บทที่ 43 ตุ๊กตานำโชค ย่อมต้องมีความสุข (รีไรต์)
ฤดูหนาวได้นำพาความเหน็บหนาวมาสู่แผ่นดิน
แม่เฒ่าฉิน สวี่ซิ่วอิง และสือไห่ถังนั่งอยู่บนเตียงเตา อุ่นกายไปพลางเย็บปักถักร้อย พร้อมกับเล่นกับฉินเยาเยาไปด้วย
เมื่ออากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ แม่เฒ่าฉิน สวี่ซิ่วอิง และสือไห่ถังจึงนำผ้าที่ซื้อมาเมื่อสองสามวันก่อน ออกมาทำเสื้อผ้าให้กับทุกคนในครอบครัว
ฉินเยาเยาวัยสามเดือนกว่า รู้จักพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างเชี่ยวชาญแล้ว
นางนอนอยู่บนเตียงเตาอุ่น ๆ พลิกตัวไปมาอย่างสนุกสนาน
มีเสียงของฉินเหล่าซื่อดังมาจากนอกห้องว่า “ท่านแม่ ข้าจะออกไปเดินเล่นบนเขาสักหน่อยนะขอรับ”
แม่เฒ่าฉินยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ ฉินเยาเยาก็พลิกตัวกลับมายื่นมือออกไป ส่งเสียงอ้อแอ้ใส่แม่เฒ่าฉิน
แม่เฒ่าฉินรีบวางเสื้อผ้าที่เย็บอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ลง แล้วอุ้มหลานสาวขึ้นมา
“เด็กดี หิวแล้วงั้นหรือ”
สวี่ซิ่วอิงรีบวางสิ่งของในมือลง แล้วเดินเข้ามาหา
ฉินเยาเยาในวัยสามเดือนนั้นไม่เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ที่เอาแต่ร้องไห้งอแง นางจะส่งเสียงออกมาแค่ตอนที่หิวหรือต้องการขับถ่ายเท่านั้น
“แอ้!” ฉินเยาเยาชี้นิ้วน้อย ๆ ออกไปนอกหน้าต่าง พลางส่งเสียงเล็ก ๆ บอกความต้องการของตน ท่าทางกระวนกระวายเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องการออกไปกับบิดา
“อยากออกไปกับพ่อเจ้าหรือ” แม่เฒ่าฉินเอ่ยถาม พลางตีก้นกลม ๆ ของลูกสาวเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“แอ้!”
“ฮ่า ๆ ๆ” สวี่ซิ่วอิงมองท่าทางร้อนรนของลูกสาว นางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“เล่อเหนียง คงจะเบื่อที่ต้องอยู่แต่ในบ้านสินะ”
สือไห่ถังเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว เล่อเหนียงกลัวหนาวจะตาย ช่วงสองวันที่ผ่านมา แค่ลมพัดเบา ๆ พออุ้มนางออกไปข้างนอก นางก็ทำหน้าบูดแล้ว”
“แอ้ แอ้” ฉินเยาเยาส่งเสียงประท้วง
นางไม่ได้ขี้เกียจสักหน่อย ที่นางไม่อยากออกไปข้างนอก เพราะว่า…เพราะว่า…
ใช่! เพราะนางต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย
ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ นางไม่ได้ขี้เกียจแบบที่ป้าสะใภ้สามพูดสักหน่อย
“โอ๋ เด็กดีของย่ารู้จักประท้วงแล้วหรือ”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยหยอกเย้า จากนั้นก็รีบลุกขึ้นไปสวมเสื้อกันหนาว แล้วห่อตัวฉินเยาเยาเอาไว้อย่างมิดชิด
“ไปกันเถอะ พวกเราไปดูพ่อเจ้าจับกระต่ายบนเขากัน!”
สวี่ซิ่วอิงและสือไห่ถังสบตากัน เห็นแววขบขันในดวงตาของอีกฝ่าย พวกก็นางลุกขึ้น หยิบตะกร้าแล้วเดินตามหลังไป
เมื่อเข้าไปในป่าบนเขา ฉินเยาเยาก็พบว่าลุงและพี่ชายต่างก็พากันเดินหาของสนุก ๆ อยู่ในป่ากันหมดแล้ว
นางจึงรู้สึกโกรธเล็กน้อย ‘ทำไมไม่พานางมาเล่นด้วย!’
