“ ปีศาจแห่งรัตติกาล” องค์ชายหนานเป่ยอุทานออกมาพร้อมกับคนทั้งหมดที่อยู่ในห้อง แม้แต่หมอหลวงยังไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
“ ปีศาจแห่งรัตติกาล มันมีความสามารถแตกต่างกันไปแต่ตัวนี้น่าจะเป็นปีศาจที่มีสร้างมิติแห่งความฝันได้ มันจึงสามารถควบคุม จิตวิญญานของคนที่เข้ามาอยู่ในมิติของมัน ต่อให้คนคนนั้น ภายนอกจะมีพลังแค่ไหน แต่ถ้าอยู่ในมิติความฝันของมันแล้วละก็ ไม่ว่าเป็นผู้ใดจะไม่สามารถต้านทานพลังในมิติของมันได้ “
เทียนพูดตามที่เพิ่งได้เรียนรู้มา เพราะก่อนมาอาจารย์เทพโอสถ ให้หยกข้อมูล
ว่าด้วยเรื่อง ปีศาจมาด้วย
“ แล้วท่านรู้จักปีศาจตนนี้ได้อย่างไร “ ท่านหมอคนหนึ่งถาม
“ อาจารย์ข้า เล่าให้ฟัง” เทียนบอกไป
“ แล้วอาจารย์ท่านคือใคร “ หมออีกคนถามต่อ
“ อาจารย์ข้าคือ ท่านเทพโอสถ” เทียนบอกไปอีกครั้ง
คราวนี้ทุกคนต่างก็พยักหน้า เพราะชื่อเสียงท่านเทพโอสถ นั้น มีอิทธิพลยิ่งนักในแวดวงการแพทย์
“ นี่ท่านเป็นศิษย์ ท่านเทพโอสถจริง ๆ หรือนี่” องค์ชายตกใจถามย้ำ
เทียนพยักหน้า
“ ทำไมไม่บอกข้าแต่แรก ข้านึกว่าท่านเป็นนักสู้จากสำนักต่อสู้”องค์ชายรีบบอกเพราะเข้าใจผิดอย่างแรง
“ ข้าขอถามท่านหมอทั้ง 3 ว่าพวกท่านมีวิธีใช้มุกวิญญานในการรักษาอย่างไร”
เทียนลองถามดู
“ พวกเราคิดว่า แค่นำไข่มุกดูดวิญญาณออกมาวางที่ร่างกายของท่านราชันทักษินก็น่าจะดึงดูด วิญญาณปีศาจร้ายนี่ออกมาได้” หมอคนหนึ่งกล่าว
“ งั้นพวกท่านก็ลองดูก่อน” เทียนหยิบมุกดูดวิญญาณออกมายื่นให้หมอหลวงไป
ทั้งสามคนก็เอามุกไปวางไว้ที่บริเวณหน้าอกของ ท่านราชันทักษิน ท่ามกลางสายตาของ พระมเหสี องค์หญิง และองค์ชาย
ตึบ ตึบ ตึบ ได้ยินแต่เสียงหัวใจของท่านราชันทักษิน รอมา 1 ชั่วโมง ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หมอหลวงทั้ง 3 คนได้แต่จนปัญญา พระมเหสี องค์หญิงเริ่มมีน้ำตาไหล
องค์ชายเริ่มตาแดง เทียนเลยบอกว่า
“ มีวิธีที่จะช่วยได้อีกวิธี นั่นคือเข้าไปในมิติความฝันของเจ้าปีศาจตนนี้ แล้วช่วยราชันทักษินออกมา “ เทียนบอกเรียบง่าย
“ แล้วท่านจะเข้าไปได้อย่างไร แล้วถ้าเข้าไปแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับปีศาจตนนี้”
เหล่าหมอหลวงกล่าวแย้งด้วยความเป็นห่วง
“ นั่นก็ต้องเสี่ยงดู “ เทียนก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
“ ถ้าหากมันทำให้ท่านต้องเสี่ยงถึงชีวิต พวกเราคงไม่กล้าที่จะให้ท่านทำ “พระมหสีเพิ่งเอ่ยปากครั้งแรก
“ อย่างห่วงเลย ข้าไม่เป็นอะไรแน่นอน แต่ตอนนี้ข้าขอสิ่งที่ผูกพันกับท่านราชันทักษินให้ข้าด้วย เพราะตามหาปีศาจนั่นถ้าจะยาก แต่ถ้าตามหาท่านราชันทักษินผ่านสิ่งของที่ผูกพันนั้นจะง่ายกว่า” เทียนให้ความมันใจแก่ทุกคน
แล้วพระมเหสีก็หยิบแหวนวงหนึ่งมาให้เทียน แล้วบอกว่า
“ แหวนวงนี้ท่านราชันให้ข้าในวันที่เราอภิเษกสมรสกัน เป็นสิ่งเดียวที่ท่านผูกพันที่สุดเพราะเป็นแหวนของพระมารดาท่านราชันมอบให้ไว้” พระมเหสีกล่าว
เทียนจับแหวนวงนั้นแล้วกำมือ นั่งสมาธิส่งจิตเข้าไปสำรวจร่างกายของราชันทักษิน ระยะเวลาไม่นาน เทียนก็สัมผัสได้ถึง จิตวิญญาณของท่านราชันทักษิน
ที่ตอนนี้กำลังอ่อนแรงอยู่ในมิติ ของเจ้าปีศาจร้ายตนนี้อยู่ เทียนรีบชักดาบสัตตะโลหะกรีดมิติของเจ้าปีศาจ แล้วแหวกเข้าไปที่ร่าง ราชันทักษินทันที
“ เหอ เหอ เหอ เจ้าเป็นใครบังอาจเข้ามาในมิติของข้า “ ปีศาจถามด้วยเสียงเยือกเย็น
“ ข้าอยากรู้จริง ปีศาจอย่างเจ้ากล้าดียังไงถึงกล้าเข้ามาในจิตขององค์ราชัน เจ้าต้องการอะไรกันแน่” เทียนสงสัย
“ เจ้าหนุ่ม เจ้ายุ่งมากไปแล้ว ตายเสียเถอะ” ปีศาจพูดเสร็จ ก็มีเหมือนพลังบางอย่างเข้ามาจับแขนขา เทียนเอาไว้ไม่ให้ขยับ เทียนกัดปลายนิ้วให้เลือดออก
แล้วทาไปที่ดาบสัตตะโลหะ แล้วฟาดไปรอบตัว กรี๊ด ๆ ๆ ๆ เสียงปีศาจหลายตัวส่งเสียงร้อง เทียนรีบขว้างดาบสัตตะโลหะ พุ่งใส่เจ้าปีศาจเจ้ามิตินี้ต่อเลย
ปีศาจใช้จิตสร้ากำแพงยักษ์ขึ้นมาขวางไว้ แต่ดาบกลับพุ่งไม่หยุดทะลุกำแพงแล้วปักไปที่ลำตัวเจ้าปีศาจกระเด็นไปติดผนัง มันพยายามจับด้ามดาบเพื่อจะดึงออก ก็จับไม่ได้เพราะมันร้อน มันแสดงสีหน้าโกรธแค้นยิ่งนัก มันสร้างอาวุธต่างๆ มากมายเข้าใส่เทียน แต่เทียนไม่สนใจ ใช้ดาบที่เหลืออีกเล่ม ปัดสิ่งต่างๆ เข้ามาออกไปอย่างง่ายดาย
เทียนเดินเข้าไปใกล้ แล้วหยิบมุกขึ้นมาจับไว้ใส่จิตวิญญาณเข้าไปแล้วปล่อยออก
มันส่งแสงไปโดนเจ้าปีศาจตนนี้ อ๊ากกกกก! มันโดนแสงเข้าไปก็ร้องด้วยความหวาดกลัว แล้วจากนั้นตัวเจ้าปีศาจก็เริ่มกลายเป็นกลุ่มควันแล้วลอกเข้าไปใน
ไข่มุกจนหมด เทียนรีบมาจับไข่มุกแล้วเก็บเอาไว้ ในหยกมิติ แล้วดึงดาบออกมาจากผนัง แล้วไปพาปลุกท่านราชันทักษิน จนท่านรู้สึกตัว แล้วเล่าเรื่อง
ทั้งหมดให้ฟัง ราชันทักษินฟังจบก็ขอบคุณหมอเทียนเป็นอย่างมากถ้าไม่ได้หมอเทียนเข้าคงไม่รอดแน่ เทียนรีบบอกให้ราชันทักษินตั้งจิตวิญญาณแล้วรีบกลับไปที่ร่างตัวเอง แล้วเทียนก็ค่อยลืมตาขึ้น .. ทุกคนจ้องมองที่เทียน แล้วสลับกับไปมองที่ท่านราชันทักษิน พอเห็นเทียนลืมตาขึ้น ก็รีบเข้ามาใกล้เทียน…
แต่พอท่านราชันทักษินลืมตาพร้อมขยับมือด้วย ทุกคนรีบถอยมาหาท่านราชันทักษินกันหมด เทียนยิ้มนิดนิด
“ เสด็จพี่ฟื้นแล้ว เสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ท่านราชันรู้สึกอย่างไรบ้าง “ เสียงดังแข่งกันไปหมดถ้าเป็นราชันเองคงไม่รู้จะตอบใครก่อนกันแน่
เทียนลุกขึ้นแล้วออกไปยืนหลบอยู่ที่มุมอีกด้าน แล้วมองบรรยากาศรอบรอบ
ที่แห่งนี้มีพลังหยางหนาแน่น ตามหลักแล้วภูติผีปีศาจ ไม่น่าที่เข้ามาใกล้บริเวณนี้ได้เลย ทำไมท่านราชันองค์นี้ ถึงได้โดนปีศาจตนนี้เข้าจู่โจมเข้าไปได้ ขณะคิดไปเรื่อยเปื่อยก็มีเสียงดังเข้ามา...
“ คุณชายเทียน เสด็จพ่อขอเชิญท่าน” องค์ชายหนาเป่ย กล่าวด้วยความนอบน้อมอย่างยิ่ง
เทียนเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ใกล้ท่านราชันทักษิน
“ ต้องขอบใจท่านหมอเทียนมากนัก นี่หากไม่ได้ท่านช่วยในครั้งนี้ ข้าคงไม่รอดแน่
ไม่คิดเลยมันดูดพลังชีวิตของข้าไป ในขณะที่ข้าทำอะไรไม่ได้เลย เฮ้อ” ท่านราชันกล่าวด้วยความที่ถูกกดดันมาหลายวัน
เทียนจับชีพจรท่านราชัน ทักษิน แล้วบอกว่า” ปีศาจตนนี้ดูดพลังของท่านไปเหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราช้ากว่านี้ ท่านจบสิ้นแน่ “ เทียนเลยให้ท่านราชันถอดเสื้อ แล้วเทียนก็ฝังเข็ม กรุยชีพจรให้ แล้วให้ท่านกินยาเม็ดเพิ่มพลังปราณ
แล้วใช้ปราณบริสุทธิ์ ปล่อยเข้าไปในร่างของท่านราชัน ผิวสีซีด ก็เริ่มเปล่งปลั่ง
มีเลือดฝาดขึ้น ท่านราชันสามารถใช้พลังได้มากขึ้นเรื่อย จนกระทั่งกลับมาเป็นเหมือนเดิม เทียนเก็บเข็ม เรียบร้อย ย๊ากก ! เสียงคำรามออกจากปากท่านราชันทักษิน ดังก้องไปทั่ว วัง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ากลับมาเป็นปกติแล้ว สุดยอดจริง ๆไม่ต้องรอหลายวัน ท่านหมอเทียน ท่านนี่เก่งจริงๆ" ท่านราชัน ทักษินกล่าวชมอย่างจริงใจ
เหล่าหมอหลวงเห็นดังนั้นก็ตะลึงไม่แพ้กัน นี่เขานอนมา3 -4 วันไม่กินอะไรเลย
นอนเป็นผัก แล้วยังถูกดูดพลังไปจนหมด ตอนนี้กลับแข็งแรงเหมือนเดิมได้...
ทุกคนหันไปมองหน้าหมอเทียน.....
ทั้งมเหสี และองค์หญิงองค์ชาย ต่างลุกขึ้นเพื่อคำนับ หมอเทียน ด้วยความขอบคุณ
แต่เทียนรีบลุกขึ้นทันทีแล้วรีบบอกว่า “ อย่าทำแบบนี้ ข้าเป็นหมอคนเจ็บไข้ทุกคนข้าก็ต้องรักษาแบบนี้แหละ มันหน้าที่อยู่แล้ว อย่าเกรงใจเลย “ เทียนรีบบอกทันที
“ ท่านหมอเทียน ตอนนี้เสด็จพ่ออาการดีขึ้นมากแล้ว ไหนไหนท่านก็มาแดนเทพ
แล้ว ท่านหมออยากไปไหน ท่านบอกมาแล้วข้าจะพาท่านไปเอง “ องค์ชายเสนอตัวทันที
“ ขอบคุณ แต่ข้าคงอยู่ได้ไม่นาน คงต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ เรื่องเที่ยวนั้นไว้กอนก็แล้วกัน “ เทียนกล่าวอย่างเสียดาย
“ ข้ามีเรื่องบางอย่างจะขอพูดกับท่านราชันทักษินเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่” เทียนถามที่ราชัน ท่านราชันพยักหน้า แล้วส่งสัญญานให้ทุกคนออกไป
“ ท่านอาจารย์ข้าบอกว่า ปีศาจที่สามารถมีพลังจัดการกับท่านได้ ต้องมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าควบคุมเอาไว้ แล้วสั่งจัดการกับท่านราชัน ท่านพอจะรู้ใช่ไหมว่าศัตรูของท่านเป็นใคร"
“ ข้าพอจะรู้ แต่ข้าไม่อยากบอกท่าน กลัวว่าท่านจะอยู่ในอันตราย” ท่านราชันทักษินกล่าว
“ ข้าเองไม่ได้กลัว และก็ไม่อยากรับรู้บุญคุณความแค้นของพวกท่าน แต่สิ่งที่ข้าอยากจะบอกก็คือ วิญญาณปีศาจตนนี้ ได้กลืนกินจิตวิญญานมนุษย์ มาไม่ต่ำกว่า1พันคน แล้วตัวข้าก็ไม่รู้ว่า คนที่เลี้ยงปีศาจคนนี้ เลี้ยงปีศาจไว้กี่ตน ท่านลองนับดู
ถ้ามี 10 ตน ประชาชนต้องตายเพื่อสังเวยปีศาจพวกนี้เป็นหมื่นคน เรื่องนี้ข้าคงยอมไม่ได้ แม้ข้าจะเป็นแค่หมอ แต่คงไม่ยอมให้ปีศาจเหล่านี้ฆ่าคนเป็นผักปลาเช่นนี้ ข้าเพียงแต่คิดว่า ถ้าท่านราชันทักษินจะเมตตาราษฏร ของท่าน ก็โปรดช่วยพวกเขาด้วยเถิด” เทียนอธิบายอย่างละเอียด
ราชันฟังจบ ก็นั่งอึ้งไม่คิดว่าประชาชนต้องล้มตายมากขนาดนี้ เพราะเลี้ยงเจ้าปีศาจตนเดียว ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ
“ ท่านหมอเทียน ข้าเกรงว่า ประชาชนที่ตายไปจะไม่ใช่เขตทักษินแน่นอน เพราะอัตราการหายตัวไปมากขนาดนี้ เมืองทักษินเราไม่มีแน่นอน แต่ข้าห่วงเมืองอื่นๆ
จะไม่เป็นอย่างนี้นะซิ ถ้าหากเจ้าเมืองคิดชั่วซะเอง ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร “
ราชัน ถอนหายใจยาว
“ ถ้าข้ารู้ใครเป็นคนทำ ท่านสามารถจัดการได้ไหม” เทียนถามด้วยความสงสัย
“ ถ้ารู้แล้วมีหลักฐาน ถ้าคนทั่วไปข้าจัดการเองได้ แต่ถ้าเป็นระดับเดียวกับข้า คงต้องให้ท่านมหาเทพจักร์พรรดิ ลงมือ” ราชันทักษินกล่าวด้วยความเป็นจริง
“ ขอเวลาข้า 1 คืนพุ่งนี้ข้าจะแจ้งให้ท่านทราบ “ เทียนพูดอย่างมั่นใจ