ตอนที่ 60 เรื่องวุ่นๆ
ติ้ง! แจ้งเตือนจากระบบ...มีการส่งมอบภารกิจให้กับเจ้าของร่าง 2 ภารกิจ
ส่งมอบ...ภารกิจหลัก!
[ภารกิจหลัก: ร้านอาหารสามเวลากำลังเติบโต]
รายละเอียด: ยกระดับค่าชื่อเสียงให้กับร้านอาหารสามเวลาให้เป็นที่รู้จักในขอบเขตของหมู่บ้าน
รางวัล: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชคจำนวน 5 ครั้ง , ระบบร้านอาหารยกระดับขึ้น 1 เลเวล , แต้มใช้จ่ายในระบบ 2000 แต้ม (ไม่นับรวมกับค่าชื่อเสียง)
ระดับความยาก: ปานกลาง
[ค่าชื่อเสียงในตอนนี้: 381/2000]
ส่งมอบ...ภารกิจรอง!
[ภารกิจรอง: มื้อเที่ยงอันแสนวุ่นวายครั้งที่ 1]
รายละเอียด: ในช่วงเวลาเที่ยงอันเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุด ทุกคนต่างเร่งรีบเพื่อจะใช้ชีวิต จงทำอาหารของทานเพื่อดับความหิวให้กับลูกค้าจำนวน 100 คน ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง
รางวัล: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชคจำนวน 1 ครั้ง , แต้มร้านค้าในระบบ 300 แต้ม
ระดับความยาก: ปานกลาง
[ลูกค้า 0/100 ระยะเวลาคงเหลือ 2 ชั่วโมง (เวลาจะเริ่มนับก็ต่อเมื่อเริ่มต้นทำอาหาร) !]
‘ภารกิจหลักและรอง ส่งมาพร้อมกันเลยเหรอ?’
ทันทีที่พ่อครัวหนุ่มได้กลับมาถึงร้านอาหารสามเวลา ระบบก็ได้ส่งมอบภารกิจให้กับเขาในทันที
ทั้งนี้ความยากของภารกิจหลักและรอง จากเดิมที่เคยเป็นภารกิจง่ายๆ ในตอนนี้มันได้ยกระดับขึ้นเป็นระดับปานกลาง ซึ่งจะว่าไปภารกิจทั้งสองที่ได้มาก็ไม่ได้ยากจนเกินกว่าที่ไลท์จะทำได้สำเร็จ
ภารกิจหลักนั้นไม่มีเวลาจำกัด...ขอเพียงแค่ร้านอาหารแห่งนี้รักษามาตรฐานต่อไปได้เรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปค่าชื่อเสียงก็จะเพิ่มเติมขึ้นมาเอง
ส่วนภารกิจรองที่มีเวลาอันจำกัดเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกับการทำให้ลูกค้ากว่า 100 คน พึงพอใจ อันนี้ถือเป็นการท้าทายตัวไลท์อยู่พอสมควร แต่ถ้าถามว่ายากเกินไปไหมนะเหรอ? สำหรับคนอื่นๆ อาจจะยาก แต่สำหรับไลท์ความวุ่นวายเพียงแค่นี้บอกเลยว่า ‘ไม่เท่าไหร่’ จะ 100 หรือ 200 คน ขอแค่บอกมา...เขาพร้อมชน
คุณตาเกลยังคงยืนนิ่ง ด้วยสายตาที่ตกตะลึง จำนวนลูกค้ากว่า 100 คนเหล่านี้ ล้วนเป็นลูกค้าหน้าเดิมกับตอนเช้าที่พวกเขานั้นขายเนื้อเสียบไม้
แน่นอนว่าในจำนวนลูกค้าที่ยืนรอกันอยู่ที่หน้าร้าน มีลูกค้าบางส่วนที่ยังคงติดใจในเนื้อเสียบไม้ของไลท์อยู่อีกหลายต่อหลายคน จึงคิดเองเออเองว่า ร้านอาหารสามเวลาจะขายเนื้อเสียบไม้ในตอนเที่ยงอีกหนึ่งรอบ