นางเองก็ลืมไปแล้วว่า ตอนนี้นางยังเป็นแค่เด็กทารกอายุเพียงร้อยวันเท่านั้น
“น้องสาว นี่ให้เจ้า”
ฉินลิ่งอันถือดอกไม้ป่าสีเหลืองอ่อนวิ่งเข้ามาหา แล้วยัดดอกไม้ใส่มือฉินเยาเยา
ฉินเยาเยาพยายามสะบัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี ดอกไม้สีเหลืองอ่อนนั้นก็ร่วงลงพื้น
“ไปกันเถอะ พวกเจ้าช่วยกันหาฟืนเยอะ ๆ หน่อย อีกไม่กี่วันหิมะก็จะตกแล้ว”
ฉินเหล่าซื่อกวักมือเรียกพี่ ๆ และเด็ก ๆ เข้าป่าไป
แม่เฒ่าฉินจึงกำชับว่า “ระวังตัวด้วย เมื่อวานฝนเพิ่งตก ระวังลื่นล้ม”
ฉินลิ่งเหวินเดินตรงเข้ามาหา
“ท่านย่า ให้ข้าอุ้มน้องสาวหน่อยขอรับ”
พอได้ยินดังนั้น คนอื่น ๆ ก็พากันเดินเข้ามาหานาง
ฉินเยาเยาจึงถูกส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้ ทุกคนต่างก็หอมใบหน้าของนางจนเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำลาย
‘ไม่เอาแล้ว!’
ฉินเยาเยารู้สึกเหนื่อยใจ
นางไม่ใช่ตุ๊กตานำโชคสักหน่อย!
‘ช่วยด้วย!’
“ท่านพ่อ อาสี่!”
เสียงร้องของฉินลิ่งเฟิงดังมาแต่ไกล ทำให้ทุกคนใจหายวาบ พวกเขาโยนข้าวของในมือทิ้งแล้ววิ่งไปหาเขาอย่างไม่คิดชีวิต
แม่เฒ่าฉินที่กำลังอุ้มฉินเยาเยาอยู่ รีบร้อนจนเกือบสะดุดล้ม
เมื่อทุกคนวิ่งเข้าไปใกล้ ๆ ก็ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ต่างก็มองดูฉินลิ่งเฟิงที่กำลังต่อสู้กับห่านตัวใหญ่ด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ
“โอ๊ย! ท่านพ่อ อาสี่ ห่านตัวนี้ดุร้ายมาก มันจิกน้องชายข้า!”
พอเห็นคนในครอบครัววิ่งเข้ามา ฉินลิ่งเฟิงก็รีบฟ้องอย่างน่าสงสาร มือเล็ก ๆ ยังคงกำขาของห่านเอาไว้แน่น ส่วนห่านตัวนั้นก็เอาหัวซุกอยู่ที่เป้ากางเกงของเขา เผยให้เห็นก้นห่าน
เมื่อเห็นท่าทางน่าขันของฉินลิ่งเฟิง ทุกคนต่างก็พยายามกลั้นขำจนตัวสั่น
ฉินเยาเยาก็หัวเราะคิกคักไปด้วย
ฉินเหล่าซื่อทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเดินเข้าไปจับคอห่านตัวนั้นบิดอย่างแรง
ฉินเยาเยามองดูท่าทางโหดเหี้ยมของท่านพ่อ นางถึงกับสะดุ้ง ตอนแรกก็จับไก่ ตอนนี้จับห่าน ต่อไปไม่รู้จะจับอะไรอีก
“อาสี่ ข้าอยากกินขาห่าน” ฉินลิ่งเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
มีเพียงฉินเยาเยาเท่านั้นที่รู้สึกผิดเล็กน้อย นางจึงพ่นฟองน้ำเล่นแก้เก้อ
เรื่องนี้โทษนางไม่ได้นะ นางเพียงแค่ต้องการปล่อยห่านตัวหนึ่งออกมาให้ครอบครัวได้กินเป็นอาหาร ใครจะรู้ว่านางมองผิดปล่อยห่านป่าออกมาเสียได้
ห่านป่าตัวนี้ไม่เหมือนกับห่านทั่วไป มันเป็นลูกห่านที่นางจับได้ตอนปฏิบัติภารกิจในป่าฝนเขตร้อนชาติที่แล้ว ตอนนั้นนางยังถูกแม่ห่านจิกเข้าเต็ม ๆ เจ็บมาก
ที่สำคัญที่สุดคือ ห่านตัวนี้เป็นสัตว์กินเนื้อ! มันกินเนื้อ!
