จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 89 จื่อซวน หุ่นเชิดหญิงแขนเดียว

            ในตอนกลางคืนเย่เฉินนำหุ่นเชิดสาวงามกลับไปที่สวนแห่งวิญญาณ

            เอ๊ะ?

            หู่หวาที่กำลังฝึกกลพลองเทียนกังอยู่ก็หยุดลงในทันทีและมองไปยังหุ่นเชิดสาวงามที่อยู่ด้านหลังของเย่เฉินอย่างสงสัย “พี่ใหญ่พี่สาวแสนสวยผู้นี้คือใคร”

            “นางคือ…”

            “หุ่นเชิด”จางเฟิงเหนียนที่เพิ่งเดินออกมาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างแปลกใจเขาเคยเป็นถึงผู้อาวุโสแห่งสำนักเหิงเยว่ และยังมีความรู้อย่างกว้างขวางแวบเดียวก็มองออกได้ว่าด้านหลังของเย่เฉินคือ หุ่นเชิด

            “หุ่นเชิด?” หู่หวาเงยหน้าขึ้นและมองไปที่เย่เฉินและจางเฟิงเหนียนอย่างสงสัย

            “หุ่นเชิดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าสำนักยุคหนึ่งของสำนักเหิงเยว่มันเป็นอาวุธสังหารชนิดหนึ่งที่ได้ขัดเกลาด้วยวิชาลึกลับพิเศษพวกเขาไม่มีความรู้สึกนึกคิด ดังนั้นพวกเขาจึงเลือดเย็นเมื่อเจอเป้าหมายก็จะไม่ละเว้น นอกเสียจากผู้ใช้วิชาจะทำการหยุดยั้งจึงจะหยุดโจมตี”

            จางเฟิงเหนียนอธิบายกับหู่หวาอย่างนุ่มนวลแต่ก็ไม่สามารถปกปิดความประหลาดในน้ำเสียงของเขาได้และไม่เคยคิดเลยว่าเย่เฉินจะสามารถได้หุ่นเชิดมา

            มื้ออาหารเย็นต่อมาการรับประทานอาหารดำเนินไปอย่างอึดอัด

            แต่เย่เฉินยังคงกินอย่างตะกละตะกลามและหุ่นเชิดสาวงามนั้นก็ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังเขาราวกับหอกไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

            นางยืนอยู่เช่นนี้ทำให้หู่หวาและจางเฟิงเหนียนที่กำลังทานอาหารอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองเป็นระยะๆแม้แต่สัตว์วิญญาณอย่างเสี่ยวอิงที่มีขนปุกปุยก็ยกหัวขึ้นมามองหุ่นเชิดสาวงามด้วยความสงสัย

            หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จจางเฟิงเหนียนและหู่หวาก็รีบเข้านอน

            ในสวนเย่เฉินลูบคาง และเดินวนไปรอบๆ หุ่นเชิดสาวงามหลายรอบ

            “จะตั้งชื่อให้เจ้าว่าอะไรดีนะ”เย่เฉินมองไปที่หุ่นเชิดสาวงาม แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ

            เขายังคงวนเวียนกลับมาอยู่รอบๆหุ่นเชิดสาวงาม เย่เฉินลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่นานก่อนที่จะวนมาตรงหน้าของหุ่นเชิดและยิ้มเบาๆ “เรียกเจ้าว่าจื่อซวนเป็นอย่างไรชื่อนี้เพราะดี ต่อไปข้าเรียกเจ้าว่าจื่อซวนแล้วกันนะ”

            ต่อมาเย่เฉินได้เรียกพลังจิตวิญญาณออกมา จากนั้นก็ถ่ายเทเข้าไปในร่างของจื่อซวน

            เขาพบว่าภายในร่างของจื่อซวนไม่ใช่เลือดและเนื้อแต่เป็นการหลอมรวมกันของวัสดุมากมายที่ไม่รู้ว่าคืออะไร และมีเพียงการปกคลุมไปด้วยผิวหนังของมนุษย์เอาไว้เท่านั้น

