหลาปลายให้แหลมคมและขัดเกลาผิวให้เรียบเนียน ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เขาก็ได้ 'หอก' ไม้ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยอันตรายมาไว้ใน
จากนั้น เขาดื่มน้ำจากลำธารจนพอใจและออกเดินทาง โดยอาศัยความทรงจำขององค์ชายเฟิงหวงเป็แผนที่นำทางไปยังทิศตะวันออก ซึ่งเป็ทิศทางของเมืองที่ใกล้ที่สุด
การเดินทางในป่าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและบททดสอบ สองวันแรก เขาได้แสดงให้เห็นถึงความฉลาดหลักแหลมที่เหนือกว่าการใช้กำลังเพียงอย่างเดียว
ครั้งหนึ่งเขาเผชิญหน้ากับ 'วานรสามเนตร' สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแก่นแท้ ซึ่งเป็ตัวตนที่เขาไม่อาจต่อกรด้วยได้ในตอนนี้ แทนที่จะเข้าปะทะซึ่งๆ หน้า เขาใช้ความสามารถในการควบคุมลมปราณที่เพิ่งได้มา ปกปิดกลิ่นอายของตนเองจนเจือจางที่สุด แล้วลอบเร้นผ่านอาณาเขตของมันไปอย่างเงียบเชียบ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนบ้าพลัง แต่เป็คนที่รู้จักประเมินสถานการณ์
ในวันที่สาม เขาได้พบกับศัตรูเก่าอีกครั้ง...ฝูงหมาป่าเขี้ยวเงาจำนวนสี่ตัว!
พวกมันจดจำกลิ่นอายของเขาได้และพุ่งเข้าโจมตีทันทีด้วยความกระหายเื แต่เฟิงหวงในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว
"มาได้จังหวะพอดี กำลังอยากทดสอบวิชาอยู่เลย" เขายิ้มอย่างเืเย็น
แทนที่จะะเิพลังออกไปเป็วงกว้าง เขากลับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ร่างกายที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยลมปราณอนันต์ทำให้เขาปราดเปรียวยิ่งกว่าเดิม เขาหลบหลีกกรงเล็บของหมาป่าตัวแรกได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับสะบัดปลายนิ้ว
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ใบมีดลมปราณสองสายพุ่งวาบออกไปราวกับดาวตก เจาะทะลวงเข้าที่ดวงตาของหมาป่าสองตัวอย่างแม่นยำ! พวกมันร้องโหยหวนลั่นและล้มลงไปชักดิ้นชักงอ
หมาป่าอีกสองตัวชะงักด้วยความใ แต่ก็สายไปเสียแล้ว เฟิงหวงหมุนตัวใช้หอกไม้ในมือที่เคลือบด้วยลมปราณจางๆ ฟาดเข้าที่สีข้างของตัวที่สามอย่างรุนแรงจนกระดูกซี่โครงหักสะบั้น ก่อนจะจบชีวิตตัวสุดท้ายด้วยใบมีดลมปราณที่พุ่งทะลุเข้าลำคอของมันอย่างเงียบกริบ
การต่อสู้จบลงในเวลาไม่ถึงสิบวินาที เฟิงหวงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพของหมาป่าอสูร ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ไม่เหนื่อยหอบแม้แต่น้อย นี่คือผลลัพธ์ของการควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบการเดินทางยังคงดำเนินต่อไป
ในวันที่ห้า ขณะที่กำลังข้ามลำธารสายหนึ่ง ความทรงจำขององค์ชายก็แจ้งเตือนถึงสมบัติล้ำค่าที่อาจพบได้ในบริเวณนี้... 'ผลตะวันชาด' ผลไม้ิญญาที่สามารถชำระล้างไขกระดูก เสริมสร้างร่างกาย และยกระดับพลังของผู้ฝึกยุทธ์ในโลกเบื้องล่างได้อย่างมหาศาล!
และเขาก็พบมันจริงๆ...ผลไม้สีแดงสดราวกับดวงตะวันดวงเล็กๆ ที่กำลังสุกงอมอยู่บนต้นไม้เตี้ยๆ ข้างลำธาร แต่แน่นอนว่าของล้ำค่าย่อมมีผู้พิทักษ์
ฟ่อ!
'อสรพิษเกล็ดหยก' ตัวยาวกว่าห้าเมตรเลื้อยออกมาจากโพรงหิน ดวงตาสีอำพันของมันจ้องเขม็งมาที่เฟิงหวง มันคือสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเทียบเท่าขั้นหลอมรวมระดับสูง
"ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างเราจริงๆ" เฟิงหวงเลียริมฝีปาก เขา้าผลไม้นั่น และอสรพิษตัวนี้ก็เป็คู่มือที่ยอดเยี่ยมในการทดสอบพลังทั้งหมดของเขา
การต่อสู้ครั้งใหม่จึงเริ่มขึ้น! อสรพิษเกล็ดหยกพุ่งเข้าฉกด้วยความเร็วสูง เฟิงหวงใช้หอกไม้ปัดป้องและแทงสวนกลับไป การปะทะกันของทั้งคู่ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น เฟิงหวงอาศัยความคล่องตัวหลบหลีกพิษที่ถูกพ่นออกมา พร้อมกับยิงใบมีดลมปราณเพื่อสร้างาแบนลำตัวของอสรพิษอย่างต่อเนื่อง
การต่อสู้ดำเนินไปเกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเฟิงหวงก็หาช่องโหว่เจอ เขาแกล้งทำเป็เสียหลักล้มลง เมื่ออสรพิษอ้าปากกว้างเพื่อจะกลืนกินเขาในคำเดียว เขาก็ะเิลมปราณทั้งหมดที่มีในตอนนั้นอัดเข้าไปในหอกไม้ แล้วพุ่งสวนเข้าไปในปากของมันอย่างสุดแรง!
ฉึก!
หอกไม้ทะลวงผ่านลำคอและทำลายสมองของอสรพิษเกล็ดหยกจากภายใน ร่างมหึมาของมันบิดเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะแน่นิ่งไป
"แฮ่ก...แฮ่ก...เกือบไปแล้ว" แม้จะมีลมปราณไม่จำกัด แต่การต่อสู้ที่ยืดเยื้อก็ทำให้ร่างกายและจิตใจของเขาเหนื่อยล้าได้เช่นกัน
เขาไม่รอช้า รีบปีนขึ้นไปเด็ดผลตะวันชาดมาและกินมันเข้าไปทันที
ทันใดนั้น พลังงานอันร้อนแรงแต่บริสุทธิ์ก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขา มันชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย เส้นลมปราณที่เคยซ่อมแซมไว้ถูกทำให้แข็งแกร่งและกว้างขึ้นเป็เท่าตัว กล้ามเนื้อและกระดูกก็ถูกเสริมความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับ!
ครืนนน!
พลังงานในตันเถียนของเขาปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะทะลวงผ่านคอขวดไปได้อย่างง่ายดาย!
ขั้นหลอมรวม
เฟิงหวงรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เขากำหมัดแน่นและััได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้นออกมา
หลังจากพักผ่อนจนร่างกายปรับตัวเข้ากับพลังใหม่ได้ เขาก็ออกเดินทางต่อ อีกสองวันให้หลัง ในที่สุดเขาก็เห็นแสงสว่างที่ปลายทาง...แนวป่าที่สิ้นสุดลง และเบื้องหน้าคือทุ่งหญ้ากว้างไกลที่มีถนนดินเส้นหนึ่งทอดยาวออกไป
ในที่สุด...เขาก็ออกมาจากป่าดงดิบที่กักขังเขาไว้ได้สำเร็จ
เฟิงหวงหันกลับไปมองป่าทึบเื้ั สถานที่แห่งความตายขององค์ชายเฟิงหวง และเป็สถานที่กำเนิดใหม่ของเขา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันกลับมามองเส้นทางเบื้องหน้า เสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาขาดรุ่งริ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยเืและดิน ทำให้เขาดูไม่ต่างจากขอทานที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
"เอาล่ะ...ต่อไปก็ต้องคิดว่าจะเล่าเื่ราว 'การรอดชีวิต' ที่น่าอัศจรรย์ แต่กลับต้องสูญเสียวรยุทธ์ทั้งหมดไปได้อย่างไรดีนะ?"
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ซอมซ่อของเขาอีกครั้ง เขาก้าวเท้าแรกออกจากป่า และเหยียบลงบนถนนดินที่มุ่งหน้าสู่โลกแห่งมนุษย์...โลกที่เต็มไปด้วยการเสแสร้งและคมดาบที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม
พายุลูกใหม่...กำลังจะพัดเข้าสู่ราชวงศ์เทียนหลงแล้ว