ตอนที่ห้าสิบสอง โยคะฟลาย
โยคะฟลายที่ไม่ใช่โยคะเฟลมที่เป็นการพ่นไฟออกมาจากปากของนามู
แต่คือการนั่งสมาธิประกอบท่าต่างๆกลางอากาศที่ไม่ต้องมีผ้าแฮมม็อกมารองรับอย่างที่คนธรรมดาควรจะมีเอาไว้ และควรจะมีผู้เชี่ยวชาญจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตราย
แต่นั่นแสดงความสามารถในความเชี่ยวชาญในการบังคับควบคุมทุกสัดส่วนได้ของนามู
“ทำจายให้หลอมรวมกับจักรวาลฟ้าแลดินนั้นเป็นหนึ่ง”
ผมกลับหัวพนมมือกลางอากาศหลังจากลองเกลี้ยกล่อมนามูว่าให้ลองสอนเคล็ดวิชาที่ลอยได้กลางอากาศและเทเลพอร์ตให้ผมบ้าง
เนื่องจากผมอยากจะลองฝึกให้ชินกับสายวิชาของพลังแปลกๆก่อน
นามูผุดหัวขึ้นลงมาในร่างของตนเองได้ราวกับเต่าที่หดหัวไปในกระดอง
และสามารถบิดตัวไปมายืดแขนขาราวกับเชือกเกลียวได้กลางอากาศ
หากเขาใส่ชุดขาวทาหน้าขาว
ผมคงนึกว่าเขาคือผีจูออนแน่ๆ
“ตั้งจายหมั่น ให้คิดว่าเราอยู่ที่นั่นและอยู่ที่หนี่ได้เวลาเดียวก๋านก็จะสามารถเคลื่อนที่ด้วยความคิด มโนมยิทธิของนายจ๋า”
นามูกลับหัวกลางอากาศและตั้งสมาธิอยู่สักครู่
ก็ร่างกายกายเป็นภาพที่เลือนพร่าราวกับทีวีสัญญาณไม่ชัดก่อนที่จะปรากฏตัวลอยอยู่ที่มุมห้อง
“ตามตำนาน ผู้ใดที่ฝึกมโนมยิทธิได้สำเร็จจะเคลื่อนที่ได้จนสุดขอบกำแพงจักรวาล”
มีการดีเลย์อยู่นี่เอง
ผมให้นามูทำซ้ำให้ดูอีกสองสามครั้งโดยผมเพ่งสายตาไปด้วยการเร่งพลังปราณไปที่ตาและขม่อมในการช่วยให้สังเกตรายละเอียดการเคลือ่นไหวของพลังปราณได้ราวกับเนตรวงแหวนของซาสึเกะและค่อยๆตั้งสมาธิสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบห้องและค่อยๆเคลื่อนย้ายไป
ร่างกายราวกับเคลื่อนไหวผ่านบางอย่างที่เหนียวหนืด
ผมปรากฏตัวในสภาพกลับหัวที่มุมห้องอย่างที่ตั้งสมาธิไว้เช่นกันและต้องขอบคุณร่างกายระดับครึ่งก้าวเซียนของผมที่ไม่มีการอ้วกออกมาให้เสียหน้า
แต่แสดงว่าคนที่มีร่างกายอ่อนแอ ไม่น่าจะทนการเคลื่อนที่เทเลพอร์ตเช่นนี้ได้
คนที่กลับมาจากโลกเซียนกล่าวว่ายิ่งฝึกร่างกาย วิญญาณ ปราณ จะยิ่งทำให้เก่งขึ้นเป็นทวีคูณ
จากที่เห็นคือสามารถเก่งจนชกข้ามขั้นได้
ผมก็จะทำเช่นนั้นเช่นกัน
หากผมไม่ได้มีร่างกายครึ่งก้าวเซียนประกอบกับพลังปราณที่เจาะจุดชีพจรจำนวนมากมหาศาลในร่างกายแล้ว
คงยากที่จะทานทนในการฝึกกับนามูนี้
แต่ละอย่างราวกับฝึกร่างกายในอวัยวะที่เราไม่เคยคิดว่ามีอยู่จริง
แต่ละแขนงราวกับเราคือคนตาบอดที่ค่อยๆคลำช้างหาหนทางที่อยู่ในความมืดมิด
“หากนายจ๋าสามารถฝึกถึงขั้นสูงได้นายจ๋าจะไม่มีวันต๋าย ฉานเคยเห็นคุรุที่นั่งสมาธิมากว่าสามร้อยปีอยู่ใต้ต้นไม้และยางมีชีวิตอยู่”
นามูกลับมาในท่านั่งปรกติไม่กลัวหัวอยู่กลางอากาศแต่ค่อยๆลอยมาคุยข้างๆผม
จะให้เป็นซากมัมมี่ที่มีชีวิตที่สามารถลงนิตยสาร”เรื่องแปลกทะลุโลก”น่ะเรอะ?ไม่เอาหรอก
แบบเดียวกับเหล่าคุรุพวกนั้นที่นั่งสมาธินานจนร่างกายติดกับรากไม้และก้อนหิน แต่ยังมีชีวิตอยู่..เอ๊ะแต่คิดอีกที ให้เหลือแต่หัวยังรอดชีวิตเป็นศีรษะมารหรือผีหลอกวิญญาณหลอนก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่เสียทีเดียวตราบใดที่เราหาทางไปคืนชีพที่อื่นหลังจากการต่อสู้ได้ น่าเสียดายเรายังฝึกไม่ถึงขั้นกลั่นวิญญาณถึงยังควบคุมวิญยาณยังไม่ค่อยได้ต้องลองไปหาวิชาสายวิญญาณดูแล้ว แต่ต้องเคลียร์ผ่านเคล็ดวิชาต่างๆของนามูที่ร่วมมือกับเราด้วยดีไปก่อน
