อาณาเขตของตระกูลซิกฟรีดที่ขบวนรถกำลังมุ่งหน้าไปนั้น ถือเป็หนึ่งในสถานที่ที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลก เป็ที่ดินกว้างใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่มีการป้องกันอย่างแ่า
ไม่ว่าใครจะพยายามเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จะถูกกองกำลังของตระกูลจัดการทันที ตระกูลซิกฟรีดเป็ที่รู้จักในฐานะกองกำลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ระดับสูง มีอิทธิพลต่อทั้งการเมืองและการทหารของโลก
พวกเขามีทรัพยากรมหาศาลและอำนาจที่ไม่ใช่แค่เพียงในระดับประเทศ แต่ยังแทบครอบคลุมไปทั่วทั้งโลก
ภายในรถหรู พ่อบ้านส่วนตัวของอนาเธอร์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าได้เปิดประตูเล็กๆเพื่อพูดคุยกับเขา
“ท่านอนาเธอร์..”
“ท่าน้าให้จัดเตรียมอะไรสำหรับท่านเมื่อเรากลับไปถึงอาณาเขตหรือไม่ขอรับ?”
อนาเธอร์หันมามองพ่อบ้านของเขาผ่านกระจกบานเล็กที่เชื่อมระหว่างที่นั่ง ก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อยและตอบกลับ
“ไม่ ผมไม่้าอะไรเป็พิเศษ”
“แค่ให้ผมได้อยู่คนเดียวก็พอแล้วละ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเยือกเย็น แต่กลับแฝงไปด้วยความเด็ดขาด ซึ่งพ่อบ้านชราก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ขอรับท่าน”
จากนั้นก็ปิดประตูเล็กๆกลับไป ความเงียบสงบภายในรถกลับมาอีกครั้ง ขณะที่อนาเธอร์นั่งอยู่ลำพังในเบาะหลัง สายตาของเขาจับจ้องไปยังทิวทัศน์ด้านนอกที่ยังคงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
ในความเงียบนั้น ความทรงจำต่างๆก็เริ่มพุ่งเข้ามาในหัวของเขา อนาเธอร์จำได้ถึงวันเวลาที่โลกแห่งอาณาจักรเทพได้หลอมรวมกับโลกแห่งความเป็จริง
่เวลาที่เขายังมีความหวัง มีความฝันว่าจะเติบโตขึ้นไปเป็หนึ่งในนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นเดียวกับพี่น้องของเขา
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกกับตัวตนของเขาเป็อย่างมาก เมื่อวันนั้นที่เขาขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมเพื่อเปลี่ยนอาชีพ สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็ความเงียบ ระบบของโลกไม่มีการตอบสนอง และเขาไม่สามารถรับอาชีพใดๆได้เลยด้วยซ้ำ
“ไอ้เวรเอ้ย! ทำไมต้องเป็ฉันด้วยนะ”
คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา
ความผิดปกตินี้ไม่เคยมีใครเข้าใจ มันเป็เื่ที่สั่นะเืไปทั่ว แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญและนักปราชญ์ที่ตระกูลซิกฟรีดเชิญมาวิจัยและวิเคราะห์เกี่ยวกับสภาพก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ ทุกคนต่างบอกว่าเขาเป็กรณีพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระบบของโลกจะไม่ตอบสนองต่อเขา แต่อนาเธอร์ก็ยังคงได้รับการฝึกฝนจากตระกูล เขาไม่ได้ถูกทิ้งให้เป็ภาระของใคร
ในฐานะทายาทตระกูลซิกฟรีด อนาเธอร์ได้รับการดูแลและฝึกฝนทุกทักษะที่จำเป็สำหรับการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็การใช้ดาบ การต่อสู้มือเปล่า
ทักษะที่ได้รับมานั้น ทำให้เขากลายมาเป็หนึ่งในนักสู้คนธรรมดาที่เก่งกาจไม่แพ้ผู้เล่นที่มีเลเวลต่ำเลยซักนิด
ในตอนนั้น เมื่อขบวนรถมาถึงยังทางเข้าของอาณาเขตซิกฟรีด ประตูโลหะขนาดใหญ่และม่านพลังเวทมนตร์ก็ค่อยๆเปิดออก เผยให้เห็นถนนที่ปูด้วยหินอ่อนที่ทอดยาวไปสู่คฤหาสน์หรูที่ตั้งอยู่ท่ามกลางูเาและป่าไม้
ท่ามกลางความเงียบสงบของพื้นที่โดยรอบ ขบวนรถได้เคลื่อนตัวเข้าไปอย่างช้าๆ ประหนึ่งขบวนเสร็จของชนชั้นสูงเลยก็ว่าได้
“เชิญขอรับท่านอนาเธอร์..”
เมื่อรถหยุดลงตรงหน้าคฤหาสน์ พ่อบ้านส่วนตัวก็รีบเปิดประตูให้อนาเธอร์ เขาก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างามเช่นเดิม ขณะที่บอดี้การ์ดหลายคนยืนรออยู่หน้าทางเข้าคฤหาสน์ พวกเขาต่างโค้งคำนับให้เขาด้วยความเคารพและเปิดทางให้เขาเดินเข้าไปข้างใน
ภายในคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่ ตกแต่งด้วยของล้ำค่าและศิลปะโบราณจากทั่วทุกมุมโลก อนาเธอร์เดินผ่านโถงกว้างและขึ้นบันไดไปยังห้องส่วนตัวที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุด ห้องนี้เป็ที่ที่เขาใช้เวลาอยู่คนเดียวมากที่สุด เป็สถานที่ตนเองรวบรวมความคิดและวางแผนเกี่ยวกับอนาคตของเขา
เมื่ออนาเธอร์ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ที่หรูหราและกว้างใหญ่
“นายน้อยเ้าคะ!”
ทันใดนั้นเหล่าแม่บ้านนับร้อยที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในก็รีบตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว ราวกับรอคอยการมาถึงของเขาอยู่ก่อนแล้ว
“กรี๊ดดดดดดด วันนี้นายน้อยก็ยังคงหล่อเหลาเหมือนเช่นเดิม”
แต่ละคนต่างมีใบหน้าที่เปล่งประกายไปด้วยความปลื้มปิติและแววตาที่หลงใหลในตัวของชายหนุ่มผู้นี้ ความหล่อเหลาของอนาเธอร์ไม่ได้เป็เพียงแค่คำบรรยายธรรมดา แต่เป็เสน่ห์ที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนที่พบเห็นต้องหลงใหลในตัวเขา
แม้กระทั่งแม่บ้านที่ทำงานในคฤหาสน์นี้ก็ไม่อาจต้านทานความมีเสน่ห์ของเขาได้
“ถอยไปเลยนะนังบ้า วันนี้ข้าต้องได้ปรนนิบัตินายน้อย”
“เธอต่างหากที่ต้องถอยไป.. ไม่น่ะ นายน้อยกำลังรำคาญแล้วนั่น”
แม่บ้านคนสวยหลายคนต่างแย่งกันเข้ามาปฏิบัติงานใกล้เขา บางคนช่วยถอดเสื้อคลุมของเขา บางคนยื่นเครื่องดื่มเย็นๆมาให้ ขณะที่อีกหลายคนต่างพยายามสร้างความประทับใจให้เขาด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็การยิ้มหวานหรือการพูดคุยที่แสดงความเอาใจใส่ เอาหน้าอกที่ใหญ่โตมายั่วยวนและให้เขาัับ้าง ไม่ว่าจะอะไร มันก็เป็กิจวัตรประจำวันที่อนาเธอร์จะต้องพบเจอ
อนาเธอร์เห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างแห้งๆ เขาไม่ได้รังเกียจพวกเธอ แต่กลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับการถูกปฏิบัติเช่นนี้
เขาเองเคยชินกับความสนใจที่มากมายจากผู้คน แต่ทุกครั้งที่เขากลับมาถึงบ้าน พวกแม่บ้านเหล่านี้ก็มักจะทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเหตุการณ์ที่ทุกคนกำลังแย่งกันเอาใจเขา
“พวกพี่ไม่จำเป็ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”
