
ตอนที่53 วิญญาณอาวุธค้างคาวปีศาจ คนอสูรระดับเจ็ด
เท่ากับว่าหญิงสาวทุ่มเทท่าไม้ตายของนางทั้งสามกระบวนท่า เข้าจัดการกริชเพชรอย่างช่ำชอง ชำนิชำนาญชนิดว่าหาตัวจับยากเพราะกายอสูรของนาง ถึงระดับเจ็ดร่างกายของหญิงสาว จึงไม่สามารถขจัดความไม่บริสุทธิ์ออกไปได้
นั่นคือเกล็ดอสูรทั้งร่างกายของหญิงสาวแข็งปานเหล็กกล้าสามารถเร้าพลังโจมตีคู่ต่อสู้ได้ ผิวกายของนางไม่ได้อ่อนนิ่มเหมือนสตรีทั่วไป ดังนั้นองค์หญิงเจ้าลีหมิงจึงปกปิดร่างกายด้วยเสื้อผ้าที่มิดชิด นางจะเปิดเผยตัวตนก็ต่อเมื่อเข้าวิกฤตแบบนี้
กริชเพชรเห็นเท้าขวาขององค์หญิงใหญ่เตะผ่าหมาก เข้าหว่างขาเขาอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังช้าในความรู้สึกของชายหนุ่ม เขาย่อเข่าลงใช้ต้นขา หนีบลูกเตะของหญิงสาวในเวลาเดียวกัน อาวุธลับก็พลาดเป้าผ่านเหนือหัวชายหนุ่มไปอย่างเฉียดฉิว
เพราะกริชเพชรย่อตัวลง มันเหมือนกับเขาทำลงไปแบบบังเอิญ แต่สามารถหลบหลีกการโจมตีของนางได้ทั้งสองทาง แต่ทางที่ สามใบมีดดาบที่คมกริบก็จู่โจมกำลังจะฟันเข้าต้นแขนชายหนุ่ม มันห่างไม่ถึงสองนิ้วก่อนที่จะหยุดชะงักกลางคัน
ควับ!! หมับ!! โครม!!
"อ้ารรร!!? "
เพราะมือขวาของกริชเพชรคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหญิงสาวพร้อมกับกระชากดึงเข้ามาไขว้ด้านหลังของนาง งอเข่าบิดขาของเธออย่างแรงเหมือนนักมวยปล้ำหญิงโดนขัดขา หน้าขององค์หญิงเจ้าลีหมิงล้มฟาดลงกับพื้นดังสนั่น พลังแรงกระแทกของกริชเพชรที่พยายามกั๊กกำลังไว้เจ็ดส่วน อัดจนพื้นศิลาลานประลองแตกกระจายฝุ่นฟุ้งตลบอบอวล
"โอ๊กกก!! "
กรอด!!
เสียงกระอักเลือดขององค์หญิงใหญ่กระเซ็นออกไปกระจายทั่วพื้นหญิงสาวดิ้นกระแด่ว กระแด่วบนพื้นขณะที่หัวเข่าของชายหนุ่มกดลงบนขาพับด้านหลังของนางมือขวากำข้อแขนหญิงสาวไขว้กดไว้แน่น
ใบหน้าของเธออัดไปกับพื้นศิลาละอองของฝุ่นที่กระจายออกจับตามใบหน้าของนางจนขาวโพลนไปหมด เธอพยายามดิ้นแต่พลังกายอสูรของกริชเพชรช่างมีเหลือร้าย
กรอด!
"องค์ชายสิบสี่เจ้าฝึกกายอสูรถึงระดับเจ็ดเลยหรือนี่ กายอสูรของเจ้าสูงกว่าองค์ชาย เก้าถึงสองขั้น ข้าไม่แปลกใจเลยทำไม? เขาถึงพ่ายแพ้เจ้า..." นางกัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้น องค์หญิงใหญ่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าน้องต่างมารดาผู้นี้ มีกายอสูรสูงส่งนางรู้สึกสงสัยเขาไปรับทรัพยากรที่เลิศล้ำแบบนี้มาจากไหน แค่ช่วงเวลาหนึ่งปีที่เขาออกจากไข่มา
ทำไม?ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้กายอสูรระดับ เจ็ดของหญิงสาว ไม่มีผลต่อการคุกคามเขาเลย ถึงแม้ว่าร่างกายของนางจะทนการอัดกระแทกอย่างรุนแรงของชายหนุ่มได้ เพราะร่างกายขององค์หญิงเจ้าลีหมิงแข็งแกร่งอยู่ในระดับสูง
"พี่หญิงใหญ่ท่านแพ้แล้ว พวกเราก็เล่นกันแค่นี้พอนะ..."
กริชเพชรคลายมือออกยกเข่าที่กดไว้ต้นขาด้านในของหญิงสาว ที่นอนคว่ำกับพื้นปล่อยนางลุกขึ้นนั่ง
องค์หญิงใหญ่พลิกตัวมองหน้ากริชเพชรอย่างเคียดแค้น แววตาของนางแปลกพิกลไม่มีใครรู้ถึงความรู้สึกภายในของนางได้
ควับ!!
แควก!!
ฉับพลันนางก็ดีดตัวขึ้นกลางอากาศโจมตีเข้าหากริชเพชรทันที แบบไม่ส่งเสียงเตือนด้วยซ้ำ ผิวหนังที่เป็นเกล็ดดุจเหล็กที่แข็งแกร่ง ยื่นออกมาจากกรงเล็บทั้งสิบของ องค์หญิงใหญ่
พุ่งตะปบเข้าหากริชเพชรทันที ขณะที่เขาลุกขึ้นยืนแบบไม่ทันระวังตัว และด้วยการพ่ายแพ้ครั้งแรกขององค์หญิงใหญ่ที่ง่ายดาย ทำให้ชายหนุ่มไม่ได้ระวังภัย ที่นางไม่ยอมเลิกรา
กรงเล็บทั้งสิบคว้าหมับเข้าที่คอของกริชเพชร ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก เร้าพลังกายอสูรระดับเจ็ดของเขาขึ้นป้องกัน พร้อมกับยกมือขึ้นกระแทกแขนทั้งสองข้าง ของนางกระเด็นออกไปพร้อมกับเอนหัวไหล่กระแทกหน้าอกอวบใหญ่ของสาวสวย
เฮือก!! ตุ๊บ! ผลัก!
"โอ๊ยยยย!! ..อ้าสสสสส~"
ร่างของหญิงสาว ลอยละลิ่วปลิวไปตกอยู่ข้างลานประลอง กระอักเลือดอีกครั้งฝุ่นกระจายรอบตัวจนขาวฟุ้ง กริชเพชรรู้สึกว่าคอของเขามีรอยเล็บทั้งสิบข่วนตั้งแต่ใต้ติ่งหูยาวไล่ลงมาตามลำคอจนถึงหน้าอก
'ซิ๊ดดดดดดส์!! ..เจ็บโคตรๆ ..กรอดดด..เล่นไม่เลิกเลยหรอ..นางตัวดี'
เขารู้สึกปวดแสบปวดร้อน ถ้าเป็นคนอื่นเจอกรงเล็บกายอสูรระดับเจ็ดขององค์หญิงเจ้าลีหมิงเข้าไป เนื้อหน้าอกต้องฉีกขาดเป็นแผลเหวอะหวะอย่างแน่นอน
แต่ด้วยกายอสูรระดับเจ็ดของกริชเพชรที่ได้รับมาจากการกินเนื้ออสูรเทพสามชิ้น มันบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งเจือปน จนทำให้ร่างกายแข็งแกร่งเหนือธรรมดา ถือว่าสุดยอดกว่ากายอสูรในระดับเดียวกันเรียกว่ากายอสูรระดับเจ็ดขั้นเทพ
เหมือนเติมบัตรทรูแล้วได้ของท็อปแม้จะอยู่ในขั้นเดียวกันก็ยังเหนือชั้นแบบเว่อร์วังสังกะสี กริชเพชรก้มลงดูแผลที่หน้าอกมันเป็นรอยเล็บข่วน
'โอ้โห..! แม่นี่เล่นไม่เลิกเลยหนอ..จัดซะหน้าอกเป็นแผลเหวอะเลยนิ.. แสบจังโว้ย! ...'
เขารำพึงอยู่ในใจรู้สึกโมโหขึ้นมานิดๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่านางห่างชั้นกว่าเขาเยอะ
กรอด!
'ข้าไม่อยากจะตีกับผู้หญิงไม่อยากจะรุนแรงนี่นางเหมือนอันธพาล ไม่เลิกนิสัยแบบนี้มันน่าตบสักที...'
