ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 57 ทองคำแท่ง

    ตอนที่57 ทองคำแท่ง

     

    หลังจากที่ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการย้ายเตียงกลับมาที่บ้านและตอนนี้ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดก็ได้ถูกวางเอาไว้ที่สวนหลังบ้านของฟู่ต้าหย่งแล้ว

     

    หลังจากที่ฟู่ต้าหย่งและคนอื่นขนของเสร็จพวกเขาก็ได้มาทานข้าวพร้อมกัน และหลังจากที่ทานเสร็จ ฟู่ต้าอันจึงได้แยกตัวออกไปหาบ้านต่อเขาอยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้ขอลางานเพียงแค่ 2วันเท่านั้น และพรุ่งนี้เขาจะต้องกลับไปทำงานแล้ว

     

    ฟู่ต้าอันจึงได้บอกลาทุกคนและกำลังจะออกไปทว่าฟู่เยี่ยนกลับหยุดเขาเอาไว้เสียก่อน

     

    “อาสาม อย่าเพิ่งไปค่ะหนูมีเรื่องบางอย่างที่จะพูดกับอาสาม”

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของฟู่เยี่ยน ฟู่ต้าหย่งก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยส่วนฟู่ต้าจวงเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เพราะทุกครั้งที่เสี่ยวฮั่วทักพวกเขามันจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

     

    “พี่รองพี่ช่วยไปเฝ้าหน้าประตูรั้วให้หน่อยได้ไหมคะ อย่าให้ใครเข้าอย่างเด็ดขาดเลยนะ” ฟู่เยี่ยนบอกพี่ชายของเธอก่อนจะขอให้ฟู่เหมี่ยวพาเด็ก ๆ ออกไปเล่นที่ลานบ้านก่อน

     

    ส่วนคนที่เหลือนั้นก็ได้เดินตามฟู่เยี่ยนไปยังสวนหลังบ้าน

     

    “พ่อคะพ่อช่วยเอาเครื่องมืองานไม้ของพ่อมาด้วยนะคะ”

     

    ฟู่ต้าหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเดินไปหยิบเครื่องมือที่อยู่ข้างบ้านมาทันทีส่วนฟู่เยี่ยนก็ได้มองไปยังอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยอย่างไม่กะพริบตา

     

    ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกของกล่องอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยนั้นไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยแต่ทว่าด้านล่างนั้นเหมือนจะมีกล่องบางอย่างเสริมอยู่ดูเหมือนว่ามันจะถูกทำเพิ่มขึ้นมาในภายหลัง ซึ่งเป็นเทคนิคดูยุ่งเหยิงมาก ๆ

     

    แน่นอนฟู่เหล่าชวนนั้นไม่เคยเห็นเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกแบบเช่นนี้มาก่อนอย่างแน่นอนเพราะเขาเกิดในชนบท จึงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้มากนักและนอกจากนี้หากมีสิ่งของที่ชำรุดชาวบ้านในชนบทนั้นก็มักจะซ่อมและนำมันกลับมาใช้ใหม่โดยพวกเขาจะไม่นิยมทิ้งพวกมันเท่าไหร่

     

    และนั่นก็เป็นสาเหตุที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยชิ้นนี้นั่นเอง

     

    “พ่อ อารอง อาสาม ลองดูนี่ดี ๆ สิคะทุกคนสังเกตเห็นอะไรที่ดูผิดปกติไปบ้างหรือเปล่า ? ” ฟู่เยี่ยนชี้ให้ทุกคนมองไปยังจุด ๆ หนึ่ง

     

    ทว่าฟู่ต้าหย่งนั้นกลับไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ เลย ส่วนอาสะใภ้รองและแม่ของเธอเองก็ได้มองไปยังสิ่งนั้นด้วยความสงสัยเช่นกัน

     

    “สำหรับฉันแล้วฉันคิดว่าสิ่งนี้น่าจะถูกเพิ่มเข้ามาทีหลังนะ” หวังซู่เหม่ยมองไปยังสิ่งที่เธอคิดว่ามีการทำเพิ่มเข้ามาพร้อมกับแววตาที่ดูสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

     

