เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 16 ข้าเกรงว่าจะสร้างปัญหาให้ท่านแล้ว

    วันนี้ตระกูลกู่วุ่นวายอย่างมากผู้นำตระกูลเรียกประชุมด่วน! เมื่อทุกคนเข้ามาถึงห้องประชุมก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างที่ไร้ซึ่งลมหายใจของกู่เทียนเฟยนอนอยู่ "มันเป็นใครกันที่กล้าทำกับนายน้อยของเราเช่นนี้" หนึ่งในผู้อาวุธโสของตะกูลกู่คำรามออกมาอย่างเดือดดาล
    "นายน้อยพาแม่นางหลิวปิงปิงไปชมเมืองและได้ไปมีเรื่องกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้าที่หอทุ่งทิพย์ จากนั้นก็ถูกมันฆ่าตาย" ผู้ที่ติดตามที่ถูกเทียนอี้ตบจนสลปไปเล่าเรื่องให้คนในห้องโถงฟังแบบคร้าวๆโดยไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมดว่าพวกตนเป็นคนลงมือก่อน เพราะเกรงว่าตนเองจะมีความผิด
    "ข้าได้ส่งคนออกไปสืบแล้วว่ามันคือใครอีกสักพักคงได้เรื่องกลับมา" กู่หมิงหลงพูดด้วยใบหน้าหม่องค้ำ ตัวมันทั้งเสียใจและแค้นใจมากที่สุดจะให้มันทำสีหน้าแบบไดได้อีก! ไม่นานมีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงาน "เรียนท่านผู้นำตระกูลมีคนพบเห็นว่าไอ้สารเลวน้อยนั้นเดินเข้าไปในเรือนพักของหอการค้าหมื่นธาราขอรับ"
    "มันไปทำอะไรที่นั้นหรือมันจะเป็นคนของหอการค้าหมื่นธารา?" คนตระกูลกู่เมื่อได้ยินว่าเป็นหอการค้าหมื่นธาราจากที่กำลังเดือดดาลกันอยู่นั้นก็ได้เงียบเสียงลงไป. หอการค้าหมื่นธาราหนึ่งในขุมอำนาจใหญ่ของทวีปตะวันออกไม่ใช่อะไรที่ตระกูลกู่จะยั่วยุได้
    ยิ่งหลังจากที่ 5 ปีที่ผ่านมา หอการค้าหมื่นธาราสามารถผลิต และจัดจำหน่ายโอสถทองกระตุ้นปราณออกมาได้เป็นจำนวนมาก. ทำให้ทั้งทวีปยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นอีกหนึ่งระดับ ตอนนี้ไม่ว่าขุมอำนาจไดๆก็พร้อมจะให้ความร่วมมือในด้านต่างๆ
    ถ้าเทียนอี้เป็นคนสำคัญของหอการค้าหมื่นธารา และพวกเขาจะไปสังหารเทียนอี้ นี่ไม่เท่ากับว่าเป็นการทำลายตระกูลกู่เองหรอกหรือ? "เรื่องนี้ต้องคิดให้รอบคอบรัดกุมไม่เช่นนั้นตระกูลกู่ของเราอาจจะต้องพินาจย่อยยับเป็นแน่" ผู้อาวุธโสทุกคนเริ่มคิดหนัก แต่ในใจก็ไม่สามารถวางความแค้นที่มีต่อเทียนอี้ลงได้
    "หอการค้าหมื่นธาราขึ้นชื่อเรื่องความเป็นธรรม ข้าเชื่อว่าถ้าหากสารเลวน้อยนั้นไม่ได้ได้มีตำแหน่งสำคัญมากนักในหอการค้า ข้าเชื่อว่าทางหอต้องยอมมอบมันให้เราแน่นนอน" กู่หมิงหลงพูดขึ้นเขาไม่มีวันยกโทษให้กับคนที่สังหารบุตรชายของตนได้อย่างแน่นอน
    "ผู้อาวุธโส 4 ท่านไปกับข้าที่เหลือรออยู่ที่นี้พวกข้าจะไปที่หอการค้าหมื่นธาราถามหาความรับผิดชอบต่อนายน้อยของพวกเจ้า!" กู่หมิงหลงพูดเสร็จก็เดินออกไปจากห้องโถงอย่างรวดเร็วโดยมีผู้อาวุธโสอีก 4 คนตามออกไป พร้อมทั้งหิ้วผู้ติดตามที่ถูกเทียนอี้ตบจนสลปออกไปด้วย
    ในเวลาเดียวกัน ณ จวนเจ้าเมือง ทหารคนหนึ่งวิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไปแจ้งข่าวที่เกิดขึ้นที่หอทุ่งทิพพย์แก่ท่านเจ้าเมือง ที่ห้องหนังสือเจ้าเมืองที่กำลังนั่งอ่านรายงานต่างๆอยู่ เจ้าเมืองเป็นชายร่างท้วมอายุราวๆ 50-55 ปี หน้าตาดังบัณฑิตแก่เรียน สายตาลึกล้ำ และยังมีระดับพลังอยู่ในขอบเขตนภาขั้น9
    ก๊อก ก็อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น "เข้ามาได้" เจ้าเมืองกล่าวอนุญาติแก่ผู้ทหารคนนั้น ทหารคนนั้นรีบเดินเข้ามายืนอยู่ข้างท่านเจ้าเมืองแล้วรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากทีได้ฟังรางานเจ้าเมืองขมวดคิ้วเล็กน้อย "กู่เทียนเฟยน่ะกู่เทียนเฟยทนงว่าตนเป็นอัฉริยะมาตลอด ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะแตะโดนหินก้อนใหษ่ส่ะแล้ว"
    "ข้าคิดว่าครั้งนี้ถึงอีกฝ่ายจะเป็นหอการค้าหมื่นธารา แต่กู่หมิงหลงคงไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆเป็นแน่ เด็กคนนั้นก็น่าสนใจเข้าเมืองมา 5 ปีอยู่แต่ในที่พักมาตลอดไม่เคยออกไปไหน .ออกมาเดินชมเมืองครั้งแรกก็ก่อเรื่องใหญ่โตส่ะแล้ว" จากนั้นก็วางหนังสือลงเดินทางจากจวนไป ที่เรือนที่พักของหอการค้าหมื่นธาราทันที
    ตนเป็นเจ้าเมืองมา 30 ปีดูแลความเป็นอยู่ของเมืองอย่างเอาใจใส่มาตลอด ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเลยทำให้บ้านเมืองสงบสุข ชาวเมืองต่างอยู่อย่างมีความสุขแล้วตัวเขาจะกล้าปล่อยให้มีการปะทะกันระหว่างสองขั่วอำนาจได้เช่นไร
    ในเวลาเดียวกันข่าวการตายของกู่เทียนเฟยอัฉริยะอันดับหนึ่งของเมือง ก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วไปทั่วเมืองบางคนก็แปลกใจกับข่าวนี้แต่ก็มีหญิงสาวชาวบ้านอีกหลายคนที่ดีใจกับข่าวนี้ เพราะกู่เทียนเฟยนั้นเป็นคนมักมากในกาม ถ้าสตรีนางไดต้องตาของมันมันก็จะรอโอกาสที่ สตรีคนนั้นออกไปนอกเมือง
    ก่อนจะทำก่อนที่จะลงมือฉุดนางมากระทำมิดีมิร้ายถ้าใครขัดขืนมันก็จะลงมือฆ่าทิ้ง ถ้าใครไม่ขัดขืนจนมันรำคาญก็จะทิ้งถุงเงิยไว้ให้ และใช้อำนาจของตระกูลกดดันผู้หญิงคนนั้นให้หุบปากลงแต่ถึงยังงัยก็ยังเป็นข่าวซุบซิบในหมู่ชาวบ้านอยู่ดี จนถึงตอนนี้ก็มีเหยื่อยนับสิบคนแล้ว
    ส่วนอีกสองตระกูลที่เหลือเมื่อได้รับทราบข่าวก็ทั้งดีใจและแปลกใจ ดีใจเพราะรุ่นเยาของตนต่างถูกพรสวรรค์ของกู่เทียนเฟยกัดดันมาโดยตลอด แทบไม่สามารถโงหัวขึ้นมาได้เลยแต่ตอนนี้กู่เทียนเฟยถูกสังหารไปแล้ว ทำให้พวกรุ่นเยาว์ของพวกเขาลดความกดดันลงไปได้
    และที่แปลกใจก็คือทุกคนต่างสงสัยในตัวตนของเทียนอี้ว่าเป็นใครมาจากไหนถึงได้มีความกล้าหาญและความสามารถมากขนาดนี้ จึงส่งคนออกไปสืบข่าวเช่นกัน พอทราบว่าเป็นคนของหอการค้าทั้งสองตระกูลก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรมาก
    เพราะห้าปีที่ผ่านมาหอการค้าได้สร้างผู้มีพรสวรรค์ขึ้นมามากมาย ครั้งนี้คงถือว่าเป็นความซวยของตระกูลกู่จริงๆที่กู่เทียนเฟยไปหาเรื่องผิดคน และถึงกลับทนงตนจนคิดลงมือสังหารอีกฝ่ายก่อนอีกด้วย ดังนั้นเมืจะถูกสังหารกลับก็ไม่ถือว่าแปลก
    ตัดมาที่หลงเทียนอี้ที่เดินมาถึงเรือนพักของหอการค้าหมื่นธารา เทียนอี้เดินเข้าไปก็พบกับอี้เฉินและเอ้อเฉินฝึกกระบี่อยู่ "นายน้อย!" เมื่อท้ังคู่เห็นว่าเทียนอี้เดินมาจึงหยุดฝึกและพร้อมทั้งกล่าวทักทายนายน้อยของตน
    "ผู้อาวุธโสหลินอยู่หรือไม่ พอดีข้ามีธุระต้องคุยกับผู้อาวุธโสหลินสักหน่อย" เทียนอี้และอี้เฉินได้ไปนั่งที่ห้องโถงใหญ่ ส่วนเอ้อเฉินไปตามผู้อาวุธโสหลินที่ห้อง "นายน้อย" พอมาถึงผู้อาวุธโสหลินก็ทำการทักทายเทียนอี้
    "นายน้อยท่านมีเรื่องอะไรที่ต้องคุยหรือขอรับ" เมื่อนั่งลงผู้อาวุธโสหลินได้สอบถามเทียนอี้ "ข้าเกรงว่าเมื่อสักครู่ตอนที่ข้าออกไปเดินชมเมืองข้าคงจะสร้างความรำบากให้ท่านส่ะแล้ว" ผู้อาวุธโสหลินถึงกับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น จากนั้นเทียนอี้ก็เริ่มเล่สเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในหอทุ่งทิพย์ให้ผู้อาวุธโสหลินฟัง