หลังจากที่ท่านพ่อและท่านลุงขับเกวียนออกไปเพื่อนำปลาไปส่งที่เหลาอาหาร วันนี้มีสัตว์ป่าเพิ่มมาอีกหลายตัวน่าจะได้เงินเพิ่มาอีกหลายตำลึง วันนี้นางตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปตามล่าหมูป่าดำ เพื่อนำไปขายให้เหลาอาหารน่าจะได้ราคาดี
ในเมื่อมันเป็สิ่งที่หายากนั่นย่อมหมายถึงว่ามันย่อมต้องมีราคาแพงเป็ธรรมดา เว่ยจื้อโหยวทำมื้อเช้าเอาไว้รอน้องทั้งสองคนวันนี้นางตั้งใจว่าจะปลูกผัก เช่นนั้นตอนนี้นางจึงนำเมล็ดผักที่มีอยู่ในบ้านไปแช่น้ำแร่เอาไว้ก่อนพรุ่งนี้เช้าถึงค่อยนำมาปลูกลงแปลงที่เตรียมเอาไว้
เว่ยจื้อโหยวแช่เมล็ดผักในน้ำแร่เสร็จแล้ว นางจึงมาเตรียมของเอาไว้รอท่านพ่อและท่านลุง รวมทั้งทำอาหารเอาไว้เผื่อทั้งสองคนด้วย น้องทั้งสองคนตื่นมาในยามเหม่า
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนรีบไปตักน้ำมารดผักที่ปลูกเอาไว้ก่อนหน้านี้ รดน้ำผักจนเสร็จแล้วทั้งสองคนถึงได้มากินมื้อเช้าที่พี่สะใภ้เตรียมเอาไว้ให้
“พี่สะใภ้วันนี้ข้าสองคน ขอไปช่วยงานที่บ้านท่านยายเหลียนนะเ้าคะ”
“ได้สิ พวกเ้าไปเถอะ ข้าเองก็จะเข้าป่ากับท่านพ่อและท่านลุง หากเ้าสองคนอยู่บ้านข้ากลัวว่าป้าสะใภ้จะมาหาเื่รังแกพวกเ้าตอนข้าไม่อยู่”
“พี่สะใภ้ไม่ต้องห่วงนะเ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะอยู่ช่วยงานที่บ้านยายเหลียนรอ”
“เช่นนั้นเ้าเอาไก่ตัวนี้ไปให้ท่านแม่ข้าทำอาหารด้วยก็แล้วกันนะ ข้าแบ่งเอาไว้เมื่อเช้าไม่ได้ให้ท่านพ่อนำไปขายหมด”
“เ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว น้องเล็กรีบกินเร็วๆเข้า จะได้รีบไปข้าไม่อยากเจอคนบ้านนั้น”
“ขอรับพี่รอง เช่นนั้นรอข้าล้างจานชามสักครู่ขอรับ”
อวิ๋นซวนรีบเก็บถ้วยชามไปล้างส่วนอวิ๋นเฟยเตรียมของลงในตะกร้าไม้ไผ่ที่จะนำติดตัวไปด้วย มีอาหารสำหรับมื้อกลางวันที่พี่สะใภ้ทำเอาไว้ให้ หลังจากน้องชายล้างขามเสร็จแล้วทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลเหลียนทันที
ทางด้านเว่ยเจี้ยนป๋อกับเหลียนอี้ปิง ที่วันนี้พวกเขารีบมากันั้แ่เช้าเพราะ้าจะรีบกลับไปให้ทันขึ้นเชากับลูกสาวหลานสาวของพวกเขา ตอนที่ทั้งสองมาถึงเหลาอาหารยังไม่เปิดรับซื้อของป่าจากชาวบ้าน ทั้งสองคนทำได้เพียงแค่รออยู่ด้านหลังเท่านั้น
เมื่อเสี่ยวเอ้อร์รับซื้อของป่าเปิดประตู เว่ยเจี้ยนป๋อรีบให้เหลียนอี้ปิงบังคับเกวียนเข้าไปทันที เพราะทั้งสองคนมาเร็วจนเกินไป ทำให้ตอนนี้ไม่มีชาวบ้านคนอื่นนำของมาขายให้กับเหลาอาหาร
“พวกท่านมาั้แ่ตอนไหนเนี่ย เหตุใดวันนี้ถึงได้ร้อนใจมาั้แ่ฟ้ายังไม่สางเล่าขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์