ชายหนุ่มบ่นในใจกัดฟันกรอด เอามือลูบหน้าอกอย่าหงุดหงิด
ควันฝุ่นศิลาถูกลมพัดกระจายออกไปเห็นองค์หญิงใหญ่ นอนนิ่งเลือดไหลออกจากมุมปาก นางหลับตารู้สึกเจ็บแค้นในใจ ตลอดชีวิตของหญิงสาวเคยแต่ข่มเหงคนอื่น
นางเป็นบุตรสาวคนโตของจอมกษัตริย์รังแกผู้อื่นมาจนชิน วันนี้กลับถูกกำราบลงอย่างง่ายดาย ไม่มีคำว่าสูสีเลยทำให้หญิงสาว เจ็บแค้นทำใจไม่ได้แบบสุดๆ
"ข้าไม่เล่นกับเจ้าแล้ว..."กริชเพชรพูดพร้อมกับเดินหันหลังไป หมายจะไปหยิบป้ายอาญาสิทธิ์เปิดม่านบาเรียออก แล้วลงไปรับไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลจากท่านปู่ทวด
ควับ!! พู่!!
เขาได้ยินเสียงแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มมองด้วยหางตา เห็นองค์หญิงใหญ่ทะลึ่งพรวดลุกจากพื้นเหาะทะยานขึ้นกางกรงเล็บจู่โจมเขามาทางด้านหลังอีกครั้งเหมือนนาง ยังไม่ยอมแพ้
'โอโน่.นางนี่!! ประสาท..บ้าบอได้ใจโคตรๆ ...'
กริชเพชรรู้สึกเหลืออดกับการกระทำขององค์หญิงใหญ่ เขาหันขวับยกมือขึ้นยื่นไปจับลำคอขาวระหงของหญิงสาวไว้ในมืออย่างรวดเร็ว
ควับ!! หมับ!
"อ๊อค! "
นางค้างอยู่กลางอากาศ กริชเพชรออกแรงบีบนิดหน่อย ทำให้องค์หญิงใหญ่หายใจไม่ออกดิ้นกระแด่ว กระแด่ว สองมือของนางเร่งเร้าพลังกายอสูรระดับเจ็ดออก พร้อมกับ ปลุกเร้าพลังบอลแก่นแท้ระดับห้าขึ้นสูงสุดเท่าที่นางจะทำได้
ขยายกรงเล็บทั้งสิบออกยาวเหมือนใบมีดตะปบข่วนต้นแขนของกริชเพชรอย่างรุนแรง ถ้าไม่ใช่เพราะชายหนุ่มเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เป็นเกราะป้องกันเนื้อของเขาคงจะขาดวิ่น
แควกๆ ๆ ๆ!!
ขนาดนั้นมันก็ยังทำให้ชายหนุ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปทั่วต้นแขนและใบหน้ารวมไปถึงหน้าอก ที่ปลายเล็บขององค์หญิงเจ้าลีหมิงข่วนเหมือนนางแมวที่บ้าคลั่ง แม้รู้ว่ากายอสูรของตัวเองไม่สามารถทำร้ายชายที่อยู่ตรงหน้าได้
แต่นางก็ยังไม่ยอมหยุด ถ้ากริชเพชรบีบคอนาง ก็คงจะคอหักตายคาที่ แต่เขาไม่ทำ มันยิ่งทำให้หญิงสาวบันดาลโทสะทั้งมือทั้งเท้าถีบตะกุยตะกาย ใส่ร่างของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
'อุบะ.! นี่นางบ้าไม่เลิก ทำเหมือนเด็กตีกันแล้วแพ้ตะกุยตะกายเลยเชียวนะ...'
กริชเพชรรู้สึกหัวเสียสุดๆ กระชากหญิงสาวลงมาตบหน้าเพื่อหยุดการกระทำของนาง
เพี๊ยะ!!
"อ้าสสสส!!? "
องค์หญิงเจ้าลีหมิงตาค้าง น้ำตาไหลพรั่งพรูทะลักลงอาบแก้มทั้งสองข้าง
"ฮือออ~..เจ้าฆ่าข้าเสียเถอะวันนั้นเจ้าทำให้ข้าอับอายจนสลบไสล วันนี้ข้าก็ยังพ่ายแพ้เจ้าอย่างยับเยินองค์ชายสิบสี่ เจ้า..เจ้าฆ่าข้าเสียเถิด ข้าไม่สามารถบากหน้าไปพบผู้คนอีกต่อไป
ข้าเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ของจอมกษัตริย์ไม่สามารถจัดการเด็กน้อยเมื่อวานซืนอย่างเจ้า องค์ชายสิบสี่ท่านก็ฆ่าข้าเสียให้ตายเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้ข้าได้รับความอับอายอีกต่อไป..."
หญิงสาวร้องไห้โฮกัดฟันกรอดๆ เลือดไหลซึมออกมุมปาก เพราะแรงตบของชายหนุ่มที่เรียกสติของนางคืนมา
หญิงสาวไม่สามารถจะทำอะไรอีกต่อไปได้ พูดพร้อมกับร่ำไห้อย่างเสียใจ และเจ็บปวดอย่างสุดซึ้งมันเหมือนมีดบาดเข้าไปในใจของหญิงสาว กริชเพชรเห็นน้ำตาของนางเขาก็ใจอ่อน
"พี่หญิงใหญ่ข้าขอโทษ..ที่ทำรุนแรงกับท่าน..ท่านก็อย่าคิดอะไรมากเลย เรื่องในวันนี้พี่หญิงไม่พูดข้าไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้ระหว่างเราสองคน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ไม่มีใครรู้ใครเห็นหรอก..."
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับวางมือปล่อยคอของหญิงสาว ให้ร่างของนางร่วงหล่นลงพื้นลานประลอง
เขาส่ายหัวไม่รู้จะทำยังไงผู้หญิงโลกอสูรทำไม? เข้าใจยากสุดๆ บางคนไม่ทันทำอะไรให้ก็ดี๊ดี บางคนก็เอาแต่ใจ บางคนก็เจ้าเล่ห์เจ้าเหลี่ยม ชายหนุ่มรู้สึกว่าแปลกพิกลเมื่ออยู่ในโลกใบนี้ พวกนางช่างมีอะไรแตกต่างกันสุดขั้วสิ้นดี
'หึๆ ..องค์ชายสิบสี่ เมื่อเจ้าไม่ฆ่าข้าก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย กายอสูรของข้าแม้ว่าจะสู้เจ้าไม่ได้ บอลดวงจิตแก่นแท้เป็นรองเจ้าหลายขุม แต่เจ้าก็อย่าคิดว่าข้าจะหมดปัญญาเอาชนะเจ้าได้นะ...'
หญิงสาวคิดดื้อรั้นในใจนางไม่อาจยอมแพ้เด็กเมื่อวานซืนได้ จึงยันกายทะลึ่งพรวดลุกขึ้น กริชเพชรหันมาเขม่นตามองการกระทำของนาง
ควับ!!
"พี่หญิงใหญ่ท่านเป็นอะไร พวกเราก็แค่ประลองกัน ท่านจะสู้เอาเป็นเอาตายแบบนี้เพื่ออะไรกันรึ ถ้าท่านอยากได้ไข่ใบนั้นข้าก็จะยกให้ ขอเพียงแต่พี่หญิงอย่าขู่บังคับขัดขวางไม่ให้เสด็จพ่อไปประทับกับท่านแม่ของข้าแค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว.."
เสียงของกริชเพชรดังนุ่มนวล ชายหนุ่มอยากให้นางเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ
"เจ้าไม่ต้องพูดผู้เข้มแข็งย่อมชนะข้ายังมีไม้ตายเล่นกับเจ้าอีกหลายอย่าง..."
หญิงสาวพูดพร้อมนำหนังอสูรขึ้นมาวางไว้บนฝ่ามือ แล้วร่ายคาถาเปิดม่านมิติปลุกวิญญาณอาวุธอสูรออกมา
"เจ้าดูถูกข้า...เจ้ารู้จักองค์หญิงใหญ่น้อยเกินไปสะแล้ว ลองเจอวิญญาณอาวุธค้างคาวปีศาจคนอสูรระดับเจ็ดของข้า
ว่าจะส่งเจ้าลงนรกได้หรือไม่ "
นางหน้ามืดตาลาย ความเจ็บแค้นจึงขาดความยับยั้งชั่งใจ คิดแต่จะทำลาย จนลืมกฎข้อห้ามเข่นฆ่าพี่น้องในลานประลองไปหมดสิ้น
นางปลุกวิญญาณอาวุธค้างคาวปีศาจที่โหดร้ายกระหายเลือด ถ้ามันปรากฏกายครั้งใดแม้แต่คนอสูรระดับสิบ ยังต้องพยายามหลีกเลี่ยงเพราะความแข็งแกร่ง และโหดร้ายของมันถึงขีดสุด เหนือกว่าอาวุธเทพระดับเดียวกัน
......................................................................................................................................................................................