“ผมแค่้าพักผ่อนน่ะ”
อนาเธอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ยังคงแฝงไปด้วยความอ่อนโยนตามนิสัยของเขา
เขารู้ดีว่าการพูดเช่นนี้จะช่วยทำให้พวกแม่บ้านลดความกระตือรือร้นลง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้พวกเธอรู้สึกเสียใจ
ทว่าหนึ่งในแม่บ้านที่ดูจะเป็หัวหน้าของกลุ่มนี้ได้ยืนขึ้นและกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
“นายน้อยไม่ต้องกังวลค่ะ พวกเราแค่้าให้ท่านรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้”
แม่บ้านคนนั้นเป็หญิงสาวที่มีใบหน้าและเรือนร่างที่เย้ายวนเป็อย่างมาก ราวกับเป็นางมารร้ายคนนึงเลยด้วยซ้ำ มีหน้าอกใหญ่โตเป็อย่างมาก มันแกว่งไปมาจนทำให้ใบหน้าของเขาต้องแดงก่ำ
แถมที่สำคัญ เธอยังเป็อดีตผู้เล่นเลเวลาสูงที่ครั้งนึงเคยสั่นะเืโลกทั้งใบ แต่ไม่รู้ทำไม หญิงสาวถึงยอมมาทำงานนี้ก็ไม่รู้
“พี่สาวไอริน..”
อนาเธอร์พยักหน้าเบาๆด้วยความเข้าใจ เขาไม่ได้ต่อว่าหรือปฏิเสธน้ำใจของพวกเธอ
“ว่าแต่ท่านพ่อและท่านแม่ไปไหนหรือ?”
เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น สายตาของเขามองไปยังแม่บ้านสาวคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับอย่างรวดเร็วและนอบน้อม
“ท่านผู้นำตระกูลกับท่านหญิงได้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมกับตระกูลอื่นๆค่ะ”
เสียงของเธอนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความเคารพ ขณะที่เธอยืนตัวตรงก้มศีรษะลงเล็กน้อย เพื่อแสดงความเคารพต่ออนาเธอร์
“ประชุมอีกแล้ว?”
อนาเธอร์ขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ
การประชุมระหว่างตระกูลถือเป็เื่ปกติสำหรับตระกูลซิกฟรีดและตระกูลใหญ่ๆอื่นๆในประเทศ มักจะมีการร่วมมือหรือเจรจาเพื่อรักษาสมดุลและอำนาจในโลกใบใหม่นี้
นอกจากท่านพ่อและท่านแม่แล้ว พี่ชายและพี่สาวของเขาเองก็เป็ผู้เล่นที่แข็งแกร่งมาก ทั้งสามต่างถือเป็บุคคลสำคัญในระดับประเทศ มีอำนาจและอิทธิพลที่กว้างไกล ซึ่งทุกครั้งที่มีการประชุมสำคัญในระดับชาติหรือระหว่างตระกูล พวกเขามักจะต้องเข้าร่วมด้วยเสมอ
หลังจากได้รับคำตอบจากแม่บ้าน อนาเธอร์ก็พยักหน้าให้เธออีกครั้ง ก่อนที่จะกล่าวสั้นๆ
“เข้าใจแล้วละ”
“งั้นขอผมไปพักผ่อนหน่อยละกัน”
แม่บ้านทุกคนที่อยู่รอบๆ ก้มศีรษะให้พร้อมกันและกล่าวตอบรับ
“เ้าค่ะ ท่านอนาเธอร์”
หลังจากนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อ แต่ยังคงเฝ้ามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและรักใคร่
...
หัวหน้าแม่บ้าน พี่สาวไอริน..
ตามสไตร์ของคนเขียน (หึหึ)