หลังจากกล่อมจนลูกชายหลับสนิท
ไอรดาปรับไฟหัวเตียงให้สลัว ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงไหล่
ก่อนจะก้าวออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ
ห้องของไอรดาอยู่ถัดไป
ขนาดไม่ใหญ่ แต่เรียบร้อยและอบอุ่นอย่างที่เธอคุ้นเคย
เธอเปิดแล็ปท็อป วางมันลงบนโต๊ะเล็กริมหน้าต่าง
ไฟล์งานแปลถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
ตัวอักษรเรียงรายบนหน้าจอ
ภาษาอีกฟากหนึ่งของโลก
งานที่เธอทำมานานหลายปี
ก่อนชีวิตจะพาเธอเข้ามาอยู่ในวังแห่งนี้
ปลายนิ้วเคลื่อนไหวอย่างคุ้นชิน
เธอจมอยู่กับงาน
จนลืมเวลาไปชั่วขณะ
กระทั่ง—
เสียงลูกบิดประตูถูกหมุนอย่างแ่เบา
ไอรดาเงยหน้าขึ้นทันที
ประตูแง้มออกช้า ๆ
ร่างเล็ก ๆ ยืนอยู่ตรงนั้น เท้าเปล่า ดวงตาแดงช้ำ
มือหนึ่งกำกรอบประตูแน่น
“มามี๊…”
เพียงคำเดียว
หัวใจเธอก็แทบแตกสลาย
ไอรดาลุกพรวด เดินเข้าไปหาในสองก้าว
“เปาเปา…”
เด็กน้อยเดินโซซัดโซเซเข้ามากอดเธอแน่น
ทั้งตัวสั่นน้อย ๆ
“ผมฝันร้าย”
“ผมตื่นมาแล้วไม่เห็นมามี๊…ผมกลัว”
เธอกอดลูกไว้แน่น
ลูบหลังเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แม่อยู่นี่แล้ว”
“ไม่เป็ไรนะ”
เปาเปาซุกหน้าเข้าที่อกเธอ
มือเล็กกำเสื้อแน่นราวกับกลัวว่าจะถูกแยกออกอีก
ไอรดาลังเลเพียงครู่เดียว
ก่อนจะตัดสินใจพาลูกกลับเข้าไปในห้องของเขา
เธอช่วยให้ลูกชายล้มตัวลงนอน
นั่งอยู่ข้างเตียงจนลมหายใจของเด็กน้อยค่อย ๆ สม่ำเสมอ
เปาเปาขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว
มือเล็กยังคงเกาะชายเสื้อเธอไว้
ไอรดาไม่กล้าขยับ
สุดท้ายจึงเอนตัวลงนอนข้าง ๆ อย่างระมัดระวัง
ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมทั้งคู่
ประตูถูกเปิดออกอย่างไร้เสียง
ชีคคามินยืนอยู่ตรงนั้น
เขาคงเห็นแสงไฟในห้องยังไม่ดับ
และรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เท้าพาเขามาหยุดอยู่หน้าประตูโดยไม่รู้ตัว
ภาพตรงหน้าทำให้เขานิ่งงัน
ลูกชายของเขาหลับสนิท
ใบหน้าที่เคยเกร็งและดื้อรั้น ผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ร่างเล็กซุกอยู่ในอ้อมแขนของแม่
เหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่ง
ไม่ใช่องค์ชาย
ไม่ใช่ทายาทของรัฐ
ชีคคามินยืนมองอยู่นาน
ความคิดหลายอย่างไหลวนเงียบ ๆ ในใจ
สุดท้าย เขาเพียงก้าวเข้าไปใกล้
ดึงผ้าห่มขึ้นอีกนิด
คลุมไหล่ของทั้งสองคน
เบามาก
จนไม่มีใครรู้สึกตัว
เขาถอยออกมา
ปิดประตูลงอย่างเงียบงัน
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามา
ไอรดาลืมตาขึ้นช้า ๆ
สิ่งแรกที่เธอเห็น
คือใบหน้าลูกชายที่ยังหลับสนิท
ลมหายใจสม่ำเสมอ
มือเล็กยังคงเกาะเสื้อเธอไว้ไม่เปลี่ยน
ความทรงจำเมื่อคืนไหลกลับมา
หัวใจเธอหล่นวูบ
“ตายแล้ว…”
เธอรีบลุกขึ้นนั่ง
กวาดตามองรอบห้องอย่างตื่นตระหนก
ไม่มีใครอยู่ มีเพียงความเงียบ
ไอรดาถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดีที่ชีคคามินไม่เห็นเข้า
ไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
ไอรดาสะดุ้ง คิดว่าเป็ชีคคามิน
“เพคะ?”
ประตูเปิดออกเล็กน้อย
ฟาฮัดโค้งศีรษะ
“ฝ่าพระบาทมีรับสั่งให้เลื่อนการเรียนเช้าออกไปหนึ่งชั่วโมง”
“และ…ให้ท่านพี่เลี้ยงดูแลองค์ชายตามปกติ”
ไอรดานิ่งไป
หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เข้าใจ
“เ้าค่ะ…”
เมื่อประตูปิดลง
เธอหันกลับมามองลูกชายอีกครั้ง
เปาเปาขยับตัวเล็กน้อย
ก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ
“มามี๊…”
เขายิ้ม
ยิ้มแบบเด็กที่ได้นอนเต็มอิ่มเป็ครั้งแรก
ไอรดายิ้มตอบทั้งน้ำตา
โดยไม่รู้เลยว่า
ในเช้าวันนั้น
กฎของวังได้ถูกขยับออกไปหนึ่งก้าว
เพราะเด็กห้าขวบคนหนึ่ง
และหัวใจของพ่อ
ที่เริ่มยอมรับว่า
ความเข้มงวด
ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง
◌่