“เพื่อการนั้นเราจะต้องมีเงินมหาศาลการเปิดให้บริการ M.T.S.A.Z App จึงถือเป็นเรื่องสําคัญอย่างมาก’’
จางเจิ้นยิ้มแต่เดิมเขาไม่เคยมีความทะเยอทะยานเหมือนใครเขา ทว่าตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว เขารู้สึกว่ายิ่งเขาเปิดโลกทัศน์ของตัวเองได้ไกลมากขึ้นเท่าไหร่เงินจึงเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะมันจะทําให้เขาสามารถนําไปซื้อทรัพยากรต่างๆและทดลองเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้แก่โลกทัศน์ของเขาได้
เหตุนี้เองความทะเยอทะยานของเขาจึงตื่นขึ้น!
พริบตาต้วนหยางและเฉารุ่ยก็รับรู้ถึงความต้องการของชายหนุ่มทําให้พวกเขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
จางเจิ้นมองดูเงินที่เพิ่มเข้ามาในบัญชีด้วยความประหลาดใจ
“หลิวอวี้จงโอนเงินมาให้ฉันจริงๆด้วย’’
ห้าสิบล้านหยวนเป็นเงินมหาศาลแต่อีกฝ่ายก็ยังสามารถหามาและโอนให้เขาได้ นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนักประเมินหลิวแล้วเขาก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไร
เขาจึงเริ่มดูข่าวคราวเกี่ยวกับตลาดนัดขายของเก่าในเว่ยป๋อว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างและเมื่อพบว่ายังไม่มีข่าวที่เขาต้องการเห็น
เขาก็ขมวดคิ้ว
“นักประเมินหลิวกับเจ้าของร้านนี่ลีลานัก’’
ข้อตกลงในครั้งนั้นเขาไม่เคยลืมแต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมาก เพราะถ้าพวกนั้นไม่รักษาสัญญาจริงๆเขาจะทําให้รู้เองว่าการบิดพลิ้วเขามันเป็นเช่นไร!
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าภายในสามวันนี้หากสองคนนั้นยังกล้าที่จะลีลาไม่ทําตามข้อตกลง เขาจะไปจัดการเรื่องนั้นด้วยตัวเอง
หลายชั่วโมงต่อมา
หนานจิง
จางเจิ้นได้เดินทางมาที่นี่เพื่อหาเช่าสํานักงานสําหรับธุรกิจซอฟแวร์โดยเฉพาะเขาจึงตระเวนหาสถานที่ๆราคาไม่แพงมาก และเหมาะแก่การทําธุรกิจ
ไม่ช้าเขาก็ได้มาหยุดอยู่ที่หน้าสํานักงานที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่งซึ่งข้างๆสํานักงานนี้คือ บริษัทซอฟต์แวร์หลุนจิ้ง เป็นสถานที่ๆเขาเคยทํางานมาก่อน
จางเจิ้นมองดูมันด้วยความรู้สึกหลากหลายเกือบจะหนึ่งเดือนแล้วที่เขาลาออกมา และมาทําธุรกิจของตัวเองซึ่งเมื่อมองดูอดีตในตอนนั้นแล้วเขาก็อดที่จะขําตัวเองไม่ได้
เงินเดือนเจ็ดพันหยวน?
ตอนนี้มันเป็นได้เพียงแค่ค่าขนมสําหรับเขาเท่านั้น!
โดยไม่รอช้าจางเจิ้นติดต่อเจ้าของสํานักงานที่ว่างเปล่าตรงหน้า และทําการเช่าทันที
หลังจากนั้นไม่นานจางเจิ้นจึงได้เดินตรวจดูสํานักงานเพื่อเช็คอะไรเล็กน้อยและเตรียมที่จะเดินทางไปทําธุระอันต่อไป
ทว่าตอนที่เขากําลังจะจากไปนั้นเอง…
“จางเจิ้น!’’เสียงๆหนึ่งได้ดังขึ้น ก่อนปรากฏชายหนุ่มหน้าตาดีให้เห็น
และชายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก...หยุนหมิง!
พนักงานของบริษัทซอฟต์แวร์หลุนจิ้ง!
“พี่หยุน’’จางเจิ้นที่เห็นว่าเป็นใครก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมทักทายชายคนนี้เป็นคนที่ช่วยเหลือเขาในยามลําบากตอนทํางานกับบริษัทซอฟต์แวร์หลุนจิ้งเขาจึงไม่เคยลืมความดีของอีกฝ่ายเลย ดังนั้นเขาจึงยิ้มแย้มถามอีกฝ่ายว่า
“หลายวันมานี้พี่สบายดีไหม?’’
“สบายดีกับผีน่ะสิ!นายจะลาออกก็ไม่บอกฉันสักคํา แย่จริงๆเลยนะนายเนี่ย!’’ ทางด้านหยุนหมิงตอบทันควันเขาดูไม่พอใจมาก เพราะอีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องที่เขาคอยช่วยเหลือมาตลอดแต่อยู่ดีๆก็มาลาออกแถมไม่บอกลาสักคํา
แล้วแบบนี้เขาจะไม่โมโหได้ไง?
จางเจิ้นหัวเราะแห้งๆตอนนั้นเขาเศร้ามากและไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องนี้เลย เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง
“เอาน่าเดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวพี่เพื่อเป็นการขอโทษแล้วกัน’’
“ดีงั้นไปกันเถอะ’’ หยุนหมิงไม่ปฏิเสธ เขาหัวเราะอย่างชอบใจ
“...’’จางเจิ้นหมดคําพูด พี่หยุนคนนี้นี่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ
…
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ระหว่างทานอาหารจางเจิ้นได้บอกเรื่องที่ว่าเขาตัดขาดความสัมพันธ์กับฉุนหลีซินให้หยุนหมิงฟัง
หยุนหมิงก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเขาทราบดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่แล้วจึงเพียงแค่ประหลาดใจเท่านั้นเองที่รุ่นน้องของเขาฟื้นตัวได้ไวดี
เขาจึงถามเรื่องที่อยากรู้
“ตอนนี้นายเลยกลับมาที่หนานจิงเพื่อหางานใช่ไหม?’’
เป็นไปไม่ได้เลยที่รุ่นน้องของเขาที่เป็นคนจากซูโจวจะมาหนานจิงโดยไม่มีเหตุผลอีกอย่างเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือและแนะนํางานให้อีกฝ่ายทุกเมื่ออยู่แล้วการถามในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่จะทําให้เขาช่วยเหลือได้ถูก
แน่นอนว่าจางเจิ้นพอคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่เขาเลยยิ้มบาง
“ผมได้งานแล้วน่ะพี่’’
หยุนหมิงที่ได้ยินก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไรอีก
ทั้งสองคนจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอื่นด้วยความสนุกสนานแทน
พริบตาเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จางเจิ้นได้แยกทางกับหยุนหมิงและมุ่งหน้าไปยังบริษัทโฆษณาลิ่วหยวน
…
หลายนาทีต่อมา
ณบริษัทโฆษณาลิ่วหยวน
“คุณซ่งต้องขออภัยด้วยงานของคุณทางเราไม่สามารถรับเอาไว้ได้’’โจวเจี้ยยิ้มปฏิเสธชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาตรงหน้า
ซ่งไป๋หรี่ตาลงเขาไม่เคยคิดเลยว่าบริษัทโฆษณาเล็กๆนี่ที่เพิ่งจะโด่งดังได้ไม่นานจะกล้าปฏิเสธงานของบริษัทซอฟต์แวร์หลุนจิ้งของเขา เขาจึงถามอย่างใจเย็นว่า
“ผมขอทราบเหตุผลหน่อยได้ไหม?’’
“เร็วๆนี้ทางบริษัทของผมเพิ่งได้รับงานโฆษณาซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งมาและบังเอิญว่ามันเป็น Social Mediaเหมือนกับซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่ทางบริษัทของคุณต้องการให้เราโฆษณาให้’’
โจวเจี้ยยิ้มอธิบายไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถปฏิเสธได้ทุกงาน แต่งานนี้เขาจําเป็นต้องปฏิเสธจริงๆ
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม!
ซ่งไป๋ขมวดคิ้วSocial Media ?
บริษัทไหนกันที่มีคุณสมบัติให้ประธานของบริษัทโฆษณาลิ่วหยวนยืนกรานถึงเพียงนี้ได้?
แม้จะสงสัยอยู่บ้างแต่ซ่งไป๋ก็ไม่ได้อะไรเขามาที่นี่ก็เพราะพ่อของเขาบอกว่าบริษัทโฆษณาลิ่วหยวนในช่วงนี้มีกระแสตอบรับล้นหลามมากและนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทางบริษัทของเขาอยากใช้โอกาสนี้เปิดตัวซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่ได้เขียนขึ้นมาแต่ในเมื่อถูกปฏิเสธแบบนี้เขาก็คงต้องไปหาบริษัทโฆษณาอื่นแทน
โดยไม่รอช้าซ่งไป๋อําลาโจวเจี้ยแล้วเตรียมกลับ
แต่ในช่วงเวลาที่เขาเดินออกมาจากห้องนั้น…
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาธรรมดาได้ปรากฏตัวขึ้นก่อนเดินสวนทางกับเขาไป
จะ...จางเจิ้น!
มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ซ่งไป๋ชะงักหยุดฝีเท้าลงและหันไปมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยความสับสน
อย่างไรก็ตามความสับสนนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเพราะในวินาทีต่อมามันได้มลายหายไปและเข้าแทนที่ด้วยความตกตะลึง
วินาทีต่อมา
หลังจากที่ชายหนุ่มแซ่จางเดินเข้าไปในห้องยังไม่ทันไรเสียงทักทายของโจวเจี้ยก็ดังขึ้น
“คุณจาง!’’
เห็นได้ชัดว่าเสียงๆนี้แฝงไปด้วยความเคารพยําเกรงที่สุภาพเกินจะบรรยาย
ทําให้ซ่งไป๋ที่ยังไม่ได้ไปไหนแววตาเบิกกว้างขึ้น
ตะลึง!
ซ่งไป๋ตกตะลึงเขาไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมากว่าประธานโจวจะมีท่าทีสุภาพกับไอ้สวะที่เขาดูถูก
นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร!
ไอ้สวะนี่มันทําได้ยังไง?