[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    52 พระอาทิตย์ตก

    “ เถ้าแก่ ด้านหน้าเป็นถึงเลเวล 60 เราจะรับมือมันไหวเหรอ! ”


    อ้ายเสินร้องตะโกนด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ ค่าสถานะโดยรวมของพวกเขาล้วนแล้วไม่ต่างจากเลเวล 50 ต่อให้จะเป็นเจ้าของร้าน การจะเอาชนะเลเวล 60 นับว่ายากพอตัว  บัพของพวกเขาที่ได้มาจากร้านหมดลงแล้ว ความสามารถในการต่อสู้จึงลดลงไปเยอะ ทางเดียวที่นึกได้คือหลบหนีจากมอนสเตอร์เลเวล 60 ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เข้ามาสังหารพวกมันเอง


    เฉินห่าวไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด เขาทำเพียงเสริมจิตแห่งดาบลงไปที่อาวุธจนทำให้ใบดาบเรืองแสงสีฟ้า การโจมตีนี้ยังไม่พอจะสังหารมอนสเตอร์ตรงหน้าเขาจึงหลับตาโคจรมานาไปตามจุดต่างๆของร่างกายแล้วส่งมานาส่วนนั้นไปยังดาบ


    เพียงพริบตาเท่านั้น ดาบสีฟ้าก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองอีกชั้น  พลังงานที่แผ่พุ่งออกมาจากดาบกดดันกลุ่มของอ้ายเสินที่อยู่ข้างๆ จนราวกับว่ากำลังมีดาบนับพันตัดเฉือนผิวหนัง


    “ ดาบสะบั้นหมื่นวิถีเซียน ”


    เพียงเอ่ยชื่อวรยุทธ์ออกมาเบาๆ ร่างของเฉินห่าวได้พุ่งเป็นเส้นตรงไปด้านหน้าเข้าหามอนสเตอร์ตัวสูง 2 เมตร


    ลักษณะโดยรวมของมันเหมือนมนุษย์ เพียงแต่ว่าส่วนหัวเหมือนค้างคาวมีผิวหนังสีดำมันเยิ้มจากเมือกที่ไหลออกมาตารูขุมขน


    มอนสเตอร์ที่สัมผัสได้ถึงคนๆหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาหาตน มันจึงเหลือบมองก่อนจะหันหน้ามาดูเต็มๆตาเพราะชายที่พุ่งมากำลังกดดันมันจนทำให้เกิดความหวาดกลัว


    ดาบที่อยู่ในมือของเขามีพลังงานที่ทำให้มันรู้สึกได้ถึงความตายจึงเรียกใช้สกิลคลุมไปที่ฝ่ามือจนทำให้เกิดเปลวไฟสีม่วงอมดำ


    ช่วงเวลาที่เฉินห่าวพุ่งเข้ามาถึงระยะการฟาดฟัน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่มอนสเตอร์จู่โจมเข้ามา


    จากประสบการณ์ของเขาแล้ว การเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ตรงหน้าแทบจะเต็มไปด้วยช่องว่าง เขาสามารถโจมตีจุดที่เปิดโล่งได้ทั้งหมด


    เฉินห่าวไม่ทำเช่นนั้น สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดเปิดใช้งานส่งผลให้เขาเห็นจุดสีแดงจำนวนมากรอให้แก้ไข


    ครั้งนี้เขาไม่ได้จิ้มจุดเหล่านั้นเพื่อหวังแก้จุดอ่อนให้กับมัน จุดสีแดงที่กำลังส่องสว่าง บางตำแหน่งเผยให้เห็นเส้นทางการเคลื่อนไหวที่ผิดพลาด ถูกเขาใช้เป็นเส้นทางในการโจมตี


    เพียงแค่แทงดาบไปยังจุดสีแดงที่ใหญ่ที่สุดนี้เอง มอนสเตอร์เลเวล 60 ถึงขั้นล้มตัวลงมานอนตายหลังจากถูกดาบแทงทะลุใต้แขนทะลวงคอมาจนถึงสมอง ไม่เปิดโอกาสให้มันตอบโต้เป็นครั้งที่สอง


