องค์ชายเจอร์เวสและองค์หญิงแอลลิสันได้เดินเข้ามาหาองค์หญิงเอสเธอร์จึงทำให้พวกเขาได้พบกับองค์หญิงเชอร์เบทและเอลิออส
อย่างพอดิบพอดี...
"โอ๊ะ! หรือว่าท่านพี่กำลังติดธุระ~"
องค์ชายเจอร์เวสส่งสายตาแปลกๆให้กับ
องค์หญิงเอสเธอร์อย่างไม่ปิดบัง
"ข้าติดธุระอะไรกัน?!"
"เ้าอย่ามาพูดมั่วๆต่อหน้าคนอื่นแบบนี้สิ"
องค์หญิงเอสเธอร์หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
"ท่านพี่เอสเธอร์ดุข้าอ่า~"
องค์ชายหันไปพูดอ้อนกับองค์หญิงแอลลิสัน
แต่เขาก็ไม่ได้รับปฏิกิริยาอะไรจากนางเลย
"ท่านพี่เป็อะไรเนี่ย?"
องค์หญิงแอลลิสันได้แต่ยืนอยู่เงียบๆโดยที่
ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย นางคิดว่า
ถ้าหากเอลิออสได้รู้ตัวตนของนางแล้วนั้นเขา
จะต้องมากราบขอโทษนางอย่างแน่นอนแต่
เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาแบบนั้นเลยแม้แต่จะมอง
หน้าของนางเขายังไม่มองเลย
'หรือว่าเขาจำข้าไม่ได้?!'
'ช่างเป็ผู้ชายที่หยาบจริงๆ!'
"ท่านพี่เอลิออสท่านจำพวกข้าได้รึเปล่า~"
องค์ชายเจอร์เวสถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
แต่เขาก็ไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย...
"หรือว่าท่านจะจำพวกข้าไม่ได้..."
"มันก็สมตวรจะเป็อย่างนั้นแหละเนอะ
เพราะตอนนั้นพวกเรายังไม่ได้เจอหน้ากัน..."
"แต่ท่านจำท่านพี่แอลลิสันได้ใช่ไหมล่ะ~"
องค์ชายเจอร์เวสถามขึ้นอีกครั้ง
"ก็คงจะใช่"
'ก็คงจะใช่งั้นรึ?! เ้าคนนี้!'
องค์หญิงแอลลิสันได้แต่บ่นอยู่ในใจ
ในขณะนั้นเององค์รัชทายาทชาร์ลสและภรรยาของเขาองค์หญิงเซลีนก็ได้เดินมา
เจอพวกเขาอย่างไม่ได้นัดหมาย...
"ที่แท้พวกเ้าก็ได้มาพบปะกันอยู่ที่นี่กันเอง
ข้าก็นึกสงสัยอยู่ว่าพวกเ้าหายไปไหนกัน~"
องค์รัชทายาทชาร์ลสพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
"พวกข้าขอแสดงความยินกับการแต่งงาน
ของพวกท่านทั้งสองด้วยเพคะ~"
องค์หญิงเอสเธอร์พูดขึ้นอย่างนอบน้อม
"ขอบพระทัยเพคะ องค์หญิง~"
องค์หญิงเซลีนตอบรับด้วยรอยยิ้ม
"องค์หญิง ท่านช่างงดงามจริงๆเลยเพคะ~"
องค์ชายเจอร์เวสหันไปพูดกับองค์หญิงเซลีน
"องค์ชายก็ทรงหล่อเหล่าเช่นกันเพคะ~"
องค์หญิงเซลีนพูดชมด้วยรอยยิ้ม
"อย่างนั้นรึเพคะ~"
องค์ชายแทบจะม้วนตัวเข้าไปด้วยความเขิน
แต่เขาก็รู้สึกถึงสายตาคู่นึงที่กำลังจ้องมองเขา
อย่างไม่คลาดสายตา...
"เอ่อ... ข้าทำอะไรผิดอย่างนั้นรึ?"
ทุกคนต่างก็หงุนงงในคำถามของเข้ากัน
สักพักนึงพวกเขาทั้งหมดก็ได้รู้สึกตัวกันว่า
เอลิออสได้หายไปั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้...
เอลิออสก็ได้มาคิดเื่ของคลื่นพลังของเขา
ที่ว่าทำไมมันถึงพุ่งสูงขึ้นไปแบบนี้กัน
จากเดิม ระดับสองดาวขั้นกลาง
ตอนนี้ ระดับสามดาวขั้นต่ำ
การที่จะข้ามขั้นในแต่ล่ะขั้นมันก็ยากมากๆ
อยู่แล้วแต่เขากลับข้ามไปตั้งสองขั้น
อีกอย่างนั้นก็คือการที่ระดับสองดาวจะข้าม
ไปในระดับสามดาวมันยากยิ่งกว่าการข้าม
ขั้นเป็เท่าตัวเสียอีก แต่เขากลับใช้เวลาเพียง
สั้นๆในการข้ามระดับขั้นเนี่ยนะ?
เขาได้นึกย้อนกลับไปอย่างช้าๆ...
ในการเดินทางไปกลับเอลิออสได้สังหารสัตว์อสูรชั้นต่ำไปเกือบห้าร้อยตัวสัตว์อสูรชั้นกลางไปยี่สิบกว่าตัวแต่ไม่ค่อยได้ปรากฏสัตว์อสูร
ที่มีระดับสูงๆเลยเว้นแต่เ้าเสือดำ...
และเขาก็ยังกินเนื้อของมันอีกด้วย
พอเอลิออสนึกได้มาถึงตรงนี้ความคิดนึง
ของเขาก็ได้ปรากฏขึ้นมา
'หรือว่าอาจจะเป็เพราะเนื้อเ้าเสือดำ?!'
เอลิออสก็ได้นึกสิ่งต่างๆเขาก็จำได้ขึ้นมาว่า
ได้มีข้อห้ามอยู่ข้อหนึ่งว่า 'ห้ามกินเนื้อของ
สัตว์อสูรอย่างเด็ดขาด' เพราะผู้คนที่เคยกิน
ไปก่อนหน้านี้นั้นได้ตายไปแล้วทั้งหมดทั้งสิ้น
ในตอนนี้เอลิออสได้แหกกฏนั้นเข้าแล้วและเขาพึ่งจะนึกได้เอาตอนนี้ทำให้เขายืนช็อกอยู่
ราชอาณาจักร
???? ใช้เวลาเดินทางสองอาทิตย์
เมืองแลคซัส
????ใช้เวลาเดินทางสองอาทิตย์
เมืองออเรมส์
????ใช้เวลาเดินทางาสี่วัน
เมืองเชเฟอร์
????ใช้เวลาเดินทางสามวัน
เมืองลิทัวเนีย
????ใช้เวลาเดินทางสี่วัน
เมืองคีริลล์
การเดินทางของเมืองใหญ่ใช้เวลาสองอาทิตย์
เมืองเชเฟอร์ใช้เวลาสี่วัน
เมืองลิทัวเนียใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์
เมืองคีริลล์ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์สี่วัน
ในแต่ละเมืองการที่กว่าจะได้เดินทางมาถึงที่
เมืองแลคซัสแห่งนี้ถือว่ายาวนานมากทำให้
พวกเขาทุกคนต่างก็ไม่ได้รีบที่จะเดินทางกลับไปในทันทีพวกเขายังคงอยู่พักที่เมืองแห่งนี้
ให้หายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยจะเดินทางไปกัน
กรี๊ดดดด---
"ช่ว... ช่วยข้าด้วย..."
"ค..ใคร..ก็ได้...ช่วยข้า.....ด้วย"
เมื่อเอลิออสได้ยินเสียงของผู้หญิงที่กำลังร้อง
ขอความช่วยเหลือนั้นเขาก็รีบวิ่งไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว เมื่อเอลิออสได้มาถึงเขาก็ได้เห็นผู้หญิงคนนึงที่กำลังจะจมน้ำอยู่แล้ว
เขาจึงรีบะโลงไปช่วยนางขึ้นมาอย่างไว
เอลิออสได้พาผู้หญิงคนนี้ขึ้นฝั่งมาแล้ว
และนางก็กำลังสลบอยู่
"แล้วข้าจะช่วยนางได้อย่างไรกัน?!"
เอลิออสพลันคิดหนักขึ้นมา
"ผายปอด?"