บทที่ 1 การปะาชีวิต (1)
“ชื่อ ลีชีกุก สัญชาติเกาหลี เกิดวันที่ 1 พฤษภาคม 2005 อายุ 37 ปี กรุ๊ปเื B”
ผู้คุมเรือนจำชาวญี่ปุ่นพูดข้อมูลของนักโทษปะาด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเครื่องจักร
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากนอกห้องกระจก นักโทษปะาก็พลันมองขึ้นไปในอากาศด้วยสีหน้านิ่งสงบ
“มีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรม 193 คดี ธุรกิจยาเสพติดระหว่างประเทศ 122 คดี คดีฆาตกรรม 324 คดี และคดีลอบวางเพลิง 252 คดี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2041 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ จังหวัดโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น โดยตัวแทนสำนักงานสืบสวนอาชญากรรมผู้มีพลังพิเศษนานาชาติ และตัวแทนสมาคมผู้มีพลังพิเศษแห่งชาติญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2041 ศาลฎีการับผิดชอบพิจารณาคดีอาชญากรรมผู้มีพลังพิเศษของญี่ปุ่น ลงมติเอกฉันท์ให้ผู้ต้องหารับโทษปะาชีวิต โดยตัดสินปะาชีวิตในวันที่ 1 พฤษภาคม 2042”
ผู้คุมชาวญี่ปุ่นหยุดพูดและมองดูลีชีกุก ตอนนี้อีกฝ่ายยังคงจ้องมองไปในอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้า
"แก้าจะพูดอะไรเป็ครั้งสุดท้ายไหม?"
เขาหัวเราะกับคำพูดนั้นพลางมองไปยังผู้คุม
ราวกับว่าเขาคุ้นเคยกับเื่นี้เป็อย่างดี ผู้คุมเองก็กำลังมองชีกุกด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับหุ่นยนต์
"ฉันขอบุหรี่หน่อย”
ภาษาญี่ปุ่นที่คล่องแคล่วถูกพ่นออกมาจากปากของชีกุก ผู้คุมก็พยักหน้า
ตัวแทนของสมาคมผู้มีพลังพิเศษแห่งชาติญี่ปุ่น ซึ่งสวมสูทยืนอยู่ข้าง ๆ ชีกุก นำบุหรี่มาให้อีกฝ่ายคาบไว้ในปาก แล้วจุดไฟให้
เขาหลับตาลงขณะมองไปยังแสงที่เผาไหม้บนปลายมวนบุหรี่
‘ทำไมแกถึงไม่มีอะไรจะพูดล่ะ ไอ้พวกเลวเอ๊ย!’
ท่ามกลางควันที่พวยพุ่ง ชีกุกอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงอดีต
‘ไอ้โง่รัสเซียนั่น บอกว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว แต่กลับซัดวอดก้าไปสามขวด และไหนจะ…’
เมื่อนึกถึงวายร้ายแรงก์ C ของรัสเซีย นามว่าแม็กซิมที่ถูกยิงเสียชีวิตคาที่ ณ สนามบินนานาชาติคันไซ เขาก็รู้สึกสมเพชตัวเอง
วันที่ 9 กันยายน 2041
เมื่อประมาณแปดเดือนก่อน
หลังจากเสร็จสิ้นธุระในญี่ปุ่น ชีกุกกำลังผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางในสนามบินนานาชาติคันไซโดยใช้หนังสือเดินทางปลอม
สนามบินแห่งนี้ได้รับการคุ้มกันอย่างแ่า เนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับของสำนักงานตำรวจนครบาลญี่ปุ่นที่แทรกซึมเข้าไปในองค์กรยากูซ่าว่า กลุ่มคนร้ายจะเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นผ่านทางสนามบินนานาชาติคันไซ
แต่พวกเขาได้ซ่อนสถานะโดยใช้ไอเทม ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังออกจากประเทศนี้ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัย
ทั้งสองสามารถไปที่จุดตรวจหนังสือเดินทางได้โดยไม่ได้รับความสนใจจากเ้าหน้าที่ซึ่งรออยู่รอบ ๆ สนามบิน
ก่อนหน้านั้นทุกอย่างก็ราบรื่นดี เนื่องจากหนังสือเดินทางปลอมนั้นออกโดยรัฐบาลรัสเซียตะวันออกไกล จึงไม่ถูกจับได้และแเีพอควร
แต่ปัญหาคือแม็กซิมจะออกจากประเทศไปพร้อมกับเขา!
“ไอ้เวร”
นามแฝงที่อีกฝ่ายใช้ในครั้งนี้คือ อเล็กซานเดอร์ อิลิช อิวานอฟซึ่งแม็กซิมเมาจนจำไม่ได้
“แม็กซิม ฟรานเดโลวิช! นี่คือชื่อของฉันไง ไอ้ลิงโง่!”
ทันใดนั้น จุดตรวจหนังสือเดินทางที่สนามบินก็เกิดความวุ่นวาย ตัวแทนจากสมาคมผู้มีพลังพิเศษแห่งชาติญี่ปุ่นซึ่งรออยู่รอบ ๆ จู่ ๆ ก็วิ่งออกไป
“ให้ฉันถามคุณอีกครั้ง ชื่อของคุณคืออเล็กซานเดอร์ อิลิช อิวานอฟ หรือ แม็กซิม ฟรานเดโลวิช?”
แต่แทนที่เขาจะตอบคำถามของเ้าหน้าที่ เขากลับปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่ออกไป!
ลูกไฟกระทบร่างของเ้าหน้าที่คนนั้นและะเิออกในพริบตา
จุดตรวจในสนามบินเกิดความโกลาหลขึ้นในทันที และตัวแทนสมาคมก็พร้อมที่จะต่อสู้
“เฮ้ย! การ์เรช! พวกเขาจำเราได้!”
แม็กซิมเรียกชีกุกที่พยายามแอบออกไป
เ้าหน้าที่สบตาเข้ากับชีกุกที่กำลังหนีทันที บังคับให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชักมีดออกมา
แม็กซิมเป็ผู้มีพลังสายโจมตีระยะไกล ดังนั้นเขาจึงปล่อยลูกไฟจากระยะไกลและจัดการกับสมาชิกของสมาคมได้อย่างไม่ลำบาก
และเนื่องจากชีกุกเป็ผู้มีพลังสายต่อสู้ระยะประชิด ดังนั้นการสนับสนุนระยะไกลของแม็กซิมจึงทำให้คนของสมาคมล้มลงทีละคน
การต่อสู้เป็ไปอย่างราบรื่น
ไม่ว่าคนพวกนั้นจะเก่งกาจเพียงใด พวกเขาก็ไม่สามารถเอาชนะความร่วมมือระหว่างผู้มีพลังที่ถนัดระยะประชิดแรงก์ B กับผู้มีพลังที่ถนัดระยะไกลแรงก์ C ได้
นอกจากนี้ ผลจากสกิลของชีกุก จึงทำให้การเคลื่อนไหวของเ้าหน้าที่ช้าลง
“อะฮ่า!”
ปัญหาคือแม็กซิม
เพราะแม็กซิมซึ่งกำลังใช้สกิลอย่างบ้าระห่ำขณะเมาสุรา ได้ปล่อยลูกบอลไฟไปทางด้านหลังชีกุก!
และเนื่องจากเป็การโจมตีจากฝั่งพันธมิตร จึงทำให้เขาไม่ทันได้ตั้งตัวเพื่อหลบหลีกการโจมตี
“อ๊อก!”
ลูกไฟะเิใส่แผ่นหลัง และในพริบตา พลังชีวิตของชีกุกก็ลดลงครึ่งหนึ่ง
ระดับพลังชีวิตที่มีมากถึง 80% ลดลงอย่างรวดเร็วมาแตะที่ 40%
ผลที่ตามมาคือ ผลของสกิลชีกุกถูกลบล้าง ทำให้เ้าหน้าที่สามารถกลับมาใช้พลังได้ตามเดิม
“ไอ้เวรเอ๊ย!”
แม็กซิมทำการร่ายสกิล แต่ชีกุกไม่สามารถทำได้
แผ่นหลังของเขาไหม้เกรียม าแภายในมีไม่น้อย ทำให้สกิลที่ปล่อยออกมานั้นอ่อนแรงลง
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ตัวแทนจากสำนักงานสืบสวนอาชญากรรมผู้มีพลังพิเศษของสมาคมผู้มีพลังพิเศษนานาชาติเข้าร่วมด้วย!
แล้วสถานการณ์ก็เกิดกลับตาลปัตรในชั่วพริบตา
ฉับ!
ในที่สุด คมมีดแห่งสายลมที่สั่งการโดยผู้มีพลังพิเศษของฝั่งตัวแทนก็ตัดผ่านคอของแม็กซิม
แม็กซิมเสียชีวิตทันที ส่วนชีกุกที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังก็ถูกจำกุมตัว
[วายร้ายแรงก์ B ที่เป็ที่้าตัวมากที่สุด ถูกจับกุมตัวที่ญี่ปุ่น!]
ข่าวเื่นี้กลายเป็ประเด็นระดับประเทศไปแล้ว
และถึงแม้ว่าขอบเขตการลงมือของชีกุกจะจำกัดเฉพาะในเอเชียตะวันออกและรัสเซียตะวันออก แต่เพราะระดับแรงก์ B และชื่อเสียงของเขา จึงทำให้ความสนใจจากทั่วโลกมุ่งไปที่ญี่ปุ่น
การพิจารณาคดีนี้ ถูกเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ และดำเนินการท่ามกลางการรายงานข่าวอย่างร้อนระอุจากสำนักข่าวทั่วโลก
“ทำไมคุณถึงใช้ชีวิตในฐานะวายร้ายแรงก์ B คะ?”
นี่คือคำถามที่มักถูกถามโดยนักข่าวระหว่างออกจากการพิจารณาคดี
คำถามนี้...นับว่าสมเหตุสมผลทีเดียว
เพราะแรงก์ B เป็กำลังพลระดับสูงที่มีเพียงหนึ่งหมื่นคนจากทั่วโลก
และเนื่องจากผู้มีพลังแรงก์ B คนดังกล่าวมีชื่อเสียงทางลบในฐานะวายร้าย ดังนั้นคำถามของนักข่าวจึงไม่ได้เป็เพียงแค่ความอยากรู้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ชีกุกไม่ได้ตอบคำถามใดเลย
อันที่จริงไม่ใช่แค่คำถาม เพราะหลังจากถูกจับกุม ชีกุกก็ปิดปากเงียบ จนกระทั่งเขาถูกตัดสินคดี
ในระหว่างนั้นชีกุกใช้สิทธิ์ที่จะไม่ให้ปากคำ ศาลฎีกาแห่งศาลอาชญากรรมผู้มีพลังพิเศษของญี่ปุ่นก็ได้ลงมติตัดสินปะาชีวิตเขาอย่างเป็เอกฉันท์ หลังจากพิจารณาคดีได้เพียงสามเดือน
รัฐบาลเกาหลีใต้ขอให้ส่งตัวเขากลับ โดยอ้างว่าเขาเป็พลเมืองของตน แต่รัฐบาลญี่ปุ่นกลับเพิกเฉย โดยอ้างว่าสนามบินนานาชาติคันไซอยู่ภายใต้เขตอำนาจของตน
และวันนี้ ผ่านไปไม่ถึงหกเดือนนับั้แ่มีการตัดสินโทษปะาชีวิต เขาก็กำลังเฝ้ารอความตายอย่างโดดเดี่ยวบนเก้าอี้สำหรับผู้มีพลังพิเศษโดยเฉพาะ
‘เสียชีวิตในวันเกิดพอดี? ตลกชะมัด’
ชีกุกพ่นควันบุหรี่ออกมา
‘แต่ก็นะ วันที่ 1 พฤษภาคมคือวันที่ฉันถูกพบหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ดังนั้นมันจึงไม่ใช่วันเกิดของฉันหรอก’
ชีกุกหัวเราะอย่างสิ้นหวัง
‘สุดท้ายแล้ว ก็ไม่ได้ถามสินะ’
แม้ว่าเขาจะอายุเพียง 37 ปี หรืออย่างมากที่สุดก็ 38 ปี แต่ชีกุกก็มีคำถามหนึ่งข้อสำหรับชีวิตที่เหลืออยู่ของเขา
‘ทำไมถึงทิ้งฉันล่ะ?’