เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบเจ็ด บุตรกตัญญู

    ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบเจ็ด บุตรกตัญญู

    เราอาจจะเห็นภาพจากหนังและละครว่าลูกค้ายาตบตีพ่อแม่

    ก็อาจจะจริง

    แต่ที่เป็นไปได้อีกเช่นกันคือ

    การที่ลูกค้ายาเอาเงินจากการค้ายานั้นมาปลูกบ้านให้พ่อแม่อยู่อย่างใหญ่โตเลิศหรูมากกว่าชาวบ้านที่อยู่ในละแวกเดียวกัน

    พ่อแม่ที่ชราก็ดีใจที่ลูกได้ดิบได้ดีแกล้งๆทำเป็นไม่รู้ว่าลูกของตนเองที่แท้จริงทำงานอะไรถึงได้เงินมาปลูกบ้านเช่นนี้

    ในกรณีที่คนจบปริญญาตรียังต้องกู้สหกรณ์

    แต่พ่อแม่ก็ไม่ถามหรือไม่ต่อต้านอะไรมากนักหากสามารถเปลี่ยนจากมีบ้านเพิงสังกะสีที่ไปขอของเหลือมาจากไซต์งานก่อสร้าง

    กลายเป็นบ้านปูนอย่างดีสองชั้นดูหรูหราเหนือกว่าบ้านของชาวบ้านในละแวกเดียวกัน

    นั่นคือ

    “ความกตัญญู”

    อย่างหนึ่งที่ลูกคิดว่าควรทำ

    ทั้งที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าต่อให้เลี้ยงดูแค่ไหน

    เอาพ่อแม่ไว้บนบ่าให้อุจจาระรดตรงไหล่ตลอดชีวิต

    ก็ไม่เท่ากับทำให้พ่อแม่อยู่ในสัมมาทิฐิ

    แต่ท่าทางคนเราจะลืมเรื่องนี้ไปพอสมควรเวลาที่เริ่มมีอาหารกินมีผ้าห่มกันหนาว มีรถพาไปโรงพยาบาล

    เราก็สามารถอภัยให้กับความผิดบาปได้

    ลูกที่ยากจนแต่พยายามที่จะให้พ่อแม่อยู่ในสัมมาทิฐิต่างหากที่จะถูกด่า

    ว่าไม่สามารถเอาเงินมาเลี้ยงพ่อแม่ได้อย่างดีอย่างลูกที่ค้ายาสามารถเอาเงินมาปลูกบ้านได้

    เพราะคนเราขยันทำงานอ่านหนังสือเป็นพนักงานไปรษณีย์ทหาร ตำรวจ พนักงานอัตราจ้างฯลฯ

    ที่ซื่อสัตย์จะมีรายได้แค่ตามเงินเดือน

    ไม่สามารถมีเงินมาซื้อบ้านปลูกบ้านให้พ่อแม่ได้อย่างเด็ดขขาด

    คนที่ออกแบบระบบเศรษฐกิจนั้นคำนวณเรื่องนี้ไว้อย่างดีแล้วว่า

    ต่อให้เราพยายามแค่ไหนถ้าทำอย่างสุจริตก็แค่ทำให้แค่หัวพ้นน้ำเท่านั้นเอง

    ทำต่อไปจนกว่าจะตายก็ไหว้ไม่ถึงฟากฝั่ง

    เพราะระบบออกแบบไว้ให้เรานั้น

    “ทำตัวมีประโยชน์ตลอดเวลา”

    Productive all the time

    ดังนั้นจึงอย่าแปลกใจที่พวกเจ้าสัวนั้นภาวนาให้วันหนึ่งมีสี่สิบแปดชั่วโมงเพื่อจะทำงานได้มากกว่านี้

    เพราะนั่นคือศาสนาของพวกเขา

    บ้านของผู้เฒ่าผู้แก่ของเสือดำนั้นมีไม้สักและการทาสีอย่างดี

    อยู่ในพื้นที่สูงกว่าชาวบ้านเป็นสง่าราศี

    “ทานอาหารกันก่อนเน้อ”

    พวกผู้เฒ่าผู้แก่บอกกับเจิดและลูกน้อง

    เจิดถอนหายใจนี่ศัอสัตรูที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่ง

    ที่ลูกหลานต้องไปหาทรัพยากรทำชั่วต่างๆมากมาย

    ก็เพื่อให้ได้การยอมรับจากคนเหล่านี้นั่นล่ะ