ตอนที่ 9 กระพริบตาข้ามทวีป
ไม่ใช่ว่าแมงมุมาโง่เขลาที่มิอาจสามารถชนะสิ่งมีชีวิตเลเวลต่ำกว่าตนหลายชั่วอายุคนได้ การที่มันไม่เอาจริงเพราะมันรู้สึกเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก… ในขณะนี้ความโกรธของมันยิ่งพุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีกหลายขั้น มันถึงกับต้องใช้สกิลเพื่อจับหนอนแมลงตัวหนึ่ง… แมงมุมาผู้นี้ใช้สกิล!!!
อย่างไรก็ตาม สกิลที่ทำให้ติดสถานะหวาดกลัวยังไม่นับว่าเป็ที่สุดของแมงมุมาเลยแม้แต่น้อย มันสามารถสังหารไวท์ได้ั้แ่แรกเห็น มันเพียงรู้สึกเสียศักดิ์ศรีจึงอยากฆ่าด้วยการโจมตีธรรมดามากกว่า แน่นอน แมงมุมาคิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งมีชีวิตตนนี้จะรวดเร็วได้ถึงขนาดนี้ รู้เช่นนี้ มันคงปล่อยใยจำนวนมหาศาลออกมาดักการเคลื่อนไหวไปแล้ว
เอเลี่ยนไวท์พยายามขยับร่างอย่างสุดกำลัง อย่างไรก็ตาม มันเป็การกระทำที่เปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง
แมงมุมาเข้าจู่โจมด้วยขาหนึ่งข้างพลันพุ่งตรงลงมาอย่างรวดเร็ว เสียงแหวกอากาศที่เข้าใกล้ราวกับเคียวยมทูต เอเลี่ยนไวท์ดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์ แต่ภายใต้สถานะหวาดกลัวระดับสูงสุดของแมงมุมา ขนาดปลายนิ้วยังมิอาจขยับเขยื้อนได้ อาการดิ้นรนไม่สามารถแสดงออกผ่านสีหน้าและน้ำเสียง สภาพจิตใจของไวท์จึงแบกรับความทรมานนี้ไปเต็มๆ
ความทรมานที่้าดิ้นรนเอาชีวิตแต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย… ได้แต่เพียงรอความตายที่ศัตรูหยิบยื่นให้
ขาของแมงมุมาอยู่ห่างจากเอเลี่ยนไวท์เพียงหนึ่งเมตร กระทั่ง ระยะห่างของขาแมงมุมาและเอเลี่ยนไวท์ลดลงเหลือแค่หนึ่งเิเ แมงมุมากลับหยุดการโจมตีลงอย่างกระทันหัน สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจน เส้นขนของแมงมุมากำลังลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง… มันค่อยๆเคลื่อนสายตาทั้งแปดไปทางปากทางเข้าถ้ำที่มันเคยออกมา
ตึก… ตึก… ตึก…
เสียงฝีเท้าสายหนึ่งกลับกลายเป็เสียงที่ดังที่สุด ประสาทััของเอเลี่ยนไวท์ยังไม่ดีพอจะได้ยินเสียงฝีเท้านี้ แต่แมงมุมานับเป็อีกเื่หนึ่ง มันปรากฏหยาดเหงื่อพร่างพรายทั่วทั้งร่าง ความเคียดแค้นที่มีต่อเอเลี่ยนไวท์ชนิดที่พลิกแผ่นดินล่าพลันสลายหายไปในทันที ต่อหน้าตัวตนเบื้องหน้านั่น…
แมงมุมายังไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าสิ่งที่มันกำลังพบในขณะนี้คือตัวตนในตำนาน… ทันใดนั้น เมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น ิญญาของมันราวกับหลุดออกจากร่างไป…
