หยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก

    ตอนที่ 47 เก้าทุ่ย (ขอตัว)

            ใช้เวลาราวชั่วสิบลมหายใจต่อมาเฉียนเฉียนจึงเริ่มได้สติหยางเถาอวี้รีบป้อนน้ำทิพย์และยาฟื้นฟูพลังเข้าปากสตรีตรงหน้ากล่าวกระตุ้นให้นางโคจรลมปราณจนพอมีเรี่ยวแรง

            “ศิษย์พี่เฉียนเฉียน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” นาทีวิกฤติผ่านพ้นไปอิงเวยโผเข้ามาจับไม้จับมือผู้ป่วยตรงหน้าด้วยความห่วงใย

            “ข้า.. ข้าไม่เป็นไรแล้ว” เฉียนเฉียนยังคงมึนงงเล็กน้อยแต่ก็พอจะจับความได้ นางกวาดตามองทุกคนก่อนจะหันไปทางเด็กสาวที่นั่งคู้อยู่ข้างๆ

            “ขอบคุณแม่นางน้อยท่านนี้มากเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้แท้ๆ”

            “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ช่วยคนย่อมได้กุศลท่านเร่งฟื้นฟูลมปราณต่ออีกสักหน่อยก่อนเถิด ตรงนี้ยังไม่ปลอดภัยนักทางทิศตะวันตกข้างหน้ายังมีคนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรูพวกเราควรไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”หยางเถาอวี้ตอบ

            ทุกคนพยักหน้าเข้าใจเฉียนเฉียนรีบนั่งตัวตรงปรับพลังปราณและรักษาอาการบาดเจ็บของตนผ่านไปอีกราวหนึ่งเค่อจึงเริ่มรู้สึกว่ากำลังวังชาของตนกลับคืนมาได้ราวหนึ่งส่วนจึงเอ่ยขึ้น

            “เยี่ยนหรู ข้าพอไหวแล้ว พวกเราเอาไงกันต่อไปดี”

            “อาจารย์หลินชิงบอกให้พาเจ้าสองคนกลับไปที่จุดนัดพบก่อนพวกเจ้าสองคนบาดเจ็บ ไม่เหมาะที่จะติดตามไปตรวจสอบพื้นที่ส่วนอื่นต่อ”

            “ตกลง งั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ” อิงเวยช่วยพยุงศิษย์พี่หญิงของนางให้ลุกขึ้นยืนทั้งหมดเดินเท้ากลับไปยังจุดที่นัดหมายกันไว้ เฉียนเฉียนเพิ่งฟื้นตัว ไม่อาจใช้พลังปราณทะยานร่างเดินทางได้จึงต้องพากันเดินเท้ากลับไปอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม

            แม้ภายนอกแลดูสุขุมเกินวัยแต่ใครจะรู้ว่าเวลานี้หยางเถาอวี้กำลังจิตใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ยิ่งความเป็นจริงไม่สนุกเหมือนในนิยายที่ยามอ่านถึงฉากตีรันฟันแทงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นลุ้นช่วยตัวเอกที่ตนชื่นชอบราวกับเชียร์มวยอยู่ข้างเวที นี่คือเลือดเนื้อสดๆชีวิตและความเป็นตายอย่างแท้จริง เต็มไปด้วยความตึงเครียดหาทางเอาตัวให้รอด ‘เอาเถอะในเมื่อหลงมายังโลกแห่งการต่อสู้ก็ต้องทำใจอยู่กับมันให้ได้ถูกต้องแล้วที่ตัดสินใจออกมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไม่เช่นนั้นข้าก็ยังคงไม่รู้ความหนักเบาที่แท้จริงของโลกใบนี้กลายเป็นกบในกะลาครอบ’ เด็กสาวปลุกปลอบใจตนเองพลางเดินไปพลาง

            เวลานี้นางแอบคิดถึงเสี่ยวเอี๋ยนขึ้นมาตงิดๆหากเจ้านกแสนรู้อยู่ด้วยคงช่วยเป็นพาหนะพาพวกนางกลับไปยังจุดนัดหมายได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องมาลุ้นระทึกอยู่ทุกฝีก้าวเยี่ยงนี้

            ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามทั้งหมดจึงเดินทางกลับมาถึงลานกว้างซึ่งเป็นจุดนัดหมายทางด้านอาจารย์หลินชิงตรวจพบร่องรอยบางอย่างเขากำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่จึงยังมาไม่ถึง

            “เอาไงกันดีตั้งค่ายพักอยู่จุดเดิมที่เคยถูกโจมตีแบบนี้จะปลอดภัยแน่เหรอ” เฉียนเฉียนเอ่ยขึ้นพร้อมหัวคิ้วขมวดมุ่น

            “อาจารย์บอกว่าที่ๆอันตรายที่สุดสมควรเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดคนชั่วพวกนั้นคงคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะหวนกลับมาที่นี่” เยี่ยนหรูตอบ

            “มันก็จริง”

            “แต่ครั้งนี้พวกเราอย่าตั้งกระโจมเลยเฝ้าระวังและหลบพักอยู่บนต้นไม้ดีกว่า” เยี่ยนหรูเสนอความเห็น

            “ใช่ เอาตามนี้” เฉียนเฉียนเห็นด้วย

            “อ่า... ข้ามีข้อเสนอ” ไม่รู้ทำไมหยางเถาอวี้รู้สึกตะหงิดๆ ใจชอบกล นางจึงอยากออกไปตรวจสอบรอบด้านอีกสักหน่อย

            ทุกคนหันมามองและรอฟังเด็กสาวตรงหน้าอย่างตั้งใจ

            “ข้าเห็นว่านี่ยังไม่เย็นมาก น่าจะยังมีเวลาเพียงพอสำหรับการสำรวจจุดต่อไปพวกท่านพักอยู่ตรงนี้ก่อนส่วนข้าจะออกไปสำรวจต่อจากจุดที่พบพี่หญิงเฉียนเฉียนอีกสักหน่อย” กลุ่มคนที่นางสัมผัสได้ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนทั้งยังอยู่ไม่ได้ไกลจากลานกว้างแห่งนี้มากนักไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นมิตรหรือว่าศัตรู ยังอยู่ที่เดิมหรือไม่บางทีลางสังหรณ์ของนางอาจเป็นเพราะความกังวลเหล่านี้

            “อวี้เอ๋อ เจ้าออกไปคนเดียวจะเป็นอันตรายเกินไป” เยี่ยนหรูทักท้วง

            อิงเวยได้ยินคำตอบโต้พลันหน้าเปลี่ยนสี“ศิษย์พี่เยี่ยนหรูท่านอย่าทิ้งพวกข้าไว้ตามลำพังนะเจ้าคะ” นางยังขวัญเสียไม่หาย

            หยางเถาอวี้ได้ยินเช่นนี้จึงรีบพูดเสริม“ข้าเพิ่งตัวแค่นี้หากเจอกันจริงๆ นอกจากพวกมันจะไม่รู้ว่าข้าเป็นพวกเดียวกับท่านแล้วพวกมันจะหน้าไม่อายถึงขนาดทำร้ายเด็กเลยหรือเจ้าคะ” นางคิดในใจ ‘หากข้าเคลื่อนไหวคนเดียวจะคล่องตัวกว่าอุปกรณ์รักษาตัวรอดของข้ามีเยอะ’

            “เรื่องทำร้ายมันก็ไม่แน่หรอกกับคนโฉดชั่วเหล่านั้นประมาทไม่ได้นะข้อที่ไม่รู้ว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกันกับเรามันก็จริง แต่ข้ายังอดห่วงไม่ได้พวกเรารออาจารย์อยู่ตรงนี้ด้วยกันก่อนไม่ดีกว่าหรือ”

            “เร็วหนึ่งนาทีก็อาจจะช่วยชีวิตคนได้เพิ่มมากขึ้นอีกสักคนนะเจ้าคะเหมือนอย่างพี่หญิงเฉียนเฉียนหากพบนางช้ากว่านี้อีกนิดคงไม่เหลือลมหายใจให้ช่วยแล้ว” เด็กสาวยกตัวอย่าง

            จุดนี้ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังเหตุผลต้องอึ้งงันและยอมจำนน

            “เอาอย่างนั้นก็ได้แต่เจ้าต้องกลับมาตามเวลานัดหมายก่อนตะวันตกดิน” เยี่ยนหรูสำทับ

            “แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าแค่อยากไปดูให้หายกังวลเท่านั้นว่ากลุ่มคนที่ข้าสัมผัสได้ก่อนหน้านี้เป็นมิตรหรือศัตรูและยังอยู่แถวนั้นหรือไม่”หยางเถาอวี้ไม่รอช้าแต่ก่อนจะแยกตัวออกไปพลันนึกได้ นางหยิบยาออกมาสามขวด

            “ข้าเกือบลืมไปขวดนี้เป็นยาแก้พิษสลายลมปราณที่พวกท่านเจอ” ตั้งแต่มาถึงบริเวณนี้นางได้กลิ่นพิษจางๆที่เหลือค้างอยู่ในอากาศวิเคราะห์แล้วมีส่วนผสมใกล้เคียงกับผงพิษและยาแก้ที่นางฝึกสกัดเล่นหยางเถาอวี้ค่อนข้างมั่นใจว่ายาแก้พิษที่นางมีอยู่สามารถแก้พิษชนิดนี้ได้อย่างน้อยที่สุดต้องสามารถลดทอนฤทธิ์ของมันได้ถึงแปดเก้าส่วน