    “พี่สะใภ้ใหญ่พูดถูกนี่คงจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแท่นปักผ้าชิ้นนี้ไม่พัง นอกจากนี้คานของมันยังดูแข็งแรงกว่าแท่นปักผ้าธรรมดาทั่วไปอีกด้วยเลยด้วยซ้ำ” ฉือหมิ่นพอจะเคยเห็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์หมิงแบบนี้มาบ้างแล้วเพราะยายของเธอเองก็เป็นคนที่ชอบเฟอร์นิเจอร์สไตล์หมิงมากเช่นกัน

     

    “อาสาม ช่วยเคาะคานข้างล่างนี้เบา ๆ ดูหน่อยสิคะแต่ต้องระวังอย่าทำให้สะพานปักผ้าเสียหายด้วยนะคะ”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าอันจึงใช้ค้อนเคาะมันอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่ได้มีอะไรขยับเลยเขาจึงได้เคาะแรง ๆ อีกครั้ง ด้วยความที่ไม้ไม่ได้แข็งแรงเท่าไหร่ซึ่งหลังจากที่เขาเคาะไปอีกครั้ง ไม้ที่ถูกเสริมเข้ามาจึงหลุดออกทันที

     

    ฟู่ต้าหย่งจึงได้ดึงมันออกซึ่งขณะที่กำลังดึงนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติได้อย่างชัดเจนทำไมมันถึงหนักแบบนี้กันล่ะ !

     

    “พ่อคะ หนูคิดว่าเราลองใช้มีดแงะมันออกก็ได้ค่ะ” ฟู่เยี่ยนรีบเสนอความคิดเห็นออกไปทันที

     

    ทันใดนั้นเองฟู่ต้าหย่งก็ได้ใช้ไขควงสอดเข้าไปตรงรอยแยกนั้น ไม่นานนักมันก็หลุดออกขากกันจนเผยให้เห็นทองคำแท่งที่เปล่งประกายระยิบระยังอยู่ข้างในถึง 4 แท่ง

     

    ทำเอาทุกคนที่เห็นต่างก็ตกตะลึงไปทันทีนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

     

    “แท่งไม้พวกนี้พ่อช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ” ฟู่เยี่ยนพูดพร้อมกับมองไปที่พ่อของเธอ

     

    ทว่าเห็นได้ชัดเลยว่าฟู่ต้าหย่งเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออกเช่นกัน

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนจึงหันไปหามองฟู่ต้าอัน ก่อนจะหยิบแท่งไม้ที่หักขึ้นมา และพูดออกไปว่า “คุณย่าได้ตอกลิ่มไม้พวกนี้ด้วยตัวเองซึ่งมันเป็นเทคนิคที่ยุ่งยากมาก ๆทั้งยังเป็นการออกแบบเพิ่มเติมที่ทุกคนไม่สามารถสังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติใด ๆเลยด้วยซ้ำ และยิ่งไปกว่านั้น ทองคำแท่งพวกนี้ก็ได้ทำมาจากทองคำชิ้นเล็ก ๆหลายชิ้นโดยคุณย่าได้นำมันไปติดกาวเข้ากับเนื้อไม้นั่นเอง”

     

    ฟู่ต้าอันจึงมองไปยังแท่งไม้ทันทีส่วนฟู่ต้าจวงและคนอื่นต่างก็กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้กันอยู่ แม่ของเขาค่อย ๆซ่อนทองคำแท่งเอาไว้ข้างในนี้ทีละเล็กละน้อยอย่างนั้นหรือ

     

    “พี่ใหญ่ พี่รอง พี่หญิงพวกเราทุกคนต่างก็ได้ของจากแม้คนละชิ้นไม่ใช่เหรอ” ฟู่ต้าอันพูดพร้อมกับปาดน้ำตาบนแก้มของเขาออกตอนนี้เขาไม่อยากจะร้องไห้อีกต่อไปแล้ว

     

    “ใช่แล้วค่ะ อย่าเสียใจไปเลยนะคะคุณย่าได้ทิ้งของเอาไว้ให้ พ่อ อารอง และอาหญิงด้วยไม่ใช่เหรอ? ”

     

    “อะไรนะ ? เฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ แม่ก็ทำแบบนี้เหมือนกันอย่างนั้นเหรอ ? ” ฟู่ต้าจวงเอ่ยถามขึ้นมาทันที

     

    “อารอง หนูว่าอารองมาแข่งกับพ่อของหนูและอาเล็กดูหน่อยดีกว่าว่าใครจะสามารถหาของที่คุณย่ามอบให้เจอก่อนกัน หากใครแพ้ คน ๆนั้นจะต้องเข้าครัวไปเตรียมมื้อเที่ยง” ฟู่เยี่ยนเห็นว่าสีหน้าของทุกคนดูเครียดๆ เธอจึงพูดพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมา

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งจึงหันไปมองหน้าเหล่าน้อง ๆ ของเขาและเข้าใจได้ในทันทีว่าเสี่ยวฮั่วกำลังหมายถึงอะไร

     

    ฟู่ต้านีที่ได้ยินก็ยิ้มพร้อมกับพูดออกไปว่า“มื้อเที่ยงวันนี้ฉันจะทำเองเสี่ยวฮั่วบอกฉันมาเถอะว่าของที่คุณย่าซ่อนเอาไว้อยู่ที่ไหน”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้เดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งทันที ก่อนที่เธอจะมองไปยังกระจกบานนั้น

     

    “พ่อคะ ช่วยถอดกระจกบานนี้ออกให้หนูหน่อยค่ะ” ฟู่ต้าหย่งที่ได้ยินจึงเดินเข้ามาก่อนที่เขาจะใช้ปลายของมีดงัดกระจกออกมาอย่างระมัดระวังและก็เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ตรงมุมทั้งสี่มุมของกระจกบานนั้นได้มีทองคำแท่งซ่อนอยู่ข้างในจริง ๆ

     

    ดังนั้นฟู่ต้านีจึงได้ทองคำแท่ง4 แท่งด้วยเช่นกัน

     

    หลังจากที่เห็นฉากนี้ฟู่ต้าจวงก็ได้มองไปยังเก้าอี้ที่เขาได้รับอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอทองคำแท่งเลยดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอความช่วยเหลือจากหลานสาวเท่านั้น

     

    “ไอ้หยา ช่วยบอกฉันด้วยสิ ฉันลองหาดูแล้วแต่ก็ยังหาไม่เจอสักที ! ”

     

    “เสี่ยวฮั่ว เธอช่วยบอกอารองด้วยเถอะ แล้วฉันจะไปช่วยอาเล็กของเธอทำกับข้าวมื้อเที่ยงเอง! ” ฉือหมิ่นมองไปยังสามีของเธอและรับรู้ได้ทันทีว่าเขาหามันไม่เจอจริง ๆ !

     

    “อารองคะ เวลาอารองนั่งเก้าอี้ตรงใต้ที่วางแขนจะมีเสาไม้อยู่ 2 เสาใช่หรือเปล่า ? อารองต้องลองปล่อยมือให้ห้อยลงมาค่ะแล้วของสิ่งนั้นมันจะถูกซ่อนอยู่ตรงมือของอารองพอดี” ฟู่เยี่ยนไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรมากนักเธอเพียงแค่แนะนำบางอย่างกับอารองไปก็เท่านั้น

     

    ฟู่ต้าจวงจึงได้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเลื่อนมือลง จับไปที่เสาของที่พักแขนของเก้าอี้ทั้ง 2 ตัว และในที่สุดเขาก็ถอดทองคำแท่งที่ซ่อนอยู่ 4 แท่งออกมา

     

    ส่วนฟู่ต้าหย่ง เขาเองก็ไม่สามารถหาทองคำเจอเช่นกันแม้ว่าเขาจะพยายามหาอย่างละเอียดแล้วก็ตาม

     

    เตียงนี้ดูคล้ายกับโซฟามากๆ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเตียงอรหันต์แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเตียงอรหันต์ธรรมดาแล้วด้านล่างของเตียงจะมีกล่องอยู่ด้านซ้ายและด้านขวาเพิ่มขึ้นมา 2 กล่อง ซึ่งมันเปิดได้เฉพาะทางด้านขวาเท่านั้นกล่องทางด้านซ้ายไม่สามารถเปิดได้

     

    ซึ่งก่อนหน้านี้ฟู่เหล่าชวนก็เป็นกังวลเกี่ยวกับเตียงหลังนี้มากเช่นกันแต่หลังจากที่เขาพยายามหาอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่พบอะไรเลยไม่มีอะไรอยู่ในกล่องทั้งสองใบนั้นจริง ๆ

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้ปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะนอนลงไปหลังจากที่นอนราบไปกับเตียงแล้ว เธอก็ได้ใช้มือแตะไปตรงข้าง ๆ เตียงก่อนจะหันหน้าไปมองทางอื่น และมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง

     

    ในที่สุดเธอก็พบช่องว่างเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านในของเตียง ซึ่งช่องนั้นมีลักษณะดูคล้ายกับอะไรบางอย่าง

     

    “พ่อคะ แม่คะคุณย่าเคยให้ของที่มีรูปร่างแบบนี้กับพ่อและแม่หรือเปล่าคะ ? ”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยก็ได้มองไปยังสิ่งนั้น

     

    “คุณคะดูเหมือนว่าแม่จะให้ปิ่นปักผมไม้ที่มีรูปทรงแบบนั้นกับฉันมาด้วยนะ” ตอนที่เสิ่นซู่ฉียังมีชีวิตอยู่ เธอมักจะให้สิ่งของต่าง ๆ กับหวังซู่เหมยอยู่บ่อยครั้งซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นของที่มีราคาอะไรมากนักบางครั้งเธอก็ให้ผ้าเช็ดหน้าที่ปักขึ้นมาด้วยตัวเองหรือไม่ก็เป็นพวกกระถางดอกไม้ที่เธอมักจะชอบปลูกอยู่เป็นประจำ

     

    ต่อมาก่อนที่แม่สามีของเธอจะเสียชีวิตหญิงชราก็ได้มอบปิ่นปักผมไม้สีเข้มที่ถูกขัดจนมันวาวให้กับเธอ ซึ่งเธอชอบมันมากและมักจะใช้มันจัดแต่งทรงผมอยู่บ่อย ๆ

     

    “ฉันเพิ่งจะใช้มันไปเมื่อวานนี้เองเสี่ยวฮั่วช่วยไปหยิบปิ่นปักผมไม้สีดำบนโต๊ะในห้องของแม่ให้หน่อยสิ”

     

    ฟู่เยี่ยนจึงรีบเข้าไปในห้องของหวังซู่เหมยแล้วหยิบปิ่นปักผมชิ้นนั้นออกมา และทันใดนั้นเองเมื่อเธอสอดด้านบนของปิ่นปักผมลงไปในช่องว่างบนเตียง วินาทีต่อมาของที่ถูกซ่อนอยู่ก็ได้ปรากฏขึ้น

     

    เมื่อเห็นฉากนี้ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไปตามกัน แน่นอน พวกเขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้นจึงไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อนเลย

     

    ฟู่ต้าหย่งจึงเอื้อมมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาแต่แทนที่ของข้างในจะเป็นทองคำแท่ง 4 แท่งเหมือนกับที่เขาคาดหวังไว้กลับมีเพียงแค่จดหมายจำนวนหนึ่งอยู่ในนั้น

     

    ซึ่งบนหน้าซองของจดหมายแต่ละฉบับนั้นมีชื่อลูก ๆ ทั้งสี่คนของเธอเขียนเอาไว้

     

    แต่มีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่งที่ไม่ได้เขียนชื่อใครเลยเมื่อเห็นจดหมายฉบับนั้น รูม่านตาของฟู่เยี่ยนก็หดลงไปทันทีเพราะตรงมุมซ้ายบนของจดหมายฉบับนั้นมีสัญลักษณ์หนึ่งถูกวาดเอาไว้ซึ่งเหมือนกับที่เธอเคยอ่านเจอในหนังสือของบรรพบุรุษเมื่อมาถึงที่แห่งนี้วันแรกนั่นเอง

     

    หมายความว่าคุณย่าของเธอก็ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นเหมือนกันแต่หญิงชราไม่ได้รับพรเนตรสวรรค์ จึงไม่สามารถมองเห็นแก่นแท้ของหนังสือได้ใช่ไหม

     

    ฟู่เยี่ยนจึงหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาซึ่งตอนนี้ฟู่ต้าหย่งและคนอื่น ๆ ต่างก็กำลังอ่านจดหมายที่มีชื่อของตัวเองกันอยู่

     

    เมื่อเธอคลี่จดหมายฉบับนั้นออกมาก็พบว่าเนื้อหาด้านในนั้นดูยุ่งเหยิงไปหมด หากฟู่เยี่ยนไม่เคยเห็นสัญลักษณ์นี้มาก่อนเธอก็คงจะไม่สนใจมันอย่างแน่นอน

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนต้องแบ่งจดหมายทั้งหมดตามลำดับปากว้าเสียก่อนจึงจะอ่านจดหมายฉบับเต็มได้อย่างชัดเจน

     

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน