“อะไรของเ้าอีก ข้าช่วยชีวิตของเ้าไว้นะ คนอะไร เนรคุณ”
“เ้า้าที่จะล่วงเกินข้าใช่ไหม? คนบ้า คนไร้ยางอาย ไอ้ผู้ชายเอาเปรียบผู้หญิง” หญิงสาวต่อว่าเฟยหลง พร้อมกับเอามือทุบตีเขา
“โอ๊ย พอสักที ข้าเจ็บนะ เ้านี่โวยวายจริง” ชายหนุ่มสะบัดแขนออกจากหญิงสาวด้วยท่าทางโมโห หญิงสาวหยุดตีเขาและแสดงสีหน้าไม่พอใจที่ชายหนุ่มคิดจะล่วงเกินนาง เฟยหลงมองหน้าของหญิงสาวเขายื่นหน้าเข้าหาซิ่วอิงด้วยความโกรธ ชายหนุ่มสะบัดหน้าหนีหญิงสาวแล้วรีบเดินกลับตำหนักทันที ปล่อยให้ซิ่วอิงยืนตัวเปียกอยู่ตรงนั้น
“เชอะ ข้าตั้งหากที่ต้องควรโกรธ” หญิงสาวนึกบางอย่างขึ้นได้ เธอเอามือแตะริมฝีปากของตนเอง
“ทำไงดี ไอ้คนฉวยโอกาส นั่นเป็จูบแรกของข้าด้วยสิ ไม่นึกเลยว่าจูบแรกของข้าจะโดนเ้ามาขโมยไป” ซิ่วอิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์กับตัวเอง หญิงสาวเดินกลับตำหนักทันที่เพื่อเปลี่ยนชุด ในขณะที่หญิงสาวกำลังเปิดประตูเข้าไปในห้อง สิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีผิวขาวสะอาดตา หุ่นดี รูปร่างของเขาเป็สเปคของเธอเลยทีเดียว ชายหนุ่มอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน เพราะเขากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้้าอยู่ เขารู้สึกว่ามีคนกำลังยืนจ้องเขาอยู่ ชายหนุ่มจึงหันไปมอง
“นี่เ้า มองอะไร?” ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่ยืนมองดูเขาอยู่อย่างไม่ละสายตา เสียงของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวสะดุ้งและมองดูเขา
“นี่เ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” นางถามเขาด้วยความสงสัย
“ข้ามาเปลี่ยนชุด”
“มาเปลี่ยนชุด? ใครให้ทท่านมาเปลี่ยนที่นี่?”
“ทำไมข้าจะมาเปลี่ยนที่นี่ไม่ได้ ก็ในเมื่อห้องนี้เป็ห้องของข้า” ชายหนุ่มตอบหญิงสาวทำให้เธอคิดได้ว่า ห้องนี่คือห้องของเฟยหลงจริงๆ หญิงสาวกำลังจะอ้าปากพูดต่อ แต่โดนชายหนุ่มตัดบทซะก่อน
“ข้าเปลี่ยนชุดของข้าเสร็จแล้ว” พูดจบเฟยหลงก็เดินออกจากห้องไป ทำให้หญิงสาวหมดคำที่จะพูดต่อ
ที่จวนท่านอ๋องหยาง กำลังมีการปรึกษาหารือเื่ทหาร แนวกำลังรบแถวชายแดน ค่อนข้างกดดัน ไพร่พลฝั่งศัตรูนั้นค่อยๆ มีมาสมทบเรื่อยๆ เหล่าทหารจากวังหลวงก็ยังมาไม่ถึง แม่ทัพลู่พ่อของลู่ซิ่วอิงเลยขออาสาไปเป็ทัพหน้าเพื่อปราบข้าศึก เพราะศึกครั้งนี้นานมาเป็เดือน หากไม่รีบตัดสินใจทำการใด เหล่าทหารก็จะพากันล้มตาย เมื่อทำการปรึกษาหารือเสร็จ แม่ทัพลู่ก็เอ่ยถามหาลูกสาวคนเล็กทันที
“ท่านอ๋อง ซิ่วอิงเป็อย่างไรบ้าง?”
“ท่านไม่ต้องห่วง เมื่อกี๋คนของข้าบอกว่านางฟื้นแล้ว และออกไปเดินเล่นที่ศาลา ทางไม่ต้องห่วง” ท่านอ๋องบอกแม่ทัพลู่เพื่อให้ผู้เป็พ่อสบายใจ
ทางด้านซิ่วอิง ความทรงจำต่างๆ ในตอนที่เป็สวี่จางลี่ ยังคงอยู่ และความทรงจะของลู่ซิ่วอิงค่อยๆ ไหลเขามาในหัวของเธอเหมือนสายน้ำที่กำลังไหลผ่าน มันทำให้เธอรู้เื่ราวทันทีว่าทำไม ลู่ซิ่วอิง ถึงได้แต่งงานกับหยางเฟยหลง หญิงสาวเข้าใจความรู้สึกของซิ่วอิงเป็อย่างดี ถึงแม้ความ้าของ ลู่ซิ่วอิง นั้นจะขัดกับความเป็ตัวของเธอเอง แต่คนที่เธอได้มาอยู่ในร่างนั้น ลู่ซิ่วอิง ตัวจริงได้ตายไปแล้ว และยังไม่ได้ทำความปรารถนาให้เป็จริง ต่อให้อยากจะปฏิเสธสักแคไหนก็ทำไมได้
“ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ก็เอาร่างเขามาแล้ว ฉันก็ต้องตอบแทนบุญคุณที่ให้ฉันได้มีชีวิตอีกครั้งในโลกนี้” หญิงสาวเต็มใจที่จะทำตามความปรารถนาของลู่ซิ่วอิง เธอหยิบมีดปลอกผลไม้ขึ้นมาปลอกแอบเปิ้ล เธอได้ยินเสียงหวี่ ๆ ดังอยู่ใกล้ๆ หู หญิงสาวมองหาเสียงของต้นตอ
“ที่นี่มีแมลงวันด้วยหรอ หลายพันปีก่อนก็คงมีด้วยสินะ” เธอมองดูแมลงวันตัวนั้นบินไปบินมา จนเธอรู้สึกรำคาญ
“น่ารำคาญจริง” ว่าแล้วหญิงสาวก็ปามีดปลอกผลไม้ออกไปทันที
ปึก!! เสียงมีดปักอยู่ที่บานประตู เสียงของแมลงวันตัวเมื่อกี้เงียบลง มันไปอยู่ไหนล่ะ แน่นนอนว่าชะตาของแมลงวันตัวนี้ขาด มันถูกมีกปลอกผลไม้ปักอยู่ที่ตัวให้ติดกับประตูของห้อง
“นี่เ้ามีพร์ขนาดนี้เลยหรอ ลู่ซิ่วอิง” หญิงสาวพูดชมกับตัวเอง ขณะที่เธอกำลังชื่นชมฝีมือของเธออยู่นั้น ทันใดนั้นประตูของห้องก็ถูกเปิดออก ใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาภายในห้อง แต่เขาถึงกับชะงักกับสิ่งที่เขาเห็น เขาเห็นมีดที่ปักอยู่ที่บานประตู โดยมีแมลงวันตัวหนึ่งตายคามีดอยู่ ซิ่วอิงรู้สึกใกับคนที่เข้ามา หญิงสาวไม่รู้ว่าจะอธิบายให้เขาฟังยังไง
“ท่านย่า!!!” หญิงสาวอุทานด้วยความใที่หญิงชราเปิดประตูเข้ามา หยางลี่จู เห็นมีดปลอกผลไม้ปักยู่ที่บานประตู โดยมีแมลงวันตัวหนึ่งตายคามีดปักผลไม้ นางหันไปมองซิ่วอิง พร้อมกับดึงมีดปลอกผลไม้ที่ปักอยู่ที่ประตูออก และถือเข้ามาในห้อง ทำเอาซิ่วอิงนั่งตัวเกร็งทำอะไรไม่ถูก
“ตายแล้ว!!! นี่ฉันจะอธิบายให้หยางลี่จูฟังว่ายังไงดีล่ะ จะกลบเกลื่อนยังไงดี” ในขณะที่ซิ่วอิงกำลังคิดหาคำตอบให้กับหยางลี่จู่อยู่นั้น หญิงชราก็ได้เอ่ยคำพูดขึ้นกับหญิงสาว
“ซิ่วอิง มีดปลอกผลไม้ ก็ควรเอาไว้ปลอกผลไม้ ไม่ใช้ของเล่นสนุกนะ” หยางลี่จูเอามีดปลอกผลไม้วางใสถาดผลไม้ตามเดิม ทำให้ซิ่วอิงถึงกับงงที่ท่านย่าไม่รู้สึกแปลกใจ และถามเธอว่ามีดไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง
"ท่านย่า?? หญิงสาวเอ่ยเรียกหยางลี่จู หญิงชรามองหน้าของหญิงสาว แล้วเอามือลูบหัวของหญิงสาวอย่างเอ็นดู
“ย่ารู้ว่าเ้าเบื่อ แต่อดทนหน่อยนะ อย่าทำแบบนี้อีก ทำอะไรระวังตัวหน่อย เ้าจะให้ใครรู้ไม่ได้เป็อันขาดว่าเ้าเป็ใคร” หญิงชราพุูดกับหญิงสาวที่มีท่าทีกังวล
“ท่านรู้?” ซิ่วอิงถามหยางลี่จูด้วยความสงสัย
“ใช่ ย่ารู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวของเ้า”
"ทำไมท่านย่าถึง??"
“เ้าถามอะไรน่ะซิ่วอิง เด็กโง่เอ๋ย เด็กโง่ ข้าเป็คนขอให้เ้ามาแต่งงานกับเฟยหลงหลานของข้า ข้าก็ต้องรู้เื่ที่เกี่ยวกับเ้า เ้าจะสงสัยอะไร?” คำตอบของหญิงชราทำให้จางลี่ที่อยู่ในร่างของซิ่วอิงนั้น รู้สึกโล่งใจที่หยางลี่จูยังไม่รู้ว่าเธอไม่ใช่ลู่ซิ่วอิง เธอลองทบทวนสิ่งที่ไหลเวียนเข้ามาในหัวขอเธอนั้น ทำให้เธอเข้าใจเลยว่า ซิ่วอิง ถูกหยางลี่จู ขอร้องให้หญิงสาวนั้นมาแต่งงานกับเฟยหลงหลานชายของนาง เนื่องจากในวังมีคนคิดไม่ซื่อ และไม่หวังดีต่อหยางเฟยหลง หากฮ่องเต้ องค์ปัจจุบันสิ้นพระชนย์ลง ผู้ที่จะได้ขึ้นบัลลังค์คนต่อไปคงไม่พ้นอ๋องหยาง แต่หากอ๋องหยางไม่ยอมขึ้นบัลลังค์และส่งต่อให้ลูกชายอย่างหยางเฟยหลงแล้ว อนาคตเขาอาจจะไปขัดแข้งขัดขาใคร ดังนั้นเขาจึงถูกคนรอบทำร้ายบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะมีเหล่าขุนนางต่างเสนอลูกสาวและหลานสาวของตนมาให้เฟยหลงแต่งงาน และด้วยความที่ว่าคนเ่าั้ หวังจะไต่เต้าขึ้นที่สูงทางลัด แต่ก็หามีใครสักคนที่จริงใจต่อเฟยหลงสักคน ยศฐาบรรดาศักดิ์ และ ชื่อเสียง อำนาจ เงินทองในอนาคต เป็ที่้าของเหล่าขุนนางทั้งหลาย ที่หวังจะใช้ลูกสาวเป็บันไดไต่ไปสู่ความเจริญ
“ซิ่วอิง ออกไปข้างนอกกับย่า” หยางลี่จูชวนหลานสะใภ้
“ไปไหนคะท่านย่า??”
“ตามข้ามา เดี๋ยวเ้าก็รู้” หยางลี่จูเดินออกไปจากห้องโดยมีซิ่วอิงเดินตามมาติดๆ ในขณะที่กำลังจะออก
ไปนอกจวน ก็มีใครคนหนึ่งทักคนทั้งสอง
"นี่พวกท่านจะไปไหนกัน"?"