ณหอสวรรค์
ในตอนนี้เย่เทียนกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องบางอย่างอยู่ในเมื่อตอนนี้เขารู้แล้วว่าดินแดนพลังปราณนั้นมีอยู่จริง และเขาเองก็ต้องการที่จะเข้าสู่ดินแดนพลังปราณเช่นกันมิฉะนั้นด้วยความพยายามและทรัพยากรที่เขามีอยู่นั้น เขารู้ดีว่าคงไม่สามารถทำลายขีดจำกัดร่างกายไปถึงครั้งที่20 ได้
ในจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้มียอดอัจฉริยะมากมายที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูง มีอัจฉริยะจำนวนไม่น้อยที่มีสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนที่ดีกว่าเขาแต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถทำลายขีดจำกัดร่างกายครั้งที่ 20 ได้
ถ้าหากการทำลายขีดจำกัดร่างกายครั้งที่20 เป็นเรื่องง่ายดายเช่นนั้น ฉายาบุตรแห่งจักรวาลก็คงจะเกิดขึ้นมามากมาย
ดังนั้นดินแดนพลังปราณจึงเป็นความหวังของเย่เทียนที่จะทำให้เขาสามารถทำลายขีดจำกัดร่างกายครั้งที่20 ได้
แต่ในตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกนานนักกว่าดินแดนพลังปราณจะเติบโตจนถึงขีดสุดอย่างแท้จริงจากการคำนวณของกองกำลังทั้ง 13 ต้องใช้เวลาอีกห้าปี ดินแดนพลังปราณถึงจะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์
เมื่อดินแดนพลังปราณเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วเขาก็คงจะเข้าไปในดินแดนพลังปราณได้ยาก เขาอาจจะต้องเป็นศัตรูกับกองกำลังภายนอกเหล่านั้นเมื่อถึงเวลานั้น คนที่เขาจะต้องเผชิญหน้าอาจไม่ได้มีเพียงแค่จักรพรรดิระดับ 9 ดาราท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงยอดฝีมือระดับกึ่งเทพ!
กึ่งเทพที่กองกำลังทั้งสิบสามส่งมาในครั้งนี้ล้วนเป็นกึ่งเทพที่ยกระดับตนมาจากจักรพรรดิระดับ8 หรือ 9 ดารา พลังความแข็งแกร่งของพวกเขาเทียบเท่ากับจักรพรรดิระดับสูง เย่เทียนย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นเย่เทียนไม่เพียงแต่จะเข้าไปยังดินแดนพลังปราณด้วยตัวเองเท่านั้น แต่เขายังต้องการให้ภรรยาและน้องสาวของเขาได้เข้าสู่ดินแดนพลังปราณด้วยดังนั้นเขาจึงต้องแข็งแกร่งมากพอ
หากเขายังคงอยู่บนโลกมันคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะคัดลอกพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้ เนื่องจากการเติบโตของเขาเชื่องช้าเกินไป
ใช่แล้ว!
เขาต้องการออกจากโลกไปยังสถานที่ที่แข็งแกร่งกว่านี้เพื่อที่จะได้คัดลอกพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมและเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่เขาจะได้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับเผ่ามังกรและกองกำลังทั้ง13 กลุ่ม ก่อนที่ดินแดนพลังปราณจะปรากฏขึ้น
เขาได้ทราบข้อมูลจำนวนมากมาจากจักรพรรดิมารดาบโลหิตและรู้ว่านิกายเงาทมิฬเป็นเพียงกองกำลังระดับ 5 ดาวเท่านั้น บนดินแดนของมนุษย์ กองกำลังระดับ5 ดาวเป็นเพียงกองกำลังขนาดเล็กที่เพิ่งออกจากโลกและก้าวสู่จักรวาลเท่านั้น
ขอเพียงมียอดฝีมือระดับเทพก็ถือว่าเป็นกองกำลังระดับ5 ดาวแล้ว หากมียอดฝีมือระดับเทพที่แท้จริงจึงถือว่าเป็นกองกำลังระดับ 6 ดาว และระดับที่สูงกว่านั้นยังมีกองกำลังระดับ7 ดาว ระดับ 8 ดาว และระดับ 9 ดาวในตำนานอยู่เช่นกัน
หอคอยเกียรติยศนิกายเงาทมิฬ และกองกำลังอื่นๆ ล้วนอ่อนแอเกินไป เมื่อเทียบกับกองกำลังระดับสูงของมนุษย์แล้วเขายังห่างชั้นกันมาก!
ทรัพยากรบนโลกนี้แม้ว่าจะเพียงพอต่อการฝึกฝนของเขาในตอนนี้และยังมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ!
การเติบโตของเขาไม่ได้พึ่งพาทรัพยากรแต่เป็นพรสวรรค์!
จนถึงตอนนี้เขาไม่ได้คัดลอกพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมาเป็นเวลานานแล้ว แม้ว่าเขาจะรวบรวมทรัพยากรมาได้มากมายแต่หากไม่มีโอกาสที่จะคัดลอกพรสวรรค์อื่นๆ เช่นนั้นพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาไม่ใช่จะสูญเปล่าหรือ?
พรสวรรค์ในการคัดลอกเป็นรากฐานที่แท้จริงของเขาส่วนโอกาสอื่นๆ เป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการเข้าสู่ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่านี้ เพื่อคัดลอกพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมให้มากขึ้น
“เราได้รู้จากปากของจักรพรรดิมารดาบโลหิตว่ากองกำลังต่างๆได้สร้างอุปกรณ์เคลื่อนย้ายไว้จำนวนมาก และยังได้สร้างอุปกรณ์เคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวไว้บนดวงจันทร์เพื่อเคลื่อนย้ายไปยังกาแล็กซีอื่นๆ ได้!”
เย่เทียนครุ่นคิด
โลกตั้งอยู่ในระบบสุริยะและระบบสุริยะเป็นระบบสุริยะที่มีขนาดเล็กมาก มันเป็นเพียงส่วนเล็กๆ บนกาแล็กซีทางช้างเผือกเท่านั้นและกาแล็กซีทางช้างเผือกเองก็เป็นหนึ่งในกาแล็กซีจำนวนมากในดินแดนของมนุษย์ รวมไปถึงยังมีอาณาจักรบนดาวเคราะห์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก
ในจักรวาลมนุษย์ได้ครอบครองเขตดาวเคราะห์เป็นจำนวนมาก
และเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงสามารถจินตนาการได้ว่าโลกที่เขาอยู่นั้นมีขนาดเล็กมากแค่ไหน
ระบบสุริยะอยู่ใกล้กับดาวเคราะห์ของครึ่งมนุษย์ระยะทางของมันไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก แต่ในระหว่างทางมันถูกขวางกั้นด้วย ‘พายุจักรวาล’มันจึงเป็นการยากที่จะข้ามพ้นผ่านไปได้ หากไม่มีพลังระดับเทพก็จะถูกพายุจักรวาลนี้ฉีกร่างกายเป็นชิ้นๆอย่างแน่นอน
แต่อุปกรณ์เคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวนั้นสามารถข้ามจากกาแล็กซีหนึ่งไปยังอีกกาแล็กซีหนึ่งได้
ยกตัวอย่างเช่นอุปกรณ์เคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวที่อยู่บนดวงจันทร์สามารถเคลื่อนย้ายไปยังดาวเคราะห์ในกาแล็กซีเซนทอร์ได้และจากกาแล็กซีเซนทอร์ก็สามารถเคลื่อนย้ายไปยังกาแล็กซีที่เป็นที่ตั้งของหอคอยเกียรติยศนิกายเงาทมิฬ และกองกำลังอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน
“อุปกรณ์เคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวในโลกเซียนปฐพีถูกควบคุมโดยกองกำลังภายนอกพวกนั้นมีแค่อุปกรณ์เคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวที่อยู่บนดวงจันทร์ที่ไม่มีใครคอยคุ้มกันหรือควบคุมเราสามารถใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายบนดวงจันทร์นี้เพื่อออกไปได้โดยที่ไม่มีใครรู้ได้!”
การออกไปนั้นเป็นเรื่องง่ายแต่เย่เทียนยังมีบางสิ่งที่ต้องจัดการเพื่อรับประกันความปลอดภัยของภรรยาและน้องสาวของเขารวมไปถึงหอสวรรค์
ดังนั้นเขาจึงต้องกำจัดภัยคุกคามบางอย่างก่อน เช่นจักรพรรดิสงครามทองคำ
จักรพรรดิสงครามทองคำเป็นจักรพรรดิระดับ8 ดารา และจีนยังไม่มีจักรพรรดิระดับ 8 ดารา และสิ่งสำคัญคือเขาเคยแย่งชิงพฤกษามังกรเขียวกับจักรพรรดิสงครามทองคำและยังทำร้ายอีกฝ่ายจนได้รับบาดเจ็บ หากจักรพรรดิสงครามทองคำมาแก้แค้นในขณะที่เขาไม่อยู่ที่ฐานจงไห่เช่นนั้นก็จะไม่มีใครที่สามารถรับมือกับจักรพรรดิสงครามทองคำได้
ดังนั้นในวันนี้
เย่เทียนจึงปลอมตัวอีกครั้งและมาถึงทางตะวันตกของโลก
โดยปกติแล้วจักรพรรดิสงครามทองคำมักจะฝึกฝนอย่างหนักในวิหารเทพสงคราม มีเพียงเวลาที่สิ่งมหัศจรรย์ถือกำเนิดขึ้นเท่านั้นเขาจึงจะออกจากวิหารเทพสงคราม
และในช่วงเวลานี้ก็มีสิ่งมหัศจรรย์ถือกำเนิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงทำให้จักรพรรดิสงครามทองคำต้องออกจากวิหารเทพสงครามอยู่บ่อยๆ
เมื่อจักรพรรดิสงครามทองคำออกจากโลกเซียนปฐพีสถานที่ที่เขาจะไปนั้นก็คือฐานทัพโอซานที่อยู่ทางตะวันตก
เย่เทียนจึงซ่อนตัวใกล้กับฐานทัพโอซานเมื่อใดก็ตามที่จักรพรรดิสงครามทองคำออกมา เขาก็จะแอบติดตามไปอย่างลับๆ และรอโอกาสที่จะสังหารจักรพรรดิทองคำ
อย่างไรก็ตามเขากับจักรพรรดิสงครามทองคำต่างก็เป็นศัตรูกัน โดยตัวเขานั้นก็เคยฆ่าลูกชายของจักรพรรดิสงครามทองคำไปหากจักรพรรดิสงครามทองคำรู้ในภายหลัง พวกเขาก็จะต้องต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งอยู่ดี
ดังนั้นการกำจัดจักรพรรดิสงครามทองคำในตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีกว่า
หนึ่งวันผ่านไป!
สองวันผ่านไป!
ในวันที่สาม
มีแสงสีทองหนึ่งพุ่งออกมาจากฐานทัพโอซานและมุ่งหน้าไปทางทิศใต้
“จักรพรรดิสงครามทองคำ ในที่สุดแกก็ออกมา!”
เย่เทียนตามไปทันที
เมื่อทั้งคู่มาถึงภูเขาที่ไร้ซึ่งผู้คนเย่เทียนปรากฏก็ตัวขึ้นและใช้ทักษะกักขังมิติเพื่อหยุดจักรพรรดิสงครามทองคำไว้
คราวนี้เย่เทียนไม่ได้ปรากฏตัวด้วยรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขาแต่ปลอมตัวเป็นนักรบเผ่ามังกรแทน
“เผ่ามังกร!”
จักรพรรดิสงครามทองคำที่เห็นเผ่ามังกรก็ตื่นตัวขึ้นทันที
“เผ่ามังกร แกคิดจะทำอะไรกันแน่?”
จักรพรรดิทองคำหยิบหอกระดับจันทราของเขาออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“ข้าต้องการชีวิตเจ้า!”
เย่เทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยือก
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงการต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น!
“หนามวิญญาณ!”
การโจมตีทางจิตวิญญาณได้ทำลายจิตวิญญาณของจักรพรรดิสงครามทองคำโดยตรง
“อ๊ากกกกก!!!”
จักรพรรดิสงครามทองกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเขาไม่สามารถหลบการโจมตีทางวิญญาณได้
เย่เทียนฉวยโอกาสนี้ใช้พรสวรรค์ด้านเวลา‘หยุดเวลา’ ชั่วขณะ!
วูม!!!!
เวลาโดยรอบหยุดนิ่งไปชั่วขณะร่างกายของจักรพรรดิสงครามทองคำนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ
“กรงเล็บศักดิ์สิทธิ์ฉีกกระชาก!”
ทักษะกรงเล็บระดับเทพกระจายออกไปคว้าศีรษะของจักรพรรดิสงครามทองคำเอาไว้แน่นและบีบมันอย่างรุนแรง
ตูม!
จักรพรรดิสงครามทองคำที่ไร้ซึ่งพลังในการต่อต้านถูกเย่เทียนบีบจนตายคามือ
แม้มันดูเหมือนจะผ่านไปนานแต่ในความเป็นจริงแล้วเวลาเพิ่งผ่านไปแค่หนึ่งลมหายใจเท่านั้น
จักรพรรดิระดับ9 ดาราสามารถสังหารจักรพรรดิระดับ 8 ดาราลงได้อย่างง่ายดาย!
หลังจากที่เย่เทียนสังหารจักรพรรดิสงครามทองคำแล้วเย่เทียนก็จากไป เขากำจัดกลิ่นอายทั้งหมดที่เขาเหลือเอาไว้จนยากจะตามรอยต่อได้
หลังจากนั้นไม่นานเย่เทียนก็แฝงตัวเข้าไปในฐานทัพระดับสูงสุดในร่างของผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิทั่วไปหลังจากการเคลื่อนย้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดเขาก็กลับมาถึงฐานจงไห่
แผนการลอบสังหารครั้งนี้สำเร็จอย่างสมบูรณ์!
และไม่นานหลังจากเย่เทียนจากไปจักรพรรดิระดับ 9 ดาราก็ปรากฏตัวขึ้น
เขามาจากนิกายที่อยู่เบื้องหลังวิหารเทพสงครามซึ่งก็คือนิกายคลั่ง และเขาก็เป็นหนึ่งในจักรพรรดิระดับ 9 ดาราที่มีชื่อเสียง
จักรพรรดิจ้านกวงมาถึงที่นี่เมื่อเขาเห็นศพของจักรพรรดิสงครามทองคำ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ศีรษะของเขาถูกบดขยี้ด้วยทักษะกรงเล็บ นี่มันแปลกมาก ด้วยความแข็งแกร่งของจักรพรรดิสงครามทองคำที่เป็นถึงจักรพรรดิระดับ8 ดารา ทำไมเขาถึงถูกศัตรูจับได้ง่ายดายเช่นนี้? หรือว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายจะถึงระดับ9 ดาราแล้ว?”
“ไม่ใช่! ผู้ที่ลงมือน่าจะมีพรสวรรค์ด้านมิติ ด้วยทักษะกักขังมิติอีกฝ่ายจึงสามารถสังหารจักรพรรดิสงครามทองคำได้ในกระบวนท่าเดียว!”
จักรพรรดิจ้านกวงไม่ได้รู้สึกเสียใจกับการตายของจักรพรรดิสงครามทองคำแต่เขาก็รู้สึกโกรธเล็กน้อย การสังหารจักรพรรดิสงครามทองคำก็เหมือนเป็นการตบหน้านิกายคลั่ง
“จงไปตรวจสอบเรื่องนี้ซะ!”
จักรพรรดิจ้านกวงออกคำสั่ง
วูบ!!!!
รอบๆตัวของจักรพรรดิจ้านกวง ระดับจักรพรรดิสวมชุดดำหลายคนได้ปรากฏตัวขึ้นมาและตอบรับคำสั่งทันที“รับทราบ!”