ตอนที่ 55 เด็กเก่งมากความสามารถแบบนี้ทำไมไม่ใช่ลูกสาวฉันนะ
ก็จริงอยู่การที่เด็กวัยรุ่นแบบนี้จะคิดได้ถึงขนาดนี้มันไม่ง่ายเลย
“ชีเยวี่ยเอ๋ย แกนี่มันดีจริงๆทำไมถึงไม่ใช่ลูกสาวบ้านฉันนะ!” ภรรยาผู้นำชุมชนจ้องมองสามีของตัวเองอย่างไม่พอใจ พูดแบบนี้ถ้าให้ลูกชายลูกสาวตัวเองได้ยินเข้าจะคิดยังไงกัน?
ตาแก่นี่ ยิ่งแก่ยิ่งไร้ประโยชน์อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตัวเธอเองก็มองดูหานชีเยวี่ยด้วยความเอ็นดูเด็กคนนี้มีความสามารถแถมวาทศิลป์เยี่ยมอีกด้วย!
ผู้นำชุมชนเอ่ยปากชมหานชีเยวี่ยไม่หยุดจนกระทั่งอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเองค่อยๆ สงบลง
หลังจากที่ใจเย็นลงผู้นำชุมชนก็นึกถึงคำถามสำคัญขึ้นมาได้ การทำธุรกิจแบบนี้จะถือว่าเป็นการค้ากำไรเกินควรหรือไม่? หากถูกคนอื่นรายงานว่าค้ากำไรเกินควรอาจจะทำให้ทั้งชุมชนเดือดร้อนไปด้วย
“ชีเยวี่ยเรื่องนี้จะสร้างปัญหาให้กับชุมชนเราหรือเปล่า?” ผู้นำชุมชนถามอย่างลังเล
“ผู้นำชุมชนคะ ไม่หรอกค่ะโรงงานทอฝ้ายเป็นคนขอติดต่อซื้อจากชุมชนเราเองเป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน จะเป็นการค้ากำไรเกินควรได้อย่างไรกันคะ?”
หานชีเยวี่ยพูดอย่างมั่นใจแต่ผู้นำชุมชนกลับไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย
อะไรคือการที่โรงงานทอฝ้ายติดต่อซื้อของจากชุมชน?แต่โรงงานทอฝ้ายไม่ได้ส่งคนมาติดต่อเลยสักคนเดียว
“ชีเยวี่ยเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเราจะพูดเองเออเองได้นะ!” ผู้นำชุมชนรู้สึกใจคอไม่ดี
ชีเยวี่ยบอกว่าเธอติดต่อกับหัวหน้าฝ่ายธุรการของโรงงานของโรงงานทอฝ้ายได้แต่ถ้าหากไม่มีคนจากโรงงานทอฝ้ายมายืนยัน แล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมรับล่ะจะทำยังไง?
“ผู้นำชุมชนคะ ดูสิคะ นี่คืออะไร?”
หานชีเยวี่ยยิ้มแล้วหยิบเอกสารรับรองจากโรงงานทอฝ้ายที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาผู้นำชุมชนอ่านหนังสือไม่ออกมากนัก แต่เขาก็ยังพอเข้าใจเอกสารรับรองฉบับนี้
“ชีเยวี่ย นี่หมายความว่าเธอเป็นพนักงานจัดซื้อของโรงงานทอฝ้ายงั้นเหรอ?”
โอ้โห ไม่ได้การล่ะเด็กคนนี้ได้กินเงินเดือนจากรัฐบาลแล้วเหรอเนี่ย? กลายเป็นพนักงานจัดซื้อของโรงงานทอฝ้ายแล้ว
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่แค่เพื่อทำธุรกิจครั้งนี้ให้สำเร็จ พวกเขาเลยให้เอกสารรับรองนี้กับฉันเพื่อให้ฉันทำงานได้สะดวกขึ้นค่ะ”
หานชีเยวี่ยรีบอธิบาย แต่ในใจกลับคิดว่าไม่แน่ เธออาจจะเปลี่ยนเอกสารชั่วคราวนี้เป็นเอกสารรับรองอื่นได้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เธอต้องจัดการอีกที
“การได้จัดซื้อของให้กับรัฐบาลแสดงว่ามีความสามารถมาก! ” ผู้นำชุมชนยกนิ้วโป้งให้หานชีเยวี่ย
“ผู้นำชุมชนคะชุมชนเราควรมีคนรับผิดชอบเรื่องนี้เพราะของจำนวนเยอะขนาดนี้ต้องหาคนที่มีประสบการณ์มารับผิดชอบถ้าหากมอบหมายให้คนที่ไม่เหมาะสม แล้วไปสร้างความเดือดร้อนให้กับโรงงานทอฝ้ายต่อไปเราคงทำธุรกิจด้วยกันไม่ได้อีก”
ผู้นำชุมชนฟังคำพูดของหานชีเยวี่ยแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า“ชีเยวี่ย งั้นเธอรับผิดชอบเรื่องนี้เองไหม?”
หานชีเยวี่ยรีบโบกมือ “ผู้นำชุมชนคะไม่ได้ค่ะ ฉันเป็นฝ่ายจัดซื้อ”
ผู้นำชุมชนตบหัวตัวเองแล้วพูดว่า“ฉันจำได้แค่เธอที่เป็นคนในชุมชนของเราลืมไปสนิทเลยว่าเธอยังมีบทบาทเป็นพนักงานจัดซื้อด้วย”
หานชีเยวี่ยได้แต่ยิ้ม ผู้นำชุมชนจึงพูดต่อ
“ชีเยวี่ย เธอคิดว่าใครในชุมชนเราเหมาะสม?”
คำถามนี้ของผู้นำชุมชนแฝงไปด้วยการทดสอบหานชีเยวี่ยรู้ดี
“ผู้นำชุมชนคะ ดูที่คุณพูดเข้าสิคุณเป็นถึงผู้นำชุมชน สายตาของฉันจะไปเทียบกับคุณได้อย่างไรกัน?”
หานชีเยวี่ยไม่โง่พอที่จะเสนอชื่อใครออกมาเอง
ผู้นำชุมชนไม่ใช่คนโง่เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของเธอดี
“อีกไม่นานก็จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วคงไม่มีใครในชุมชนว่างพอที่จะมารับผิดชอบเรื่องนี้หรอก”ผู้นำชุมชนทำท่าทางครุ่นคิด
หานชีเยวี่ยมองดูอย่างขบขัน
ในที่สุด ผู้นำชุมชนก็พูดขึ้นมา
“ชีเยวี่ยแกคิดว่ายังไงถ้าให้ป้าถังฮวากับย่าเฒ่าหานมารับผิดชอบด้วยกัน? ฉันว่าดีนะ ย่าเฒ่าหานแกละเอียดรอบคอบ ส่วนป้าถังฮวาแกก็อ่านหนังสือออกคิดเลขเป็น”
ถังฮวาที่ผู้นำชุมชนพูดถึงไม่ใช่คนอื่นไกลคือภรรยาของเขาเอง หานชีเยวี่ยพอใจกับข้อเสนอนี้ของผู้นำชุมชนมากเรื่องนี้ถ้าหากมอบหมายให้คนอื่นทั้งหมด เธอก็คงไม่วางใจแต่ถ้ามีคุณย่าของเธออยู่ด้วยก็คงไม่เป็นไร
หานชีเยวี่ยยิ้ม “ได้ค่ะ ผู้นำชุมชนป้าถังฮวาเก่งทุกคนในชุมชนก็รู้กันดีค่ะ”
หลังจากที่ตกลงกันได้อย่างราบรื่นแล้วหานชีเยวี่ยกับลุงหานก็ออกจากบ้านของผู้นำชุมชน
มองดูทั้งสองคนที่เดินจากไปภรรยาผู้นำชุมชนก็พูดขึ้นว่า “ชีเยวี่ยเด็กคนนี้ดีจริงๆถ้าลูกชายคนโตของเราไม่ได้หมั้นหมายไว้แล้ว ฉันก็ว่าเด็กคนนี้ไม่เลวเลยนะ”
ในใจเธอก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้างทำไมถึงเพิ่งมารู้ว่าชีเยวี่ยเป็นเด็กที่ดี!
“อย่าไปคิดเลยลูกชายของเราคงไม่คู่ควรกับเด็กคนนี้หรอก”ผู้นำชุมชนมองดูภาพหลังที่เดินจากไปแล้วส่ายหัว
แม้ว่าถังฮวาจะไม่พอใจกับคำพูดของสามีแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เธอเป็นแม่ แน่นอนว่าต้องมองว่าลูกของตัวเองดีไปหมดแต่ในใจเธอก็รู้ดีว่าหานชีเยวี่ยอาจจะเป็นเด็กที่มีบุญวาสนามากก็ได้บางทีอาจจะเป็นเหมือนที่สามีพูด ลูกชายโง่ๆ ของเธออาจจะไม่คู่ควรจริงๆ
“พ่อ ว่าไงดีเรื่องนี้จะชวนชุมชนอื่นมาร่วมด้วยไหม? ” ถังฮวาถามสามีของเธอเรื่องนี้ถ้าทำไม่ดีอาจจะถูกคนนินทาได้ ต้องจัดการให้ดี
“ของที่เสนอขายเอง ไม่ใช่ของดีหรอกฉันจะไม่ไปขอร้องพวกเขาหรอก รอเถอะเดี๋ยวพวกเขาก็ต้องมาขอความช่วยเหลือจากฉันเอง!”
ผู้นำชุมชนพูดอย่างมั่นใจใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แตกต่างจากภาพลักษณ์คนใจดีในวันปกติอย่างสิ้นเชิงถังฮวาใช้ชีวิตอยู่กับผู้นำชุมชนมานานกว่ายี่สิบปี ทำไมเธอจะไม่รู้จักนิสัยจริงๆของเขาล่ะ? ภายนอกดูซื่อๆ แต่จริงๆแล้วมีน้ำเสียอยู่เต็มท้อง [1]
“แกนี่นะ ช่างเถอะ ฉันไม่ยุ่งแล้วแกจัดการเองก็แล้วกัน ฉันจะเข้าบ้านไปนอนแล้ว”
ถังฮวาหันหลังกลับเข้าบ้านไปส่วนผู้นำชุมชนก็เช็ดจักรยานอย่างใจเย็น พร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ ในขณะเดียวกันลุงใหญ่หานที่กำลังเดินกลับบ้านก็มีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น
“อาเยวี่ยทำไมแกถึงให้ผู้นำชุมชนบอกว่าเป็นความดีความชอบของฉันล่ะ? ”
“คุณลุงคะ ลุงเป็นหัวหน้าครอบครัวเราถ้าภาพลักษณ์ของลุงดี ครอบครัวเราก็จะดีตามไปด้วยไม่ใช่เหรอคะ? ”
หานชีเยวี่ยยิ้มแล้วอธิบายความคิดของเธออย่างชัดเจนลุงหานไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้มาก่อนเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยซ้ำเพราะปกติแล้วทุกอย่างในบ้านแม่ของเขาเป็นคนตัดสินใจ แต่พอชีเยวี่ยพูดแบบนี้มันก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
“ชีเยวี่ยนี่ลุงไม่ได้กำลังเอาเปรียบหลานเหรอ? ”
ก่อนหน้านี้ชีเยวี่ยก็ยอมยกตำแหน่งงานชั่วคราวให้กับครอบครัวเขาแล้วตอนนี้แม้แต่ความดีความชอบแบบนี้ก็ยังยกให้เขาอีกทำให้ลุงหานรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ถูก
“ลุงคะ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันจะมีเรื่องเอาเปรียบกันได้ยังไงคะ? ”
ทั้งสองคนคุยกันไปเรื่อยๆ จนถึงบ้านเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตัวเองได้รับผลประโยชน์ ลุงหานจึงยังไม่เข้าบ้านแต่เดินไปที่สวนหลังบ้านเพื่อทำงานต่อ
ชีเยวี่ยบอกแล้วว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวดังนั้นเขาต้องทำตัวให้สมกับเป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทุกคนในบ้าน
หานชีเยวี่ยส่ายหัวอย่างเอือมระอาคุณลุงคนนี้นี่จริงๆ !
เธอเดินเข้าไปในลานบ้านก็เห็นฉู่เจี้ยนกั๋วกำลังสอนหนังสือให้กับหานเซี่ยงหยางและพี่ๆอยู่ใต้ต้นไม้ พวกเขานั่งล้อมโต๊ะ อ่านหนังสือและทำแบบฝึกหัดอย่างตั้งใจ
แต่หานซานหยางดูเหมือนจะไม่มีสมาธิมักจะมองไปรอบๆ พอเห็นหานชีเยวี่ย หานซานหยางก็ยิ้มกว้างให้
เชิงอรรถ
[1] 一肚子坏水的东西มีน้ำเสียอยู่เต็มท้องแปลว่า เจ้าเล่ห์ มีเจตนาที่ไม่ดีคล้ายกับสำนวนไทยคำว่าข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง