ผ่านไปสักพักหนึ่ง ในที่สุดลู่เหยาก็ลุกขึ้นมาล้างถ้วยชามแล้วนำไปใส่ในตู้ฆ่าเชื้อหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เธอออกไปที่ลานจอดรถและสตาร์ทเครื่อง ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจึงถึงบริษัท
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ/ครับ ผู้จัดการลู่” พนักงานทุกคนต่างเข้ามาทักทายเธอ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ลู่เหยายิ้มและพยักหน้าให้ เธอเดินเข้าไปในห้องทำงานถอดเสื้อสูทออกแล้วถามผู้ช่วย“ประธานจี้มาหรือยังคะ?”
“มาแล้วครับ เขาอยู่ในห้องทำงาน”
ลู่เหยาจึงเดินไปที่ห้องทำงานของประธานและเคาะประตู
“ลู่เหยาเหรอ?” เมื่อเขาเห็นเธอเดินเข้ามาเขาก็วางเอกสารในมือลงทันที และเชิญเธอไปนั่งที่ห้องรับรองแขก พร้อมกับชงชาให้เธอหนึ่งแก้ว“ทำไมคุณถึงมาที่นี่?”
"ฉันอยากจะขอยืมเงินคุณค่ะ" ลู่เหยาไม่ได้ปิดบังอะไร“ประธานจี้คะ ฉันทำงานอยู่ที่นี่มาสามปีแล้ว คุณรู้ว่าฉันไว้ใจได้ ฉันหวังว่าคุณจะให้ฉันยืมเงินสักสองล้านหยวน” เธอขอร้อง
ประธานจี้ตะลึงไปเล็กน้อย แล้วตอบออกมาอย่างอึดอัดว่า“ผู้จัดการลู่ ผมไม่ได้เป็คนตัดสินใจเื่ในบริษัทนะครับ อีกอย่างเงินจำนวนมากขนาดนี้ถึงผมจะตกลง แต่ใช่ว่ากรรมการท่านอื่นจะยอมตกลงนะครับ”
“ฉันรู้ค่ะ งั้นฉันขอยืมจากเงินส่วนตัวของประธานได้ไหมคะ?”เธอถาม ก่อนจะพูดเสริมอีกว่า “คุณวางใจได้ ภายในครึ่งปีฉันจะคืนเงินให้คุณพร้อมดอกเบี้ยห้าเปอร์เซ็นต์!”
“ผู้จัดการลู่ ผมเกรงว่าจะไม่ได้ เงินของผมอยู่ภายใต้การควบคุมของภรรยาผมคุณรู้ไหมว่าถ้าเธอรู้ว่าผมให้คุณยืมเงิน เธอคงไม่อนุญาตให้ผมกลับบ้านอีกแน่นอน”
ดูเหมือนว่าประธานจี้คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงถามเธอไปว่า “ผมจำได้ว่าสามีของคุณเป็นักลงทุนไม่ใช่เหรอ? เงินสองล้านหยวนน่าจะเป็เงินแค่หยิบมือเดียวของเขาทำไมคุณไม่บอกเขาล่ะ?”
“คือเขา... เขาลงทุนแค่กลุ่มเล็กๆ เองค่ะ” เธอพูดออกมาอย่างเ็ป
ใน่สามปีที่แต่งงานกัน เธอไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับบริษัทของเขาเลยเธอรู้แค่ว่าเขาเป็นักลงทุนเท่านั้น อีกอย่างในสัญญาก็บอกชัดว่าเงินของเขาไม่เกี่ยวกับเธอ
“ผู้จัดการลู่ ผมไม่ได้อยากปฏิเสธที่จะช่วยคุณนะแต่ผมก็ไม่มีอำนาจเหมือนกัน” เขาชงชาให้เธออีกหนึ่งแก้ว“ผมว่าเดือนหน้า ผมจะให้ฝ่ายการเงินเพิ่มเงินเดือนให้คุณ เป็การตอบแทนที่คุณพยายามอย่างหนักมาโดยตลอด”
ลู่เหยารู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดต่อเธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไป “ขอโทษที่มารบกวนคุณนานขนาดนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็ไร ผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลย คุณลองไปกู้เงินที่ธนาคารสิ”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอออกจากห้องทำงานของประธานไปอย่างหงุดหงิดจากนั้นจึงไปที่ห้องน้ำ หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดตอนที่ไม่มีใครอยู่
เธอไม่ได้ติดบุหรี่ การสูบบุหรี่ของเธอเป็แค่เื่เล่นๆเท่านั้น ั้แ่เธอแต่งงานกับเส้าหยุ่นเชินและรู้ว่าเขาเกลียดกลิ่นบุหรี่ เธอจึงไม่แตะต้องมันอีก
ลู่เหยานั่งอยู่ในห้องน้ำ สูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ั้แ่เล็กจนโต หญิงสาวภาคภูมิใจในตัวพ่อของเธอที่เป็ผู้พิพากษามากเธอเคยคิดว่าจะเรียนคณะนิติศาสตร์ แต่ในที่สุดเธอก็เลือกคณะการเงินแทน
เธอรู้สึกว่าครอบครัวของเธอร่ำรวยมาก เธอได้รับสินสอดมากมายตอนแต่งงานตอนนั้นครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่คฤหาสน์สามชั้น เธอคิดมาตลอดว่าพ่อของตัวเองทำเงินได้มากมายจึงไม่เคยคิดมากเื่เงินเลยสักครั้ง
จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วที่พ่อของเธอไม่ได้กลับบ้านและมีข่าวฉาวโฉ่เกี่ยวการทุจริต สุดท้ายเธอก็พบว่าท่านถูกจับ
แม่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา ผมของเธอค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีขาว
ลู่เหยานิ่งสงบพอ เธอพูดปลอบใจแม่และติดต่อทนายความเพื่อหาทางชดใช้เงินที่ทุจริตมาทีละขั้น
หญิงสาวขายบ้านทั้งหมดรวมถึงบ้านสินสอดและรถยนต์เธอย้ายไปอยู่ที่คอนโดของเส้าหยุ่นเชินอย่างหน้าด้านๆ แต่ก็ยังขาดเงินอีกสองล้านหยวน
เธอพยายามติดต่อเพื่อนสนิทตลอดครึ่งเดือนแต่ไม่มีใครให้ยืมเงินเลยสักคน