สาบคน

    บทที่ 43 ถอนตัว

            บทที่ 43 ถอนตัว

            บานประตูเหล็กที่เคยถูกเด่นใช้ชะแลงเหล็กสอดบิดจนโซ่ขาดสะบั้นเมื่อครั้งก่อน ยังคงเปิดอ้าทิ้งไว้ในสภาพเดิม ฝุ่นและคราบเขม่าจับตัวหนาอยู่ตามขอบประตู กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นเคมีโชยระเหยออกมา

            ทั้งสี่คนมองฝ่าความมืดเข้าไปด้านใน หนึ่งเดินนำเฉินกวางหมิง และโจวต้าซาน ตรงเข้าไปยังชั้นเหล็กวางของกลาง ทิ้งให้ไข่คอยคุมเชิงอยู่บริเวณหน้าประตู

            "นั่นไงครับด็อกเตอร์... ช่างโจว กล่องน้ำมันเครื่องเก่าที่ผมบอก" หนึ่งชี้มือไปยังชั้นเหล็ก

            บนชั้นเหล็กตัวเดิม กล่องพลาสติกใส่น้ำมันเครื่องเก่าหลายใบตั้งนิ่งสนิท แสงสลัวในความมืดสะท้อนให้เห็นผิวหน้าของน้ำมันเครื่อง ที่บัดนี้แห้งข้นกลายสภาพเป็นโคลนสีดำสนิท แท่งวัตถุทรงกลมยาวของไดนาไมต์หลายแท่ง นอนจมอยู่ใต้ชั้นโคลนนั้นอย่างเงียบเชียบ

            โจวต้าซานเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงมองในกล่องอย่างระมัดระวัง 

            "ด็อกเตอร์ดูนี่สิ โคลนน้ำมันเครื่องมันเซตตัวแล้ว"

            เฉินกวางหมิงก้าวตามเข้ามา ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียด ขณะที่สูดกลิ่นเคมีที่ระเหยออกมาแผ่วเบา ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

            "ชัดเจนมากเลยช่างโจว ไนโตรกลีเซอรีนมันซึมแยกชั้นออกมาผสมกับโมเลกุลน้ำมันเครื่องจนเปลี่ยนสีโคลนรอบๆ ให้เป็นสีเหลืองหม่น สภาพนี้มันไวต่ออุณหภูมิมาก แค่เรายกเขย่าแรงๆ สารละลายเหลวที่ไม่เสถียรพวกนี้ก็พร้อมจะจุดระเบิดตัวเองได้ทันที" เฉินกวางหมิงหันไปมองหนึ่งด้วยสายตาจริงจัง 

            "พี่หนึ่ง ตอนยกกล่องพวกนี้ขึ้นรถ ต้องนิ่งที่สุด ห้ามเอียง ห้ามกระแทกเด็ดขาด ไม่งั้นเราอาจต้องเฝ้าที่นี่กันไปตลอดกาล"

            "เข้าใจแล้วครับ" หนึ่งรับคำผ่านจิตสำนึกร่วม

    ระหว่างที่เฉินกวางหมิงและโจวต้าซานกำลังประเมินสภาพกล่องไดนาไมต์ ไข่ที่ยืนเฝ้าคุมเชิงอยู่ก็เหลือบสายตาลงไปมองที่มุมห้องด้านล่าง ภาพของลังเบียร์กระดาษเก่าๆ บัดนี้มันเปื่อยจวนจะสลายกลายเป็นผง คราบราดำเกาะหนาแน่น ยิ่งเผยให้เห็นระเบิดปิงปองกลมๆ และระเบิดขวดนับสิบลูกที่ทะลักออกมาตามรอยปริแตก

            ไข่จ้องมองพวกมันแล้วขนลุกซู่ นึกถึงคำกำชับของไนซ์ในวันนั้นขึ้นมาทันที

            "ด็อกเตอร์ แล้วไอ้พวกระเบิดปิงปองกับระเบิดขวดที่อยู่ตรงนี้ล่ะครับ สภาพมันแย่กว่าครั้งก่อนเยอะเลย" ไข่เอ่ยถามพลางชี้ให้ดู

            เฉินกวางหมิงเหลือบสายตาตามลงไปมองเพียงแวบเดียว ก็รีบยกมือปราม "คุณไข่ ถอยห่างจากลังกระดาษนั่นเลย! อย่าได้ไปสะกิดเชียวนะ!"

