“ว้าว! เจ๋งเป้ง!”
เซี่ยฝูคุนรู้สึกถึงพื้นดินที่สั่นสะเทือน เมื่อมองไปยังดอกไม้ ต้นไม้ และหญ้าที่แหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังของหนึ่งดัชนีของชิงมู่ตวนที่พุ่งทะลวงตรงหน้า
เขาก็นึกถึงตอนที่อยู่บนโลกมนุษย์
ที่มักจะเห็นคำพูดหนึ่งบ่อยๆ ว่า
บอกแล้วให้อ่านหนังสือเยอะๆ ไม่อย่างนั้นเวลาเห็นของเจ๋งๆ อะไรเข้า ก็พูดได้แค่ว้าว เจ๋งเป้ง!
แม้จะรู้สึกกระดากอายไปบ้าง แต่ตอนนี้เซี่ยฝูคุนก็หาคำอื่นใดมาพรรณนาความรู้สึกที่ได้รับจากหนึ่งดัชนีของชิงมู่ตวนในตอนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ
“เป็นอย่างไรบ้าง? เจ้าเองก็ลองดูสักคราไหม?”
หนึ่งดัชนีของชิงมู่ตวนได้สร้างรอยแยกอันลึกชันยาวหลายร้อยเมตรตรงหน้า บรรดาดอกไม้ ต้นไม้ และหญ้าในรอยแยกนั้นล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือเพียงรอยแยกกว้างใหญ่ที่ประจักษ์แก่สายตา ราวกับร่องน้ำที่เหือดแห้งไป
“ดัชนีที่สาม...”
เซี่ยฝูคุนรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะลองดูบ้าง
อีกทั้งเขาก็อยากจะรู้ว่าพลังของเขานั้นเพียงพอที่จะใช้ดัชนีที่สามนี้ได้หรือไม่
ความคิดแล่นผ่านแวบหนึ่ง
ร่างกายของเซี่ยฝูคุนลอยขึ้น
พลังบนร่างก็พลุ่งพล่านอย่างดุดัน
“นี่...”
ชิงมู่ตวนที่อยู่ด้านข้างถึงกับตกใจ ดัชนีที่สามของสามดัชนีร้างสูญนั้นต้องรวบรวมพลัง นี่เป็นสิ่งที่เขารู้ดี ทว่า...
เมื่อเขารวบรวมพลัง อย่างมากก็รวบรวมได้เพียงประมาณสองเท่าเท่านั้น
แต่ความรู้สึกที่เซี่ยฝูคุนมอบให้เขาในตอนนี้กลับ...
“สามดัชนีร้างสูญ...”
“ดัชนีที่สาม...”
“ทลายฟ้าดิน!”
พร้อมด้วยเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล
เซี่ยฝูคุนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ในดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาและสีขาว
หลังจากริมฝีปากของเขาขยับ เขาก็ยกแขนขึ้นเบาๆ แล้วชี้ออกไปในอากาศ
“ครืนนน!”
พลังอันดุดันสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าปลายนิ้วของเขา
หลังจากนั้น
พื้นที่ด้านหน้าปลายนิ้วของเซี่ยฝูคุน
“ฉ่าๆๆ”
พลันปริแตกออกไปทั่วทิศทางราวกับใยแมงมุม
“ทลายมิติ?!”
เมื่อเห็นพลังที่เซี่ยฝูคุนสร้างขึ้นได้แม้ดัชนีจะยังไม่ถูกปล่อยออกไป ชิงมู่ตวนก็รู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
การทลายมิตินั้นเป็นวิถีของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์ แม้แต่เขาเองก็ยังไม่สามารถเข้าใจแก่นแท้ได้โดยสมบูรณ์ มิฉะนั้นเขาคงก้าวสู่ขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์ไปนานแล้ว
ทว่า...
ตอนนี้เซี่ยฝูคุนยังอยู่ในขอบเขตห้าวหาญ แต่กลับสามารถใช้วิถีเช่นนี้ได้...
“นี่...”
“นี่คือสามดัชนีร้างสูญที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้เห็นเซี่ยฝูคุนปลดปล่อยสามดัชนีร้างสูญออกมาต่อหน้า ชิงมู่ตวนจึงได้ค้นพบปัญหาที่มีอยู่ในสามดัชนีร้างสูญที่ตนเคยฝึกฝน
ในขณะนั้นเอง
พลังของหนึ่งดัชนีที่เซี่ยฝูคุนปล่อยออกมาก็แผ่ขยายไปทั่ว
“ตูม——”
“ระวัง!”
ชิงมู่ตวนเห็นเซี่ยฝูคุนร่วงลงมาจากกลางอากาศหลังจากปล่อยดัชนีที่สามเสร็จสิ้น จึงรีบบินเข้าไปโอบกอดเขาไว้ในอ้อมแขน
“เจ้าเด็กนี่ ช่างอวดเก่งเกินตัวนัก ข้าก็บอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าหากร่างกายในขอบเขตห้าวหาญของเจ้าสามารถใช้ดัชนีที่สามของสามดัชนีร้างสูญนี้ได้โดยไม่เป็นอันตราย เจ้าก็เป็นสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริงแล้ว”
ชิงมู่ตวนส่ายหน้าพลางหันกลับไป ก็เห็นพลังที่เซี่ยฝูคุนสร้างขึ้นจากหนึ่งดัชนีนั้นกลับเหนือกว่าหนึ่งดัชนีของเขาเมื่อครู่เสียอีก
พลังได้แผ่ขยายจากร้อยเมตรของเขาไปเป็นพันเมตร!
ทุกสิ่งทุกอย่างในระยะนั้น ล้วนถูกทำลายล้าง...
นี่แหละ คือแก่นแท้ของสามดัชนีร้างสูญที่แท้จริง!
เขาพาเซี่ยฝูคุนกลับมายังพระราชวัง
ชิงมู่ตวนรู้ดีว่าหลังจากเซี่ยฝูคุนได้เรียนรู้สามดัชนีร้างสูญนี้แล้ว เขาก็จะไม่มีปัญหาใดๆ ในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันอีกต่อไป
ส่วน—
เขานั้น หลังจากได้เห็นเซี่ยฝูคุนใช้ดัชนีที่สามเมื่อครู่ ก็ได้รับรู้สิ่งต่างๆ มากมาย
เขาที่เดิมติดอยู่ระหว่างขอบเขตอานุภาพเทพขั้นปลายและขอบเขตอานุภาพเทพขั้นสูงสุด ก็ได้รับความกระจ่างแจ้งเพิ่มขึ้นในขณะนี้
เมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็ต้องคว้าไว้ มิฉะนั้นก็มีแต่จะพลาดไป
“เจ้าหนู จากนี้ไป เจ้าต้องพึ่งพาตัวเองแล้วนะ เมื่อข้าตื่นจากการปิดด่านฝึกวิชา เจ้าคงเดินทางไปสำนักศึกษาอ้าวติงแล้วกระมัง? ข้าเชื่อว่าแม้ที่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้าในการก้าวเดินไปข้างหน้าของเจ้าได้ แต่เจ้าก็ช่วยเพลาๆ มือหน่อย อย่าถึงขั้นไปพลิกคว่ำสำนักศึกษาอ้าวติงจนกลับตาลปัตรก็แล้วกัน!”
ชิงมู่ตวนหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหน้า แล้วเรียกเงาเข้ามา
“ท่านราชครูจะปิดด่านฝึกวิชาหรือขอรับ?”
เงาติดตามราชครูมาหลายสิบปี ราชครูจะทำอะไร เขาก็เพียงแค่เหลือบมองก็รู้แล้ว
“อืม ฝั่งอาณาจักรนี้ฝากเจ้าดูแลชั่วคราวแล้วกัน”
“ข้ารู้สึกว่าการปิดด่านฝึกวิชาครั้งนี้เวลาคงไม่สั้นนัก ทางเมืองเซี่ย เจ้าก็ต้องคอยเฝ้าจับตาดูให้ดี ไอ้แก่สารเลวมู่อวิ๋นนั่นไม่กล้ามายังเมืองหลวง แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่ย้อนกลับไปโจมตีเมืองเซี่ยอีก”
“ท่านราชครูโปรดวางใจ ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ เมืองเซี่ยและเมืองหลวงก็จะปลอดภัยดี”
“อืม เช่นนั้นก็ดี”
ชิงมู่ตวนตบไหล่เงา แล้วมองเซี่ยฝูคุนอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องลับของตน
เขาหวังว่า—
ด้วยโอกาสที่เซี่ยฝูคุนมอบให้ในครั้งนี้
เขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์ได้ในคราวเดียว
หรือจะแค่ขอบเขตครึ่งก้าวต้นกำเนิดสวรรค์ก็ยังดี
เมื่อเป็นเช่นนั้น อาณาจักรหย่าสือหลานก็จะก้าวกระโดดขึ้นเป็นหนึ่งในขุมกำลังระดับแถวหน้าของแคว้นชื่อสุ่ยได้
แม้ขอบเขตอานุภาพเทพและขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์จะห่างกันเพียงระดับเดียว แต่ก็เปรียบเสมือนความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปกับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอด
ผู้แรกนั้น ในสายตาของผู้หลัง ก็เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น...
...
เซี่ยฝูคุนค่อยๆ ตื่นขึ้นในอีกสามวันต่อมา
ดัชนีที่สามของสามดัชนีร้างสูญนั้น แทบจะดูดกลืนพลังวิญญาณทั้งหมดในตัวของเขาจนหมดสิ้น แม้จะตื่นขึ้นแล้ว เซี่ยฝูคุนก็ยังรู้สึกอ่อนแรงอย่างมาก
“ดูท่าแล้ว ดัชนีที่สามนี้ ต่อไปหากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ควรใช้น้อยลงหน่อยนะ”
เซี่ยฝูคุนหัวเราะอย่างขมขื่น มองฝ่ามือที่ยกขึ้นของตนเอง
“เจ้าตื่นแล้วหรือ?”
ในขณะนั้นเอง เงาเดินเข้ามา
“ท่านราชครูเล่า?”
เซี่ยฝูคุนพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง
“ท่านราชครูปิดด่านฝึกวิชาเพื่อทะลวงสู่ขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์แล้ว เจ้าพักฟื้นร่างกายให้ดีสักพัก อีกครึ่งเดือน เจ้าก็จะออกเดินทางไปสำนักศึกษาอ้าวติงพร้อมกับเยี่ยชิงหว่านและองค์หญิงเสวียนเอ๋อร์แล้ว”
“จะไปแล้วหรือ...”
เมื่อได้ยินคำพูดของเงา เซี่ยฝูคุนก็ตกตะลึงเล็กน้อย ชิงมู่ตวนปิดด่านฝึกวิชานั้นอยู่ในความคาดหมายของเขา เพราะเขาสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเองว่าสามดัชนีร้างสูญที่เขาลอกเลียนแบบมาจากวิชาหมื่นลักษณ์นั้นดูจะสมบูรณ์แบบกว่าที่ชิงมู่ตวนแสดงออกมาเสียอีก หากตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตอานุภาพเทพ เกรงว่าพลังของดัชนีที่สามนั้นคงสามารถโจมตีพระราชวังได้แล้ว
ด้วยการโจมตีเพียงดัชนีเดียว อาคารส่วนใหญ่ในพระราชวังคงพังทลายลง
“ใช่แล้ว คุณชายคุน งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา อีกทั้งสำนักศึกษาอ้าวติงก็คู่ควรแก่การไปเยือน อีกอย่าง ท่านราชครูเคยพูดไว้ว่า ก่อนที่จะเดินทางไปยังสำนักศึกษาอ้าวติง สามารถจัดการให้ท่านกลับไปยังเมืองเซี่ยได้”
“กลับเมืองเซี่ยหรือ?”
เซี่ยฝูคุนประหลาดใจเล็กน้อย
เมื่อเขาทะลุมิติมายังทวีปจิ่วโยวในตอนแรก เขาเป็นเพียงคนพิการไร้ค่าคนหนึ่ง
หลังจากใช้เวลาหนึ่งปี เซี่ยฝูคุนหลอมวานรเทพจ้าวพลังได้สำเร็จ และในขณะเดียวกันก็บรรลุถึงขอบเขตชั้นยอด
ในช่วงเวลานั้น แม้เซี่ยฝูคุนจะใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แต่เขาก็มีความสุขอย่างมาก
ตอนนี้เขาได้ก้าวสู่ขอบเขตห้าวหาญแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้กลับไปเมืองเซี่ยเพื่อร่ำลา “บิดา” และ “พี่ชาย” ของเขา เพราะสำนักศึกษาอ้าวติงและอาณาจักรหย่าสือหลานนั้นมีระยะห่างกันพอสมควร การจากกันครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกเมื่อใด
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านแล้ว”
เซี่ยฝูคุนพูดกับเงาด้วยใบหน้าซีดเผือด