Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    SS2 No.54 โกลาหล [1]

    "วู้บบบบบ!!"
    กลุ่มของกันต์และคนอื่นๆ พากันผ่านเกทวาร์ป จนโผล่มาที่ชายป่าด้านหน้า ที่เคยเป็นเขตกักกันอสูรระดับ 2 มาก่อน ซึ่งหลังจากที่มีการปลดล็อคครั้งที่ 2 อสูรที่เคยถูกกักอยู่บริเวณนี้ ก็พากันกระจายตัวไปทั่วทุกมุมโลก แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เลือกจะหลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้ และในเวลานี้สถานที่แห่งนี้ได้ถูกจัดเป็นสนามประลอง ให้คาเรนกับใบหม่อนและจางยี่
    ส่วนกันต์ ชูอิจิ และคนอื่นๆ ก็ได้แต่คอยสังเกตการณ์อยู่รอบนอก โดยให้ลูซทำการจำลองภาพในรัศมีรอบๆ แล้วฉายขึ้นเป็นภาพโฮโลแกรม เพื่อให้ทุกคนได้เห็นการประลองในครั้งนี้ และเมื่อเห็นทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว คนของชูอิจิก็ส่งสัญญาณเริ่มการประลองทันที
    "ฟิ้ววววว!!"
    "แกร๊ง!!"
    เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ยินสัญญาณเริ่ม คาเรนก็ช่วงชิงจังหวะปาอาวุธลับเข้าใส่ใบหม่อนเพื่อหยั่งเชิงทันที ทว่าในเสี้ยวพริบตานั้นเอง เธอก็ได้เห็นนักรบในชุดเกราะที่มีสภาพร่างกายคล้ายกับเงาสองตน ออกมาจากเงาของเด็กสาว พลางใช้ร่างกายรับอาวุธลับของเธอ อย่างไม่สะทกสะท้านอะไร
    "อาชีพน่าสนใจดีนะ หนูน้อย!!" คาเรนเอ่ยอย่างชื่นชม พลางบิดคอเล็กน้อย ก่อนจะเรียกดาบขึ้นมาในมือซ้าย
    ทว่าใบหม่อนกลับไม่ได้รู้สึกยินดีด้วย แต่มันกลับทำให้เธอเริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมาแทน เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่เห็นความสามารถของเธออยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สะกดข่มอารมณ์ "งั้นรบกวนพี่คาเรนช่วยชี้แนะด้วยละกันค่ะ!!"
    "ไม่มีปัญหาจ๊ะ!!"
    สิ้นเสียงของคาเรน ร่างของเธอก็พลันหายไปภายในพริบตา ก่อนจะโผล่ไปด้านหลังของใบหม่อน ดาบในมือซ้ายฟาดฟันลงมาอย่างไม่เร่งรีบ แต่ก็ทำเอาใบหม่อนถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ยังดีที่เธอไม่ได้สูญเสียความเยือกเย็นไป จึงได้เรียกนักรบเงาตัวที่สามออกมาป้องกันเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะรีบดีดตัวออกห่างจากรัศมี พลางเรียกดาบขึ้นมาถือในมือขวา ด้วยอาการที่เริ่มตื่นตระหนก
    ส่วนคาเรนที่โจมตีพลาดไป เธอก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรมากนัก เพราะเมื่อครู่เธอใช้ความเร็วแบบต่ำที่สุด เพื่อให้อีกฝ่ายมีโอกาสได้พักหายใจบ้าง ไม่ใช่ว่าเธอจงใจจะออมมือ หากแต่เธอจำต้องประเมินเด็กสาวให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเธอเผลอลงมือหนักเกินไป อาจทำให้เด็กสาวถึงตายได้ และนั่นคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่นัก
    "ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! ฟิ้ว!!"
    "ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!!"
    ระหว่างที่คาเรนกำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ นั้น ก็มีลูกธนูสามดอกพุ่งเข้าใส่ร่างของเธอจากทางด้านหลัง ทว่าคาเรนกลับเอี้ยวตัวเล็กน้อย เพื่อหลบลูกธนูทั้งสามดอก โดยไม่แม้แต่จะหันกลับหลังไปมองด้วยซ้ำ
    "ฟุ่บ!!"
    จางยี่ที่อาศัยการลบสัมผัสตัวตน และอาศัยหลบซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า เพื่อปกปิดกลิ่นอายสังหารของเขา ทว่าเป้าที่เขาได้เล็งเอาไว้กลับพลาดทุกดอก ด้วยความใจร้อนเขาจึงคิดที่จะยิงดักทางคาเรนอีกครั้ง ทว่าจู่ๆ ร่างของเธอก็พลันหายไปจากสายตาของเขา ก่อนจะได้ยินเสียงเธอมาจากทางด้านหลัง
    ทำเอาเขาแทบไม่ต้องคิดอะไรมากนัก พลางกดคันธนูในมือซ้ายลง พร้อมกับเรียกดาบขึ้นมาในมือขวา แล้วหันตัวกลับฟันใส่ทางด้านหลังทันที แต่ทว่า.....
    "ปัง!!"
    "อึก!!" ยังไม่ทันที่ดาบในมือขวาของจางยี่จะไปถึงเป้าหมาย เขาก็โดนหมัดของคาเรนต่อยสวนมาที่หน้าท้อง และด้วยความรุนแรงของหมัดเล็กๆ นั่น ก็ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือด และหมดสภาพในการต่อสู้ไปในทันที
    ขณะที่คาเรนจัดการกับจางยี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบพุ่งเป้าหมายไปที่ใบหม่อนต่อทันที ส่วนใบหม่อนที่เห็นจางยี่หมดสภาพในหนึ่งการโจมตี ก็ทำเอาตัวเธอเริ่มที่จะใจฝ่อขึ้นมา ถึงแม้ว่าเธอจะมีนักรบเงาสามตนคอยปกป้อง แต่ว่านักรบเงามันไม่ได้ทำงานโดยอัติโนมัติ หรือก็คือถ้าเธอจับการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไม่ได้ นักรบเงาก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องกลับมาพึ่งดาบและกำลังของตัวเองอีกครั้ง
    "หมดเวลาสนุกแล้วนะ หนูน้อย!!"
    "วืด!!"
    "ปึก!!"
    เสียงของคาเรนที่มากระทบข้างหูของใบหม่อน ทำเอาเธอรีบฟาดฟันดาบไปยังทิษนั้นทันที ทว่าทิศทางที่ใบหม่อนนั้นได้ฟันไป กลับตัดผ่านเพียงความว่างเปล่า ก่อนจะรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณต้นคอ จากนั้นเธอก็สติดับวูบไปในทันที ยังดีที่ร่างของใบหม่อนถูกคาเรนช้อนตัวเอาไว้ได้ทัน ทำให้ไม่ร่วงลงไปนอนกองกับพื้น ส่วนคาเรนก็ได้แต่ส่ายหน้าในความไร้เดียงสาของเด็กสาวที่สลบไป
    กลุ่มของกันต์ที่เฝ้ามองผ่านภาพโฮโลแกรม บริเวณด้านนอกชายป่า ทุกคนอดที่จะตกตะลึงกับความสามารถของคาเรนไม่ได้ เพราะเธอใช้เวลาจัดการกับนักล่าที่เลื่อนคลาส และผ่านการรับอาชีพมาแล้วถึง 2 คน ภายในเวลา 3 นาทีเท่านั้น แม้แต่ฮานะเองเธอก็ยังไม่แน่ใจว่า ถ้าเปลี่ยนให้เธอลงไปสู้แทน ก็ยังไม่รู้ว่าเธอจะเอาชนะเด็กนั่นได้รึเปล่า พลางได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเอง
    "ยัยเด็กนั่นเป็นมนุษย์แน่รึเปล่าเนี่ย!?"
    ส่วนคริสดูไม่ค่อยจะแปลกใจสักเท่าไหร่นัก หากแต่เธอก็อดชื่นชมความสามารถของคาเรนไม่ได้ ผิซึ่งดกับชูอิจิและคนของเขาที่มารับชมด้วย พวกเขาทุกคนพากันตกตะลึงอ้าปากค้างอย่างช่วยไม่ได้ จะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นคาเรน หมายเลข 1 ของโลก ต่อสู้แบบจริงๆ จังๆ
    เพราะคาเรนเป็นโซโล่ที่ไม่เคยเผยฝีมือที่ไหนมาก่อน และที่สำคัญไปกว่านั้น พวกเขาได้ลองประเมินกันคร่าวๆ แล้วก็พบว่า นั่นน่าจะยังไม่ใช่ฝีมือที่แท้จริงทั้งหมดของเธออย่างแน่นอน มีแค่เพียงกันต์เท่านั้นที่นั่งหาวหวอดๆ หลังจากผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ
    "คิดว่าคาเรนจะยอมเข้ามาอยู่กลุ่มของฉันไหม" จู่ๆ กันต์ก็เอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ
    "ไม่มีทางหรอกครับ!!" ชูอิจิตอบรับอย่างทันควัน
    "ถ้างั้นสนใจจะเดิมพันกันอีกสักรอบ เพื่อแก้ตัวไหม!?" กันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์
    "ถ้าผมชนะข้อมูลเขตกักกันอสูรระดับ 5 ถือว่าเป็นโมฆะนะครับ" ชูอิจิเอ่ยข้อเสนอด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจเต็มเปี่ยม
    "อืมมม!! งั้นถ้าฉันชนะ ขอเงินไว้ซื้อขนมกินสัก 1,000 ล้านเหรียญทองแล้วกันนะ" กันต์เอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร เพราะต่อให้เขาจะเสียเดิมพันรอบนี้ อย่างดีก็แค่เสมอตัว แต่ถ้าหากชนะขึ้นมา อย่างน้อยๆ ก็จะได้อาวุธใหม่ๆ ให้กับคนในกลุ่มของเขา ซึ่งดูจากอาการใบหม่อนและจางยี่ที่พึ่งแพ้มาหมาดๆ กันต์ก็พอที่จะคาดเดาได้แล้วว่า การเงินของเขาคงต้องฝืดเคืองอีกครั้งอย่างแน่นอน
    "แล้วคุณกันต์จะใช้เวลาสักกี่วันเพื่อชวนคุณคาเรนเข้ากลุ่มล่ะครับ"
    "นั่นสินะ!!" กันต์ทำท่าครุ่นคิดเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นต่ออย่างรวดเร็ว "เอาเป็นพรุ่งนี้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินก็แล้วกัน"
    "ตกลง พรุ่งนี้ผมจะมาเอาคำตอบนะครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงต้องขอตัวกลับก่อน" ชูอิจิรีบตอบรับก่อนจะขอแยกตัวจากไป
    ไม่นานนักคาเรนก็มาเดินออกมาจากป่า โดยมีใบหม่อนในสภาพหมดสติ พาดอยู่บนไหล่ซ้ายของเธอ ก่อนจะส่งมอบตัวใบหม่อนให้กันคริส แล้วหันไปพูดคุยกับกันต์ต่อทันที
    "ข้อมูลเลื่อนคลาสกับการรับอาชีพล่ะ!?"
    ทว่ากันต์กลับไม่ได้บอกกล่าวคำตอบออกไป พลางย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบกลับไปแทน "สนใจจะเข้าร่วมกลุ่มของฉันไหม" หากแต่คาเรนก็ตอบรับอย่างไม่ต้องคิดในทันที
    "ไม่!!"
    "เฮ้อออ!! น่าเสียดายจัง" กันต์ได้แต่บ่นอย่างเซงๆ พลางหันไปทางคริสเล็กน้อย "คริสเธอพาใบหม่อนกับไปพักก่อน ฮานะฉันฝากไปดูจางยี่ทีนะ"
    เมื่อกันต์เอ่ยจบเขาก็หันไปพยักหน้าให้กับคาเรนเล็กน้อย พลางดีดตัวพุ่งออกไปอีกทิศทางนึง โดยที่มีคาเรนตามเขาไปติดๆ ซึ่งคริสกับฮานะดูเหมือนจะเข้าใจว่ากันต์กำลังคิดที่จะทำอะไร ก่อนที่พวกเธอจะแยกย้ายพากันกลับไปยังที่พัก
    เย็นวันต่อมา
    ที่หน้าโรงแรมสุดหรูระดับ VIP มีกลุ่มคนของชูอิจินับสิบคนมายืนรอ ซึ่งหลายๆ คนดูมีท่าทางร้อนรนจนผิดสังเกต ส่วนชูอิจิก็ดูจะมีสีหน้าที่เค่งเครียดและเป็นกังวลไม่แพ้กันเลยทีเดียว ซึ่งในเวลานี้เขาและคนอื่นๆ แทบจะไม่ได้สนใจเรื่องเงินเดิมพัน กับข้อมูลที่จะต้องสูญเสียไปเลยแม้แต่น้อย หากแต่เป็นอาการที่ราวกับพวกเขาไปพบเจอเรื่องร้ายแรงอะไรมาอย่างนั้น
    ชูอิจิได้แต่เดินวนไปวนมาหน้าโรงแรมด้วยท่าทีกระวนกระวาย ส่วนคริสกับฮานะที่นั่งอยู่ในห้องอาหารของโรงแรม ก็ดูจะมีอาการที่แปลกใจไม่น้้อยเลยทีเดียว ผิดกับใบหม่อนที่พอเธอตื่นขึ้นมาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเช่นเคย ทางด้านจางยี่เองก็มีอาการที่เซื่องซึมอยู่ในห้องเช่นเดียวกัน
    ไม่นานนักกันต์กับคาเรนก็กลับมาที่โรงแรม ซึ่งหากสังเกตดูดีๆ แล้วจะพบว่าในเวลานี้ คาเรนได้เดินตามหลังของกันต์ เหมือนกับคนติดตามไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าในเวลานี้ชูอิจิไม่ได้มีเวลาจะมาสนใจเรื่องนี้อีกแล้ว เขารีบพุ่งตัวไปเข้าไปหากันต์อย่างรวดเร็ว
    "คุณกันต์ครับ คุณมี หญ้าคืนมาร วัตถุดิบในการหลอมยา เก็บไว้ที่ตัวบ้างหรือเปล่า"
    ชูอิจิเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ มีประเทศไทยที่เคยลงขายหญ้าคืนมาร แต่ในเวลานั้นวัตถุดิบจำพวกนี้มันไม่มีค่ามากนัก เพราะมียาแก้พิษที่หาดรอปออกมาได้ง่าย ทว่ายาแก้พิษที่พวกเขามีนั้น ไม่สามารถรักษาพิษที่ได้รับจากอสูรระดับ 5 พวกเขาจำเป็นต้องใช้ยาแก้พิษเฉพาะทาง ที่ทำการหลอมยาขึ้นมาเอง และหญ้าคืนมารคือหนึ่งในวัตถุดิบที่ว่านั่น
    "ก็พอมีอยู่ มีอะไรรึเปล่า!?" กันต์ตอบรับด้วยสีหน้าที่แปลกใจเล็กน้อย
    "ผมขอซื้อต่อ 100 ต้น ในราคา 1 ล้านเหรียญทองได้ไหม คนของผมถูกพิษจากอสูรระดับ 5 กำลังอยู่ในช่วงความเป็นความตาย หลังจากจบเรื่องผมจะมาอธิบายให้คุณฟังด้วยตัวเองครับ" ชูอิจิเอ่ยต่ออย่างกระวนกระวาย
    ซึ่งกันต์ก็พอที่จะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง ก่อนจะวาดมือดึงเอาหญ้าคืนมารออกมาจากระบบ แล้วส่งมอบให้ชูอิจิไป พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "เอาไปเถอะ!! ฉันไม่คิดเงิน แต่หวังว่าจะได้รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างละเอียดนะ"
    "ตกลงครับ!!" ชูอิจิรีบคว้าเอาหญ้าคืนมาร พร้อมกับจากไปอย่างรวดเร็ว โดยคนของเขาที่มาด้วย ต่างก็รีบตามไปติดๆ
    ก่อนที่กันต์จะเดินเข้าไปที่ห้องอาหารของโรงแรม เมื่อเห็นคริสกับฮานะนั่งกินอาหารด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย จนกันต์อดที่จะถามขึ้นไม่ได้ "อาการน็อยของใบหม่อนกำเริบรึไง พวกเธอถึงได้มานั่งรอฉันที่นี่!?" ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่คาดนัก เมื่อเห็นสองสาวพากันพยักหน้าหงึกๆ กันต์จึงเอ่ยต่ออย่างปลงๆ
    "อืมมม!! เดี๋ยวฉันจัดการเอง ฝากดูแลลูกทีมคนใหม่ไปก่อนละกัน" สิ้นเสียงของกันต์เขาก็ขึ้นลิฟท์เพื่อกลับไปยังห้องพักในทันที โดยทิ้งคาเรนเอาไว้กับคริสและฮานะ

    คล้ายกับเรื่องSurvival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด] ที่คุณอ่าน