ยาลูกกลอนซานจามีรสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมของยาผสมอยู่เมื่อกลืนเข้าไปจะให้รสชาติเหมือนของหวานแช่อิ่ม จึงมักจะเห็นของสิ่งนี้ได้ทั่วไป
เยี่ยนเจาเจาป่วยเช่นนี้คนกลุ่มนี้จึงไม่คิดว่าเยี่ยนเจาเจาจะมีแผนการดีๆ ออกมาได้ หลังจากที่ลองตรวจสอบแล้วก็พบว่ายาลูกกลอนซานจาเป็นยาที่เด็กๆชอบใช้ เมื่อเยี่ยนเจาเจาอยากกิน คนเหล่านี้จึงคิดวิธีตามหามาให้นางอย่างเต็มกำลัง
แต่สำหรับเยี่ยนเจาเจายาลูกกลอนซานจาทั่วไปมันมิต่างอะไรไปจากยาเยี่ยนเจาเจากินเข้าไปหนึ่งคำก็อาเจียนออกมา
นางอาเจียนจนหน้าซีดมือบางดึงมืออาฮวาอย่างน่าสงสาร บอกว่าอยากกินยาลูกกลอนซานจาที่เคยกินที่บ้านของตน
อาฮวาไม่รู้ว่ายาลูกกลอนซานจาคือสิ่งใดคิดว่าคงเป็นขนมที่มีรสหวาน
เยี่ยนเจาเจาบอกว่ายาลูกกลอนซานจาที่ดีจะต้องใช้ใบชายอดหิมะหานชุ่ยที่ทำมาจากดอกซีหลานและต้องนำซานจาไปเก็บในห้องน้ำแข็งที่เก็บมาจากน้ำแข็งเมื่อปีกลาย เช่นนั้นถึงจะได้ซานจาคุณภาพดี
เยี่ยนเจาเจาบอกอะไรอาฮวาก็จดจำสิ่งนั้นเมื่อคนพวกนั้นเอ่ยถาม นางคิดดูแล้วเรื่องนี้มิได้เป็นความลับอะไร จึงบอกเรื่องทั้งหมดนี้กับพวกเขาไป
ท่านหมอที่คนเหล่านั้นเชิญมาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นวิธีการทำที่แสนประหลาด มิเคยได้ยินวิธีทำเช่นนี้มาก่อน
แต่เมื่อลองคิดให้ดีก็พบว่าเยี่ยนเจาเจามาจากวังหลวงของเช่นนี้อาจจะทำขึ้นในวัง วัตถุดิบที่ใช้ถึงได้แปลกประหลาด
แต่ยาตำรับนี้ฟังแล้วค่อนข้างสับสนไม่น้อยใบชายอดหิมะหานชุ่ยที่ทำมาจากดอกซีหลานเกี่ยวข้องอย่างไรกับซานจา คิดอยู่ระยะหนึ่งก็จับต้นชนปลายไม่ถูกจนมิอาจหาตัวคนที่สามารถทำยาลูกกลอนซานจานี้ได้
ตอนนี้เยี่ยนเจาเจาได้เผยความอวดดีที่เหมือนฮ่องเต้ถือไข่มุกออกมานางต้องการกินยาลูกกลอนซานจา หากไม่ได้กินก็จะไม่ยอมกินยาอื่นๆ ที่ท่านหมอจัดมาให้ทำให้คนเหล่านี้รู้สึกทรมานจากการปวดศีรษะไม่จบไม่สิ้น
ผู้เป็นนายยังคงตั้งตารอดูเยี่ยนเจาเจาที่กระโดดโลดเต้นอย่างมีชีวิตชีวาในครานี้แม้จะมีความโกรธก็ได้แต่กลืนมันลงท้องไป ทำได้เพียงตามหาคนมาทำยาลูกกลอนซานจาตามความต้องการของนาง
เวลาครึ่งเดือนที่นายท่านมอบให้พวกเขามันผ่านไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ทำการหาคนมากมายมาทำยาลูกกลอนซานจาให้เยี่ยนเจาเจาใช้ใบชาชั้นดีของยอดหิมะหานชุ่ยที่ทำมาจากดอกซีหลานไปตั้งไม่รู้กี่ชั่ง แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำให้เยี่ยนเจาเจาพอใจได้
พออับจนหนทางหลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาหลายต่อหลายครั้งก็ได้ยินข่าวว่า มีลูกศิษย์วัยหนุ่มที่เคยอยู่ในสำนักโอสถเขาเดินทางกลับจากเซียงเฉิงมาที่บ้านเกิด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว
ศิษย์หนุ่มผู้นี้เคยดูแลเรื่องสุขภาพให้ชนชั้นสูงในวังมาก่อนลือกันว่ามีฝีมือโดดเด่นเรื่องอาหารบำรุงสุขภาพ หากมิใช่เพราะเรื่องการเปลี่ยนแปลงในครอบครัวสำนักโอสถคงไม่ปล่อยตัวเขาให้ออกมาง่ายๆ เช่นนี้แน่นอน
อาหารบำรุงสุขภาพ?
ก็คล้ายกับยาลูกกลอนซานจามิใช่หรือ?
อย่างไรก็ตามคนกลุ่มนี้ไร้หนทางอื่นแล้วทำได้เพียงลองดูว่าจะเป็นแมวตาบอดเจอหนูตาย [1] ได้หรือไม่ในเมื่อศิษย์หนุ่มผู้นี้มีความสามารถเรื่องอาหารบำรุงสุขภาพ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรู้สูตรอาหารในวังก็เป็นได้
เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนเยี่ยนเจาเจาหายตัวไป ผู้ที่ออกตามหามิใช่แค่หนานหมิงเหอที่ดุร้ายราวพยัคฆ์ยังมีคนขององค์ฮ่องเต้หญิงและองค์หญิงอีก หากคนเหล่านั้นได้รับข่าวแม้เพียงน้อยนิดคาดว่าแม้แต่อาคารขนาดใหญ่ก็อาจจะพังทลายลงมาได้
หากไปหาเขาโดยตรงและขอให้ทำยาลูกกลอนซานจาที่ด้านนอกเช่นนั้นเกรงว่าจะไม่สำเร็จสูตรลับจากวังมิแพร่งพรายออกมาด้านนอก หากจู่ๆ มีข่าวจากที่นี่หลุดรั่วออกไปแน่นอนว่าจะต้องดึงดูดความสนใจคนขอองค์ฮ่องเต้หญิงเป็นแน่
ไม่ว่าจะอย่างไรก็จะให้มีผลกระทบตามมาไม่ได้บางทีเยี่ยนเจาเจาอาจมีความคิดเช่นนี้ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดแต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่ให้มีข่าวหลุดรั่วออกไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพาคนผู้นี้มาไว้ข้างกายและจับตาดูเป็นอย่างดี
เช่นนั้นก็จำเป็นต้องคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้...เหตุใดไม่ลักพาตัวคนผู้นี้มาและตัดช่องทางทั้งหมดที่จะทำให้ข่าวแพร่ออกไปได้เล่า?
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคนผู้นี้จะสามารถทำยาลูกกลอนซานจาให้เยี่ยนเจาเจาได้หรือไม่แต่เกรงว่าคงมิอาจปล่อยตัวไปได้อย่างราบรื่นเป็นแน่
ท้ายที่สุดเมื่อเข้ามาที่นี่แล้วบางทีอาจไปเห็นสิ่งที่มิควรเห็น ไปได้ยินสิ่งที่มิควรได้ยินเข้า
เยี่ยนเจาเจาจะตายไม่ได้แต่เหล่าตัวเบี้ยด้านล่างเหล่านี้จะเป็นอย่างไรก็ช่าง ชีวิตน้อยๆ คงต้องมาจบสิ้นลงที่นี่แล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องไปสืบหาคนผู้นี้โดยเร็วเพื่อให้แผนการสำเร็จอย่างสมบูรณ์
ชายผู้นี้มีพื้นเพที่เรียบง่ายไม่นานก็สามารถสืบหาได้อย่างแน่ชัด
บิดามารดาของเขาเสียชีวิตและเป็นคนที่เกิดในเขตหนึ่งที่แสนยากจนของเมืองเซียงซี การกลับมาครั้งนี้ก็เพื่อจัดงานศพของท่านแม่เฒ่าที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตน
เขาเป็นคนกตัญญูรู้คุณยิ่งนักเพื่อแสดงความกตัญญูที่มีต่อท่านแม่เฒ่า จึงลาออกจากงานในสำนักโอสถเพื่อมาเป็นหมอที่บ้านเกิดและไม่ติดต่อใดๆ กับวังหลวงอีก
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าเขามีประวัติทางครอบครัวที่ขาวสะอาดแม้จะลงมือกับเขา เกรงว่าเรื่องราวก็คงเงียบหายไปโดยไม่มีใครล่วงรู้
ทว่าที่บ้านของศิษย์หนุ่มผู้นี้ยังมีน้องสาวอายุยังน้อยอยู่อีกหนึ่งคนหากทำการสะเพร่าลักพาตัวเขามา เด็กสาวผู้นี้จะต้องสร้างปัญหาขึ้นแน่ เพื่อป้องกันเรื่องผิดพลาดมิสู้จัดการกับเด็กผู้หญิงเสียก่อน จากนั้นค่อยลักพาตัวชายผู้นี้มาทำยาลูกกลอนซานจา
เมื่อคิดแผนการเอาไว้อย่างดีตอนดำเนินการก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น
หลังจากช่วงสี่ห้าวันที่เยี่ยนเจาเจาตะโกนว่าต้องการกินยาลูกกลอนซานจาบุรุษที่น่าสงสารและไร้เดียงสาก็ถูก “เชิญ” มายังที่นี่ด้วยความประหลาดใจ
คนเหล่านี้ยังถือว่ามีมโนธรรมอยู่บ้างมิได้ใช้กำลังเพื่อลักพาตัวเขามาโดยตรง แต่กลับลงมือสังหารน้องสาวของเป้าหมายอย่างเงียบๆ
และคนอีกกลุ่มก็มาที่บ้านของชายหนุ่มบอกว่าสะใภ้ในบ้านป่วยหนักจำเป็นต้องได้รับการรักษา พวกเขาตามหาหมอชื่อดังแต่ไร้ผลจึงทำได้เพียงมาขอความช่วยเหลือจากเขาที่นี่
ว่ากันว่าผู้อาวุโสของชายหนุ่มผู้นี้จากไปเพราะอาการป่วยและมิได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีดังนั้นหลังจากที่ได้ยินเหตุผลนี้ ชายหนุ่มจึงไม่คิดลังเล รีบนำหีบยาสะพายขึ้นหลังทันทีจากนั้นก็เดินตามกลุ่มคนชั่วช้าเสมือนหมาป่าเหล่านี้มา
ผลลัพธ์ก็คือเส้นทางที่อ้อมไปอ้อมมาชายหนุ่มได้แต่ถามตัวเองว่าต้องเดินไปทางไหนกันแน่จากนั้นก็มีคนปรากฏที่ด้านหลังของเขาและทุบเข้าที่ท้ายทอยอย่างจังทำให้เขาหมดสติล้มลงทันที
ทันทีที่เขาถูกลักพาตัวมาบ้านของเขาก็ถูกไฟไหม้จนหมด ห้องแต่ละห้องห่างกันมาก เข้าวันที่สองไฟถึงได้ไหม้จนกลายเป็นกองขี้เถ้า
ผู้คนที่อยู่รอบๆเพิ่งจะสังเกตเห็นไฟไหม้เมื่อวานนี้ พี่น้องทั้งสองคนถูกไฟคลอกตายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ไฟไหม้เป็นเหตุการณ์ที่เห็นได้บ่อยบนโลกใบนี้ผู้อื่นได้แต่แสดงความเสียใจ แต่ก็เพราะไม่มีหนทางอื่นแล้ว และชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปจึงกลายเป็นว่าไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนัก
ในตอนที่หมอหนุ่มได้สติขึ้นมาเขาก็มาปรากฏในอีกสถานที่หนึ่งแล้ว ทุกสิ่งที่ติดตัวมาหายไปจนหมดสิ้นแม้แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ถูกเปลี่ยนทั้งหมด
เขาถูกขังเอาไว้ในห้องเล็กๆทั้งด้านซ้ายและด้านขวามีชายชุดดำเฝ้าจับตามองการเคลื่อนไหวของเขาทุกฝีก้าว
ท่าทีของคนรอบตัวที่มีต่อเขามิได้มีความสุภาพเท่าไรนักผู้คุมที่รับหน้าที่เฝ้าก็มีสายตาเย็นชา เขาเองก็ไม่รู้ว่าตนทำสิ่งใดผิดไปกันแน่
ไม่รู้ว่าหีบยาของเขาไปอยู่ที่ใดเขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่สับสน จากนั้นก็เห็นหีบยาของตนวางอยู่บนโต๊ะไม่ไกล ของในกระเป๋าจำพวกยาทั่วไปและของอื่นๆเช่นอุปกรณ์ฝังเข็มโดนรื้อออกมาจนกระจัดกระจายไปทั่วโต๊ะ
ใบหน้าของหมอหนุ่มชะงักค้างทันใดนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าตนอาจจะเข้ามาในรังหมาป่าแล้ว ทั่วทั้งร่างกายของเขาพลันเกิดความอึดอัดขึ้นดวงตาจับจ้องไปยังผู้คุมด้วยสายตาแห่งความหวัง พร้อมเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายนี่มันอะไรกัน มิใช่ให้ข้าไปรักษาอาการป่วยของสะใภ้ชนชั้นสูงหรอกหรือ?”
น่าเสียดายที่ผู้คุมคนนี้ไม่พูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเองเลยแววตาคู่นั้นยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเห็นแล้วก็ทำได้เพียงขดตัวอยู่อีกฝั่ง แสดงทีท่าหวาดกลัวออกมา
บริเวณรอบๆเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง ผู้คุมที่เฝ้าเขานั่งเงียบ ไม่ขยับแม้แต่น้อยราวกับปูนปั้นมีเพียงเสียงของตะเกียงไฟที่ส่งเสียง “ฟึบๆ” ระเบิดออกมา ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นซีดเผือดราวกับคนตาย
สองชั่วยามให้หลัง ในที่สุดความเงียบจนเหมือนการตายก็ถูกทำลายลงชายหนุ่มได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจากด้านหน้าประตูที่โดนปิดตายเอาไว้
ใบหน้าของเขาเพิ่งจะปรากฏร่องรอยความสุขออกมาแต่ก็ได้ยินเสียงคนด้านนอกเรียกคนผู้นั้นว่านายท่านด้วยน้ำเสียงเคารพ
อย่างน้อยเขาก็เคยอยู่ในรั้ววังมาก่อนมองออกไปเห็นเหล่าเวรยามคอยคุ้มกันอยู่ อีกทั้งได้ยินเมื่อครู่ที่เอ่ยปากเรียก “นายท่าน”ด้วยความเคารพอีก เขาสัมผัสได้ทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องไม่ง่ายดายเป็นแน่
เมื่อนึกถึงเรื่องทั้งหมดที่เขาพบเจอบนถนนหมอหนุ่มก็รู้สึกได้ทันทีว่าตนได้ตกหลุมพรางของใครสักคนเข้าให้แล้ว
มันมิควรเป็นเช่นนี้ตอนที่เขาเป็นลูกศิษย์ของสำนักโอสถในวังหลวงก็มิได้เป็นคนขาดความรอบคอบเช่นนี้ เขาเป็นคนที่คงเส้นคงวามาโดยตลอดทำสิ่งใดล้วนสุขุมรอบคอบและระมัดระวัง ขยันหมั่นเพียรด้วยจิตใจที่รับผิดชอบ แล้วเหตุใดถึงได้มีคนลงมือกระทำเช่นนี้กับเขาได้?
ไม่ว่าใบหน้าของเขาจะแสดงสิ่งใดจะคิดและดูไม่เข้าใจมากเพียงใดก็ตาม ผู้ที่เดินเข้ามาก็เอาใบสั่งยาสำหรับทำยาลูกกลอนซานจาของเยี่ยนเจาเจาตบลงที่ด้านหลังของหมอหนุ่มดัง “แปะ”
การกระทำของเขาทำให้คนหวาดกลัวทว่าคำพูดที่กล่าวออกมามันกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขากล่าวเพียง “ท่านหมอน้อยท่านลองดูนี่สักหน่อย ยาสูตรนี้ท่านสามารถทำมันได้หรือไม่?”
หมอหนุ่มผู้นั้นตกใจกลัวจนแทบร้องไห้ใบหน้าของชายผู้นั้นอัปลักษณ์และดูโหดร้าย บนหน้าผากมีรอยแผลเป็นยาวแม้ใบหน้าจะแขวนรอยยิ้มกว้างเอาไว้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามิได้เมตตาและอ่อนโยน
หมอหนุ่มหยิบใบสั่งยาที่หล่นอยู่ข้างกายขึ้นมาดูมองมันอย่างละเอียดครู่หนึ่ง เรียวคิ้วของเขาก็แสดงความตกใจน้อยๆ ออกมา “อานี่มันยาลูกกลอนซานจายอดหิมะหานชุ่ยมิใช่หรือ?”
เขารู้จักมันจริงๆ ด้วย
บุรุษฉกรรจ์ที่มีรอยแผลบนหน้าอดมิได้ที่ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เยี่ยนเจาเจาร้องโหวกเหวกโวยวายทุกวันเขาเองก็รู้สึกเหนื่อยล้าและมิสบายใจมากเช่นกัน มันอัดอั้นอยู่ในท้องมิรู้ว่าจะระบายมันออกมาด้วยวิธีใด
เมื่อได้เห็นท่านหมอหนุ่มผู้นี้เผยท่าทีคุ้นเคยกับวิธีการทำออกมาความตึงเครียดที่อยู่ในร่างกายของเขามาตลอดก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นสุภาพและเมตตามากขึ้น
“เจ้ารู้จักวิธีการทำมันก็ดีต้องการส่วนผสมใดบ้างก็บอกข้ามาอย่างละเอียดได้เลย”
ใครจะไปคิดว่าสีหน้าของหมอหนุ่มที่ซีดเผือดเหมือนคนตายไปแล้วเพียงครู่เดียวความสับสนก็เกิดขึ้นมาในหัว “ใบสั่งยานี้พวกท่านได้มาจากที่ใดขอรับ?ยาลูกกลอนซานจายอดหิมะหานชุ่ยเป็นยาที่ท่านอาจารย์ของข้าคิดค้นขึ้นมาสูตรยานี้มีเพียงท่านอาจารย์ที่รู้ พวกท่านไปเอามันมาได้อย่างไรกัน?”
ชายหนุ่มที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าหัวเราะแต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็หยุดลง จู่ๆ ทั่วทั้งใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายน่ากลัวแทน “เหตุใดเจ้าถึงได้พูดจาไร้สาระมากมายเช่นนี้!ข้าให้เจ้าทำอะไรก็ทำไป! ที่นี่มีพื้นที่สำหรับให้เจ้ากล่าวต่อรองหรือ!”
เสียงตะโกนของเขาทำให้หมอหนุ่มตกใจจนตัวสั่นใบหน้าซีดเผือด ทำได้เพียงพยักหน้ารับโดยไม่รู้ตัว รอจนชายผู้นั้นออกไปเขาถึงได้ถอนหายใจและทรุดตัวนั่งลงกับพื้น
ฝ่ามือของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อมิได้หันกลับไปสนใจใบสั่งยาลูกกลอนซานจายอดหิมะหานชุ่ย ใบหน้าของเขาซีดขาวไม่ต่างอะไรไปจากแผ่นกระดาษ
-------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] แมวตาบอดเจอหนูตายหมายถึง โชคเข้าข้างแบบไม่ต้องออกแรง