            โจวต้าซานหันมาช่วยยืนยัน "อันตรายมาก หากเกิดประกายไฟขึ้นมา ไนโตรกลีเซอรีนที่ละลายในน้ำมันเครื่องตรงนี้อาจจุดระเบิดได้" 

            "ช่างโจวมาช่วยผมประคองมุมกล่องพลาสติกนี้ ส่วนพี่หนึ่งช้อนก้นกล่องขึ้นมาตรงๆ ค่อยๆ ย้ายมันออกไปที่รถกระบะของเรา"

            บรรยากาศในห้องเก็บวัตถุระเบิดของกลางกลับมาเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาอย่างใช้สมาธิ พวกเขาทั้งสามคนเริ่มขยับเข้าหากล่องบนชั้นเหล็กอย่างช้าๆ และระมัดระวังที่สุด โดยมีไข่คอยกวาดสายตามองฝ่าความมืดรอบด้าน

            หนึ่งซึ่งเดินอยู่ตรงกลางระหว่างเฉินกวางหมิงและโจวต้าซาน ยกแขนโอบไหล่คนทั้งสองรั้งให้หยุดเดิน แล้วถามผ่านจิตสำนึกร่วม

            "ด็อกเตอร์ ช่างโจว สภาพของสารเคมีตรงหน้ามันอันตรายเกินไปใช่ไหม" เฉินกวางหมิงนิ่งอึดใจใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาวพลางพยักหน้ารับ 

            "ครับพี่หนึ่ง ในทางเคมี นี่มันคือฝันร้ายชัดๆ ไนโตรกลีเซอรีนของไดนาไมต์มันซึมออกมาผสมกับน้ำมันเครื่องจนไม่เสถียรขั้นสูงสุด แค่เรายกขึ้นรถวิ่งบนถนนขรุขระ แรงกระเทือนสะสมระหว่างทางก็พร้อมจะจุดระเบิดตัวเองได้ทันที ต่อให้ขนกลับไปได้ แต่หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวตอนแยกสาร ก็…" เฉินกวางหมิงหยุดพูดเพียงแค่นั้น

            "ถ้างั้นเราก็ถอนตัวสิครับ ชีวิตพวกเราทั้งสี่คนน่าจะมีค่ากับหมู่บ้าน มากกว่าระเบิดพวกนี้อยู่บ้างนิดหน่อย" หนึ่งบอกยิ้มๆ 

            เฉินกวางหมิงและโจวต้าซาน ถอนหายใจอย่างโล่งอก ทั้งคู่มองหนึ่งอย่างนับถือในการตัดสินใจที่เด็ดขาดและมีเหตุผล 

            ทั้งสี่เดินออกจากที่นั่น ทันใดนั้น เฉินกวางหมิงก็หยุดชะงัก จมูกของเขาส่งเสียงฟุดฟิด สายตาจ้องมองลึกเข้าไปด้านหลังสุดของอาคารสถานี 

            "เดี๋ยว... พี่หนึ่งรอก่อนครับ!" เฉินกวางหมิงร้องบอกอย่างตื่นเต้น จนหลุดปากพูดภาษาจีนออกมา

            "ผมได้กลิ่นสารประกอบกลุ่มไฮโดรคาร์บอนบริสุทธิ์ลอยมาจากด้านหลัง กลิ่นมันหนาแน่นมาก ไม่ใช่พวกน้ำมันเครื่องเก่าหรือดินปืนเสื่อมสภาพแน่!"  Ph.D. ด้านเภสัชวิทยาและศัลยศาสตร์ ผู้ซึ่งได้รับความสามารถในการแยกแยะสารเคมีของค้างคาวหน้ายักษ์กุ้ยโจว นำทุกคนไปตามทางเดินที่มืดมิด โจวต้าซาน หนึ่งและไข่เดินตามไปติดๆ 

            ทั้งสี่มาหยุดอยู่หน้าห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่มุมอับด้านหลังสุด ประตูไม้หน้าห้องถูกปิดสนิท มันถูกบดบังสายตาด้วยซากโต๊ะไม้อัดผุๆ เก้าอี้สำนักงานที่ขาหัก และตู้เหล็กเก็บเอกสารเก่าสภาพขึ้นสนิมเขรอะจำนวนมาก ถูกกองทับถมกันจนสูงท่วมหัว มองเผินๆ เหมือนมุมทิ้งขยะครุภัณฑ์ ที่รอการแทงจำหน่ายมานานหลายปี 

            ทุกคนช่วยกันรื้อซากเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางทางอยู่ออก เผยให้เห็นประตูไม้ห้องเก็บพัสดุเก่า 

            เฉินกวางหมิงก้าวเข้าไปดมตรงรอยต่อประตู ก่อนจะหันมายิ้มกว้าง ตาเป็นประกาย 

            "อยู่ข้างในนี้จริงๆ ด้วย" เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง กระแทกฝ่ามือใส่ลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้ จนเสียงเนื้อไม้ลั่นเปรี๊ยะพร้อมกับลูกบิดที่หลุดกระเด็น เขาขยับมืออีกสองสามครั้งบานประตูเปิดอ้าออกทันที 

            ภายในห้องแคบๆ นั้น ไม่มีหน้าต่าง ฝุ่นหนาเตอะจับตัวอยู่บนโต๊ะเหล็กที่ตั้งอยู่กลางห้อง และบนโต๊ะนั้นเอง... มีกล่องลังไม้โอ๊คหนาทึบสามกล่องสภาพสมบูรณ์ตั้งเรียงกันอยู่ บนฝากล่องมีตราสัญลักษณ์ทางทหารและอักษรภาษาอังกฤษติดอยู่อย่างชัดเจน โจวต้าซานถลันเข้าไปดู ตาเบิกกว้างอุทานเสียงหลง 

            "เฮ้ย! นี่มันลังเก็บวัตถุระเบิดของกองทัพ!”

            “คงมาจากแก๊งลักลอบขนอาวุธสงครามที่โดนจับ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงแอบเอามาซุกไว้ที่นี่!” ไข่สันนิษฐาน 

            หนึ่งก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะเหล็ก สายตากวาดมองลังไม้โอ๊คที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา เขาสอดปลายนิ้วเข้าใต้ฝากล่อง ก่อนจะออกแรงงัดดึงขึ้นตรงๆ เสียงลั่นเปรี๊ยะ ตะปูเกลียวเหล็กที่ยึดไว้ฝืนแรงไม่อยู่จึงหลุดถอนกระเด็นออกมาทั้งแถบ โจวต้าซานเข้ามาช่วยประคองลังเพื่อไม่ให้ขยับตาม เมื่อฝาถูกเปิดออกเผยให้เห็นวัตถุภายใน มันคือห่อพลาสติกหนาสีเขียวขี้ม้าเนื้อหยาบปั๊มตราอักษรภาษาอังกฤษ ที่ถูกซีลสุญญากาศกันความชื้นไว้หนาแน่นหลายชั้นอยู่ด้านใน 

            เฉินกวางหมิงหยิบคัตเตอร์จากกระเป๋าเสื้อขึ้นมา ค่อยๆ กรีดเนื้อพลาสติกหนาที่หุ้มอยู่ออกอย่างระมัดระวัง ทันทีที่แผ่นพลาสติกแผ่ออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทั้งสี่คือ ก้อนวัตถุสีเทาอ่อนลักษณะคล้ายดินน้ำมันก้อนสี่เหลี่ยมจำนวนหลายสิบก้อน เรียงรายอยู่เคียงข้างกับม้วนสายเชือกหนาสีน้ำตาลเข้มที่ขดเป็นระเบียบ เฉินกวางหมิงทำเสียงฟุดฟิดดมเนื้อสารสีเทานั้นใกล้ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง ตาเป็นประกายอย่างยินดี 

            "งานนี้เราส้มหล่นของจริงแล้วครับ! นี่ไม่ใช่ไดนาไมต์ แต่จากคุณลักษณะของเนื้อสารและโมเลกุลกลิ่นเคมีที่ระเหยออกมา มันคือสารเคมี C-4 สภาพบริสุทธิ์ 100% ของแท้เกรดทหารเลยครับ!" วิศวกรใหญ่อย่างโจวต้าซาน ที่ยืนลุ้นอยู่ รีบยื่นมือไปหยิบก้อนระเบิดสีเทาขึ้นมาหนึ่งก้อน ลองใช้นิ้วโป้งกดลงไปเบาๆ แล้วบี้ขยำดูเนื้อสารที่อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่นได้คล้ายดินน้ำมัน ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะลั่นอย่างลืมตัว 

            "ของจริงด็อกเตอร์! เนื้อสัมผัสแบบนี้แหละระเบิดพลาสติกเหนียว บ้านเราไม่ได้เรียก C4 เหมือนทางตะวันตก ผมเคยใช้ตอนทำงานร่วมกับกองทัพ โครงสร้างโมเลกุลมันเสถียรมากๆ ของพวกนี้ต่อให้พี่หนึ่งเอาไฟลน เอาค้อนปอนด์ทุบ หรือกลิ้งคว่ำกลิ้งหงายอยู่บนรถกระบะ มันก็ไม่มีวันระเบิดเองเด็ดขาด ถ้าไม่มีแรงอัดและกระแสไฟฟ้าจากเชื้อปะทุวิ่งผ่าน!" 

            "ใช่ครับช่างโจว" ดร.เฉินพยักหน้า พลางเอื้อมมือไปลูบม้วนสายสีน้ำตาลเข้มข้างๆ 

            "สายฝักแคระเบิดแรงสูง ในกล่องนี้ก็พร้อมใช้งานทันที สภาพมันแห้งสนิทและสมบูรณ์เพราะถูกซีลไว้สองชั้น ใช้งานปลอดภัยกว่าไอ้กล่องน้ำมันเครื่องเหลวๆ บ้านั่นเป็นล้านเท่า!"

            ไข่ซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ย่อมได้ยินทุกประโยคที่ทุกคนคุยกัน เขาชะโงกหน้าเข้ามาดู เมื่อเห็นโจวต้าซานบี้ระเบิดเล่นเหมือนดินน้ำมันก็ทำหน้าเบ้ มองอย่างหวั่นๆ เพราะเขาไม่รู้จักระเบิดแบบนี้ หนึ่งมองลังไม้ทั้งสามด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับลิงโลด 

            "ถ้างั้น การขนลังไม้พวกนี้กลับหมู่บ้าน มันปลอดภัย และพร้อมใช้งานได้ทันทีใช่ไหมครับด็อกเตอร์" 

            "ถูกต้องครับพี่หนึ่ง! ขนเจ้านี่กลับไป หมู่บ้านของเราจะมีอาวุธระดับทำลายกองทัพไว้ใช้งานอย่างแน่นอน!"