<เทพอสูร>
“อ๊าซซซ” เสียงร้องครั้งนี้สูงแหลมกว่าครั้งไหนๆ แมงมุมาเปิดใช้สกิลบัฟเสริมต่างๆทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเื่ของความเร็ว มันรีดเค้นแรงขาทั้งหมดเพื่อวิ่งหนีออกไป มันตัดสินใจทิ้งรังและลูกๆอย่างไม่ลังเล เพียงสามลมหายใจ แมงมุมาก็หายไปจากครรลองสายตา
ตึก… ตึก… ตึก…
จากที่เอเลี่ยนไวท์ไม่ได้ยินเสียงใดๆ พอเทพอสูรเข้าใกล้ระยะการฟังของเอเลี่ยนไวท์ มันจึงหันมองมาทางต้นกำเนิดของเสียงนั้น ซึ่งมันหลุดจากสถานะหวาดกลัวระดับสูงสุดแล้ว แต่ทว่า ทันทีที่เอเลี่ยนไวท์มองเห็นเรือนร่างของเทพอสูร จังหวะที่ไวท์พลาดสบตาเข้ากับเทพอสูร ทั่วทั้งร่างราวกับดับสนิท ประหนึ่งโลกทั้งใบถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์
เรือนร่างที่คลับคล้ายมนุษย์โผล่พ้นออกมาจากปากถ้ำที่มืดมิด ผ้าอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มประดุจไพลิน ในสายตาของมนุษย์ ใบหน้าของมันหล่อเหลาอย่างบ่งบรรยายไม่ได้ หน้าตานั้นราวกับอยู่คนละมิติกัน
“ค่าสเตตัสสูงผิดปกติจนน่ากลัว เ้าต้องเป็ลูกหลานของตัวที่อยู่ข้างในวัตถุนั่นเป็แน่” เทพอสูรเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ “เ้าคงไม่เข้าใจข้าสินะ”
ไม่ใช่แค่แมงมุมา ในขณะนี้ลูกแมงมุมาต่างพากันวิ่งกรูออกไปจากรังของมันเองราวกับฝูงมด
เอเลี่ยนไวท์งุนงงอยู่บ้าง มันมิอาจทำความเข้าใจภาษาของเทพอสูรได้ ทันใดนั้น การแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
<ท่านได้เรียนรู้ภาษาอสูรต้นกำเนิด>
<ท่านได้รับสกิล:จ้าวแห่งปัญญา Lv.1>
ในชั่ววินาทีนั้นเองที่สภาวะกระหายเืหายไป นี่สืบเนื่องจากสกิลของจ้าวแห่งปัญญาและภูมิต้านทานต่อคำสาปเอเลี่ยน จ้าวแห่งปัญญานั้นช่วยเพิ่มค่าสติที่สูงมาก มันทำให้ไวท์หลุดออกจากภวังค์การควบคุมของคำสาปซึ่งเป็สัญชาตญาณดิบของเอเลี่ยนสายพันธุ์นี้ หลังจากนั้น ความทรงจำมากมายขณะที่เขาไม่ได้สติต่างพรั่งพรูทะลักเข้ามาราวกับน้ำป่าหลาก
ไวท์คุมสติได้ดี เขาหันมองไปทางตัวตนปริศนาตรงหน้า “เ้าเป็ใคร?” วินาทีที่เขาเห็นค่าสเตตัสของเทพอสูร เขาถึงกับผงะค้าง ั์ตาพาดผ่านด้วยความตกตะลึงงันสุดขั้ว ค่าสเตตัสของมันเหนือชั้นกว่าัอัคคีเสียอีก…
เทพอสูรเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ ถูกต้อง… เทพอสูรผู้เยือกเย็นสงบราวกับน้ำแข็งหมื่นปีผู้นี้กำลังปรากฏแววตกตะลึงลานในรอบหลายแสนปี!!! “เ้าเข้าใจภาษาของข้า!?”
ไวท์ฉงนอยู่บ้าง ทำไมมันต้องใขนาดนั้น?
