บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAX

    ปะทะทหารจักรวรรดิ

    บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAXปะทะทหารจักรวรรดิ





         "ล้อมมันไว้!!! อาวุธใหญ่เทอะทะเช่นนั้น มันไม่มีทางโจมตีได้เร็วนักหรอก"

         เสียงสั่งการอันโกรธเกรี้ยวของหัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนดังขึ้น ส่งให้ทหารเกราะเบาหลายนายกระจายกำลังมาล้อมรอบตัวผมเอาไว้ ทั้งหอก และดาบล้วนชี้มาทางผมอันเป็นจุดศูนย์กลาง

         แทนที่จะตื่นตระหนกจากการถูกล้อมรอบด้วยทหารนับสิบคน แต่ผมกลับใจเย็น และสุขุมเกินกว่าที่ตัวเองคาดไว้ สายตาใต้หมวกเกราะกวาดมองทหารรอบกายกำลังขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับของมีคมในมือ

         หากเป็นในเกม การถูกล้อมด้วยศัตรูมากมายขนาดนี้ ต่อให้เป็นผมที่สวมชุดเกราะเต็มสูบก็ยากจะรอดไปได้ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดในด้านการควบคุมจากทั้งเมาส์ และคีย์บอร์ด หรือจอยสติ๊ก รวมทั้งการเคลื่อนไหวของตัวละครที่ตายตัวอันเนื่องมาจากมันเป็นเกมที่ต้องเล่นผ่านจอ ไม่ใช่เกมเสมือนจริง

         แต่ตอนนี้ผมสามารถควบคุมร่างนี้ได้อย่างอิสระ กระทำในสิ่งที่เกมไม่สามารถทำได้ แถมวิธีการต่อสู้ของอาทัสก็ซึมซับอยู่ในหัวมาตลอด 20 ปีที่เกมเปิดให้บริการ

         "ถวายหัวของมันให้แก่ข้า! แด่ท่านเทพธิดา ราฟาเทียร์!!!"

         "ครับท่าน!!!"

         สิ้นเสียงสั่งการของทหารร่างอ้วนท้วน เหล่าทหารสวมเกราะเบาทั้งหลายก็ตอบรับเสียงแข็ง พร้อมกับโถมร่างเข้าใส่ผมแทบจะพร้อมเพรียงกัน ถึงกระนั้นการเคลื่อนของพวกมันค่อนข้างจะไร้ระเบียบ คงเพราะเห็นว่าศัตรูมีคนเดียวจึงประมาทสินะ

         ทั่วร่างพลันเกร็งแน่น เท้าซ้ายก้าวไปข้างหน้าพลางก้มตัวลงเล็กน้อย พื้นดินถึงกับเกิดรอยแตกร้าวจากแรงมหาศาลที่กดทับลงมาจากร่างสวมชุดเกราะหนัก สองมือพลันจับด้ามดาบแน่นกว่าเดิมจนเกิดเสียงเสียดสีของโลหะ




         "ซู้ด-- ย้าก!!!"

         ปากสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะคำรามเสียงดังลั่นสะท้อนไปทั่วเสียจนอากาศถึงกับสั่นไหว ดวงตาสีแดงของหมวกเกราะพลันเปล่งแสงสว่างวาบน่าพรั่นพรึง พร้อมกับดาบยักษ์สีดำถูกหวดใส่ทหารตรงหน้าเต็มแรง 

         ตู้ม!!!

         แม้จะยกโล่ขึ้นมาป้องกันก็ไม่อาจช่วยอะไรได้ ร่างของทหารคนนั้นถูกคมดาบฟาดเข้าใส่ตัดทั้งแขน และโล่ไปพร้อมกัน ตามด้วยบ่าซ้ายถูกบดขยี้ทะลุไปถึงระหว่างขา ก่อนที่ดาบยักษ์สีดำจะกระแทกพื้นจนแตกระแหง

         ยังไม่หมดเท่านั้น ผมทำการบิดข้อมือสะบัดดาบฟาดไปด้านข้างตัดผ่านทหารอีกสองคนให้ร่างขาดเป็นสองท่อนปลิวว่อนขึ้นกลางอากาศ และดาบยักษ์ที่ยังไม่หมดแรงเหวี่ยงยังกระแทกใส่ร่างของทหารทางด้านหลัง เกราะเบาที่สวมอยู่ถึงกับทะลุยุบลงไป แม้จะไม่ตัวขาดสองท่อนเหมือนคนอื่น แต่บาดแผลก็สาหัสมากพอจะทำให้ถึงตาย

         "กรอด!"

         ฟันขบกันแน่นออกแรงกระชากดาบกลับมา ฟาดใส่ด้านข้างบดขยี้ทหารอีกคนให้ขาดสะพายแล่งไปพร้อมกับดาบที่ยกขึ้นมาป้องกัน จากนั้นผมก็ทำการลากดาบไปตามพื้นแล้วออกแรงฟันทหารอีกคนจากล่างขึ้นบน ส่งร่างสวมชุดเกราะเบาของทหารต้องกระเด็นขึ้นไปกลางอากาศ

         การโจมตีที่สุดแสนจะหนักหน่วง และดิบเถื่อน ทำให้พวกทหารที่กำลังวิ่งเข้ามาต้องเป็นอันหยุดชะงักด้วยความหวาดผวา แต่ผมก็หาได้สนใจไม่ สองเท้ายังคงวิ่งเข้าใส่พร้อมกับเหวี่ยงดาบยักษ์สีดำในมือฟาดร่างของพวกมันอย่างไร้ความปรานี

         หนึ่งก้าว หนึ่งศพ สิบก้าวก็สิบศพ!

         เสียงคำรามดังกึกก้องราวกับเสียงสัตว์ร้าย พร้อมกับคมดาบทมิฬได้ฟาดเข้าใส่ร่างของทหารให้ขาดเป็นสองท่อนในทีเดียวถึงสามคน ร่างที่ถูกตัดแบ่งของพวกมันต่างลอยกระเด็นขึ้นกลางอากาศไปตกใส่ทหารที่อยู่ข้างหลังจนต้องร้องเสียงหลงออกมาด้วยความหวาดกลัว

         หัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนกัดฟันแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะรีบออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดังก้อง

         "พวกแกมัวทำอะไรกันอยู่!? ทหารที่เหลือไปล้อมมันไว้! พลหน้าไม้ยิงสังหารมันซะ!"

         สิ้นเสียงสั่งการ ทหารที่ยืนคุมเชิงอยู่ก็เริ่มวิ่งเข้ามาล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ทหารอีกหลายคนก็ยกหน้าไม้ขึ้นมาเล็งใส่ผมอีกด้วย

         ท่าไม่ดีแล้วสิ!

         ผมรีบกระโดดกลิ้งตัวไปด้านข้างเพื่อหลบลูกธนู ระหว่างที่กำลังลุกขึ้นมาผมก็ฟาดดาบใส่ทหารที่เข้ามาขวางไปด้วยจนปลิวออกไปหลายคน มือซ้ายคว้าดาบบนพื้นขึ้นมา แล้วทำการปาใส่ทหารถือหน้าไม้คนหนึ่ง คมดาบพุ่งแทงทะลุเข้ากลางอกของมันอย่างแม่นยำทั้งที่ผมไม่ได้เล็งเลยด้วยซ้ำ

         ไม่มีเวลามาชื่นชมผลงาน ขอบตาเหลือบไปเห็นทหารอีกสองนายกำลังพุ่งเข้ามาก็รีบบิดกายเหวี่ยงดาบฟาดร่างของพวกมันให้ขาดเป็นสองท่อนไปพร้อมกัน แล้วทำการใช้มือซ้ายคว้าร่างท่อนบนที่ยังมีเสียงร้องหลงเหลือมาป้องกันลูกธนูที่ยิงเข้ามาไม่ต่างจากโล่

         เมื่อการยิงพักช่วงไปจังหวะหนึ่ง ผมก็ทำการปาร่างท่อนบนของทหารคนนั้นให้ปลิวไปชนใส่ทหารถือหน้าไม้จนล้มไปสองคน ขณะเดียวกันผมก็วิ่งตามติดไปด้วย แม้จะมีทหารเข้ามาขวางทาง แต่ผมก็ใช้ดาบยักษ์ในมือฟาดฟันพวกมันให้ขาดเป็นสองท่อนไปพร้อมกับโล่ที่ถืออยู่

         ไม่สนใจแม้ลูกธนูจะถูกยิงเข้าใส่ในระยะประชิด เสียงคำรามราวกับสัตว์ร้ายดังลั่นพร้อมกับดาบยักษ์สีดำได้ฟาดใส่ทหารหน้าไม้จนร่างแยก และผมไม่มีวันปล่อยทหารหน้าไม้ที่เหลือไปเด็ดขาด

         ดาบยักษ์สีดำถูกเหวี่ยงไปรอบกายฟาดเข้าใส่ทหารถือหน้าไม้อีกสองคนให้ร่างขาดเป็นสองท่อนปลิวออกไป จากนั้นก็ตามรุกไล่ทหารถือหน้าไม้ที่เหลือที่กำลังวิ่งหนีแตกกระเจิง แต่ก็เป็นอันต้องชะงักกึก เมื่อถูกคมหอกของทหารแทงเข้าตรงขาจากด้านข้าง

         สายตาเหลือบไปมองพร้อมกับเหวี่ยงดาบยักษ์สีดำในมือฟาดใส่หน้าอกของทหารคนนั้นจนขาดเป็นสองท่อน พลางเบี่ยงตัวหลบดาบของทหารอีกคนที่ฟันใส่ แล้วกระชากดาบกลับมาฟาดใส่มันให้ขาดเป็นสองท่อนไปอีกคน

         มือซ้ายคว้าดาบจากมือของทหารที่พึ่งถูกฟันไปกลางอากาศ แล้วหันไปขว้างทางด้านหลังราวกับมีตาหลัง คมดาบพุ่งไปปักเข้ากลางอกของทหารถือหน้าไม้อย่างแม่นยำ

         ทหารอีกหลายคนที่มองเห็นการโจมตีอันบ้าคลั่งก็ถึงกับก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ปากพร่ำเอ่ยคำว่า 'ปีศาจ' อยู่หลายครา สองตามองเห็นสหายร่วมรบถูกฟันให้ขาดเป็นสองท่อนกระเด็นขึ้นกลางอากาศศพแล้วศพเล่า หยดเลือด และเครื่องในล้วนกระจายไปทั่วบริเวณ

         "พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่! ตั้งโล่แล้วบุกเข้าไปพร้อมกันสิวะ! ดูก่อนสิ! ตอนนี้มันเหวี่ยงดาบยักษ์หลายครั้งจนหอบแล้ว! เป็นโอกาสดีที่จะสังหารมันเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย!"

         หัวหน้าทหารร่างอ้วนถึงกับเหงื่อแตกผลักรีบสั่งการด้วยสีหน้าร้อนรนพลางชี้ไม้ชี้มือมาทางนี้ ทหารที่เหลือได้ยินดังนั้นจึงจ้องมองร่างสวมชุดเกราะทมิฬอย่างพินิจพิเคราะห์

         เป็นอย่างที่เจ้าอ้วนนั่นว่าไว้น่ะนะ...

         ฉัวะ!

         ดาบยักษ์สีดำฟาดใส่ทหารคนหนึ่งให้ลงไปกองกับพื้น ขณะเดียวกันเสียงหอบหายใจแรงก็ดังออกมาจากปากของผมไม่ขาด เหงื่อกาฬหลั่งไหลอาบไปทั่วทั้งตัวภายใต้ชุดเกราะ ไหล่ทั้งสองข้างเองก็ขยับขึ้นลงหลายครั้งตามจังหวะการหายใจอันหนักหน่วง

         "เจ้าโง่เอ้ย! การแสดงความอ่อนแอของตัวเองให้ศัตรูเห็นก็เท่ากับฝังศพให้ตัวเองนั่นแหละ!"

         ทหารที่ล้อมรอบเริ่มตั้งขบวนยกโล่ขึ้นพลางดันเข้ามาใกล้ทีละก้าว รอยยิ้มเยาะของทหารทุกคนพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า เมื่อรับรู้ได้ว่าชัยชนะอยู่ไม่ไกลเอื้อม

         "แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก..."

         จริงอยู่ที่ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกเหนื่อยแทบตัวโยน ทั่วทั้งตัวรู้สึกปวดล้าไปหมดจนเหวี่ยงดาบแทบไม่ไหว หากในเกมต่อสู้มานานขนาดนี้ Stamina คงจะหมดไปนานแล้ว การเคลื่อนไหว และการเหวี่ยงดาบก็จะช้าลง ตอนนี้ที่พอสู้ได้ก็มาจากลูกฮึดที่ไม่มีอยู่ในเกมล้วน ๆ

         แต่ไม่รู้ทำไม...

         มือทั้งสองข้างกำด้ามดาบแน่นเลื่อนใบดาบยักษ์สีดำไว้ด้านข้างชี้ปลายดาบไปข้างหลัง ขณะเดียวกันเสียงหอบหายใจก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนแสบคอ

         ...ทั้งที่เหนื่อยล้ามากขนาดนี้ กระนั้นกลับรู้สึกว่าเรี่ยวแรงไม่ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย!!!

         "ย้าก!!!"

         เปรี้ยง!

         เสียงคำรามปลุกใจดังกึกก้องพร้อมกับดาบยักษ์สีดำถูกเหวี่ยงฟาดเข้าใส่กำแพงโล่ตรงหน้าสุดแรง คมดาบหนาทะลวงผ่านโล่ไม้ปิดทับด้วยแผ่นเหล็กฟันเข้าใส่เจ้าของอย่างง่ายดาย ทหาร 4 คนถึงกับเสียชีวิตคาที่ และปลายดาบก็ฟาดโดนโล่ของทหารที่อยู่ด้านข้างให้ปลิวไปอีก 2 คน

         พวกทหารรีบคว้าจังหวะนั้นแทงหอกใส่ แต่ผมไหวตัวทันกระโดดถอยหลังหลบออกมาได้ก่อน เมื่อตั้งหลักได้แล้วผมก็ทำการเหวี่ยงดาบไปด้านหลังฟาดใส่กำแพงโล่ที่กำลังดันเข้ามาจากอีกทาง

         "เหวอ!?"

         "มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว!"

         "ป-- ปีศาจ!!!"

         ทหารที่ตั้งโล่อยู่ก็ถึงกับร้องออกมาด้วยความหวาดผวา ผมรีบคว้าโอกาสตอนอีกฝ่ายเสียกำลังใจโถมกายเข้าใส่กำแพงโล่ที่กำลังระส่ำระสายตรงหน้าสุดกำลัง ดาบยักษ์สีดำในมือได้ถูกกระหน่ำฟาดใส่กำแพงโล่เบื้องหน้าไม่ยั้ง ทุกการฟาดฟันล้วนทะลวงโล่ไปพร้อมกับทหารทุกครั้งจนกระทั่งกำแพงโล่ถูกตีแตก ผมจึงใช้ตรงจุดนี้เพื่อฝ่าวงล้อมออกไปทันที

         "ฮี้ย์!"

         "อย่าเข้ามานะ!!!"

         ทหารรีบถอยห่างออกจากผมด้วยความหวาดกลัว นั่นถือว่าเป็นเรื่องดีในการฝ่าวงล้อมออกไป ขืนตกอยู่ในวงล้อมนานกว่านี้คงถูกรุมกินโต๊ะในอีกไม่นาน

         มือขวาถือดาบด้วยมือเดียวฟาดใส่ทหารตรงหน้าจนร่างแหว่ง ก่อนที่มือซ้ายจะกำหมัดเหวี่ยงหลังมือฟาดใส่ใบหน้าของทหารอีกคนที่กำลังพยายามลอบโจมตี ส่งผลให้หัวของมันถึงกับระเบิดทันที พร้อมกับร่างไร้หัวได้กระเด็นไปชนใส่ทหารด้านหลัง

         มือซ้ายกลับมากำด้ามจับไว้แน่นแล้วออกแรงฟาดทหารที่ขวางทางจนแตกกระเจิง ก่อนจะหันหลังไปฟาดใส่ทหารที่คิดจะลอบโจมตีให้ขาดเป็นสองท่อนปลิวว่อนไปทั่ว

         เมื่อเห็นท่าไม่ดีหัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนจึงรีบสั่งการให้ทหารม้าทำการจู่โจม ทหารม้าสองนายรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด ก่อนจะควบม้าคู่ใจพุ่งทะยานออกมาจากกองกำลังหลักตรงเข้าสู่จุดตะลุมบอนทันที

         ทหารราบมองเห็นทหารม้าที่กำลังควบมาก็รีบส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ เปิดทางโดยไว แม้ว่าจะมีทหารบางคนหลบไม่ทัน แต่ทหารม้าก็พุ่งชาร์จชนกระแทกร่างของคนที่ขวางทางให้ออกไปอย่างไม่ไยดี

         ผมเองก็สังเกตเห็นทหารม้ามาตั้งแต่ไกล ๆ แล้ว หากโจมตีด้วยการฟันธรรมดาคงจะถูกม้าพุ่งชนเป็นแน่ แม้จะไม่ถึงตายก็เถอะ แต่หากเสียหลักล้มลงไปตอนนี้คงจะถูกทหารที่กำลังรอจังหวะเข้ารุมสกรัมจนเละไม่เหลือซาก

         งั้นมาลองใช้วิธีนี้ดูละกัน

         สมองรำลึกถึงภาพในเกม พลางก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าก้มตัวลงต่ำจนร่างแทบขนานไปกับพื้น สองมือจับด้ามดาบไว้มั่นยกขึ้นมาแนบกับแผ่นหลัง ทั่วร่างพลันเกร็งแน่นสัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังเอ่อล้นออกมา

         ทักษะเพียงหนึ่งเดียวของแบล็ค เกรทซอร์ด...

         สองเท้าก้าวไปข้างหน้าขณะก้มตัวอยู่ พลางบิดตัวหมุนจนเกิดแรงเหวี่ยงอันมหาศาลขึ้นในชั่วอึดใจ พริบตานั้นดาบที่แนบอยู่บนแผ่นหลังก็ถูกเหวี่ยงฟันไปรอบตัวก่อให้เกิดพายุขนาดย่อมฟาดเข้าใส่ทหารม้าทั้งสองที่พุ่งสวนเข้ามา

         สทอร์ม สแลช!!!(Storm slash)

         ฉัวะ!!!

         แรงเฉือนอันมหาศาลในชั่วพริบตาที่เกิดขึ้นนั้นฟันทั้งทหารที่สวมเกราะหนัก และม้าไปพร้อมกัน ศีรษะของม้า และร่างท่อนบนของ 2 คน 2 ม้าพลันปลิวว่อนขึ้นกลางอากาศ 

         ร่างของม้าไร้หัวสองตัวถูกควบด้วยท่อนล่างของทหารพลันเสียการควบคุมพุ่งเข้าบดขยี้ใส่ทหารที่ขวางทางเป็นทางยาว ทำให้มีคนตาย และผู้บาดเจ็บหลายนาย

         ทุกสายตาพลันตะลึงงันจับจ้องมองร่างสูงสวมชุดเกราะทมิฬกำลังยันกายขึ้นมายืนเต็มความสูงพลางยกดาบยักษ์สีดำขึ้นพาดบ่า ผ้าคลุมหลังสีแดงดุจโลหิตโบกสะบัดตามแรงลม พัดโชยเอากลิ่นเลือดให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว รวมกับหยาดเลือดที่เปรอะเปื้อนทั่วร่างยิ่งเสริมความน่ากริ่งเกรงเข้าไปอีก

         "ฟู่ว... ยังเหลืออยู่อีกเยอะเลยนี่นา"

         ลมหายใจร้อนถูกพ่นออกมาจากปากพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งอันแสนสุขุมออกมา นัยน์ตาใต้หมวกเกราะกวาดมองทหารที่ล้อมรอบด้วยสายตาอ่อนล้า กระนั้นร่างกายของผมก็ยังคงรู้สึกได้ถึงเรี่ยวแรงที่ยังหลงเหลืออยู่

         "เข้ามาสิวะ เดี๋ยวข้าคนนี้จะสับพวกเจ้าให้เละจนบิดาจำหน้าไม่ได้เลย"

         ทั้งฟันบนและฟันล่างของพวกทหารกระทบกันดังถี่ยิบด้วยความรู้สึกกลัวอันหาที่สุดมิได้ ทุกครั้งที่ร่างสูงสวมชุดเกราะทมิฬก้าวเข้าใกล้ แข้งขาของพวกเขาจะรู้สึกอ่อนแรง กำลังใจหดหายลดลงฮวบแทบติดลบ ของเหลวส่งกลิ่นเหม็นพลันทะลักออกมาเปรอะเปื้อนกางเกงโดยที่ไม่สามารถกลั้นเอาไว้ได้

         หนึ่งคนถอยหนี สองคนหนีตาม สามคนสับตีนแตก...

         กองกำลังทหารที่ล้อมรอบอยู่เริ่มวิ่งหนีออกไปด้วยความหวาดกลัว แม้จะมีเสียงของหัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนคอยตะคอกห้ามปรามก็ไม่อาจหยุดยั้งพวกเขาได้

         ตัวผมในสายตาของพวกมันคงไม่ต่างไปจากพญามัจจุราชแล้วสินะ

         ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏอยู่บนหน้าของผม...




    _____________________________________________
    หากถูกใจก็อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ผมมีแรงเขียนตอนต่อไปด้วยนะคร้าบ~
    อัพเมื่อวันที่ 6/7/2563