“พอดีพวกข้าจะรีบกลับบ้านน่ะ อีกอย่างวันนี้พวกเราพี่น้องจะเข้าป่าเผื่อว่าจะได้สัตว์ป่ามาเพิ่ม เ้ารีบให้คนยกปลาไปชั่งเถอะ วันนี้ข้ามีไก่ป่า กระต่ายป่า และกวางตัวไม่ใหญ่มากมาด้วย”
“กวางหรือ ดี ดียิ่งนัก กวางที่ท่านนำมาขายเมื่อวานพอตกเย็นก็ขายหมดแล้วล่ะขอรับ”
“ขายดีเลยล่ะสิ ่นี้ดูท่าแล้วคงมีลูกค้ามาใช้บริการอย่างเนืองแน่นล่ะสิ”
“เพราะปลาจากบ้านท่านไหนจะมีไก่กับกระต่ายอีก ที่สำคัญเนื้อกวางที่ไม่ได้มีมาบ่อยนัก เช่นนั้นพวกท่านรอสักครู่ข้าจะไปเรียกหลงจู๊มาประเมินราคากวางให้ท่าน
“ได้ขอบใจเ้ามากนะ”
คล้อยหลังเสี่ยวเอ้อร์เข้าไปได้ไม่นาน หลงจู๊ออกมาจากด้านในเหลาอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บ่งบอกว่าเขามีความสุขมากขนาดไหน เพราะสองคนนี้นำของดีๆมาขายให้เหลาอาหารของเขา ทำให้ในแต่ละวันมีลุกค้ามาใช้บริการมากมาย จนวัตถุดิบที่เตรียมเอาไว้ในแต่ละวันเกือบจะไม่พอทำขาย
“เสี่ยวเอ้อร์บอกข้าว่าเ้ามีกวางมาอีกเช่นนั้นหรือ ไหนๆให้ข้าดูหน่อยรับรองว่าข้าให้ราคาดีแน่นอนไม่กดราคาสักอิแปะเดียว”
“นี่ขอรับหลงจู๊ วันนี้มีกวางมาติดกับดักตัวไม่ใหญ่มาก ข้าดูแล้วมันจะจะเป็กวางดาว” เว่ยเจี้ยนป๋อ
“ใช่แล้วล่ะถึงแม้ว่ากวางดาวจะตัวไม่ใหญ่แต่เนื้อมันแน่นและอร่อยมาก เช่นนั้นตัวนี้ข้าให้เ้า 4 ตำลึงทองเป็เช่นไร”
“ตกลงขอรับหลงจู๊ ”
“เอาล่ะวันนี้ปลาของพวกเ้า คิดเป็เงินทั้งหมด 10 ตำลึงเงิน ไก่กับกระต่ายป่า 2 ตำลึงเงิน และกวาง 4ตำลึงทอง คิดเป็เงินทั้งหมด 4ตำลึงทอง 12 ตำลึงเงิน นี่เงินของพวกเ้า หวังว่าพรุ่งนี้เ้าจะมีของดีมาขายให้ข้าอีกนะ”
“ขอบพระคุณหลงจู๊ของรับเช่นนั้นข้าสองคนลาล่ะ ”
“ได้ๆ พรุ่งนี้ข้าจะรอนะ อย่าลืมหากมีของดีก็อย่าลืมข้าเล่า”
“พวกข้าย่อมไม่ลืมท่านแน่นอนขอรับ”
หลังจากขายปลาและสัตว์ป่าเสร็จแล้วทั้งสองคนรีบขับเกวียนมุ่งหน้ากลับบ้านทันที เพราะทั้งสองคนกลัวว่าเว่ยจื้อโหยวจะแอบเข้าป่าไม่รอ เว่ยเจี้ยนป๋อถึงจะดีใจที่บุตรสาวลุกขึ้นมาเข้มแข็งและช่วยเหลือตัวเองได้
แต่ในฐานะที่เขาเป็พ่อย่อมไม่วางใจไม่ว่าลูกสาวของเขาตะออกเรือนไปแล้วแต่นางยังเป็เด็กในสายตาเขาเสมอ อายุของนางเพียง 17หนาวเท่านั้น หากไม่อับจนหนทางเขาย่อมไม่ยอมให้บุตรสาวแต่งออกไปทั้งที่อายุยังน้อยขนาดนี้
“ตอนนี้ชีวิตของพวกเราเริ่มจะดีขึ้นแล้วนะน้องเขย ขอบคุณ์ที่พาอาโหยวคืนมาให้พวกเรา”
“นั่นสิขอรับพี่ใหญ่ ตอนนี้ก็ดีแล้ว์อวยพรให้นางมีแต่ความสุข ข้าเองก็ดีใจที่ลูกสาวที่ข้ารักมากไม่ต้องทุกข์ทนอีกแล้ว”
“นั่นสิ อี้เหมยเองก็แต่งออกไปแล้วไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกสาวของข้าจะเป็เช่นไร ปีนี้ยังไม่กลับมาเยี่ยมบ้านเดิมเลย ”
“เอาไว้พวกเราหาวันว่างๆไปเยี่ยมหลานสาวดีหรือไม่ ตอนนี้เรามีเกวียนล่อแล้ว ออกจากบ้านแต่เช้ามืดหน่อยจะได้ไปถึงเร็วหน่อย จะได้ไม่ลำบากตอนขากลับ”
“ตกลง เอาตามที่เ้าว่ามาก็แล้วกัน”
ใช้เวลาไม่นานทั้งสองคนก็กลับมาถึงบ้าน เว่ยจื้อโหยวที่รออยู่ก่อนแล้วรีบให้ท่านพ่อกับท่านลุงกินมื้อเช้าก่อน เมื่อท่านพ่อกับท่านลุงกินข้าวเสร็จแล้ว ทั้งสามคนก็แบกตะกร้าเข้าป่าไปทันที ก่อนขึ้นเขาพวกเขาไม่ลืมที่จะเอาเกวียนล่อกลับไปไว้ที่บ้านตระกูลเหลียนด้วย เพราะกลัวว่านางเฉียนจะมาก่อความวุ่นวายในบ้านตอนที่พวกเขาไม่อยู่
“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าจะหาสุนัขมาเลี้ยงเ้าค่ะ อย่างน้อยๆมันจะได้ช่วยข้าเฝ้าบ้านได้”
“พ่อเห็นด้วยกับเ้านะ เอาไว้พ่อจะหามาให้เ้าก็แล้วกัน”
“ขอบพระคุณท่านพ่อเ้าค่ะ”
“อาโหยว หลานจะเข้าไปลุกเท่าไหร่หรือ ”
“ข้าว่าจะเดินไปเรื่อยๆเ้าค่ะท่านลุง ท่านลุงไม่ต้องห่วงนะเ้าคะ ข้ารับรองว่าปลอกภัย แต่ที่ข้าไม่เข้าใจเหตุใดชาวบ้านถึงไม่เข้ามาหาของป่าและล่าสัตว์ในป่าทางด้านซ้ายนี้เล่าเ้าคะ”
“เมื่อก่อนมีพรานป่าในหมู่บ้านของเราโดนหมีกัดตายน่ะ ต่อมาก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาอีก”
“อ่อเป็เช่นนั้น หากเราไม่ไปรบกวนรังมันหรือไม่ไปก่อกวนตอนที่มันจำศีลก็ไม่น่าจะมีปัญหานะเ้าคะ”
“อีกอย่างหมูป่าดำดุร้ายมาก มีคนได้รับาเ็เกือบตาย พวกเราก็แค่ชาวบ้านธรรมดาขนาดพรานป่าที่ว่าเก่งที่สุดยังตกตายไปในป่านี่ ไหนเลยชาวบ้านจะกล้า เห็นมีแต่เ้านี่ล่ะที่กล้าไม่กลัวอะไร”
“โถ่ท่านลุง คนเราทำเพื่อปากท้องข้าไม่มีอันใดต้องกลัวอีกแล้ว อย่างน้อยๆข้าเองก็เคยผ่านความตายมาแล้ว ด้วยน้ำมือคนที่ข้าเคารพนับถือ โชคดีที่ท่านพ่อแยกตัวออกมาเสียได้หาไม่แล้วพวกเรายังจะเหลือใครในครอบครัวอีก ท่านย่าคงจับน้องๆไปขายเป็ทาสด้วยแน่นอนเ้าค่ะ”
“พ่อขอโทษนะลูก หากพ่อไม่มัวแต่ก้มหน้าก้มตากตัญญูหวังว่าท่านแม่จะเปิดใจบ้างเ้าคงไม่ลำบากขนาดนี้”
“ข้าไม่โทษท่านพ่อหรอกเ้าค่ะ เป็ท่านย่าที่หูหนวกตาบอดเห็นกงจักรเป็ดอกบัว สักวันนางจะรู้สึกได้เองเ้าค่ะ”
ทั้งสามคนเดินเข้าป่าด้านซ้ายมาได้ไม่นาน เว่ยจื้อโหยวก็หยุดเดินเพราะนางได้ยินเสียงบางอย่างมาจากต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า เมื่อเว่ยเจี้ยนป๋อกับเหลียนอี้ปิงเห็นนางหยุดเดินก็หยุดเดินตามด้วยอีกคน
“มีอันใดหรือลูก เหตุใดจึงหยุดเดิน”
“ท่านพ่อ ข้าได้ยินเสียงหมูร้อง ท่านพ่อกับท่านลุง ขึ้นไปอยู่บนหินก้อนใหญ่ก้อนนั้นก่อนนะเ้าคะ ก้อนที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุด”
“อาโหยวหลานจะทำอันใด มันอันตรายมากนะ เ้ายังไม่รู้เลยว่าข้างหน้านั่นมีอันใดอยู่กันแน่”
“ ท่านลุงอย่าได้กังวลเ้าค่ะ ขอให้ท่านเชื่อใจข้าก็พอ ท่านลุงกับท่านพ่อคอยสนับสนุนข้าก็พอแล้วเ้าค่ะ”
“ ได้พ่อเชื่อเ้า พี่ใหญ่เชื่อหลานเถอะขอรับ”
“ได้เช่นนั้นเอาตามที่อาโหยวว่า”
“ท่านสองคนขึ้นไปรออยู่บนก้อนหินก่อน ข้าจะไปดูเสียหน่อยว่ามีอะไรแล้วจะกลับมาบอกนะเ้าคะ”
“ได้ตกลง ลูกต้องระวังตัวด้วยเข้าใจหรือไม่ ความปลอดภัยต้องมาก่อน”
“เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าเข้าใจแล้ว”
เว่ยจื้อโหยวเดินเข้าไปในป่าด้านหน้าของนางเป็ต้นไม้ใหญ่ นางแอบหลังต้นไม้ได้พอดิบพอดี นางมองไปด้านหน้าเห็นหมูดำสองตัวกำลังเดินมาทางนี้พอดี แต่ละตัวมีขนาดใหญ่มากน่าจะหลายร้อยชั่ง
คาดว่าพวกมันทั้งสองตัวคงออกหากินแยกจากฝูงแล้วเดินมาทางนี้พอดี เมื่อรู้แล้วว่าหมูดำจะต้องเดินผ่านมาในทางที่นางและท่านพ่อกับท่านลุงอยู่เป็แน่ เว่ยจื้อโหยวรีบเดินกลับไปหาทั้งสองคนที่รออยู่ เพื่อบอกแผนการของนาง
“ท่านพ่อ หมูดำเ้าค่ะ 2ตัวลูกคิดว่ามันต้องเดินผ่านมาหากินทางนี้แน่ๆ เช่นนั้นท่านพ่อกับท่านลุงยิงพร้อมๆกันนะเ้าคะ ส่วนอีกตัวข้าจะเป็ผู้ยิงเอง เราจะไม่ปล่อยให้รอดไปสักตัว เพราะพรุ่งนี้ข้าจะไม่เข้าป่าตอนกลางวันแล้ว ถึงเวลาที่ต้องปลูกผักแล้วเ้าค่ะ ”
“ตกลง เชื่อมือพ่อได้เลย”
“ลุงเองก็จะพยายามนะ แต่ว่าลุงตื่นเต้นมากเกิดมาลุงยังไม่เคยล่าหมูดำสักครั้ง”
“ใจเย็นๆเ้าค่ะท่านลุง ทำใจให้สบายเ้าค่ะ ท่านลุงจะต้องมีสมาธินะเ้าคะมิเช่นนั้นเ้าหมูจะต้องหลุดมือเราไปแน่”
“ตกลง ลุงจะพยายามทำให้เต็มที่”
ไม่นานเกินรอหมูดำสองตัวเดินออกหากินมาเรื่อยๆโดยที่พวกมันไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนสามคนรอพวกมันอยู่ เมื่อหมูดำทั้งสองตัวเมื่อทั้งสองตัวเดินมาในระยะที่สามารถยิงได้แล้ว เว่ยจื้อโหยวส่งสัญญาณให้ท่านพ่อและท่านลุงปล่อยลูกธนูไปที่หมูตัวด้านซ้ายทันที
ส่วนนางรับผิดชอบตัวทางด้านขวา ทั้งสองคนปล่อยลูกธนูออกไปด้วยความตื่นเต้น หาได้สงบและทำตัวตามสบายเหมือนเว่ยจื้อโหยวไม่
“ฟิ้ววว ปั๊ก อู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงหมูดำร้องลั่นป่า
เว่ยจื้อโหยวที่มีพละกำลังมหาศาลนั้นสามารถล้มหมูได้ด้วยธนูดอกเดียวเมื่อนางเห็นว่าหมูดำตัวที่ท่านพ่อและท่านลุงยิงนั้นมันยังไม่ตายแถมส่งเสียงร้องดังลั่นไม่รอช้านางรีบปล่อยลูกธนูเล็งเข้าจุดตายทันที
“ท่านพ่อ ท่านลุง เร็วเข้าพวกท่านรีบหามหมูดำออกไปจากป่ากันก่อน อย่ามัวแต่อึ้ง ประเดี๋ยวมีสัตว์ป่าตัวอื่นได้กลิ่นเืแล้วจะวุ่นวายเ้าค่ะ”
“ดะ.. ได้ เดี๋ยวพ่อกับลุงเ้าไปตัดไม้มาทำคานหาม แล้วอีกตัวเ้าแบกไปไหวแน่นะ”
“ไหวเ้าค่ะ ท่านพ่อเร่งมือเข้าเ้าค่ะ”