    เฉินห่าวเห็นผลงานของตนเองถึงขั้นฉีกยิ้มกว้าง ถ้าเมื่อครู่เขาไม่ใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดคงปะทะกับมันราว 1 นาทีถึงจะสังหารมันได้


    เมื่อรู้ว่าสกิลเทรนเนอร์เปิดเผยจุดอ่อนได้ดีไม่น้อย เขาจึงเปิดใช้งานกับมอนสเตอร์ทั้งหมด สิ่งที่เขาต้องทำต่อจากนี้คือโจมตีไปยังจุดอ่อนที่เห็น ต่อให้จะเป็นเลเวล 60 เหมือนตัวเมื่อครู่นี้ก็ตาม  ด้วยค่าสถานะเทียบเท่าเลเวล 55 แล้วยังมีบัพจากร้านและยังมีจิตแห่งดาบรวมเข้ากับวรยุทธ์เซียน การสังหารเลเวล 60 จึงไม่ใช่ปัญหา


    “ ตามมาเร็ว ใครช้าฉันไม่รอนะ ”


    อ้ายเสินรีบพยักหน้ารับแล้ววิ่งตามเถ้าแก่ไปติดๆ ทีมของเขาที่ตั้งแถวสองข้างรีบโจมตีมอนสเตอร์แล้วตามไป


    ในระหว่างวิ่งอ้ายเสินเห็นบางอย่างผิดปกติ มอนสเเตอร์แต่ละตัวที่เจ้าของร้านฆ่าตายล้วนแล้วถูกทะลวงไปถึงสมอง หากไม่ถูกฟันขาดออกเป็นสองท่อน พวกมันจะถูกแทงเข้าไปถึงสมองจนตาย


    สิ่งที่น่าแปลกคือภายในสมองของพวกมันที่นอนตายว่างเปล่า ผลึกมานาภายในร่างของพวกมันถูกควักหายไป  เขาไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรจึงเฝ้ารอดูเจ้าของร้านไปเรื่อยๆก่อนจะตกใจเมื่อเห็นว่ามีบางอย่างลอยตามหลังเจ้าของร้าน


    ผลึกขนาดเท่าหัวแม่มือจำนวนมากกำลังลอยเข้าหาเถ้าแก่เฉินห่าว   เมื่อมองให้ดีพวกมันไม่ได้ลอยแต่ถูกบางสิ่งที่เล็กๆมากๆลากดึงเข้าหาเถ้าแก่


    สิ่งนั้นเล็กเท่าเส้นด้าย การดึงที่เกิดขึ้นใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาทีก่อนที่ผลึกจะหายไป เขาจึงรู้สาเหตุที่ผลึกบางส่วนในร่างมอนสเตอร์หายระหว่างวิ่งผ่าน


    “ เถ้าแก่ ในสภาวะสงครามแบบนี้ผลึกจะถูกแบ่งหลังจากทุกอย่างจบ ทำแบบนี้ผิดกฎหมายนะครับเถ้าแก่ ”


    อ้ายเสินเตือนเถ้าแก่ร้าน หากเป็นการล่าปกติใครที่เร็วกว่าก็เป็นฝ่ายได้ครอบครอง  สถานการณ์ตอนนี้เป็นสงคราม เมื่อทุกอย่างสงบจะมีหน่วยเก็บกู้ถูกส่งเข้ามา จากนั้นทุกอย่างจะถูกแจกจ่ายให้กับฮันเตอร์ที่เข้าร่วม


    โดยสามารถรับได้ 2 รูปแบบหนึ่งคือชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นเล็บมือ เล็บเท้า กระดูกหรือผลึกมานา ส่วนอีกรูปแบบคือเงิน โดยจะนำเอาทุกอย่างที่ได้ไปตีมูลค่าเป็นเงินแล้วส่งให้ฮันเตอร์


    “ เงียบน่า ไม่มีใครเห็นหรอกนอกจากแกจะไปบอกคนอื่นๆ ”


    “ นั่นสินะ ”


    “ ใช่ไหม เพราะงั้นอย่าไปสนใจ มองมอนสเเตอร์รอบๆนู่น ”


    เฉินห่าวไล่ให้กลุ่มของอ้ายเสินหันไปสนใจมอนสเตอร์รอบๆตัวแทน เขารู้ดีว่าการเก็บผลึกมานาในช่วงที่เกิดสงครามผิดกฎหมาย แต่ถ้าหากไม่มีใครจับได้เขาก็ลอยหายเข้ากลีบเมฆไปพร้อมของกลาง


    ต่อให้เขาจะมีเงินจำนวนมาก การเก็บเล็กผสมน้อยจากสงครามทำให้เขาประหยัดได้มากยิ่งขึ้นไปอีก เฉินห่าวจึงพยายามเก็บผลึกมานาจากมอนสเตอร์ที่ตนเองสังหารให้ได้เยอะที่สุด เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ต่อการเพิ่มเลเวลในแต่ละครั้ง


    “  ท่านครับมีรายงานมาจากแนวหลัง มีคนบางกลุ่มกำลังไล่สังหารมอนสเตอร์จนตัวเลขพวกมันลดลงไปมาก ”


    “ ขุมอำนาจไหนส่งคนมา ”


    พันโทหงซวนหันไปสอบถามทหารที่เข้ามารายงาน พลางมองมอนสเตอร์เวิร์มที่เหลือเพียง 1 ตัว การสังหารเพื่อนมันทั้ง 3 ตัวก่อนหน้าเปิดโอกาสให้มันได้มีเวลาพักฟื้นจนบาดแผลส่วนใหญ่หายไปทั้งหมด พวกเขาจึงยังไม่สามารถเอาชนะตัวสุดท้ายได้


    “ ไม่ใช่ขุมอำนาจจากเมืองใหญ่ครับ จากสัญลักษณ์บนหลังของพวกเขาบอกว่ามาจากหลงเฉียงฟิตเนส ”


    พันโทหงซวนขมวดคิ้ว เขาจำชื่อฟิตเนสนี้ได้ เพียงแต่ว่าคนที่เข้าใช้งานฟิตเนสในระหว่างที่เขาอาศัยอยู่ที่นั่น 7 วัน ไม่มีเลเวล 40 หรือสูงกว่าเลย  แนวรบทางด้านหลังพวกเขาถูกรวมเข้าด้วยกัน มอนสเตอร์เลเวล 60 และ 70 ล้วนกระจายตัวอยู่รอบๆ การที่กลุ่มจากหลงเฉียงฟิตเนสเริ่มไล่ล่ามอนสเตอร์จนเบาบางลง มันได้สร้างความสงสัยให้กับเขาเกี่ยวกับวิธีที่ฟิตเนสแห่งนี้ใช้


    “ พวกเขามีกี่คน ”


    “ เพียง 26 คนเท่านั้นครับ เลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ”


    หงซวนอุ้มทหารหลบออกจากการโจมตีของเวิร์มพลางมองไปยังเต่าที่กำลังต่อสู้กับเลเวล 100 อย่างไรก็ตามมันยังไม่มีบาดแผลเลย การจะเอาชนะมันให้ได้คงต้องรอให้พันโทอย่างพวกเขาจัดการเวิร์มให้ได้ก่อนแล้วค่อยไปสังหารเต่าอีกที


    หงซวนเริ่มคิด จำนวนสมาชิกคนที่ติดสัญลักษณ์หลงเฉียงฟิตเนสมีเพียง 26 คนเท่านั้น หากพวกเขาทุกคนเพิ่มค่าสถานะ 10 หน่วยเหมือนกันกับตน ค่าสถานะโดยรวมคงไม่ต่างจากเลเวล 45 แต่อีกฝ่ายพึ่งสังหารเลเวล 60 มาได้ หมายความว่ามันจะต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่ ต่อให้บัพติดตัวจะเพิ่มพลังให้ไม่น้อย แต่มันไม่ควรจะสังหารเลเวล 60 ได้ แม้แต่เลเวล 50 ยังเป็นเรื่องยาก


    “ พวกเขาฆ่ามอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า 50 ไปมากแค่ไหนกันแล้ว ”


    “ นับไม่ได้เลยครับ ”


    หงซวนสงสัยมากยิ่งขึ้น หากสมาชิกหลงเฉียงฟิตเนสสังหารมอนสเตอร์เลเวล 50  ราว 5 - 6 ตัวเขาจะไม่สงสัย อีกฝ่ายไล่กวาดล้างพวกมัน นอกจากนั้นเลเวล 60 ยังถูกสังหารเป็นว่าเล่น


    “ หรือว่าค่าสถานะจะเพิ่มได้มากกว่า 10 หน่วย ”


    หงซวนลองเพิ่มค่าสถานะขึ้นไปอีก 10 หน่วย ทันใดนั้นเขาก็เห็นถึงความจริง ค่าเฉลี่ยความแข็งแกร่งกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นมาที่ 50 การสังหารมอนสเตอร์เลเวลนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนการสังหารเลเวล 60 ก็มีทางเป็นไปได้จากบัพ แต่เมื่อเขานำเอาความสามารถในการปรับแต่งทักษะเจ้าของร้านมาคิดรวมด้วยนั้น โอกาสที่เลเวล 50 จะช่วยกันสังหารมอนสเตอร์เลเวล 60 ให้ได้ก็เพิ่มสูงขึ้นไปอีก 


    “ พวกเขาฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 60 ได้ยังไง ”


    “ ส่วนใหญ่มอนสเตอร์เลเวล 60 จะให้คนที่วิ่งอยู่หน้าสุดสังหารครับ เขาโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็จบชีวิตมันได้แล้ว ”


    วีดีโอการสังหารมอนสเตอร์เลเวล 60 ส่งให้พันโทหงซวนพิจารณา เขารู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นวิธีฆ่า แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ลงมือเป็นใครเขาถึงขั้นตกใจเพราะชายที่วิ่งอยู่หน้าสุดเป็นเจ้าของร้าน


    “ ทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่กัน ไม่ใช่ว่าเขาใช้สิทธิเลี้ยงลูกน้อยเพื่อปฎิเสธการเรียกตัวเหรอ หรือว่าเขาจะไม่รู้เรื่องนี้ก็เลยเดินทางมาแนวหน้า ”


    “ ผมก็ไม่ทราบเช่นกันครับ ”


    หงซวนไม่ถามให้มากความ เขาปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดูแลแนวหลังต่อไป ส่วนตนเองจำเป็นต้องจัดการเวิร์มให้ได้เพราะตอนนี้มันลากพวกเขามาจนถึงเขตเมืองแล้ว


    “ บ้าเอ้ย ทำไมแกไม่ทำงานล่วงเวลาบ้างนะพระอาทิตย์ ขอสักวันไม่ได้หรือไง ”


    อ้ายเสินบ่นด้วยน้ำเสียงหดหู่ ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มแล้วจากพระอาทิตย์ที่ลดตัวต่ำลงจนใกล้จะหายไปจากพื้นดิน ได้เวลาแล้วที่เถ้าแก่จะกลับร้าน เพียงแต่ว่ามอนสเตอร์ยังเหลืออีกจำนวนมาก คืนนี้คงต่อสู้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงเช้าของอีกวัน


    “ เถ้าแก่ อยู่อีกหน่อยไม่ได้เหรอ ”


    “ ไม่ล่ะ ฉันต้องรีบกลับ ไม่รู้ว่าตอนนี้เป่าเป้ยร้องไห้หรือยัง เพื่อนบ้านก็ไม่อยู่ด้วย ถ้าเธอไม่เห็นใครสักคนอาจจะร้องไห้ได้ ส่วนที่เหลือพวกแกก็ดูแลกันเอาเองเลย ฉันไปแล้ว ”


    เฉินห่าวใช้มือจิ้มไปที่ร่างกายกลุ่มของอ้ายเสินเพื่อกระตุ้นให้น้ำยารักษาและน้ำยาฟื้นฟูออกฤทธิ์ได้ถูกจุดจนพวกเขาพร้อมต่อสู้มากกว่านี้


    ทันใดนั้นร่างที่คอยเป็นหัวหอกก็ได้พุ่งขึ้นไปบนอากาศก่อนจะเหยียบศีรษะมอนสเตอร์ที่ขวางทางหายไปจากสายตากลุ่มของอ้ายเสิน


    “ ลูกพี่เอาไงต่อ ”


    “ถอยสิไอ้บ้า ทหารไม่มอบเหรียญกล้าหารให้แกหรอกนะรู้ไหม ถอยก่อน ไปหาที่ปลอดภัยต่อสู้พรุ่งนี้ค่อยกลับมาใหม่ ”


    “ แล้วถ้าเจ้าของร้านไม่มาล่ะ ”


    “ เอาไว้คิดทีหลัง กลับไปจุดปลอดภัยก่อนเลเวล 60 กำลังมานู่นแล้ว ”


    อ้ายเสินวิ่งเต็มกำลังเพื่อพาสมาชิกทีมกลับไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์เลเวลไม่สูงมาก การเดินทางกับเถ้าแก่คงต้องจบลงไว้เพียงเท่านี้ก่อน ถึงแม้เถ้าแก่จะจากไปแล้ว ตลอดทั้งวันพวกเขาก็ลดจำนวนมอนสเตอร์เลเวล 60 ลงไปมาก การต่อสู้ในคืนนี้จึงไม่น่าจะรุนแรงจนรับไม่ไหว


    “ จ๊ะเอ๋ พ่อกลับมาแล้วคิดถึงพ่อหรือเปล่า ”


    เฉินห่าวเดินทางกลับมาหาลูกสาว เสื้อผ้าของเขายังคงเป็นตัวเดิมกับที่เดินทางออกจากบ้าน แม้จะมีกลิ่นเหงื่อและเลือดติดตามเสื้อผ้าก็ตาม เขาล้างมันที่คลองใจกลางเมืองจนเสื้อผ้ากลับมาสะอาดเหมือนซักใหม่


    เป่าเป้ยเห็นพ่อกลับมารู้สึกดีใจ เธอเล่นกับมังกรน้อยจนเบื่อ วันนี้ไม่มีใครเข้ามาเล่นด้วยจึงเหงาไม่น้อย


    “ ป๊ะป๋ามานี่เย็ว หนูทำกับข้าวไว้ให้ย้วยล่ะ ”


    “ ไหนไหน ”


    เฉินห่าวถือตะกร้าที่เตรียมเอาไว้เข้ามาหาลูกสาว แล้วค่อยๆมองดูกระทะของเล่นที่เต็มไปด้วยผลไม้ปลอมถูกหั่นไปตามแนวยาว


    มังกรที่เห็นว่าเจ้าของกลับมาแล้วถึงขั้นโล่งใจ มันถูกขยำจนตัวจะแตกตายแล้ว ไม่คิดเลยว่ามือน้อยๆจะรุนแรงได้มากขนาดนี้


    ในขณะที่เจ้าของร้านเล่นกับลูกสาวมันพบว่าอีกฝ่ายทำบางสิ่ง จู่ๆภายในหัวของมันก็มีเสียงเจ้าของร้านจึงหันมองด้วยความงุนงง


    “ บาดแผลแกหายดีแล้วใช่ไหม ”


    มังกรไม่รู้วิธีตอบมันจึงพยักหน้ารับเพียงเท่านั้น


    “ งั้นดีเลย มีมอนสเตอร์เลเวล 130 อยู่ตัวหนึ่งที่เป็นปัญหา ฉันอยากให้แกไปจัดการมันหน่อย ลักษณะของมันเหมือนเต่า ไม่ต้องฆ่าให้ตายนะ แค่ทำให้มันบาดเจ็บหนักเท่านั้นพอเพราะฉันจะต้องไปจัดการมอนสเตอร์ในวันพรุ่งนี้อยู่ ”


    มังกรพยักหน้าแล้วค่อยๆแอบย่องออกจากบ้านก่อนจะกลับคืนร่างแล้วบินตรงเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง


    อย่างไรก็ตามการกลับไปในครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน เนื่องจากว่ามันได้กินผลึกมานาของราชาที่ฆ่าตายจนตอนนี้เลเวลของมันอัพขึ้นมาเป็น 111 แล้ว การต่อสู้กับเลเวล 130 ไม่ใช่ปัญหาเลย





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน