(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 107 สเต๊กของกามิน

    ตอนที่ 107 สเต๊กของกามิน



    กลุ่มเจ้าของร้านที่ได้เดินทางมาตั้งร้านของตัวเองกันที่ป่าดาราฉาย ต่างร่ำร้องกันระงม เมื่อพบเห็น กามิน พ่อครัวอันดับต้นของเมืองหลวง ได้มาอยู่ที่ป่าแห่งนี้ด้วย และด้วยเสียงร่ำร้องของพวกเขาที่ดูตื่นตระหนก

    ก็ไปฉุดให้ กามินที่กำลังเดินทอดน่องไปยังร้านอาหารสามเวลา เพื่อยืมใช้ครัว ตามที่ท่านไวทเคานต์ได้เช่าไว้ให้กับตนเอง

    พลางหันมามองเจ้าของร้านอาหารกลุ่มดังกล่าว พร้อมกับค่อยๆ เดินเยื้องย่างเข้ามา ตามคำร้องเรียกที่ดูประจบประแจงของกลุ่มเจ้าของร้าน



    “ท่านกามิน จริงๆ ด้วย เป็นเกียรติอย่างยิ่งและเป็นโชคดีของข้าน้อยจริงๆ ที่ได้มีโอกาสพบเจอกับท่านสักครั้งหนึ่ง” หนึ่งในกลุ่มเจ้าของร้าน ต่างพะเน้าพะนอ เอาอกเอาใจกามิน จนออกนอกหน้า

    “ฮ่า ฮ่า ถือเป็นโชคดีของพวกเจ้าจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็เอาเถอะข้าจะยืนอยู่ตรงนี้ให้พวกเจ้าชื่นชม ข้าอีกสักหน่อยก็แล้วกัน” กามินหัวเราะออกมา ด้วยความลำพอง



    แน่นอนว่ากลุ่มเจ้าของร้าน หลายๆ คน ก็หัวเราะร่าไปกับ ความเป็นกันเองของกามิน ที่แสดงออกมาอยู่ไม่น้อย คนเหล่านี้ต่างก็ชื่นชมและยกหางกามิน เพื่อหวังว่าจะทำให้กามินนั้นถูกใจตนเอง

    และอาจเข้าไปเป็นหนึ่งใน คนครัวของกามิน เพื่อหวังเรียนรู้การทำอาหารและฐานะให้สูงขึ้น



    อย่างไรก็ตาม ภายในกลุ่มเจ้าของร้าน ก็ไม่ได้มีคนประเภทที่จะเกาะความโด่งดังของกามินอยู่ทั้งหมด หากแต่ภายในกลุ่มเจ้าของร้าน นั้นยังมี เจ้าของร้านอย่างเช่น ร้านกระทะทอง ที่ถือเป็นร้านอาหารที่ใหญ่โต มีสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ต่างๆ เพียงแต่ยังไม่มีขุนนางคนไหน ชุบเลี้ยงและอุปการะ จนใหญ่โตเหมือนกับ กามิน ที่มีไวทเคานต์นิครับเข้ามาเป็นพ่อครัวประจำตระกูล



    ซึ่งทางด้านของเจ้าของร้าน กระทะทอง ก็จ้องมอง กามิน ด้วยความอิจฉาริษยาป่นระคนท้าทาย



    “โอ้ เจ้าก็คิดจะมาเปิดร้านที่นี่เหมือนกันเหรอ ร้านกระทะทอง!” กามิน เมื่อสังเกตุเห็นถึงเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ก็แอบจิกกัดอีกฝ่ายไปเล็กน้อย

    “ถ้าใช่แล้วจะทำไม? เจ้ายุ่งอะไรด้วย!” เจ้าของร้านกระทะทองผู้นี้ ตอบกลับ โดยที่ไม่ละสายตาไปจากกามินเลยแม้แต่น้อย

    เจ้าของร้าน กระทะทองผู้นี้ นั้นจัดว่ามีอายุเทียบเท่ากับ กามิน อีกทั้งยังเคยร่ำเรียนการทำอาหารมาจากอาจารย์คนเดียวกัน



    ซึ่งอาจารย์ของพวกเขา ได้เสียชีวิตไปแล้ว จากการที่แอบไปรับใช้และเป็นพ่อครัวให้กับจักรวรรดิมังกรทมิฬ ก่อนจะถูกลอร์ดแฮร์ริสัน หรือราชาของจักรวรรดิมังกรทมิฬ ฆ๋าตายด้วยเหตุผลเพียงเพราะ ทำอาหารได้ไม่ถูกใจอีกฝ่ายได้มากพอนั่นเอง



    เรื่องนี้ ทั้งตัวกามินและเจ้าของร้านกระทะทอง ต่างก็ไม่อยากที่จะเอ่ยถึงหรือเท้าความ เรื่องนี้กันมากนัก เพราะมันถือเป็นความอัปยศของพวกตน ที่อาจารย์ของพวกเขายอมก้มหัวรับใช้ให้กับจักรวรรดิมังกรทมิฬ เพราะเห็นแก่เงินทองและลาภยศ ก่อนที่ลาภยศนั้นจะกลายเป็นทุขลาภ พรากชีวิตของอาจารย์ของพวกเขาไป



    โดยหลังจากที่อาจารย์ของพวกเขาทั้งสองตายไป กามินและเจ้าของร้านกระทะทอง ต่างก็แยกทางกันไปในที่สุด

    คนหนึ่งเติบโตในฐานะพ่อครัวที่ยิ่งใหญ่โดยมีขุนนางคอยชุบเลี้ยง ส่วนอีกคนต้องไต่เต้าจากร้านอาหารเล็กๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าก็มีแต่ชาวบ้านและสามัญชน

    แต่ถึงกระนั้น สิ่งหนึ่งที่พ่อครัวทั้งสองนี้ต่างก็มีเหมือนๆ กัน นั่นก็คือ นิสัยที่เย่อหยิ่งและเห็นแก่ตัว



    “เอาเถอะๆ ข้าไม่อยากจะต่อปากต่อคำอะไรกับเจ้ามากนัก ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ได้คิดจะเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับพ่อครัวกระจอกๆ อย่างเจ้าอยู่แล้ว การที่ข้ามาที่ป่าดาราฉายแห่งนี้ก็เพราะท่านไวทเคานต์ ขอร้องและจ้างข้ามาด้วยค่าตอบแทนที่สูงลิ้ว ข้าถึงได้ยอมมาในสถานที่บ้างนอกคอกนาแบบนี้ ก็เท่านั้น”


    คำพูดของกามิน ทำเอาเหล่าองครักษ์ที่เป็นคนของ ไวทเคานต์นิคถึงกับฉุนกึก



    พวกเขารู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของกามินเป็นอย่างมาก แต่เพราะรู้ว่า กามินนั้นเป็นพ่อครัวคนโปรดของไวทเคานต์นิคมานาน พวกเขาจึงได้แต่ยอมหลับตาข้างหนึ่ง มองข้ามคำพูดของกามินที่กำลังโอ้อวดตัวเอง ต่อหน้าเจ้าของร้านคนอื่นๆ ไปสักครั้ง

    ตามประสานิสัยของกามิน ที่ชอบพูดจาโอ้อวด วางก้าม



    “ถ้าเช่นนั้นท่านกามิน มาทำอะไรที่ร้านอาหารเก่าๆ แห่งนั้นกันครับ” กลุ่มเจ้าของร้านต่างชี้ไม้ชี้มือไปยังร้านอาหารสามเวลา ที่กำลังมีกลุ่มคนช่วยกันจัดโต๊ะกันอย่างแข็งขัน



    กามินมองตามนิ้วมือของกลุ่มเจ้าของร้าน ก่อนจะพยักหน้าและยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย



    “พอดีท่านไวทเคานต์ที่ฉันรับใช้อยู่ ท่านและครอบครัวอยากจะกินสเต๊กอันแสนอร่อยของฉัน ท่านจึงเช่าร้านอาหารโทรมๆ นี้ให้กับฉัน ได้ทำอาหารให้ก็เท่านั้นแหละ...หากรู้ว่า พวกเจ้าจะมาตั้งร้านกันแบบนี้ วันข้างหน้าฉันอาจจะช่วยแนะนำให้ท่านไวทเคานต์ มาหยิบยืมใช้ครัวของพวกเจ้า แทนร้านเก่าๆ นี้ก็แล้วกัน” กามิน ส่ายหน้าเล็กน้อย ประหนึ่งกำลังทำทีเป็นรังเกียจร้านอาหารเก่าๆ แต่เพราะด้วยความจำเป็น บวกกับความต้องการของท่านไวทเคานต์


    จึงทำให้ตนเอง ไม่อาจปฏิเสธคำขอนี้ไปได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ตัวมันเองต่างหาก ที่ร่ำร้องขอใช้ห้องครัว จนไวทเคานต์นิคต้องยอมแบกหน้ามาขอหยิบยืมกับไลท์เพื่อตัวมันเองทั้งนั้น



    “ถ้าเช่นนั้น ท่านกามินก็ทำอาหารให้กับท่านไวทเคานต์และครอบครัว เท่านั้นสินะครับ...พวกเราได้ยินแบบนี้ก็พลอยโล่งใจ นึกว่าจะต้องมาเปิดร้านแข่งกับท่านกามินเสียอีก เช่นนั้นพวกเราคงขาดทุน ย่อยยับกันแน่ๆ” เมื่อกามินได้บอกกับเหล่าเจ้าของร้านว่า ตนเองมาทำอาหารให้เฉพาะไวทเคานต์นิคและครอบครัว



    พวกเขาต่างก็พากันโล่งใจ ใบหน้าต่างยิ้มแย้มยินดี ที่ไม่ต้องแข่งขันกับ กามิน แต่ใครจะรู้? ศัตรูที่น่ากลัวในร้านอาหารสามเวลาที่พวกเขาต่างมองข้ามและมองว่าเป็นเพียงร้านค้าประจำถิ่นที่ตัวเองจะข่มเหงรังแกเมื่อไรก็ได้

    จะมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่า กามิน หลายร้อยเท่า และชายผู้นั้นกำลังยืนจัดเรียงโต๊ะให้กับลูกค้าด้วยตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับคนงานทั่วๆ ไปคนหนึ่งก็เท่านั้น



    “ท่านไลท์! ผมขอจองโต๊ะสักหน่อยจะได้ไหมครับ พอดีวันนี้ผมพาได้ภรรยาและครอบครัวที่เดินทางมาจากเมืองดาราฉาย มาลองกินอาหารของท่านไลท์ครับ” เสียงนักผจญภัยที่ต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ได้ร้องเรียกหาไลท์ที่กำลังยืนจัดโต๊ะมาเสียแต่ไกล



    นักผจญภัยจูงมือภรรยาและลูกของตัวเอง วิ่งปราดผ่านหน้า กามินและเหล่าเจ้าของร้านที่ยืนอึ้งๆ ไปโดยไม่ไยดี


    ‘ทำเป็นร้านอาหารในเมืองไปได้ ที่ต้องมีการจองโต๊ะ เดี๋ยวคืนนี้จะได้เห็นดีกัน ว่าร้านประจำถิ่นบ้านนอกแบบนี้ มีหรือจะสู้ร้านของพวกเราได้!’

    กลุ่มเจ้าของร้าน ต่างแยกย้ายกันกลับไปที่ร้านของตนเอง ซึ่งพวกเขาก็เริ่มตั้งร้านกันเสร็จเรียบร้อยกันเกือบจะหมดแล้ว เหลือก็แต่เพียงจัดเตรียมวัตถุดิบอีกสักเล็กน้อย คาดว่าในเย็นวันนี้ คงจะพร้อมเปิด ต้อนรับลูกค้ากันแล้ว



    เช่นเดียวกับกามิน หลังจากโอ้อวดอยู่นาน ตัวของพ่วครัวร่างท้วมผู้นี้ ก็ถึงเวลาที่ต้องทำอาหารให้กับท่านไวทเคานต์และครอบครัวเสียที

    กามินได้เดินผ่านไลท์และคนอื่นๆ ดั่งเช่น โทมัส จิม เอลล่าและแอล ไปราวกับพวกเขานั้นไม่มีตัวตน ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำขอบคุณ หรือแม้แต่ หันมามองเสียด้วยซ้ำ



    กามินเดินเข้าไปในห้องครัวของร้านอาหารสามเวลา ตามที่องครักษ์นำพาไป โดยกามินเองก็พอจะจดจำทางเข้าห้องครัวของร้านได้บ้าง เพราะเคยแอบมาถ้ำมอง มองดูคุณตาเกลจัดเตรียมวัตถุดิบในช่วงที่ไลท์และคนอื่นไม่ได้อยู่ที่ร้านนั่นเอง


    ร้านอาหารสามเวลาในตอนนี้ ที่ไม่มีโต๊ะหรือเก้าอี้สักตัวเดียว นั้นดูกว้างและโล่ง ปลอดโปร่งมากๆ


    เมื่อผ่านเข้ามาในห้องครัว ที่ได้รับการทำความสะอาดและดูแลเป็นอย่างดี แม้เครื่องครัวจะเก่าไปบ้าง แต่โดยรวม กามินที่มีอคติและอัตตา ก็ยังต้องยอมรับว่า ห้องครัวแห่งนี้นั้นยอดเยี่ยม



    “อืม สะอาดดีจริงๆ คงจะเป็นเด็กๆ พวกนั้นล่ะมั้งที่เป็นคนช่วยทำความสะอาด...เอาไว้ถ้าหากเด็กๆ พวกนั้น ทำตัวดี ฉันคนนี้จะเมตตา พาไปเป็นคนครัวที่ร้านอาหารของฉันก็แล้วกัน” ใช่แล้ว เด็กๆ ที่กามิน กำลังพูดถึงคือ โทมัส จิม เอลล่าและแอล


    โดยหารู้ไม่ว่า เบื้องลึกเบื้องหลังของเด็กๆ พวกนี้ ยิ่งใหญ่เสียจน สามารถสั่งกุดหัวของกามินได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา

    กามินยังคงสำรวจห้องครัว ตามจุดต่างๆ เมื่อเห็นว่าห้องครัวแห่งนี้ นั้นไม่มีสิ่งใดที่ขาดไป พ่อครัวจากเมืองหลวงผู้นี้ก็พลันลงมือทำอาหาร



    กามินได้นำเนื้อที่ได้ใช้ให้คนไปซื้อจากตลาดของหมู่บ้านออกมา ก่อนจะหยิบเอาเคล็ดลับที่ไม่อาจให้ใครล่วงรู้ถึง การทำเสต๊กของมันออกมาจากในกระเป๋าที่มักจะนำติดตัวอยู่ตลอดเวลา


    ซึ่งเคล็ดลับของกามิน ก็ไม่ใช่วัตถุดิบที่หายากหรือผงวิเศษ อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดและคิดกันไปไกล หากแต่มันคือ เกลือ ธรรมดาๆ ทั่วไป แค่นั้นแหละ


    เคล็ดลับของสเต๊กของกามินก็คือเกลือ เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อ อีกทั้งยังช่วยขจัดกลิ่นซากสัตว์ให้ทุเลาเบาลงได้อีกด้วย