หลังจากหัวเราะกันจนพอใจแล้ว ทุกคนก็เริ่มทำงานกันต่อ
คนที่ต้องหาฟืนก็ไปหาฟืน คนที่ต้องเก็บผักป่าก็ไปเก็บผักป่า คนที่ต้องเก็บเห็ดก็ไปเก็บเห็ด รวมถึงคนที่คอยก่อกวนด้วย ก่อนที่จะมืดและอากาศหนาวเย็นลง ทุกคนต่างก็พยายามรวบรวมฟืนและผักป่าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
ส่วนฉินลิ่งเฟิงถูกแม่เฒ่าฉินจับให้นั่งอยู่ข้าง ๆ นั่งเล่นถอนขนห่านที่ตายแล้วกับฉินเยาเยา
“โอ้โห ตรงนี้มีผักกาดป่าเยอะแยะเลย!” สือไห่ถังร้องอย่างดีใจ
“โอ้สวรรค์ ผักกาดป่าเยอะขนาดนี้ หากเอามาดองคงกินได้ทั้งฤดูหนาวเลย”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ฉินเหล่าเอ้อร์ก็ร้องอย่างดีใจเช่นกัน “ตรงนี้ก็มีผลไม้ป่าเต็มไปหมดเลย”
“ตรงที่ข้าก็มีเกาลัดเยอะแยะเลย” ฉินลิ่งเหวินร้องตามมา
“โอ้โห! มันเทศหัวใหญ่ยิ่งนัก!”
“ตรงนี้ก็มีไข่ไก่เพียบเลย!” สวี่ซิ่วอิงร้องบอกด้วยความตื่นเต้น
ในรังมีไข่ไก่อยู่ประมาณยี่สิบถึงสามสิบฟอง เห็นทีลูกสาวของนางคงได้กินไข่ไปอีกหนึ่งเดือน
เพิ่งจะเก็บไข่ไก่รังนั้นเสร็จ พอหันหลังกลับไปก็พบอีกรังหนึ่ง ใบหน้าของนางแดงขึ้นด้วยความดีใจ
ถึงแม้ว่าตอนนี้อาหารการกินภายในบ้านจะไม่ขัดสน อีกทั้งแม่เฒ่าฉินก็มีเงินเก็บอยู่ แต่อนาคตก็ยังไม่แน่นอน ต้องรู้จักประหยัดอดออมไว้บ้าง
ฝ่ายฉินเหล่าซื่อและฉินเหล่าซานก็วิ่งไล่ตามหมูป่าอยู่เช่นกัน ไม่นานนักฉินเหล่าซื่อก็ลงมือฆ่าหมูป่าตัวใหญ่
ฉินลิ่งเฟิงทนไม่ไหว รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปในป่า
วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็สะดุดกับกระต่ายป่าที่วิ่งสวนทางมาจนหน้าคะมำ
แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไล่ตามกระต่ายป่าตัวนั้นไป
วันนี้ทุกคนได้ของกลับมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเทศและผลไม้ป่า ต้องขนกลับไปกลับมาหลายรอบกว่าจะหมด
ส่วนฉินเยาเยาที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็หาวออกมาหนึ่งที ก่อนจะหลับไปในอ้อมแขนอันแสนอบอุ่นของท่านย่า
เด็กน้อยผู้นี้ช่างเป็นเด็กที่มีบุญวาสนายิ่งนัก สมแล้วที่ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างพากันเอ่ยปากว่าเป็นตุ๊กตานำโชค