บทที่ 30
‘ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่..’ มันเป็นประโยคแรกที่เขาคิดขึ้นมาได้ภายในหัว แต่ด้วยสถานการณ์อย่างนี้จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ เขาต้องการหาที่เช่า และอีกอย่างบ้านกังหันตรงนั้นก็เป็นที่ดินที่เหมาะสมที่สุดแล้ว จริงๆรีออนต้องการที่ดินตรงนั้นมากที่สุด แต่สิ่งที่เขาไม่ได้คิดนั่นก็คือ ที่ดินตรงนี้จะเป็นของเจ้าเมืองเสียเอง และด้วยเงื่อนไขต่างๆที่ลงตัว มันก็ไม่มีทางเลือกมากนัก รีออนสามารถเจรจาเรื่องของการผ่อนผันการจ่ายเงินครั้งแรกที่ขอจ่ายพียง 500 เหรียญทองไปก่อนเข้าอยู่ จากที่จะต้องจ่ายให้ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ แต่มันก็มีเงื่อนไขอย่างเช่นเรื่องที่จะต้องมาทานข้าวที่บ้านของเจ้าเมืองในตอนเย็นทุกวัน รีออนที่ไม่สามรถปฏิเสธได้ จึงได้แต่พยักหน้าตกลงไป แน่นอนว่าแคทเทอรีนเธอก็ยิ้มออกมาไม่หยุดเลยทีเดียว หลังจากการจ่ายเงินทำเอกสารอีกนิดหน่อย รีออนก็ขอตัวไปดูสถานที่จริง และมันเป็นที่แน่นอนอีกครั้งที่จะต้องมีคนนำทาง ซึ่งก็ไม่พ้นแคทเทอรีนที่ต้องเป็นคนนำทางไป ท่านมาควิสบอกว่าเป็นบุตรสาวของตนนั้นสมเหตุผลเป็นอย่างมาก เพราะอย่างไรรีออนจะต้องมาทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์ของเขาอยู่ดี รีออนก็ได้แต่ถอนหายใจ และเดินออกมาพร้อมกับแคทเทอรีนเพียงแค่สองคนเท่านั้น พวกเขาพูดคุยกันเล็กๆน้อยๆในระหว่างเดินเท้ามายังที่ดิน เขาเริ่มจากการเตรียมสถานที่ภายนอกก่อนในทันที แต่ทั้งสวนหน้าบ้านหลังบ้านก็ถูกดูแลเป็นอย่างดี นับว่าเงินที่สูญเสียไป มันคุ้มค่าจริงๆ “ท่านรีออนเจ้าคะ.. เชิญทางนี้เจ้าค่ะ” เมื่ออยู่กันเพียงลำพังนั้น รีออนได้ให้แคทเทอรีนเรียกเขาด้วยชื่อรีออนได้ และมันทำให้เขาไม่เข้าใจตัวเองอีกครั้ง ทั้งๆที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับตัวของเธอมากเท่าไหร่ มันก็เหมือนว่าหัวใจไม่ยอมที่จะฟังเขาเลย ถึงหน้า และการแสดงออกจะดูเหมือนกับแปลกหน้า แต่ภายในใจกลับรู้สึกเหมือนกับคนสนิทชิดเชื้อเสียอย่างงั้น “อ่า….” รีออนตอบไปเพียงเท่านั้น แล้วเดินตามเข้าไปยังภายในตัวบ้าน เมื่อเข้ามาภายในสิ่งแรกที่เขาได้เห็นก็เป็นห้องทรงกลมที่มีขนาดพอประมาณเลยทีเดียว เพดานทรงสูงยาวขึ้นไปตามความสูงของกังหันลม รีออนที่ต้องการจะทำพวกอัญมณี และแร่ เขาคิดว่าจะต้องทำที่ระบายอากาศข้างบนไว้ด้วย แต่ตอนนี้ก็ต้องเดินดูให้ครบก่อน ต่อมาแคทเทอรีนก็พาไปดูห้องเก็บของที่เป็นสี่เหลี่ยมอยู่ทางด้านขวาของทางเข้า เมื่อก่อนมันเป็นห้องเก็บอุปกรณ์การเกษตร แต่สำหรับรีออนแล้วเขายังไม่มีแผนว่าจะทำอะไร จึงเก็บไปคิดก่อน ส่วนอีกห้องหนึ่งที่อยู่ทางขวาเป็นห้องนอนแต่มันก็ยังไม่จำเป็นอยู่ดี เพราะเขาพึ่งจะเช่าโรงแรมไปแล้วสิบวัน ในระหว่างนี้ก็เดินทางไปๆมาๆจะดีกว่า อีกอย่างจะได้ตกแต่งที่นี่ทีเดียวเลย เพราะยังมีเวลาอีกตั้งหนึ่งปีกว่าจะหมดสัญญาเช่า แต่เหมือนว่าเขาจะหลงลืมไปแล้วว่าจะต้องเดินทางไปที่เมืองตากับยายที่อาณาจักรอาเลเน่ เมื่อสำรวจห้องนอนไปได้สักพักหนึ่ง เสียงปริศนาที่ดัง ‘แก๊ก’ ก็เรียกให้รีออนต้องหันไปสนใจ มันเป็นตัวของแคทเทอรีนเองที่กำลังล็อกประตูห้องไม่ให้เขาออกไป“เจ้าจะทำอะไรแคทเทอรีน..” รีออนถามออกไป เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยในการทำของเธอ และเริ่มที่จะระวังตัวมากขึ้น แคทเทอรีนที่ก้มหน้าอยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นยิ้ม พร้อมกับกล่าวออกมาว่า“ข้าต่างหากที่ต้องถามท่าน.. ว่าท่านนั้นเป็นอะไรไปกัน.. ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้.. บนรถม้า.. ที่รอบกองไฟ.. หรือว่าท่านแค่ต้องการเล่นกับความรู้สึกของข้ากัน... ทั้งๆที่ข้ามีหวัง ทั้งๆที่ข้า..” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ซึมออกมา มันนับว่าเธอใจกล้าไม่เบาเลยทีเดียวที่พูดออกมา ถ้าหากเป็นสมัยที่เขาจากมามันจะไม่แปลกอะไรมากนักเลย แต่ยุคสมัยอย่างนี้ หญิงสาวมีหรือจะกระทำเช่นนี้ได้มันไม่เหมือนกับละครหรือนิยายที่เขาเคยได้อ่านมาเลย ที่ผู้หญิงหรือนางเอกส่วนใหญ่จะเก็บความรู้สึกไว้ไม่ให้ฝ่ายชายรับรู้ รีออนได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดกับเธอด้วยความจริงทั้งหมดที่เขาเป็นออกมา“ตัวของข้านั้น.. จำเป็นที่จะต้องออกเดินทางอยู่บ่อยครั้ง.. ไม่ได้ปักหลักที่ไหนนาน. ถึงข้าอยากจะอยู่ที่แห่งนี้.. ถึงข้าอยากจะอยู่กับเจ้า.. ข้าก็ไม่สามารถกระทำได้.. แล้วเจ้าที่เป็นสตรีสูงศักดิ์นะรึจะยอมติดตามข้าไปลำบาก.. ชีวิตข้างหน้าของข้าจะเป็นอย่างไรยังไม่มีใครรู้เลยแม้แต่ตัวของข้าเอง” รีออนกล่าวออกมาก่อนที่จะหันไปทางหน้าต่าง มองไปยังพระอาทิตย์ยามเย็น“แต่ข้าเชื่อว่าท่านสามารถปกป้องข้าได้.. ข้าไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครมาก่อน.. มันทำให้ข้ารู้แล้วว่าไม่ว่าท่านจะเป็นอย่างไร จะไปที่ไหน ข้าก็อยาก.. อยากใช้ชีวิตร่วมกับท่านอย่างมีความสุขเหมือนที่เราพบเจอกันในครั้งแรก” หญิงสาวยังไม่ยอมแพ้ที่จะเอ่ยให้ชายผู้นี้เปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิดเรื่องของความรัก เธอเพียงแค่รู้สึกว่าชายที่อยู่ตรงหน้านี้ คือคนที่เธอคิดว่าพอดีแล้วกับชีวิต“แล้วถ้าข้าจะบอกเรื่องราวในอดีตของข้าล่ะ... ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องรับมันไม่ได้อย่างแน่นอน.. ไม่ใช่แค่กับเจ้า แม้แต่บิดาของเจ้าเองก็ด้วย” รีออนที่อยากจะตัดความสัมพันธ์ที่มันไม่จำเป็นอย่างนี้ในตอนนี้ เพราะตัวเขายังชอบอิสระ การค้นคว้า การเดินทางไปพบเจอที่ใหม่อยู่ จึงคิดจะเอ่ยสถานะจอมปลอมของตัวเองออกไปให้กับแคทเทอรีนได้รับรู้“ไม่ว่าท่านจะเป็นใครมาจากที่ไหน.. ไม่ว่าท่านจะดีหรือเลวร้ายได้มากขนาดไหน.. แต่ข้าเชื่อว่าท่านเป็นแบบที่ข้านั้นรู้จัก.. แม้มันจะไม่นาน แต่ข้าก็รู้ว่านั่นคือตัวตนที่แท้จริงของท่าน..” เธอกล่าวออกมา ก่อนที่จะเดินหวังเข้ามาสัมผัสไปที่ชายคนที่เธอหลงรัก แต่ทันใดนั้นรีออนก็กล่าวออกมา“อดีตองค์ชายรัชทายาทรีออน... คือข้าเอง!!... บุคคลที่เจ้าเกลียดนักเกลียดหนา.. บุคคลที่แม้แต่สาวใช้ และทาสยังกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า..เลวร้าย ... แล้วเจ้าล่ะ คิดว่าข้าเป็นคนอย่างไรกัน.. ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกข้าก็โกหกเจ้าไปแล้ว.. แล้วเจ้าคิดว่า ความสัมพันธ์ที่เริ่มมาจากการโกหกนั้นมันดีแล้วอย่างนั้นรึ..” สิ้นเสียงของรีออน มันทำให้แคทเทอรีนตัวแข็งค้างไปในทันที ภายในหัวได้แต่ถามตัวเองอยู่ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น แคทเทอรีนที่มองหน้าของชายผู้ที่ได้หัวใจเธอไปเกินกว่าครึ่งแล้วอย่างจริงจัง ในแววตาของเขาไม่ได้มีสิ่งที่เรียกล้อเล่นอยู่เลยในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้อยากเชื่อหูของตัวเอง“ไม่จริง.. ไม่จริงใช่ไหม ท่านรีออน..” เธอส่ายหน้า และบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ รีออนที่เห็นอย่างนั้น แม้ว่ามันจะโหดร้าย แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาจะต้องพูดออกไป“ในเมื่อเจ้ารู้ความจริงแล้ว.. ข้าว่าข้าไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่เมืองแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว.. ส่วนธุรกิจของข้า ข้าเชื่อว่าทำที่เมืองไหน ข้าก็สามารถพอทำผลกำไรได้... เจ้าอยากจะบอกให้ท่านมาควิสบิดาของเจ้าก็ได้ จะเรียกให้ทหารหรือชาวบ้านมาประนามข้าก็ได้ข้าไม่สนใจ.. มันก็น่าจะดีกว่า..ที่ข้าจะจากไป”รีออนกล่าวออกมา ก่อนจะเดินไปที่ประตู ทำมือของตัวเองให้เฉียงเหมือนกับมีด และฟันลงไปที่แม่กุญแจที่ล็อกอยู่ และแน่นอนว่ามันขาดออกจากกันอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั้น มือของแคทเทอรีนก็จับมาที่ชายเสื้อของเขา แล้วก็เอ่ยขึ้นมาว่า“อย่าไปเลยนะเจ้าคะ... ข้ายอมรับมันได้.. ข้ายอมทำทุกอย่าง.. แต่ขอร้องเถอะเจ้าค่ะ.. อย่าจากไปไหนเลย” มันเป็นฉากที่เหมือนกับพระเอกกำลังบอกเลิกนางเอก ต่อให้นางเอกจะรับความจริงไม่ได้จริงๆ มันก็เป็นประโยคที่ทุกคนจะต้องพูดออกไป มันเป็นการยื้อครั้งสุดท้าย เพื่อไม่ให้หัวใจมันเจ็บไปมากกว่านี้ ... ‘แค่ขอเวลาทำใจ แค่ขอเวลาที่จะได้เห็น แค่ขออะไรก็ได้ที่เธอจะไม่ไปไหน.. เพราะในตอนนี้หัวใจมันแค่ยังไม่พร้อมจะให้เธอนั้นเดินจากไป’ … (ไม่ได้อกหักนะ.. แต่เคยมีฟิวนั้นมาก่อน เลยคิดมันออกมาได้ สำหรับใครที่กำลังทะเลาะหรืออกหัก ก็อย่ายื้อให้เจ็บมากเลย เพราะตอนนี้มันก็เจ็บ และช้ำกันมากพอแล้ว.. สู้ๆนะครับ)