    กามินนั้นสุดแสนจะภาคภูมิใจกับสูตรลับที่ตัวเอง บังเอิญค้นพบ นี้เสียเหลือเกิน และสูตรลับนี้เองที่ช่วยทำให้ สเต๊กของกามิน นั้นกลายเป็นที่ยอมรับในหมู่ขุนนาง จนกลายมาเป็นพ่อครัวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน



    กามินได้ทาเกลือบางๆ ลงไปในเนื้อที่ละชิ้น ด้วยความประณีต หลังจากทาเสร็จก็นำพวกมันลงไปวางไว้บนผ้าสะอาด เพื่อให้ผ้าช่วยดูดน้ำจากเนื้อ ก่อนจะทิ้งเอาไว้สักพัก เพื่อรอให้เนื้อเช็ตตัวประมาณระยะเวลาหนึ่ง พลางหันไปทำเครื่องเคียงอย่างอื่น

    เครื่องเคียงที่กามินได้เตรียมมาก็มีจำพวก ผักใบเขียวและขนมปัง แต่เนื่องจากหลงลืมเนยเอาไว้ในกระโจมที่อยู่ด้านฝั่งตรงข้าม

    ทางด้านของกามินจึงแอบถือวิสาสะ เดินมาค้นห้องครัวของร้านอาหารสามเวลา ผิดจากที่เคยแจ้งเอาไว้ในตอนแรกว่าจะขอแค่ใช้ห้องครัวเพียงอย่างเดียว ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับวัตถุดิบของร้านแห่งนี้



    ทว่า ‘กึก!’ กามินออกแรงเปิดตู้แช่เย็นของร้านที่วางเรียงรายอยู่ตรงกำแพง ฉุดกระชากเพื่อเปิดออกอย่างแรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ ประตูของตู้แช่เย็นหรือถึงแช่เย็นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย


    ราวกับว่า ตู้แช่พวกนี้ ถูกลงอาคมพลังเวท ป้องกันเอาไว้นั่นเอง


    “กับอีแค่ร้านเล็กๆ ต้องผนึกพลังเวทไปเพื่ออะไร?” กามินนึกสงสัย จึงพยายามปลดปล่อยพลังเวทของตัวเอง ที่อยู่ในระดับ 2 ดาวขั้นต่ำ เพื่อหวังจะเปิดตู้พวกนี้ออกให้ได้


    แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคง นิ่งสนิทเฉกเช่นเดิม ซึ่งอธิบายได้เพียงความหมายเดียวก็คือ พลังเวทของกามินไม่เข้มแข็งมากพอที่จะหักล้างพลังเวทที่ผนึกอยู่บนตู้แช่พวกนี้ได้นั่นเอง


    “ไม่จริงน่า พลังเวทของฉันไม่น่าจะแพ้ให้กับพลังเวทของพวกบ้านนอกนี้สิ!” กามิน รู้สึกหัวเสีย ทั้งๆ ที่การกระทำของมันไม่ต่างอะไรกับ หัวขโมย

    ถึงอย่างนั้น เมื่อตัดใจจากตู้แช่ลงไปได้แล้ว ทางด้านของกามินก็เหลือบไปเห็น แปลงผักของไลท์ที่อยู่ด้านหลังครัว เข้าพอดิบพอดี

    และในแปลงผักของไลท์ สิ่งที่สะดุดตามากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้น มะเขือเทศ ที่ในตอนเช้าทางด้านของ จีน่า ก็เคยขอเข้ามาเด็ดกิน นั่นเอง



    “โอ้! ถ้าเอามะเขือเทศมากินคู่กับ สเต๊ก ท่านไวทเคานต์และคุณผู้หญิงจะต้องชอบอย่างแน่นอน” กามินเปิดประตูด้านหลังครัวออกไป พลางเดินไปยังแปลงผักของไลท์

    โดยไม่สนใจเลยว่า จะเหยียบโดนพื้นผักของไลท์ที่ปลูกไว้อยู่หรือไม่...มันสนใจก็แต่เพียงมะเขือเทศลูกแดงก่ำ อวบแน่นที่อยู่บนต้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน