Silver Dust : Merlin

ตอนที่ 169 ปรับปรุงสูตรเวท

ตอนที่ 169 ปรับปรุงสูตรเวท
 
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
 
 
เมอร์ลินทำการจัดห้องทำงานของตนเองอย่างง่ายดาย แม้ไม่มีแหวนเก็บของเขาก็สามารถใช้พลังอักขระในการยกข้าวของได้
 
ต้องรู้ไว้ว่าพลังอักขระขั้นสีฟ้านี้ทรงพลังกว่าพลังจิตนัก ก่อนหน้านี้เขาเคยใช้พลังจิตยกสิ่งของ แต่ปรากฏว่าร่างกายไม่อาจทนรับไหว เลือดกำเดาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว อีกทั้งยังยกของไม่สำเร็จ
 
แต่พลังอักขระนั้นต่างกันมาก มันสามารถยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวเขาได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายอีกด้วย
 
อย่างไรก็ตามหากใช้พลังนี้ต่อหน้าคนอื่น พวกเขาคงจะไม่คิดอะไรมากและคิดว่านี่คงเป็นเวทแรงโน้มถ่วงเท่านั้น
 
ดังนั้นในตอนนี้เมอร์ลินจึงคิดว่าพลังอักขระมีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเขาเป็นอย่างมาก
 
เมอร์ลินทำการขนย้ายฟอร์นิเจอร์ไปไว้หนึ่งในสามห้องเล็ก ตอนนี้พวกมันถูกทำความสะอาดหมดแล้ว มันไม่มีกลิ่นและคราบสกปรกจึงสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา
 
หลังจากจัดการทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับมาทำงานของเขาต่อ
 
ตอนนี้งานวิจัยของเขาสำเร็จไปสองชิ้นแล้ว นั่นคือหัวข้อย่อสูตรเวทธาตุไฟกับธาตุน้ำ เขาจึงทำการค้นคว้าต่อและเขียนรายงานอย่างแข็งขัน
 
ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสามารถรักษาความเร็วในการทำงานของเขาได้ ภายในเวลาครึ่งวันเขาก็สามารถทำงานวิจัยสำเร็จอีกงาน แล้วในเย็นวันนั้นเขาก็ทำรายงานวิชาการออกมาได้ครบทั้งสี่ชิ้น
 
นั่นคือหัวข้อการย่อสูตรเวทธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ
 
แต่ดูเหมือนว่าเมอร์ลินจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะจากที่เขาประเมิน เขายังต้องการแต้มวิชาการอีกหลายร้อยคะแนน หัวข้อรายงานเพียงสี่เล่มนี้คงจะไม่มีเพียงให้เขาได้รับแต้มคะแนนนับร้อยแน่
 
“ยังไงพวกมันก็ต้องตีพิมพ์ตอนสิ้นเดือนอยู่แล้ว จะส่งตอนนี้หรือเวลาไหน มันก็คงมีค่าเท่ากัน”
 
มันเป็นอย่างที่เมอร์ลินพูด นิตยสารวิชาการจะจัดทำออกมาทุกๆ สิ้นเดือน เขาไม่จำเป็นต้องทยอยส่งทีละฉบับ แต่สามารถรวบรวมและส่งมันในคราวเดียวได้
 
แต่เขาคงจะไม่รู้ว่าไม่มีใครบ้าบิ่นขนาดนี้ เพราะไม่มีใครส่งรายงานวิชาการหลายๆ เล่มในคราเดียว ไม่มีใครที่จะสร้างผลงานที่สามารถตีพิมพ์ได้ในระยะเวลาสั้นๆ
 
ความไม่รู้ของเขานี้จึงกำลังจะทำให้สำนักพิมพ์ต้องวุ่นวาย
 
“ฉันไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเวทมนตร์ธาตุ แต่มันยังมีเวทอื่นๆ ที่ฉันสามารถย่อมันลงได้ อย่างเช่น ...”
 
ตอนนั้นเองเมอร์ลินก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขากำลังคิดถึงวัตถุเวทที่เหล่าผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลาย
 
“เวทแรงโน้มถ่วง หากฉันปรับปรุงให้วงเวทกินพลังเวทน้อยลง สิ่งนี้อาจสร้างผลกระทบได้มาก”
 
ว่าแล้วเมอร์ลินก็ลงมือทำทันที
 
เขารู้ว่าการปรับปรุงสูตรเวทแรงโน้มถ่วงนั้นทำได้ยาก แต่เขาก็ต้องการท้าทายมัน
 
เวทแรงโน้มถ่วงนั้นนับว่ามีการใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุด เพราะมันถูกใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
 
เมอร์ลินคิดว่าหากเขาปรับปรุงเวทมนตร์ที่ใช้อำนวยความสะดวก ผลกระทบย่อมมีมากกว่าเวทมนตร์ที่ใช้ในการโจมตีอย่างแน่นอน
 
ทั้งนี้เวทแรงโน้มถ่วงนอกจากจะใช้ในการยกสิ่งของแล้ว มันยังสามารถนำไปจารึกลงในวัตถุเวท ทำให้วัตถุนั้นลอยตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นสูตรสำคัญสำหรับการสร้างพาหนะเวทเลยทีเดียว
 
อย่างที่รู้กันว่าพาหนะเวทนั้นเป็นวัตถุเวทที่กินพลังงานเป็นอย่างมาก
 
ในตอนแรกที่พวกเขาสร้างพาหนะเวทขึ้นมา พวกเขาสร้างมันโดยไม่สนเรื่องพลังงาน ขอเพียงแค่ลอยและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ก็เป็นพอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปคู่แข่งมากมายก็ปรากฏขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการแข่งขัน
 
ระยะทางในการใช้งาน รูปลักษณ์ การบรรทุก ความเร็ว ความสูงในการบิน ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยในการแข่งขันทั้งสิ้น
 
แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดและทำให้ลูกค้าทุกคนให้ความสำคัญก็คือการใช้พลังงานของพาหนะเวท เนื่องด้วยหินพลังงานเวทนั้นมีราคาแพง พวกเขาจึงไม่ค่อยเต็มใจที่จะเปลี่ยนมันบ่อยๆ เพราะนั่นจะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
 
ในยุคนี้นักประดิษฐ์จะพัฒนาพาหนะเวทขึ้นมามากมาย ทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงาม ความเร็วในการเคลื่อนที่ น้ำหนักในการบรรทุก ความปลอดภัยในขับขี่ แต่สิ่งที่พวกเขาพยายามกันมาตลอดก็คือการประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มระยะทางในการใช้งาน
 
เมอร์ลินหมกตัวอยู่ในห้องทดลองของเขา เขานำพรมสีดำออกมาวางบนพรมหิน แล้วเริ่มตรวจสอบมันทันที
 
“ก่อนอื่นต้องใช้ดวงเนตรสีดำตรวจสอบวงจรของสิ่งประดิษฐ์วัตถุเวทชิ้นนี้เสียก่อน”
 
โชคดีที่เมอร์ลินมีดวงเนตรสีเงินที่สามารถมองเห็นวงจรเวทของวัตถุเวททุกชิ้นได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาจะต้องทำการชำแหละชิ้นส่วนของวัตถุเวทแต่ละชิ้นนั้นออกมาดู
 
ดวงตาสีเงินส่องแสงสว่าง วงโคจรเวททั้งหมดเผยให้เมอร์ลินได้เห็น ไม่ต่างไปจากมนุษย์ที่เปลื้องผ้าให้เขาดู เขาสามารถมองเห็นได้ทุกสัดส่วน วงเวทแรงโน้มถ่วงปรากฏแก่สายตาของเขาอย่างชัดเจน
 
อย่างไรก็ตามเมอร์ลินได้บันทึกภาพวงจรเวททั้งหมดของพาหนะเวทชิ้นนี้เอาไว้หมดแล้ว ด้วยความสามารถที่จดจำไม่ลืมทำให้เขาในตอนนี้สามารถวาดวงจรเวททั้งหมดด้วยตัวเองขึ้นมาได้ กล่าวคือเขาสามารถสร้างพาหนะเวทชนิดนี้ขึ้นมาได้ หากว่ามีวัสดุและส่วนประกอบที่เพียงพอ
 
มุมปากของเด็กน้อยเผยเป็นรอยยิ้ม
 
“หรือว่าในอนาคตฉันจะสร้างพาหนะเวทให้มาร์เทลซักชิ้น ไม่สิ ... ฉันเกรงว่ามาร์เทลจะไม่กล้าใช้เพราะหินพลังงานที่ใช้ยังมีราคาที่แพงมากอยู่ดี”
 
เมอร์ลินละทิ้งความคิดนี้ไปแล้วกลับมาจดจ่อกับงานวิจัยของตนเอง
 
เขานำวงเวทแรงโน้มถ่วงออกมาแล้วแปรรูปมันให้กลายเป็นสูตรเวท ก่อนจะคำนวณหาผลลัพธ์ที่ทำให้ใช้พลังเวทได้น้อยลง
 
เขามีประสบการณ์จากการย่อสูตรเวทมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงทดลองทำตามขั้นตอนก่อนหน้านี้
 
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำมันได้สำเร็จภายในครั้งแรก
 
สูตรเวทที่ใช้สร้างพาหนะเวทนี้ก็ได้รับการปรับปรุงจากนักเวทยาศาสตร์คนอื่นมาแล้วเช่นกัน ดังนั้นการจะทำให้มันดีกว่าจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเหตุนี้เมอร์ลินจึงใช้ความพยายามอย่างมากเช่นกันที่จะปรับปรุงสูตรเวทแรงโน้มถ่วงนี้
 
เขาใช้เวลาหลายวันทุ่มเทไปกับมัน คิดสูตรเวทแรงโน้มถ่วงออกมาจำนวนนับไม่ถ้วน
 
แน่นอนว่ามีหลายครั้งที่เขาทำมันออกมาได้ดีกว่าเดิมได้ แต่นั่นก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่เขาพึงพอใจ เขาจึงทำมันมากกว่านั้น