            “ส่วนขวดนี้เป็นผงยาเมามาย ผู้สูดดมจะมีอาการมึนงงคล้ายเมามายไม่ได้สติและหมดเรี่ยวแรงใช้ตัวยาคนละอย่างคนละแขนงกับผงพิษที่ข้าได้กลิ่นดังนั้นต่อให้พวกมันใช้ยาแก้พิษเดิมของตนก็แก้ไขอะไรไม่ได้และขวดนี้เป็นยาแก้พิษนะเจ้าคะ มอบให้พวกท่านไว้ติดตัว เผื่อเจอโจทย์เก่าเจ้าค่ะ” นางโยนยาทั้งสามขวดให้เยี่ยนหรูก่อนจะหันหลังเดินจากไปทันที

            เยี่ยนหรูวาดมือออกไปรับยาทั้งสามขวดแทบไม่ทัน‘ช่างเป็นแม่นางน้อยที่แปลกประหลาดเสียจริงอายุเพียงเท่านี้ เหตุใดเชี่ยวชาญทั้งเรื่องยาและเรื่องการรักษานัก’

            หยางเถาอวี้จากไปแล้วทิ้งเครื่องหมายคำถามไว้ในใจของคนทั้งสาม

            “ศิษย์พี่เยี่ยนหรูเจ้าคะแม่หนูน้อยผู้นี้เป็นใครกันแน่”ด้วยว่าอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วนเป็นตายตลอดทางที่ผ่านมาจึงไม่มีใครถามถึงที่มาของเด็กสาว เวลานี้ในเมื่อไม่มีอะไรอื่นทำอิงเวยจึงเอ่ยปาก

            “ข้าเพิ่งได้พบและรู้จักกับนางในระหว่างหลบหนีออกไปถึงทางด่านเมื่อวานนี้เช่นกันตอนนั้นตัวข้าก็บาดเจ็บไม่น้อย...”เยี่ยนหรูบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ตนได้ประสบออกไปตามตรงมิได้ปิดบังเหมือนตอนที่เล่าให้อาจารย์หลินชิงฟังยังไงพวกนางก็ได้พบเจอประสบการณ์แบบเดียวกับเขาอาการบาดเจ็บหายดีขึ้นราวปาฏิหารย์ภายในเวลาเพียงไม่นาน

            “ต้องขอบคุณสวรรค์จริงๆ ที่พวกเราได้พบนางไม่งั้นทั้งเจ้าทั้งข้าคงไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว” เฉียนเฉียนเอ่ยขึ้นในท้ายที่สุด

            หวนกลับไป ณ จุดที่พบเฉียนเฉียน

            หยางเถาอวี้เดินทางมาถึงในเวลาไม่นานรัศมีร้อยหมี่รอบบริเวณปราศจากผู้คน พวกเขาคงไปกันแล้ว ระยะไกลออกไปยังมีร่องรอยพลังปราณกระจายตัวอยู่ประปรายแต่ในเมื่อจุดที่ใกล้ลานนัดหมายที่สุดปราศจากผู้คนอย่างน้อยย่อมทำให้เบาใจลงได้บ้างนางทะยานตัวออกไปสำรวจสถานที่รอบด้านอีกครั้งเพื่อความมั่นใจยังคงไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆเช่นนั้นวันนี้พักการค้นหาคนไว้เพียงเท่านี้ก่อนคงได้กระมัง

            ขณะตัดสินใจว่าจะกลับไปยังจุดนัดหมายด้านข้างกลับบังเกิดความเคลื่อนไหวขึ้นอย่างฉับพลันรังสีอาวุธเย็นเยียบสายหนึ่งแล่นเข้ามาที่บริเวณหัวไหล่ซึ่งข่าเอ๋อเกาะนางอยู่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บหยางเถาอวี้ถีบเท้าหลบไปด้านหลัง พาข่าเอ๋อหลบพ้นจากอาวุธลับนั้นได้อย่างเฉียดฉิว

            “โอ้ยโย้ยโหยวเป็นสาวน้อยที่มีฝีมือไม่เบาทีเดียว เจ้าเป็นคนของสำนักไหนกัน ตัวเล็กแค่นี้เหตุใดมาอยู่ในป่าหมื่นอสูรตามลำพัง” หญิงสาวผู้มีใบหน้าคมแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์ร้ายกาจแต่งกายด้วยชุดหนังรัดกุมปรากฏกายออกมาอย่างเงียบเชียบจากทิศทางเดียวกับที่อาวุธลับสาดซัดออกมาเมื่อครู่

            “แล้วเจ้าเป็นใคร พวกเราไม่รู้จักกันมาก่อนทำไมต้องลอบโจมตีข้าด้วย”หยางเถาอวี้รู้สึกตกใจสตรีผู้นี้เข้ามาถึงรัศมีโจมตีได้โดยนางไม่รู้ตัวหรือคนผู้นี้จะมีทักษะในการอำพรางตัวชั้นเลิศ

            “อยู่ดีๆ ก็มีคุณหนูที่ไหนไม่รู้มาเดินท่อมๆมองๆ อยู่กลางป่ากลางเขาตามลำพัง ข้าเห็นเข้าก็เลยสนใจน่ะสิ”

            “เวลาเจ้าสนใจใครต้องลงมือทำร้ายก่อนค่อยทักทายหรืออย่างไร” หยางเถาอวี้เหลือบมองอาวุธลับที่ปักอยู่บนต้นไม้นั่นเป็นเข็มเงินเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่ง”

            “เมื่อครู่ก็แค่หยอกเจ้าหน่อยเท่านั้นเองสาวน้อย อย่าได้ตกใจไปเลย”

            “งั้นข้าจะไม่ถือสา ขอลาล่ะ” หยางเถาอวี้หาทางถอยท่าทีของสตรีตรงหน้ามีพิรุธชอบกล คงไม่ได้มาดีเป็นแน่

            “ช้าก่อน ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้วเจ้าสนใจไปเที่ยวบ้านพี่สาวหรือไม่”

            “ไม่สนใจ ลาก่อน” หยางเถาอวี้อยากจะร้อง ‘เก้าทุ่ย(ขอตัว)’ เหมือนในหนังจีนซะให้รู้แล้วรู้รอดไปคนอะไรทำท่าอย่างกะหมาป่า เห็นนางเป็นหนูน้อยหมวกแดงไปได้

            “หึๆๆ บุกรุกเข้ามาถึงเขตค่ายหลงจั้นคิดจะไปก็ไปง่ายๆ อย่างนี้คงไม่ได้กระมัง”

            “หา ค่ายหลงจั้นอะไรข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” หยางเถาอวี้อยากจะถามนักไหนหละหลักเขต

            “อะไรกัน ทั่วเมืองเส้าไม่มีใครไม่รู้จักค่ายโจรเอกอุหลงจั้น เจ้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาล่ะนี่”

            “ข้าเพิ่งมาจากต่างเมือง จึงไม่รู้จักผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดไม่ใช่เหรอพี่สาว ยกโทษให้ข้าเถอะ ข้าจะไม่มารบกวนอีกแน่นอน” ค่ายโจรเชียวเหรอแย่ละ แย่แน่แล้ว

            “ฮึ นั่นคงเป็นไปไม่ได้ วันนี้เป็นวันโชคใหญ่ของข้ามีวัยรุ่นหนุ่มสาวมากมายมาเยือน ข้าเลยได้ต้อนรับแขกเสียหลายคนมีเจ้าเพิ่มมาพร้อมสัตว์อสูรน่ารักตัวนั้น ข้าคงรวยไปอีกนานเลยทีเดียว” หญิงสาวประเมินมองดูเด็กสาวหน้าตาน่ารักหมดจดตรงหน้าชุดที่นางสวมใส่เป็นชุดคุณหนูทั่วไป ไม่ใช่เครื่องแบบของสำนักมีชื่อ พลังปราณแค่ระดับปฐมตอนต้นนี่มันเหยื่อชั้นดีชัดๆ จับไปขายทั้งคนทั้งสัตว์อสูรนั่น คงได้ราคาดีแน่ นางค่อยๆสาวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้น

            หยางเถาอวี้เดิมทีคิดหลบหนีแต่เมื่อได้ยินคำพูดของนางโจรสาวแล้วจึงเอะใจ ‘ต้อนรับแขกหลายคนเหรอหรือจะหมายถึงจับคนไปได้หลายคน แล้วคนพวกนั้นจะมีศิษย์สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนร่วมอยู่ด้วยหรือไม่นะ’

            “อย่าดื้อจะดีกว่าแม่นางน้อย จะได้ไม่เจ็บตัวข้ามีพลังยุทธ์ขั้นมัชฌิม ยังไงเจ้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าแน่นอน อีกอย่างแค่ข้าส่งสัญญาณ พรรคพวกของข้าที่อยู่ใกล้ๆ นี้ก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยจับเจ้าเพราะฉะนั้นก็จงฉลาดเข้าไว้ อย่าให้ต้องใช้ไม้แข็ง จะเจ็บตัวเสียเปล่าๆ” เห็นเด็กสาวกำลังถอยหนีนางโจรสาวจึงเอ่ยข่มขู่เสียงเข้ม

            “หยะ... อย่าทำอะไรข้าเลยนะพี่สาว ข้ากลัวแล้วๆ” ได้ยินคำขู่เด็กสาวจึงตีหน้าเศร้า กระพริบตาปริบๆ น้ำตาคลอหน่วย

    คล้ายกับเรื่องหยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก ที่คุณอ่าน