            อีกทั้งเขายังคงอยู่ตรงกึ่งกลางคิ้วของจื่อซวนเขาก็พบว่ายังคงมีข้อจำกัดในการควบคุมนางอีกมากมายจากประสบการณ์ของเขาที่ได้ศึกษามาอย่างยาวนานก็ยังไม่มีวิธีการใดๆ

            ขณะที่คิดอยู่ในใจเขาก็หยิบมีดสั้นออกมาและปักเอาไว้บนแขนของจื่อซวน ไม่มีเลือดไหลออกมาแม้ว่าบาดแผลจะสมานกันอย่างช้าๆ แต่กลับทำให้เย่เฉินมองดูด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

            จากนั้นเขาก็เรียกอัคคีเที่ยงแท้ออกมา และถ่ายเทไปในร่างกายของจื่อซวน

            เขาทำแบบนี้เพื่อช่วยหลอมร่างกายให้กับหุ่นเชิดจื่อซวนและพยายามที่จะกำจัดสิ่งเจือปนที่อยู่ในร่างกายของนางเพื่อให้วัสดุแต่ละชนิดภายในร่างกายมีการหลอมรวมกันให้ดียิ่งขึ้นและทำให้ความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของร่างกายอยู่ในระดับที่สูงขึ้น

            เนื่องจากนางเป็นหุ่นเชิดจึงไม่รู้จักความเจ็บปวด ดังนั้นเขาจึงไม่มีความลังเลและเพิ่มระดับความรุนแรงของอัคคีเที่ยงแท้ขึ้นไปในระดับสูงสุด

            เพียงแต่เขาค้นพบว่าการเผาไหม้ของอัคคีเที่ยงแท้ที่มีความรุนแรงสูงเช่นนี้ทำให้หุ่นเชิดจื่อซวนตัวนั้น มีอาการของความเจ็บปวดปรากฏวาบขึ้น แต่ความผันผวนทางอารมณ์มีอยู่ในมนุษย์เท่านั้นบนแก้มของนางอาจจะเป็นเพียงแสงวูบวาบเท่านั้น

            หลังจากผ่านไปสามชั่วยามเย่เฉินก็เรียกคืนอัคคีเที่ยงแท้จากนั้นจึงมองดูหุ่นเชิดจื่อซวนที่อยู่ตรงหน้าอย่างเพลิดเพลินใจ

            ในตอนนี้มีสายลมอ่อนๆ พัดเข้ามา ทำให้ผมของจื่อซวนปลิวไสวขึ้น

            และนั่นทำให้เย่เฉินมองด้วยความงุนงงราวกับว่าสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่หุ่นเชิดแต่เป็นคนผู้หนึ่ง

            “ข้าคิดมากไปใช่ไหม”เย่เฉินลูบปลายจมูกอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับไอแห้งๆ

            คืนนี้ดึกขึ้นเรื่อยๆ

            เย่เฉินไม่ได้กลับไปพักผ่อนที่ห้องแต่นั่งอยู่ในสวนเพื่อฝึกตนอย่างหนักหน่วง

            หุ่นเชิดจื่อซวนยืนอยู่ข้างๆเขา ยืนนิ่งราวกับหอกที่ปักเอาไว้อยู่ตรงนั้น สีหน้าไร้ความรู้สึกดวงตาเลื่อนลอยไร้ชีวิตชีวา

            ไม่รู้ว่าเมื่อไรแสงจันทราที่ส่องสว่างลงมากระทบกับไหล่ของนางนึกไม่ถึงเลยว่าจะกลืนเข้ากับร่างกายของนางได้อย่างลึกลับยิ่งมีแสงจันทราสาดส่องเข้ามามากเท่าไร นางก็ไม่ปฏิเสธที่จะดูดซับมันเข้าในร่างของตนเอง

