“ฮ่าๆๆๆ พวกเ้านี่ช่างรู้ใจข้าเสียจริง ไม่เสียแรงที่เป็สหายสนิทของข้า” เสียงหัวเราะของมู่อี้หานดังออกมา ไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้ว่าเขากำลังมีความสุขเป็อย่างมาก
“ไม่ใช่ว่านางกำลังโมโหเ้าอยู่หรอกหรือ แล้วเ้าจะให้นางแก้ปัญหาได้อย่างไร”
“ใช่ ถึงขั้นถอนหมั้นเ้าเช่นนี้นางจะช่วยเ้าได้อย่างไร”
“นั่นนะสิ แม้แต่ญาติข้าที่อยู่ต่างเมืองยังรู้เื่นี้เลยนะ
เื่ของนางและมู่อี้หานนั้นถือเป็เื่ที่โด่งดังไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็เพราะชื่อเสียงของนาง หรือเป็เพราะเป็เื่อื้อฉาวคาวโลกีย์ก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้ผู้คนต่างรับรู้เื่นี้กันอย่างทั่วถึง
“ฮ่าๆๆๆ เซี่ยเหยาฮวานะเป็ผู้หญิงที่โง่เง่าขนาดนั้นจะไปโกรธข้านานได้อย่างไร ข้าแค่พูดออดอ้อนน่าสงสารเพียงไม่กี่ครั้งนางก็ใจอ่อนแล้ว”
ฟังจากนั้นมู่อี้หานก็เล่าเื่ที่เขามาขอโทษนางให้สหายฟังอย่างละเอียด ทุกคำพูดที่พูดออกมาล้วนแต่เป็การดูถูกนางทั้งสิ้น จากที่เล่าออกมาราวกับว่านางเป็คนขอร้องให้เขาให้โอกาสนางเสียอย่างนั้น ถึงขั้นที่นางคุกเข่าขอร้องกันเลยทีเดียว
มู่อี้หาน ช่างเป็ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง แม้แต่ลี่ถังเองก็ยังทนไม่ไหวจะบุกเข้าไปด้านใน โชคดีที่นางจับเอาไว้ได้ทัน แต่ไม่ใช่เพราะไม่โกรธ แต่เป็เพราะนาง้าฟังต่อไป นางก็อยากรู้เช่นกันว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรต่อไป
“เ้านี่ช่างเก่งกาจเสียจริง ข้าละนับถือเลยทีเดียว ว่าแต่ที่เ้าพูดถึงฉวีเยว่ซินนั้นเื่จริงหรือ”
“จะจริงได้อย่างไร ซินเออร์นั้นออกจะน่ารักขนาดนั้น ข้าจะไม่ชื่นชอบนางได้อย่างไรเอาเป็ว่าชื่นชอบจนไม่อยากจะออกมาจากห้องเสียด้วยซ้ำ”
เมื่อได้ยินถึงตอนนี้เหยาฮวาก็ไม่มีสิ่งใดที่้าฟังอีกต่อไป นางจึงตั้งใจที่จะเดินออกไปจากตรงนั้นเพราะไม่อยากโดนจับได้เสียก่อนว่านางรู้เื่พวกนี้แล้ว แต่นางกลับได้ยินสิ่งที่เป็ประโยชน์ต่อนางเสียก่อน
“แล้วกิจการของเ้าที่กำลังมีปัญหา มีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือหรือไม่”
“มีปัญหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้เร่งด่วนอันใด จริงๆแล้วข้าเองก็ไม่ได้อยากไปพบเหยาฮวาซักเท่าไหร่นักแต่บิดาของข้านั้นรีบร้อนเกินไปหน่อย หากข้าไม่คืนดีกับนางก็จะสร้างปัญหาให้กับเยว่ซิน ซึ่งนั่นเป็เื่ที่ข้ายอมไม่ได้”
นี่กลับมาสร้างปัญหาให้นางเพราะว่าผู้หญิงคนนั้นอีกงั้นหรือ ดูท่าว่านางจะใจดีกับชายชั่วผู้นี้มากเกินไปสินะ ฉวีเยว่ซินเองก็คงจะอยู่ในจวนตระกูลมู่อย่างสุขสบายมากเกินไปจึงทำให้ทั้งคู่ว่างมากขนาดนี้ เช่นนั้นก็ดี นางจะหาอะไรให้ทำเสียหน่อย จะได้ไม่ต้องมีเวลามารบกวนนางอีก
จริงๆนางสามารถส่งคนไปสืบหาได้ว่าปัญหาที่ตระกูลมู่พบเจอในตอนนี้คือเื่อะไร แต่ตอนนี้นางก็พอจะเดาออกว่าคงไม่พ้นเื่เงินเป็แน่ ซึ่งนี่เป็สิ่งที่นางไม่ขาดแคลนมากที่สุด อีกฝ่ายจึงต้องมาเกาะแกะนางเช่นนี้ เช่นนั้นก็ดีนางจะตอบสนองให้ตรงจุด
“ไปกันเถอะ” นางหันไปพูดกับลี่ถัง โดยไม่ได้คิดที่จะเข้าไปด้านในอีกต่อไป
หลังกลับมาถึงห้องทำงานนางก็ให้ลี่ถังส่งคนไปสืบเกี่ยวกับกิจการทั้งหมดของตระกูลมู่ ไม่ว่าจะเป็กิจการที่ไปได้ด้วยดี หรือว่ากิจการที่มีปัญหานางก็้าข้อมูลทั้งหมด
ในอดีตนั้นนางไม่ได้สนใจในกิจการของตระกูลมู่แม้แต่น้อย เพราะความคิดของนางในตอนนั้นคือหน้าที่เหล่านี้ล้วนเป็หน้าที่ของบุรุษ สตรีเช่นนางเพียงทำตัวเป็ภรรยาที่ดีก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นในตอนนี้นางจึงไม่มีข้อมูลของตระกูลมู่อยู่เลย
“นายหญิงเ้าค่ะ บ่าวละสงสัยจริงๆว่าคุณชายมู่ผู้นี้คิดอะไรอยู่ ถึงได้มาพูดเื่เหล่านี้ที่นี่ เขาลืมหรืออย่างไรว่าที่นี่เป็หนึ่งในกิจการที่คุณหนูดูแลอยู่” ลี่ถังพูดด้วยอารมณ์โมโห ดูแล้วลี่ถังโมโหมู่อี้หานยิ่งกว่านางเสียอีก
“เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรอย่างไรเล่าถึงได้พูด คงไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าข้าดูแลที่นี่อยู่”
“หลังจากนี้บ่าวจะไม่ยอมให้คุณหนูพบเขาแล้วนะเ้าคะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก หลังจากนี้ต่อให้เขามาพูดอย่างไรข้าก็ไม่สนใจเขาอีกแล้ว เรียกได้ว่าข้าตาสว่าง สว่างมากเสียจนมองเห็นทุกอย่างชัดเจนไปหมดเลยทีเดียว” เรียกได้ว่าครั้งนี้นางเกือบโง่หลงเชื่อคนเช่นนั้นอีกครั้ง จนตอนนี้นางแทบไม่ให้อภัยตัวเองเสียด้วยซ้ำ
“บ่าวก็ขอให้เป็เช่นนั้นเ้าค่ะ”
“เ้าออกไปดูด้านนอกเถิด ให้ข้าใช้ความคิดเสียหน่อยว่าจะจัดการเื่นี้อย่างไร”
“เ้าค่ะ”
จากข้อมูลที่ได้มา ตระกูลมู่นั้นมีกิจการอยู่ไม่กี่อย่าง เป็กิจการเกี่ยวกับโรงเตี๊ยมและมีร้านค้าให้เช่าอยู่ไม่กี่ร้าน เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ในตระกูลก็รับราชการเป็ขุนนางทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นกิจการเพียงไม่กี่อย่างนี้ก็ถือเป็หนึ่งในรายได้หลักของตระกูลมู่หากขาดเงินจากส่วนนี้ไป จะทำให้ทั้งตระกูลลำบากไม่น้อย
กิจการที่มีปัญหานั้นคือกิจการโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าลูกค้าที่เข้าพักจะน้อยลงเรื่อยๆ จนทำให้เกิดปัญหาขึ้น จากที่นางดูก็คงจะเป็เพราะโรงเตี๊ยมแห่งใหม่ใกล้ๆนั้นที่พึ่งเปิดใหม่เป็แน่
จากที่นางสังเกตดูนั้นตระกูลมู่เองก็ราวกับว่ากำลังแอบทำอะไรบางอย่างอยู่เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็ขุนนางขั้นสูงที่มีเบี้ยหวัดจำนวนมากแต่ก็ไม่ได้น้อยเสียจนทำให้กิจการของตระกูลลำบากได้ จากที่นางสังเกตดู ราวกับว่ามีเงินส่วนหนึ่งหายไป
“ลี่ถัง เ้าได้สืบเื่รายจ่ายของตระกูลมู่มาด้วยหรือไม่”
“บ่าวกำลังให้คนตามสืบเ้าค่ะ ตอนนี้ยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน บ่าวจึงยังไม่ได้รายงานคุณหนู แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสงสัยเ้าค่ะ”
“มีเื่อะไรหรือ”
“รายจ่ายของตระกูลมู่น่าสงสัยไม่น้อยเ้าค่ะ จากที่บ่าวคิดดูแล้วดูเหมือนตระกูลลมู่จะมีรายจ่ายมากกว่าที่กำลังแสดงออกเ้าค่ะ” หากเป็คนนอกก็จะมองเหมือนตระกู่มู่นั้นมั่งคั่ง ร่ำรวย มีเพียงพวกนางเท่านั้นที่รู้ว่ามู่อี้หาน้าเงินจากคุณหนูของนาง นี่จึงทำให้นางสงสัย
“แล้วที่เ้าสืบมามีสิ่งไหนน่าสงสัยบ้าง”
“มีอย่างหนึ่งเ้าค่ะ แต่ข้อมูลส่วนนี้บ่าวได้มาจากสาวใช้คนหนึ่งของจวนมู่เ้าค่ะ ทางตระกูลมู่นั้นจะต้องส่งเงินส่วนหนึ่งให้กับตระกูลมู่สายหลัก ซึ่งถือว่าเป็สิ่งที่แปลกมาก”
“ดูแล้วตระกูลมู่คงจะทำบางอย่างอยู่จริงๆ”
ตอนนี้นางคิดออกแล้วว่าจะทำสิ่งใดให้เป็ของขวัญแก่ตระกูลมู่ดี กิจการโรงเตี๊ยมที่กำลังเป็ปัญหาอยู่นั้นนางคงไม่เข้าไปยุ่ง ถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่คนชอบซ้ำเติมผู้อื่น แต่สำหรับร้านอื่นๆนั้นนางไม่นับ
จะว่าไปกิจการอย่างการให้เช่าร้านค้านั้นก็ดูน่าสนใจไม่น้อย ถึงอย่างไรนางก็มีที่ว่างไม่ได้ทำประโยชน์อันใดอยู่หลายแห่ง จะแบ่งมาทำประโยชน์เสียบ้างก็คงจะไม่เสียหายอะไร
เมื่อตัดสินใจได้นางก็ปรึกษาบิดาและเริ่มวางแผนงานของตนเองทันที งานเหล่านี้ล้วนต้องใช้เวลาดำเนินการเช่นนั้นนางจึงต้องรีบจัดการให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางไปนอกเมือง
“มาเถิดลี่ถัง เราไปจัดเตรียมของขวัญให้มู่อี้หานกันเถิด” หลังผ่านไปไม่กี่วัน นางก็เริ่มทำตามแผนขั้นต่อไปทันที
หลังเดินทางมาถึงนางก็สอบถามสถานการณ์โดยละเอียดของโรงเตี๊ยมทันที แม้นางจะอ่านข้อมูลทั้งหมดมาแล้ว แต่ก็ยัง้าฟังจากผู้ดูแลด้วยตนเองอยู่ดี
“โรงเตี๊ยมของเราอยู่ใกล้กับของตระกูลมู่มีกิจการที่ดีไม่น้อยเ้าค่ะ แม้จะไม่ได้เต็มทุกวันแต่ก็ถือว่าดีกว่าโดยรอบเ้าค่ะ”
“แล้วกิจการของตระกูลมู่เล่า”
“ตระกูลมู่มักมีกลุ่มลูกค้าที่เข้าพักเป็ประจำเ้าค่ะ จึงไม่ได้มีปัญหาอันใดเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ประกาศแผนการที่ข้าเตรียมเอาไว้ออกไปเถิด จะได้ดึงดูลูกค้ากลุ่มที่เดินทางมาจากนอกเมืองได้”
“เ้าค่ะ ข้าจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้”