บนยอดเขาหยกมรกตอันสูงตระหง่านซึ่งเป็หนึ่งในยอดเขามากมายที่ก่อร่างสร้างเป็สำนักจันทร์กระจ่างอันยิ่งใหญ่ในภูมิภาคัฟ้าดินแดนรกร้างฝั่งตะวันตกแสงอรุณยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้ทิวทัศน์ให้ดูงดงามราวภาพวาด ทว่า ณมุมหนึ่งของยอดเขา ที่ซึ่งกระท่อมไม้เล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไผ่เขียวขจีชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังง่วนอยู่กับกิจวัตรประจำวันอันแสนธรรมดา
ชายหนุ่มผู้นั้นมีนามว่า ‘พิธา’ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับสลักเสลาจากหยกขาว ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะดวงตาเรียวยาวทอประกายลึกล้ำยากหยั่งถึงทว่าภาพลักษณ์โดยรวมของเขากลับดูเรียบง่ายจนแทบจะกลืนหายไปกับธรรมชาติรอบกายหากไม่สังเกตให้ดี ก็คงคิดว่าเขาเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาที่อาศัยอยู่บนยอดเขาแห่งนี้
ในมือของพิธากำขวานไม้เก่าๆ เล่มหนึ่งเขากำลังง่วนอยู่กับการผ่าฟืน ได้ยินเสียง “ผัวะ! ผัวะ!” ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอแผ่นไม้ซุงขนาดใหญ่ถูกผ่าออกเป็เสี้ยวเล็กๆ อย่างง่ายดายราวกับผ่าเต้าหู้หากใครได้เห็นคงต้องตกตะลึงเพราะแม้แต่ศิษย์ระดับสูงของสำนักจันทร์กระจ่างก็ยังต้องใช้พลังลมปราณช่วยในการผ่าฟืนเช่นนี้แต่พิธากลับทำมันด้วยพละกำลังกายล้วน ๆ โดยไม่มีแม้แต่เหงื่อสักหยดผุดขึ้นบนใบหน้า
“ติ๊ง! ภารกิจประจำวัน: ผ่าฟืน 100 ท่อน สำเร็จ! รางวัล: พลังบำเพ็ญตบะเพิ่มขึ้น 1 ปี”เสียงใส ๆ ของระบบดังขึ้นในหูของพิธา ราวกับเสียงกระซิบจากนางฟ้าส่วนตัว
พิธาปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผากยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาวางขวานลงข้างกองฟืนที่สูงท่วมหัว แล้วกวาดสายตาสำรวจรอบๆกระท่อมไม้เล็กๆ ที่เขาอาศัยอยู่มานานกว่าห้าปี
‘ห้าปีแล้วสินะ’ เขาคิดในใจ‘ห้าปีที่แล้ว ข้ายังเป็แค่นักศึกษาใกล้เรียนจบจากโลกดาวสีน้ำเงินโลกที่ไม่มีลมปราณ ไม่มีเซียน มีแต่ความวุ่นวายและปากกัดตีนถีบ’
เขาถอนหายใจเบาๆก่อนจะเรียกหน้าต่างโปร่งใสของ ‘ระบบมนุษย์์’ ขึ้นมาตรงหน้า
ระบบมนุษย์์
ชื่อโฮสต์: พิธา
ระดับพลัง: แสวงหาวิถี
ประสบการณ์: 80%
ภารกิจประจำวัน: ผ่าฟืน100 ท่อน (สำเร็จ)
รางวัลวันนี้: พลังบำเพ็ญตบะเพิ่มขึ้น1 ปี
"เควสภารกิจของพิธาคือการใช้ชีวิตดั่งเช่นมนุษย์ปถุชนยิ่งใช้ชีวิตได้เหมือน 'คนธรรมดา' มากเท่าไหร่รางวัลที่ได้รับในวันถัดไปก็จะยิ่งสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น"
"ไม่มีระบบแต่มีอิสระใช้ชีวิตอย่างอัตคัดอดอยากปากแห้ง แต่มีระบบถึงขาดอิสระแต่สามารถใช้ชีวิตสะดวกสบายหึ หึ ตราบใดที่แข็งแกร่งขึ้น มีชีวิตรอด จะ้าอิสระไปทำไม?"
หน้าต่างระบบแสดงข้อมูลอย่างละเอียดระดับพลังของเขาคือ 'แสวงหาวิถี' ซึ่งเป็อาณาจักรที่ 8 จาก 10อาณาจักร ของขอบเขตมนุษย์ถือเป็ระดับที่สูงส่งอย่างยิ่งในโลกของผู้ฝึกตนแห่งนี้ น้อยคนนักที่จะไปถึงได้แต่พิธาใช้เวลาเพียงห้าปีเท่านั้น และทั้งหมดนี้ได้มาจากการใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา
‘หึหึ ตราบใดที่แข็งแกร่งขึ้นมีชีวิตรอด จะ้าอิสระไปทำไม?’ พิธาพยักหน้ากับตัวเองอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของระบบที่มักจะปรากฏขึ้นมาเตือนใจเขาเสมอแม้จะดูเหมือนขาดอิสระ แต่ชีวิตแบบนี้กลับถูกใจเขายิ่งนัก
อย่างไรก็ตามจู่ ๆก็มีประโยคหนึ่งผุดขึ้นมา “ต้นไม้อยากสงบ ใช่ว่าลมจะหยุดพัก;” พิธาพึมพำบทกลอนที่เขาเคยอ่านเจอในโลกก่อน‘ข้าก็อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตลอดไปเช่นกัน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เป็ใจนัก’
เขานึกถึงอาจารย์สาวสวยของเขา ‘พัชราภา’ที่หายตัวไปเมื่อสองปีก่อน ทิ้งไว้เพียงคำสั่งให้เขารับศิษย์ใหม่แทน‘อาจารย์นะอาจารย์ หายไปไหนก็ไม่บอกทิ้งภาระไว้ให้ศิษย์เอกอย่างข้าต้องมานั่งรับผิดชอบ’ เขาบ่นในใจเล็กน้อยแต่ก็อดคิดถึงใบหน้ายิ้มแย้มของอาจารย์ไม่ได้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเล็ก ๆก็ดังขึ้นมาจากทางเดินป่าไผ่ และไม่นานร่างของศิษย์หนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเขาดูผอมบาง ใบหน้ายังคงมีเค้าความเยาว์วัยสวมชุดศิษย์สำนักจันทร์กระจ่างสีฟ้าอ่อนและกำลังหอบหายใจเล็กน้อยจากการเดินขึ้นเขา
“ศิษย์ลุงพิธา! ศิษย์ลุงพิธาขอรับ!”ศิษย์หนุ่มะโเรียกด้วยความเคารพปนเร่งรีบ
พิธาหันไปมองช้าๆใบหน้าเรียบเฉยจนศิษย์หนุ่มอดรู้สึกประหม่าไม่ได้
“มีอะไรหรือ ‘ประพันธ์’?” พิธาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ประพันธ์ก้มหน้าลงเล็กน้อย “เรียนศิษย์ลุงขอรับท่านเ้าสำนักสิงหราชให้ข้ามาแจ้งว่าพิธีรับศิษย์ใหม่จะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้าแล้วขอรับ”
พิธาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อืมข้ารู้แล้ว”
ประพันธ์เงยหน้าขึ้นมองพิธาอย่างงุนงง ‘ศิษย์ลุงพิธาผู้นี้ช่างแปลกนักศิษย์คนอื่นๆ หากได้ยินข่าวพิธีรับศิษย์ใหม่ คงรีบเหาะเหินด้วยกระบี่วิเศษลงไปแล้วแต่ศิษย์ลุงผู้นี้กลับยังคงยืนนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น’
“เอ่อ... ศิษย์ลุงไม่รีบไปหรือขอรับ?”ประพันธ์ถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
พิธายิ้มบางๆ “รีบไปทำไมเล่า? พิธีรับศิษย์ใหม่ไม่ได้หนีไปไหนเสียหน่อย”
ประพันธ์อ้าปากค้าง‘นี่มันไม่ใช่เื่ของการหนีหรือไม่หนีนะขอรับศิษย์ลุง!มันเป็เื่ของความตรงต่อเวลาและความเคารพต่อท่านเ้าสำนักต่างหาก!’แต่เขาก็ไม่กล้าพูดออกไป ได้แต่กลืนคำพูดลงคอไปอย่างยากลำบาก
“ศิษย์ลุง...ท่านเ้าสำนักกำชับมาว่าให้ท่านศิษย์ลุงไปร่วมพิธีโดยด่วนนะขอรับ” ประพันธ์พยายามเน้นย้ำอีกครั้ง
พิธาพยักหน้าช้าๆ “อืม ข้าจะไป”
“แล้ว... ท่านศิษย์ลุงจะใช้กระบี่เหินลงไปหรือไม่ขอรับ?”ประพันธ์ถามด้วยความหวัง เพราะหากพิธาเดินลงไปจริงๆคงต้องใช้เวลานานโข และอาจไปถึงพิธีสายแหงแซะ
พิธาส่ายหน้าช้าๆ “ไม่จำเป็หรอกข้าชอบเดินมากกว่า การเดินทำให้ข้าได้ัักับธรรมชาติ ได้คิดอะไรเพลินๆ”
ประพันธ์ถึงกับหน้าซีดเผือด ‘เดิน! ท่านศิษย์ลุงจะเดินลงไปจริงๆหรือนี่?!’เขานึกภาพตัวเองต้องเดินตามหลังพิธาลงไปถึงลานพิธีซึ่งกินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของสำนักจันทร์กระจ่างคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วยามเป็แน่
“แต่... แต่ว่า...” ประพันธ์พยายามจะทักท้วงแต่ก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาอ้าง
พิธาตบบ่าไหล่ประพันธ์เบาๆใบหน้ายังคงเรียบเฉย แต่แววตาฉายแววขบขันเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วงหรอกประพันธ์เ้าไปก่อนเถอะ ข้าจะตามไป”
ประพันธ์ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม“ขอรับศิษย์ลุง” เขากล่าวเสียงอ่อย ก่อนจะหันหลังเดินลงจากเขาไปอย่างท้อแท้ ‘ศิษย์ลุงพิธาผู้นี้นับวันยิ่งแปลกประหลาดขึ้นทุกทีไม่รู้ว่าท่านาุโหญิงพัชราภาไปเจอท่านมาจากไหน ถึงได้ให้มาเป็ศิษย์เอกบนขุนเขาแห่งนี้’
เมื่อประพันธ์ลับสายตาไปแล้วพิธาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ‘เฮ้อ... ชีวิตศิษย์เอกนี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ’
เขาเดินไปหยิบกระบอกน้ำที่แขวนอยู่ข้างกระท่อมจิบน้ำช้าๆ ก่อนจะเหลือบมองไปยังทิศทางที่ประพันธ์เดินลงไป
‘อาจารย์นะอาจารย์ ทำไมต้องให้ข้าไปรับศิษย์ใหม่แทนอีก’พิธาครุ่นคิด ‘แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเป็คำสั่งของอาจารย์ ก็คงต้องทำ’
เขานึกถึงคำพูดของอาจารย์ที่เคยบอกไว้ก่อนหายตัวไป“พิธา เ้าเป็ศิษย์เอกของข้า เ้าต้องดูแลยอดเขาหยกมรกตแห่งนี้ให้ดีและเมื่อถึงเวลา เ้าต้องไปรับศิษย์ใหม่มาแทนข้าด้วยนะ จุ๊บ ๆ”
พิธากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย‘รับศิษย์ใหม่หรือ?หวังว่าคงจะไม่ใช่พวกมีปัญหา มาทำให้ข้าปวดหัวหรอกนะ’
เขาเริ่มก้าวเดินลงจากยอดเขาหยกมรกตอย่างช้าๆฝีเท้าของเขาดูเชื่องช้าและมั่นคง ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะไม่ได้เร่งรีบราวกับกำลังจะไปร่วมพิธีสำคัญของสำนักเลย
“ไม่สะอาดพอที่จะสอนใครแต่ก็ไม่เลวเกินไปจะทำให้ใครเดือดร้อน จึงขออยู่ในมุมสงบของเราใครหันด้านไหนมาก็ยินดีหันด้านนั้นกลับคืน ทุกครั้งที่เลวใส่ใคร มีคำตอบให้เสมอ…”พิธาพึมพำร่ายรำบทกลอนบทแล้วบทเล่าขณะเดินทางลงเขา‘ข้าก็แค่อยากใช้ชีวิตสงบ ๆ ของข้าเท่านั้นเอง’
ระหว่างทางลงเขาพิธาก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเื่ราวในอดีตของเขา ในชาติก่อนเขาเป็เพียงเด็กหนุ่มธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันเขาต้องอดทนปากกัดตีนถีบ ทำงานหนักแทบตายเพื่ออนาคตที่ดีกว่าแต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก ส่งเขามายังโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรแห่งนี้ซะได้ พร้อมกับ‘ระบบมนุษย์์’ ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
‘คนเรามีทุกข์ มีสุข มีพบ มีพรากจันทร์มีมืด มีสว่าง มีเต็ม มีเสี้ยว เป็เช่นนี้มาแต่โบราณ มิอาจสมบูรณ์พร้อมเพียงหวังผู้คนอายุยืนยาว แม้ห่างกันพันลี้ ร่วมกันชมจันทร์งาม..’บทกลอนนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครามันสะท้อนถึงความเข้าใจในสัจธรรมชีวิตที่เขาได้รับจากการใช้ชีวิตแบบ‘มนุษย์์’
ระบบมนุษย์์นี้บังคับให้เขาใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทำกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ เช่น ผ่าฟืน หาบน้ำ ปลูกผัก และทุกครั้งที่เขาทำสำเร็จระบบก็จะมอบรางวัลเป็พลังบำเพ็ญตบะให้เขาอย่างมหาศาลทำให้เขาก้าวหน้าในเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครรู้
‘นี่แหละคือเต๋าของข้า’พิธาคิดในใจ ‘เต๋าแห่งความธรรมดา เต๋าแห่งการค้อมต่ำ’
เขาเดินผ่านป่าไผ่ที่พริ้วไหวตามสายลมแสงแดดยามเช้าลอดผ่านใบไผ่ลงมากระทบพื้นดินเป็เงาตะคุ่ม ๆบรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงนกร้องและเสียงฝีเท้าของเขา
‘บางที การรับศิษย์ใหม่ครั้งนี้อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้’ พิธาคิดพลางยิ้มเล็กน้อย‘อย่างน้อยก็คงไม่แย่ไปกว่าการต้องไปต่อสู้กับอสูรร้ายหรือต้องไปแย่งชิงสมบัติกับพวกผู้บำเพ็ญเพียรที่เห็นแก่ตัวหรอกนะ’
เขาเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่รีบร้อนปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงบและผ่อนคลายราวกับว่าโลกทั้งใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะมารบกวนจิตใจของเขาได้
ในขณะเดียวกัน ที่ลานพิธีเบื้องล่าง ประพันธ์ได้วิ่งหน้าตั้งไปถึงที่แล้วเขาหอบแฮ่ก ๆ จนแทบจะพูดไม่ออก
“ท่านเ้าสำนัก...ท่านเ้าสำนักขอรับ...” ประพันธ์พยายามเปล่งเสียงออกมา
เ้าสำนักสิงหราชชายชราผู้มีหนวดเครายาวสีขาวสะอาด ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาแต่แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม หันมามองประพันธ์ด้วยความประหลาดใจ
“มีอะไรรึประพันธ์? เหตุใดเ้าจึงรีบร้อนนัก?”
“ศิษย์ลุงพิธา... ท่านศิษย์ลุงพิธา...ท่านบอกว่าจะเดินลงมาขอรับ!” ประพันธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เ้าสำนักสิงหราชถึงกับผงะไปเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เฮ้อ... พิธาเอ๋ย พิธาเ้ายังคงเป็เช่นเดิมไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ”
เหล่าเ้ายอดเขาคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่รอบๆต่างก็พากันซุบซิบ
“ศิษย์เอกของาุโพัชราภาผู้นั้นช่างแปลกประหลาดนัก”
“ใช่แล้วข้าได้ยินมาว่าเขาไม่เคยใช้กระบี่เหินเลยสักครั้ง”
“คงเป็เพราะไม่มีพร์กระมังถึงได้ทำตัวเช่นนั้น”
เสียงซุบซิบเหล่านี้ดังไปเข้าหูเ้าสำนักสิงหราชแต่เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เขารู้ดีว่าพิธาไม่ใช่คนไร้พร์แต่เป็คนที่มีความลับบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจได้
‘พิธาเอ๋ยเ้าจะมาถึงพิธีทันเวลาหรือไม่นะ’ เ้าสำนักสิงหราชคิดในใจพลางมองไปยังเส้นทางที่ทอดยาวลงมาจากยอดเขาหยกมรกต
ในขณะที่ทุกคนกำลังรอคอยการมาของพิธาชายหนุ่มผู้กำลังเดินลงจากเขาอย่างไม่รีบร้อน ก็ยังคงเพลิดเพลินกับทิวทัศน์รอบกาย
‘นี่แหละคือชีวิตที่ข้า้า’พิธาคิดในใจ ‘ชีวิตที่เรียบง่าย สงบสุข ไม่ต้องวุ่นวายกับเื่ราวต่างๆของโลกภายนอก’
การเดินทางอย่างเอื่อนเฉื่อยของพิธาไม่สนโลกของเขา
เวลานี้เขาไม่รู้เลยว่าการเดินลงจากเขาอย่างเชื่องช้าในครั้งนี้ จะนำพาเขาไปพบกับเื่ราวมากมายที่จะพลิกผันชีวิตอันแสนสงบสุขของเขาไปตลอดกาลและจะทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเจอมา
แต่ในตอนนี้ เขาก็ยังคงเดินไปเรื่อย ๆด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าราวกับว่าโลกทั้งใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะมารบกวนความสงบสุขภายในใจของเขาได้
**ระดับพลังในเื่:**
1. หลอมกาย (Body Tempering)
2. รวบรวมลมปราณ (Qi Gathering)
3. ดินแดนสร้างรากฐาน (Foundation Establishment)
4. โอสถทองคำ (Golden Core)
5. กำเนิดิญญา (Nascent Soul)
6. ตัดิญญา (Spirit Severing)
7. แปลงิญญา (Spirit Transformation)
8. แสวงหาวิถี (Seeking the Dao) - **พิธา**อยู่ในระดับนี้
9. หลอมสุญญตา (Void Refinement)
10. มหายาน (Mahayana)
11. ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ (SacredSage)
12. ปราชญ์จ้าว (SageLord)
13. จอมปราชญ์ (GrandSage)
14. กึ่งเซียน (Half-Immortal)
15. เซียน (Immortal)
16. กึ่งเทพ (Half-God)
17. เทพิญญา (SpiritGod)
18. นิรันดร์ (Eternal)