หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จเฟิ่งหยูนั่งขัดสมาธิอยู่ในเจดีย์ฟ้า์ ภายในห้องที่คับแคบยากที่เต็มไปด้วยปราณฟ้าดินมีแสงสว่างสีทองเปล่งประกายสว่างจ้าในห้องนั้น ร่างเงาร่างหนึ่งปลดปล่อยคลื่นสีทองออกมาเป็ระลอกๆ ปราณที่หนาแน่นโอบล้อมทั่วร่างจนทำให้มวลอากาศโดยรอบสั่นะเืเป็พลังงานที่แข็งแกร่งยิ่งนัก
“ตู้มม!!! ”
เสียงดังสนั่นดังออกมาจากภายในร่างกายของเฟิ่งหยูระลอกคลื่นสีทองแผ่ขยายตัวออกเป็วงกว้างหลายเท่าตัวทำเอาผืนฟ้าผืนดินต่างสั่นะเืทั่วหล้าเขาลืมตาทั้งสองขึ้น ภายในห่อหุ้มด้วยประกายแสงสีทอง ปราณทั่วร่างแข็งแกร่งขึ้นใบหน้าคมคายฉายแววยินดีออกมา
“แข็งแกร่งมาก!!! ” ความรู้สึกแรกที่เฟิ่งหยูััได้จากร่างกายคือพลังที่แข็งแกร่งภายในกล้ามเนื้ออัดแน่นไปด้วยพลังหาศาลราวกับสามารถทำลายยอดเขาให้แหลกได้ภายในหมัดเดียวร่างกายตอนนี้ของเขาเปลี่ยนไปแล้วเืลมภายในร่างกายของเขาเหมือนกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งที่ไม่อาจจะควบคุมได้
“จะเพิ่มพลังต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไปอย่างไรต้องฝึกร่างกายให้ดีเสียก่อน ถึงจะเพิ่มพลังก้าวข้ามขั้นต่อไปได้ไม่เช่นนั้นร่างกายต้องทนรับไม่ไหวเพราะรากฐานไม่แน่นพอ”
เฟิ่งหยูยืนตัวขึ้นพลางกล่าวพึมพำในใจพลังของเขาเพิ่มขึ้นรวดเร็วจนเกินไป ร่างกายของเขาที่ไม่เคยฝึกฝนมาก่อนทำให้ร่างกายของเขานั้นไม่เสถียรนักแต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเขายังฉายแววยินดี ไม้ว่าร่างกายจะยังไม่เสถียรมากนักแต่หากเขาฝึกฝนร่างกายให้มากขึ้นหรือมีโอสถช่วยหลอมกายผลลัพธ์ของมันต้องยอดเยี่ยมมากแน่นๆ
เวลาเดียวกันนั้น
ตู้มมมม!!!
ตู้มมมม!!!
ตู้มมมม!!!
เสียงดังสนั่นทั่วทั้งเมือง ทั่วเมืองเกิดความโกลาหลขึ้นเนื่องจากสัตว์อสูรโบราณ บุกเข้าเมืองมามันมีจำนวนมาก
เหง่งหง่าง!!!
เหง่งหง่าง!!!
ทั่วทั้งเมืองได้ยินเสียงระฆังเตือนภัยดังไปทั่ว
“ทุกเยาว์ทุกคนเด็กเล็ก ผู้หญิง คนชรา เข้าไปหลบในสุสานประจำตระกูลเร็ว” มีเสียงคำสั่งจากผู้าุโ ประจำตระกูล
เฟิ่งหยูรีบวิ่งขึ้นไปบนูเาหลังตระกูลข้างหน้ามองเห็นได้ทั่วเมือง ส่วนด้านซ้ายมือ จะเป็สุสานประจำตระกูลเฟิ่ง เมื่อวิ่งไปถึงยอดเขาสายตาของเขาจ้องมองดูทั่วทั้งเมืองเกิดความโกลาหลไปทั่วเพราะมีอสูรโบราณนับร้อยตัวบุกเข้าเมืองมาโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเขามองไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรอยากไปช่วยเหลือชาวบ้านแต่เขาไม่มีกำลังเพียงพอ คิดแล้วเฟิ่งหยูยิ่งแค้นในใจเป็อันมาก ผู้นำตระกูลและผู้าุโ รีบเปิดค่ายกลประจำตระกูลเพื่อป้องกันสัตว์อสูรโบราณและรีบพากันอพยพไปยังสุสานประจำตระกูล ซึ่งเป็ที่ปลอดภัยที่สุดภายในตระกูลเพราะมีค่ายกลสังหาร และค่ายกลป้องกันอย่างแ่า จนอสูรโบราณไม่สามารถเข้ามาได้
ทันใดนั้นร่างของเขาพลันสั่นสะท้านจนต้องก้าวเท้าถอยออกไปด้านหลังพลังหลั่งไหลเข้ามาจากทั่วสารทิศพุ่งจู่โจมเฟิ่งหยูแรงกดดันอันหนักหน่วงราวกับระรอกคลื่นที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันพุ่งมาปะทะอย่างจังเฟิ่งหยูใเป็อย่างมากมุมปากของเขาหลั่งเืออกมาใบหน้าขึ้งขังเปลี่ยนเป็ขาวซีดเขารู้สึกเหมือนมีูเานับหมื่น นับพัน ทับตัวเขาอยู่ ร่างเงาสองร่างเดินเข้ามา
ฮึอวดเก่งเสียจริง ตาย ตาย ไปเสียเหอะ ข้าทำให้เ้าออกจากตระกูลไปแล้วแต่เ้ายังรนหาที่ตาย กลับมาให้ข้า ฆ่าเ้าอีกครั้ง
เฟิ่งหยูรู้ทันทีว่าผู้ที่มาเป็ใครคงเป็ใครไม่ได้นอกจาก เฟิ่งซู และ ซือถู ซึ่งสองพ่อลูกนี้ได้กลั่นแกล้งครอบครัวของเขาจนต้องออกจากตระกูลไปครั้งหนึ่งแล้วเหตุเพราะซือถูแค้นเมื่อสัตว์อสูรโบราณบุกมาเมื่อสิบปีที่แล้ว ซึ่งภรรยาไปเยี่ยมบิดาของเขาที่เมื่องหลวงพร้อมกับครอบครัวของหานหลี่ขากลับสัตว์อสูรได้บุกเข้าเมืองมาซึ่งพอดีกับตอนที่หานหลี่แยกตัวจากภรรยาของซือถูแล้ว ตอนนั้นของเขาเองก็ถูกสัตว์อสูรทำร้ายจนาเ็หนักแต่ภรรยาของซือถู เสียชีวิต ั้แ่นั้นมาซือถูจึงได้จงเกลียดจงชังครอบครัวของหานหลี่เป็อย่างมากและพยายามกำจัดหานหลี่ออกจากตระกูล จนเมื่อสามปีก่อนเขาสบโอกาสเพราะเฟิ่งหยูร่างกายอ่อนแอและฝึกฝนได้ยากจึงเป็โอกาสให้เขากำจัดหานหลี่ด้วยกฎของตระกูล
แต่เฟิ่งหยูกลับฝึกฝนได้และกลับตระกูลมาอีกครั้งทำให้เขาแค้นใจยิ่งนัก
เฟิ่งหยูรู้ว่าตนกับซือถูฝีมือยังห่างไกลกันอย่างมาก“ตายซะ” ซือถูแผดเสียงคำราม ฝ่าเท้ากระทืบลงพื้นดินเกิดเสียงดังสนั่นก่อนที่จะพุ่งทะยานออกไป พลังเอ่อล้นทะลกออกมาจากร่างพลางใช้หมัดโจมตีออกไป
ตู้มมมม
ฟ้าดินสั่นะเืเหมือนถูกสายฟ้าผ่าลงมาร่างของเฟิ่งหยูกระเด็นตกลงไปหัวใจเฟิ่งหยูบีบรัดแน่น ระดับขั้นเขตแดนนั้นไม่สามารถต้านทานได้เลย มุมปากของเฟิ่งหยูกระตุกขึ้น เขาััได้ถึงความเ็ปภายในใจรู้สึกหวาดผวา
ไปตายซะเ้าหนู ข้าไม่อยากเสียเวลากับเ้า
กล่าวจบพลังทั่วร่างก็ไหลรวมไปอยู่ที่ฝ่ามืออย่างบ้าคลั่ง พลังสีแดงค่อย ๆก่อตัวกลางฝ่ามือของซือถู พลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นดุดันและรุนแรงเป็อย่างมากฝ่ามือของเขาเป็วิชามหาอำนาจ ฝ่ามือพุ่งแหวกอากาศพุ่งทะยานออกมาโจมตีเฟิ่งหยู
ตู้มมม
เฟิ่งหยูไม่มีโอกาสตอบโต้แม้แต่น้อยลมพายุพัดหอบก้อนหินออกไป พร้อมกับร่างของเฟิ่งหยู คลื่นลมซัดโหมกระหน่ำอย่างต่อเนื่องราวสิบลมหายใจก่อนจะค่อยๆ สลายไป ทุกอย่างกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง เฟิ่งหยูเดินซวนเซถอยหลังใบหนาเขาขาวซีดไร้เื ทั่วร่างเต็มไปด้วยาแ เืไหลรินออกมาไม่หยุด
ไปรีบกำจัดเขาก่อนคนอื่นจะมาเห็น ซือถู กล่าวกับเฟิ่งซู
“จะโทษข้าก็ไม่ได้นะเป็เพราะพวกเ้าต่างหาก ถ้าไม่เพราะพวกเ้า มารดาข้าคงไม่ตาย”สีหน้าขอเฟิ่งชูเต็มไปด้วยความยินดี วิ่งไปพร้อมกับบิดาของเขาที่แบกร่างที่ไร้สติของเฟิ่งหยูตะบึงไปด้านหุบเหวลึกซึ่งอยู่ห่างไป 100 ลี้ ด้วยความรวดเร็วแล้วจัดการโยนร่างของเฟิ่งหยูลงไปในข้างล่างเหวลึกเพื่อมิให้ใครมาเห็นซึ่งเหวนี้ลึกมากจนไม่สามารถมองเห็นก้นเหวได้ และยังไม่เคยมีใครรอดกลับขึ้นมาได้