เพียงสามลมหายใจ เทพอสูรก็กลับคืนสู่อาการนิ่งสงบ ั์ตาที่คมกริบดุจใบมีดจับจ้องมาทางสิ่งมีชีวิตปริศนา สิ่งหนึ่งที่ทำให้เทพอสูรต้องประหลาดใจอีกครั้งคือมันมิอาจอ่านรายละเอียดสกิลของสิ่งมีชีวิตตรงหน้าได้เลย โดยปกติแล้ว นอกจากจะเห็นสกิลและค่าสเตตัสของสิ่งมีชีวิตตัวอื่น มันสามารถอ่านรายละเอียดของสกิลนั้นๆได้ แต่ทว่า เมื่อเทพอสูรพยายามอ่านรายละเอียดสกิลของมัน บังเกิดข้อความหนึ่งขัดขวางไว้
<การอ่านรายละเอียดสกิลถูกขัดขวาง:ล้มเหลว>
<การอ่านรายละเอียดสกิลถูกขัดขวาง:ล้มเหลว>
<การอ่านรายละเอียดสกิลถูกขัดขวาง:ล้มเหลว>
เทพอสูรพลันขมวดคิ้วเป็ปมแน่น มันที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสรรพชีวิตย่อมไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ถูกขัดขวาง? นี่สืบเนื่องจากฉายาเ้าผู้ปกครองจักรวาล ถ้าความแตกต่างเื่พลังของเทพอสูรกับไวท์ไม่มีมากดุจ์จรดนรก ฉายาเ้าผู้ปกครองจักรวาลจะขัดขวางการประเมินต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่เห็นแม้กระทั่งชื่อสายพันธ์ุ…
“น่าสนใจ…” เทพอสูรเผยรอยยิ้มลึกลับ ั์ตาฉายประกายเจิดจรัส “เ้ามีความสามารถในการฆ่าข้าได้ ข้าจะปล่อยให้เ้าเติบโตขึ้น ในภายภาคหน้า เราสองคนจะได้ต่อสู้กัน” น้ำเสียงของเทพอสูรทุ้มต่ำ ความน่าเกรงขามทั้งรูปลักษณ์และน้ำเสียง มันสร้างแรงกดดันต่อสิ่งมีชีวิตอื่นไม่น้อย
ไวท์มิใช่คนโง่ ทันทีที่ได้ยินดังนั้นไวท์พึงตระหนักถึงสถานการณ์ของอีกฝ่ายในทันที ก็ไวท์เคยตกอยู่ในสถานการณ์เฉกเช่นเดียวกันกับเทพอสูรมาก่อน “ความรู้สึกที่เบื่อชีวิต” เอเลี่ยนไวท์ผงกศีรษะเบาบางราวกับการตอบรับคำ
“ปราดเปรื่องดี เ้า้าจะไปในสถานที่แบบไหน?” เทพอสูรไต่ถามต่อเอเลี่ยนไวท์ขึ้นมา
ไวท์ที่เจอคำถามเช่นนี้เข้าไปถึงกับงุนงง “เ้าหมายความว่ายังไง?”
บนใบหน้าของเทพอสูรประดับด้วยความเ็าดุจน้ำแข็ง ท่าทางโออ่าสูงส่ง บรรยากาศของผู้สูงศักดิ์ที่แผ่ซ่านออกมา ราวกับเป็สิ่งที่สมควรเป็ไปโดยธรรมชาติ ความสูงส่งนั้นมาโดยชาติกำเนิด… “ล่ามนุษย์ ล่าปีศาจ ล่าสัตว์อสูร ล่าั ล่าเอลฟ์ ล่าคนแคระ หรือล่าเผ่า์ มันมีเผ่าพันธุ์มากมายอยู่ทั่วโลกอัคทราลาเซีย เ้า้าไปเติบโตในสถานที่แบบใด”
ไวท์พลันกระจ่างแจ้ง เขาในตอนนี้หาได้ใช่มนุษย์อีกไม่ ลืมเื่พวกมนุษย์ไปได้เลย การดำรงอยู่ของเขาในชาตินี้มีเพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้น รวบโลกทั้งใบนี้ให้เป็ปึกแผ่น… ดินแดนเดียวที่เขาสามารถเอาชีวิตรอดได้คงจะมีแค่ในเผ่าพันธุ์ของพวกปีศาจ
“ข้าเลือกเผ่าปีศาจ”
“ปรารถนาที่เมืองใด? เมืองหลวงปีศาจหรือเขตชายแดนที่กำลังสู้รบ?” เทพอสูร้ารายละเอียด
“แล้วแต่เ้าเห็นสมควร” นี่ไม่ใช่การกล่าวตอบส่งๆ ไวท์ไม่มีข้อมูลของโลกอัคทราลาเซียเลยแม้แต่น้อย บางที การปล่อยให้มันเป็ผู้ตัดสินใจอาจจะดีกว่า
“ดีมาก…” เทพอสูรเคลื่อนฝ่ามือคราวหนึ่ง เพียงชั่วพริบตาเดียว มันบังเกิดวงเวทย์ขนาดมหึมาใต้ฝ่าเท้าของเอเลี่ยนไวท์ โดยสามัญสำนึกของผู้ใช้เวทมนตร์ วงเวทย์ที่มีขนาดมหึมาเทียมเมืองเฉกเช่นในขณะนี้ มันสมควรใช้เวลาการร่ายนับครึ่งปี หรือต่อให้ถูกร่ายโดยาาจอมเวทย์ก็ยังใช้เวลาไปมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ทว่า เทพอสูรกลับใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วระยะการกระพริบตา
วูบบบบบบ
วงเวทย์มหึมาอันตรธานหายไปพร้อมกับเอเลี่ยนไวท์ที่ถูกส่งข้ามทวีปไปไกลโข