            เย่เฉินไม่ได้สังเกตเห็นฉากที่แปลกประหลาดนี้มีเพียงเสี่ยวอิงสัตว์วิญญาณที่อยู่ไม่ไกลออกไปและเพิ่งตื่นจากฝันเท่านั้นที่ได้เห็นมัน

            มันมองมาจากระยะไกลก็ตกตะลึงแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย

            ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบชั่วพริบตาก็เป็นเวลารุ่งสาง

            เช้าตรู่หลังจากทานอาหารเช้า เย่เฉินก็เรียกหู่หวามาข้างๆ

            “เจ้ากลัวเจ็บไหม”เย่เฉินลูบศีรษะน้อยๆ ของหู่หวา

            “ข้าไม่กลัว”

            “อย่างนั้นก็ดีมาให้ข้าลองดูผลจากการฝึกตนหน่อย” เย่เฉินก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ แต่หุ่นเชิดจื่อซวนที่อยู่ด้านหลังของเขากลับก้าวไปด้านหน้า

            “เจ้าไปลองต่อสู้กับนาง”เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย

            อือ!

            หู่หวาพยักหน้าและยังคงมีความเบิกบานอยู่บนใบหน้า จากนั้นพลิกมือหยิบพลองเหล็กดำของตนเองออกมา

            เวิง!

            ทันใดนั้นหู่หวาก็มาพร้อมกับการหมุนพลองเหล็กดำ จากนั้นกระโดดพรวดและเหวี่ยงไม้พลองลงมา

            แต่หุ่นเชิดจื่อซวนนั้นกลับยกแขนเรียวขึ้นเบาๆพลิกฝ่ามือและตบออกไป

            ปัง!

            หู่หวาตกตะลึงจนถอยห่างออกไปและไม่ทันหยุดร่างเอาไว้ จื่อซวนก็โจมตีเข้ามาแล้ว ถึงแม้จะมีเพียงแขนเดียวแต่ก็เป็นการโจมตีที่รุนแรงมาก หู่หวาถูกโจมตีจนถอยห่างออกไป

            หุ่นเชิดระดับมนุษย์นั้นเทียบได้เท่ากับขั้นพลังธาตุของผู้ฝึกตนแต่หู่หวาที่เพิ่งฝึกตนได้ไม่นานขั้นการฝึกตนอยู่เพียงระดับขั้นรวมพลังชั้นที่สามเท่านั้นและยิ่งไปกว่านั้นไม่เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้กับใครมาก่อนดังนั้นเมื่อเขาเริ่มต้นก็ถูกจู่โจมจนไม่มีแรงพลิกตัว

            เย่เฉินที่อยู่ด้านข้างเฝ้ามองอย่างเงียบๆด้วยสีหน้าแววตาที่ประหลาดใจ

            “ทำไมข้ารู้สึกว่าหุ่นเชิดแขนเดียวตัวนี้ถึงได้แข็งแกร่งกว่าตอนที่เคยเห็นในสวนผลไม้วิญญาณเมื่อวานนั่นล่ะ?”

            “แถมท่าร่างนี้…”

            “ยังมีการเคลื่อนไหวที่จู่โจมลงมือนั่นอีก…”

            เย่เฉินพึมพำและพบว่าบนร่างของหุ่นเชิดจื่อซวนตัวนี้แตกต่างจากตัวที่เขาเห็นเมื่อวาน

            และเขาก็พบว่าแม้แขนของหุ่นเชิดจื่อซวนตัวนั้นจะหายไปหนึ่งข้างแต่นางกลับคล่องแคล่วมากกว่าที่เขาคิด มีทักษะในการโจมตีอย่างมีชั้นเชิงแค่ไม่สามารถใช้วิชาลึกลับได้ แต่นางก็สามารถเคลื่อนไหวในท่าต่างๆที่ผู้ฝึกตนใช้ได้ทั้งสิ้น

            “เป็นเพราะสาเหตุจากการหลอมอัคคีเที่ยงแท้อย่างนั้นหรือ?” เย่เฉินพึมพำอีกครั้งและคาดเดาอยู่ในใจ

            ปัง!

            หู่หวาที่อยู่ไกลออกไปก็ถูกจื่อซวนโจมตีอีกครั้งจนกระเด็นลอยออกไป

            ฮึ!

            หู่หวากลับดื้อรั้นและลุกขึ้นทันทีจากนั้นโจมตีด้วยการหมุนพลองเหล็กดำแม้ว่ากลพลองเทียนกังที่อยู่ในมือของเขาจะถูกประจันหน้าเข้ามาแต่ก็มีพลังโจมตีที่แน่นอน

            หุ่นเชิดจื่อซวนที่ดูไร้ชีวิตชีวาหลบหลีกพลองเหล็กดำได้อย่างง่ายดาย ตบด้วยมืออันงามดั่งหยก และใช้ขากวาดจนหู่หวากระเด็นลอยออกไปอีกครั้ง

            เย่เฉินที่ดูอยู่นั้นกลับไม่ได้หยุดยั้งเอาไว้

            “เจ้าหนุ่มนี่…” จางเฟิงเหนียนที่อยู่ข้างๆ ทนดูต่อไปไม่ไหว

            เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย“ท่านปู่ การเลื่อนระดับการฝึกตนเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอหู่หวาจำเป็นจะต้องลงสนามการต่อสู้ที่แท้จริงมีเพียงการถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสนามการต่อสู้ที่แท้จริงเท่านั้นจึงจะสามารถฝึกอารมณ์และประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเขาได้บนเส้นทางนี้จำเป็นจะต้องพบกับความล้มเหลว มีความกดดันจึงจะมีแรงกระตุ้น”

            แม้ว่าเย่เฉินจะพูดออกไปเช่นนี้แต่จางเฟิงเหนียนก็อดไม่ได้ที่จะมองตรงไปยังฉากที่หู่หวาถูกทุบตี

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนเย่เฉินถึงหยุดยั้งจื่อซวนเอาไว้

            นางไม่ได้เป็นอะไรเลยแต่หู่หวากลับตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น ร่างก็โซเซไปมา ใบหน้าเล็กๆก็ถูกตีเข้าจนจมูกบวมช้ำ

            แม้จะเป็นเช่นนี้แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่ย่อท้อ กลับเบิกบานใจและตื่นเต้น

            “พละกำลังของนางอยู่ในขั้นพลังธาตุหากต่อสู้แพ้ก็ไม่น่าขายหน้า”เย่เฉินยิ้มพลางหยิบน้ำยาวิญญาณออกมาเพื่อรักษาบาดแผลให้หู่หวา

            “พี่ใหญ่ข้าไม่กลัวเจ็บหรอก ข้าพักสักประเดี๋ยว ข้าจะต้องต่อสู้กับนางให้ได้”หู่หวายิ้มเผยฟันขาวดุจหิมะออกมา “ข้ารู้สึกว่าการต่อสู้กับนางจะสามารถช่วยให้ข้าเรียนรู้ได้มากขึ้น”

            หลังจากพักผ่อนสั้นๆไปครึ่งชั่วยาม หู่หวาก็กระโดดขึ้นอย่างแรงและมีชีวิตชีวา

            คราวนี้เขาถูกตีจนไม่สามารถจะเงยหน้าขึ้นได้แต่ยิ่งต่อสู้เขาก็ยิ่งกล้าหาญมากขึ้นกว่าเดิม เขาลุกขึ้นและสำลักออกมาเป็นเลือดอยู่หลายครั้ง

            เฮ้!

            จางเฟิงเหนียนออกมาหลายครั้งแต่เมื่อเห็นหู่หวาที่น่าสังเวชถูกทุบตี ก็ไม่สามารถที่จะทนดูได้อีกต่อไป

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262