THe Superman

    ตอนที่ 48 ดินแดนสวรรค์

    “ ยอดเยี่ยม !! ” นักชิมฟ่งยู่พูดเสียงดังฟังชัด ทำให้ทุกคนจ้องมองไปยังนักชิมฟ่งยู่ บรรยากาศในห้องมีแต่เสียงของนักชิมฟ่งยู่ดังสะท้อนไปมา

    ใบหน้าเถ้าแก่เซี่ยวกระตุกอย่างแรง เซี่ยวเฟิงแทบไม่อยากเชื่อหูของตนเอง เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ทำไมคำว่า “ ยอดเยี่ยม ” ถึงหลุดออกมาจากปากของนักชิมฟ่งยู่ได้ จากที่เขาเคยได้ยินมา นักชิมฟ่งยู่พูดชมเชฟเช่นนี้ไม่เกินสิบคนด้วยซ้ำไป เพราะมาตรฐานที่สูงลิบลิ่วของนักชิมฟ่งยู่ จึงมีเชฟไม่กี่คนเท่านั้นที่สมควรได้รับคำชมเชยนี้

    แต่ครั้งนี้คำว่า “ ยอดเยี่ยม ” มันก็ปรากฏออกมาอีกครั้งแล้ว

    เหล่านักข่าว นักบล็อกเกอร์ต่าง ๆ อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง แค่เพียงนักชิมฟ่งยู่บอกว่าพอใช้ได้ พวกเชฟเหล่านั้นก็ถือว่าได้รับเกียรติขั้นสูง และคำพวกนี้เปรียบเหมือนใบรับรองความสำเร็จให้กับเชฟเหล่านั้นอีกด้วยอีกด้วย ในตอนแรกพวกเขาก็คาดคิดไว้อยู่ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เถ้าแก่เซี่ยวตั้งใจที่จะให้เชฟของเขาได้รับการยอมรับถึงระดับฝีมือของปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพีทั้งสามซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง อีกทั้งเถ้าแก่เซี่ยวยังจงใจเชิญให้พวกเขามาทดสอบที่ภัตตาคารโจวซืออีกครั้ง เพื่อทำลายชื่อเสียงเชฟหลักของภัตตาคารโจวซืออีกรอบ คล้ายกับเหตุการณ์เมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่ทว่าใครจะไปคาดคิดกันล่ะ จู่ ๆ เชฟหลักคนใหม่ของภัตตาคารโจวซือก็แสดงออกถึงความสามารถขั้นสุดยอดที่เหนือล้ำกว่าปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพีทั้งสามเสียอีก นี่ก็เป็นเหมือนการตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่อย่างแท้จริง

    และในตอนนี้เอง นักชิมฟ่งยู่ก็เปิดปากพูดขึ้นมา“ เนื้อชิ้นนี้มีความนุ่มเป็นอย่างมาก ผมสังเกตได้ตั้งแต่ตอนที่ลองใช้มีดหั่นเนื้อออกมา ซึ่งหลังจากหั่นเนื้อยิ่งทำให้ผมตกใจมากขึ้นไปอีกเพราะกลิ่นที่อยู่ภายในเนื้อได้ลอยออกมาซึ่งเป็นกลิ่นที่แตกต่างกับกลิ่นที่นำอาหารจานนี้ออกมาในครั้งแรก กลิ่นทั้งสองต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันเอง ความหอมที่ล้ำลึกเหลือคณานับ ได้ผสานกันอย่างลงตัว ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีทักษะอะไรแบบนี้อยู่ในโลก ”“ และยังไม่พอ หลังจากที่ผมได้ลิ้มลองรสชาติของมัน ทำให้ผมประทับใจถึงที่สุด ทุก ๆ อย่างทั้งกลิ่นและรสชาติผสานกันได้ดียิ่งกว่าเดิม ”“ ผมขอนิยามอาหารจานนี้ด้วยคำว่า ‘ อัศจรรย์ ’ ”“ มันคงไม่มีชื่อเรียกใดที่จะเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว ”

    นักชิมฟ่งยู่หลังจากได้ชิมก็พูดเป็นน้ำที่ไหลทะลักออกมาจากเขื่อน คำพูดแต่ละคำ คำพูดแต่ละประโยคเต็มไปด้วยความชื่นชม คนรอบ ๆ ตัวเขาต่างมึนงง ภาพลักษณ์ที่นักชิมฟ่งยู่สร้างเอาไว้ มีเพียงวิจารณ์อาหารเสีย ๆ หาย ๆ หรือถ้าอาหารจานใดพอที่จะมีคุณค่าสำหรับเขาหน่อย เขาก็จะพูดสั้น ๆ เท่านั้น เช่นในวันนี้

    แต่วันนี้ ทุก ๆ ประโยคที่เขากล่าวออกมามีแต่คำวิจารณ์ในแง่บวก พวกนักข่าว บล็อกเกอร์ต่าง ๆ ก็กลายเป็นตกตะลึงเข้าไปใหญ่ ที่ภัตตาคารธรรมดา ๆ แห่งหนึ่งได้มีเชฟที่มากด้วยฝีมือถึงขนาดที่ว่านักชิมฟ่งยู่พูดชมเชยเช่นนี้ ในตอนนี้พวกเขากำลังอยากรู้จักกับเชฟคนที่ทำอาหารจานนี้เสียแล้ว

    “ พ่อหนุ่ม ” นักชิมฟ่งยู่หันหน้าไปทางเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง ผิวค่อนข้างขาว รูปร่างค่อนข้างสูง เขาเป็นคนที่ถืออาหารจานที่นักชิมฟ่งยู่ชิมไป“ ช่วยเรียกเชฟที่ทำอาหารจานนี้มาให้หน่อยได้ไหม ” นักชิมฟ่งยู่ในตอนนี้ภาพลักษณ์ของเขาดูสุภาพเป็นอย่างมาก ครั้งแรกที่ผู้คนพบเจอฟ่งยู่ หลาย ๆ คนก็คิดไปในทางเดียวกันว่าฟ่งยู่จะต้องเป็นคนที่มีนิสัยหยิ่งทระนงเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นคนที่ชอบวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาไม่ไว้หน้าใคร แต่ทว่าวันนี้พวกเขาต่างได้ค้นพบนิสัยอีกด้านที่ดีกว่าอย่างมาก เหตุผลนั้นง่ายมากเพราะว่าความสามารถของหยางหลิวมีมากจนทำให้นักชิมฟ่งยู่ยอมรับนับถือในตัวหยางหลิว

    “ ใช่ น้องช่วยไปเรียกเชฟที่ทำอาหารจานนี้ขึ้นมาที ”

    “ บอกเขาด้วยว่าพวกเราอยากขอสัมภาษณ์อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ด้วย ”

    นักข่าวหลายคนอยากที่จะขอสัมภาษณ์ผู้ที่ทำอาหารจานนี้ เพราะว่าเชฟที่ทำอาหารจานนี้จะต้องมากด้วยฝีมือเป็นแน่ แค่เพียงคำชื่นชม ยกย่องของนักชิมฟ่งยู่ผู้เป็นสุดยอดนักชิมแถวหน้าของประเทศก็เกินพอแล้ว
    ไม่เพียงแค่นี้ นักข่าว นักบล็อกเกอร์บางคนหัวไว เขาไม่พูดคุยกับคนที่เสิร์ฟอาหารจานนี้ แต่กลับเดินตรงไปหาผู้จัดการหยานไห่ และเจ้าของภัตตาคารโจวซือ “ คุณผู้จัดการร้าน คือพวกเรามาจากสำนักข่าวปักกิ่ง พวกเราอยากจะขอสัมภาษณ์เชฟที่ทำอาหารจานนี้ได้ไหม ? นอกจากนี้หากทางคุณอนุญาต พวกเราจะขอให้เชฟหลักของคุณไปออกรายการกับ ‘ปักกิ่งจานเด็ด’ ด้วย ”

    “ โอ้ ! เถ้าแก่โจว คุณนี่หาเชฟได้สุดยอดไปเลยนะ ถ้าเถ้าแก่โจวไม่รังเกียจทางสถานีของเรายินดีที่จะโฆษณาทางร้านของคุณให้ พร้อมกับจัดอันดับให้ร้านอาหารนี้เป็นหนึ่งในร้านที่ดีที่สุดในปักกิ่งอีกด้วย ”

    ทั้งผู้จัดการหยานไห่ และเถ้าแก่โจวซือ ถึงกับพูดไม่ออก พวกเขาทำได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ออกมา ความสามารถของหยางหลิวนั้นเหนือกว่าที่พวกเขาคาดหมายเอาไว้อย่างมาก ฝีมือของหยางหลิวมีมากกว่าปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพีนี่นับว่าน่าตกใจแล้ว แต่หยางหลิวกลับได้รับคำชมเชย คำวิจารณ์ในแง่บวก ซึ่งมาจากนักชิมฟ่งยู่ และคงไม่ต้องบอกอีกนะว่านักชิมฟ่งยู่เป็นนักชิมชั้นแนวหน้าของประเทศ เขาได้ลิ้มลองรสชาติอาหารของเหล่าปรมาจารย์แห่งแดนสวรรค์มาตั้งกี่สิบคน แต่คนที่ได้รับคำวิจารณ์ว่ายอดเยี่ยมมีไม่ถึงสิบคนเท่านั้น นั่นไม่ได้หมายความว่าหยางหลิวมีฝีมือระดับปรมาจารย์แห่งแดนสวรรค์หรอกหรือ ?

    “ เฮ้ ! พ่อหนุ่มน้อย ช่วยไปเรียกเชฟที่ทำอาหารจานนี้มาหน่อย ” นักชิมฟ่งยู่เขาบอกเด็กหนุ่มคนเดิมอีกครั้ง

    “ คือ…ผมนี่แหละคนทำอาหารจานนี้ ” หยางหลิวพูดอย่างอาย ๆ พร้อมกับหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา

    “ ว่าไงนะ !? ” นักชิมฟ่งยู่ถึงกับตื่นตะลึงยิ่งกว่าเก่า ฝีมือของเชฟที่ทำอาหารจานนี้เป็นเพียงแค่เด็กอายุเกือบ ๆ ยี่สิบ ?

    “ เฮ้ยเจ้าหนู เลิกล้อเล่นได้แล้ว ”

    “ เออใช่ ไปตามเชฟที่ดูแลอาหารจานนี้มาเร็ว ๆ เข้า ”

    บล็อกเกอร์อารมณ์ร้อนบางคนไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มวัยเกือบยี่สิบปีที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นคนทำอาหารจานนี้ ด้วยลักษณะคำชมของนักชิมฟ่งยู่ พวกเขาก็ต่างคาดคิดว่าเชฟที่ทำต้องเป็นเชฟที่ค่อนข้างมีอายุหน่อย ถึงจะหนุ่มก็น่าจะอยู่ในช่วงอายุสามสิบขึ้นไปเป็นอย่างน้อย ทว่ากลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งอ้างมาว่าจานนี้เขาเป็นคนทำเอง พวกเขาจึงไม่เชื่ออย่าง และคิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังล้อเล่น

    ส่วนนักชิมฟ่งยู่นอกจากคำที่เขากล่าวออกไป เขาก็ยังไม่พูดอะไรออกมาอีก เขาเพียงพิจารณารูปร่างของหยางหลิวให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะในตอนนี้เด็กหนุ่มคนดังกล่าวไม่เพียงยืนอยู่ตรงหน้าเขา เด็กหนุ่มคนนี้ยังถือถ้วยน้ำจิ้มแปลก ๆ ไว้ ทำให้เขารู้สึกสงสัยใคร่รู้

    หยางหลิวเองก็สังเกตเห็นถึงท่าทีของนักชิมฟ่งยู่ เขาก็เลยพูดออกไปว่า“ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ ผมจะบอกให้พวกคุณทราบว่าจริง ๆ อาหารจานนี้ยังไม่สมบูรณ์ ”

    “ อาหารจานนี้ยังไม่สมบูรณ์ !? ” คนในภัตตาคารต่างตะโกนออกมาด้วยความเหลือเชื่อ อาหารที่ยังไม่สมบูรณ์แต่กลับได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากนักชิมฟ่งยู่ แล้วถ้าเกิดมันเป็นสมบูรณ์ล่ะ ?ทันใดนั้นในภัตตาคารก็เต็มไปด้วยเสียงคนพูดคุยอื้ออึงกันเสียงดัง พวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัย และเริ่มถามคนจากภัตตาคารโจวซือ ซึ่งคนจากภัตตาคารโจวซือก็ไม่มีใครทราบเช่นเดียวกัน

    “ ถูกต้อง ! อาหารจานนี้นั้นไม่สมบูรณ์ เพราะว่ามันยังขาดส่วนประกอบหลักไปอีกหนึ่งอย่าง ” หยางหลิวพูดโดยท่าทีสบาย ๆ

    แต่ทุกคนไม่ได้คิดเช่นนั้น พวกเขาต้องการอยากรู้ว่า อะไรคือส่วนประกอบหลักที่หายไปจากจานนี้

    ในตอนนี้เองหยางหลิวก็ถือถ้วยน้ำจิ้มไปวางบนโต๊ะและแสดงท่าทีว่าให้เขากินอาหารคู่กับน้ำจิ้มที่อยู่ในถ้วย

    นักชิมฟ่งยู่ก็เข้าใจความหมายของหยางหลิว เขาถึงไม่ได้ถามอะไร และเริ่มที่จะชิมอาหารพร้อมกับน้ำจิ้มที่หยางหลิวนำมาให้

    ในตอนนั้นเองหยดน้ำจิ้มที่ติดกับชิ้นเนื้อได้ไหลลงบนลิ้นของนักชิมฟ่งยู่ มันราวกับว่าหยดน้ำที่หล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ความรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกได้ส่งไปทั่วทั้งประสาทสัมผัส พร้อมกับได้เปิดสัมผัสรับรสให้ดียิ่งขึ้นไปอีก กลิ่นของเนื้อชิ้นนี้ก็กลายเป็นเหมือนกับเข้มข้นมากกว่าเดิมไปหลายสิบเท่า คนที่ยังไม่ได้ชิมอาจจะไม่รู้ แต่นักชิมฟ่งยู่รู้ ความแตกต่างของมันมากยิ่งกว่าเดิม ดียิ่งกว่าเดิม ไม่แปลกใจเลยที่หยางหลิวได้บอกกับเขาว่าอาหารจานนี้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะในตอนที่เขาได้ลิ้มลองเขาก็พบว่ามันไม่สมบูรณ์จริง ๆ ถ้าขาดน้ำจิ้มนี้ไปมันก็จะกลายเป็นอาหารที่ไม่สมประกอบ และอภัยให้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด รอบ ๆ ตัวนักชิมฟ่งยู่กลายเป็นเงียบสงบคล้ายกับว่าเขานั่งอยู่ในดินแดนสวรรค์ ขณะนี้เขาเพียงหลับตารับรสชาติของอาหารจานนี้อย่างช้า ๆ

    ในไม่กี่อึดใจก็คล้ายกับเขาอยู่ในดินแดนนั้นหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่นักชิมฟ่งยู่รู้สึกเช่นนี้ ครั้งแรกเขาเพียงคิดว่าเชฟผู้ที่ทำอาหารจานนี้น่าจะมีระดับฝีมือของปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ แต่ในตอนนี้เขาเหมือนจะเพิ่งเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ที่ใครหลายคนยกย่องล้วนเป็นของปลอมทั้งสิ้น อาหารจานนี้ต่างหากที่เป็นอาหารแห่งแดนสวรรค์ที่แท้จริง และเชฟที่ทำอาหารจานนี้คือปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ที่แท้จริง !

    ตอนล่าสุด (วันที่ 24/04/61) มีถึงตอนที่ 86 นะครับ สามารถติดตามต่อได้ที่ Fictionlog ลิงก์ด้านล่างครับhttps://fictionlog.co/b/5a491397dd76774d2e4aa3a0