ดังนั้นลูกค้าบางส่วนจึงเลือกที่จะรอ ด้วยความคาดหวัง “โอ๊ะ…ไลท์มานู้นแล้ว?” เสียงของลูกค้าต่างลิงโลดยินดี เมื่อรู้ว่าไลท์นั้นกลับมาแล้ว
โดยคนที่เสียงดังที่สุดในบรรดาลูกค้าทั้งหมด คงหนีไม่พ้น กลุ่มของคาห์น ที่เจ้าตัวคุยโวว่าได้จองโต๊ะกับร้านอาหารสามเวลา มาแล้วนั่นเอง
“ไลท์เธอมาช้าไปหน่อยนะ…ที่จริง มีลูกค้ามารอกินอาหารของเธอมากกว่าที่เห็นในตอนนี้อีก เพียงแต่คงจะรอไม่ไหวกันเลยจากไปหมดแล้ว”
กลุ่มของคาห์นได้ตรงเข้ามาช่วยไลท์กับคุณตาเกลแบกวัตถุดิบที่ซื้อมาจากหมู่บ้าน ด้วยจิตอาสา
“พอดีวัตถุดิบที่เคยซื้อจากร้านประจำมีปัญหาเล็กน้อยครับ เลยทำให้กลับมาช้าไปหน่อย...ถ้าเช่นนั้นขอใบจองสำหรับรอบเที่ยงด้วยครับ” ไลท์ยื่นมือไปรับใบจองโต๊ะกับคาห์น ซึ่งอีกฝ่ายแม้จะยังงุนงงและเก๋กังๆ อยู่บ้าง เพราะยังไม่คุ้นชิน
แต่คาห์นก็หยิบยื่นมันให้กับไลท์ พร้อมกับนับจำนวนหัวคน ตามที่ได้จองไว้พร้อมกับตามไลท์เข้าไปในร้านอาหาร ด้วยความดีใจที่ไม่ต้องไปเบียดเสียดยื้อแย่งกับใคร
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ลูกค้าคนอื่นเห็นถึงกลุ่มของคาห์น เดินเข้าไปในร้านที่ปิดประตูเอาไว้ ลูกค้าทั้งหมดก็ต่างเบียดเสียดเพื่อที่จะตรงเข้ามาเช่นเดียวกัน
แต่ทว่า ‘กึก’ หลังจากส่งกลุ่มของคาห์นเข้าไปนั่งประจำโต๊ะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางด้านไลท์ก็ได้หันมาเผชิญหน้ากับลูกค้าคนอื่นๆ พร้อมกับกางแขนออก พลางร้องบอกให้ทุกคนหยุด
“ทุกคนหยุดก่อนครับ ร้านของเรารับลูกค้าได้จำนวนจำกัด ฉะนั้นขอให้ทุกคนจัดลำดับตามคิวด้วยครับ!” ไลท์จำเป็นต้องตะเบ้งเสียงเพื่อกลบเสียงชุลมุนของกลุ่มลูกค้าที่บางคนเริ่มแสดงท่าทางไม่พอใจ
โดยเฉพาะ กลุ่มของแมท ที่แบ่งกำลังเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกออกไปล่าสัตว์อสูรในป่าดาราฉาย ส่วนกลุ่มที่สองซึ่งก็คือกลุ่มของแมท อยู่รอฟังข่าวจากที่นี่ เพื่อเตรียมออกล่าทันทีที่ได้รับสัญญาณ
และนี้เองที่ทำให้ แมทและกลุ่มคนสนิทของมัน รั้งรออยู่ที่หน้าร้านอาหารสามเวลาเพื่อกินอาหารในยามเที่ยง
“จะจัดลำดับกันยังไง ก็เห็นๆ อยู่ว่าทุกคนมายืนรอกันอยู่ที่หน้าร้านตั้งนานแล้ว!”
กลุ่มลูกค้าเริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจ
ไม่ว่าจะหาเหตุผลอะไรมาช่วยจัดลำดับ พวกเขาก็รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะถึงอย่างไรเนื่องด้วยไลท์นั้นไม่ได้อยู่ที่ร้านอาหารมาตั้งแต่แรก ไฉนเลยจะรู้ว่าใครที่มาก่อนมาหลัง?
“นั้นสิ แบบนี้มันไม่ยุติธรรม หากฉันรู้ว่ามีการจองโต๊ะได้แบบท่านคาห์น ก็คงจะจับจองไปตั้งแต่แรกแล้ว!”
ความร้อนระอุในยามเที่ยง ดูจะร้อนแรงไม่ต่างจากบรรยากาศในหน้าร้านอาหารสามเวลา
เพียงแต่ว่าที่ทุกคนยังไม่กล้าลงมือ อาจเป็นเพราะมีกลุ่มของคาห์น มาช่วยเป็นไม้กันหมาให้กับร้านแห่งนี้อยู่นั่นเอง
ทั้งนี้คนอื่นๆ อาจไม่กล้า แต่สำหรับ แมท ที่มีพื้นเพครอบครัวคอยหนุนหลัง นั้นไม่เกรงกลัวต่อคาห์นเลยสักนิด แม้พลังเวทและระดับการต่อสู้ของแมทยังคงเป็นรองอยู่หลายช่วงตัว แต่แมทก็ยังเชื่อว่าจำนวนคนของตัวเอง น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับคาห์นได้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นแมทจึงก้าวอาดๆ ออกไป ยืนอยู่เบื้องหน้า เหล่าลูกค้าตลอดสองข้างทางต่างแหวกออกหลีกทางให้กับ แมทผู้เป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน
‘หลีกทางให้กับทางแมทสิโว๊ย!’
ไม่กี่อึดใจ แมทก็ได้มายืนอยู่ต่อหน้าไลท์ เพื่อเตรียมตัวเข้าไปในภายในร้าน “จะทำให้ยุ่งยากไปทำไม กับอีแค่ร้านเล็กๆ แบบนี้ ย่วนๆ ให้กับพวกฉันหน่อยแล้วกัน” แมทตบบ่าของไลท์เบาๆ ประหนึ่งกำลังวางก้ามต่อหน้าชายหนุ่ม
เพียงแต่ว่ายังไม่ทันที่ไลท์จะได้ห้ามปรามการกระทำของแมท จู่ๆ ก็มีจิตสังหารที่เข้มข้น พุ่งเข้าชนใส่ แมท จนล้มหงายหลังกระเด็นไป 2-3 ตลบเลยทีเดียว
‘อึกกก...อั่ก~!’
แรงกดดันนี้รุนแรงเสียจน แมทถึงกับเซถลา แม้แต่ยืนทรงกายให้ตั้งตรงก็ยังเป็นเรื่องลำบาก แมทจึงจำเป็นต้องเกาะแขนของคนสนิทเพื่อที่จะยืนขึ้นมา อย่างถูลู่ถูกัง
เหล่าลูกค้าต่างก็เหตุการณ์นั้นด้วยตาของตัวเอง ในตอนแรกพวกเขาต่างก็คิดว่าเป็น จิตสังหารที่ คาห์น ที่อยู่ภายในร้านได้ปล่อยออกมา
แต่เมื่อสังเกตถึงท่าทางร้อนรนของคาห์น ที่รับรู้ถึงแรงกดดันอันเข้มข้นนี้ด้วยเหมือนกัน เหล่าลูกค้าต่างก็รู้แล้วว่า จิตสังหารไม่ได้มาจากคาห์น หากแต่มาจากไลท์?
เปล่าเลยพลังเวทอันเข้มข้นนี้จะมาจากไลท์ที่ไม่มีพลังเวทในตัวเลยได้อย่างไร? อีกทั้งพลังนี้ก็ไม่ใช่พลังเวทของสัตว์อสูรที่เป็นสัตว์เลี้ยงของไลท์อย่างเจ้าโปริ่งอีกด้วย...หากแต่มันคือ พลังเวทที่มาจากสองพี่น้องอย่าง เอลล่าและแอล
เด็กหญิงและชาย ผู้เป็นลูกนอกสมรสของพระราชาโจเซฟ เดล ลูน่า แห่งอาณาจักรลูนาเทีย
ที่สืบสายเลือดและพลังเวทที่ตัวของเอลล่าอยู่ในระดับ 3 ดาวขั้นสูงและแอล 4 ดาวขั้นต่ำ!
โลก The Gloria ผู้ที่แข็งแกร่งคือผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง ฉะนั้นแล้ว ลำพังแมทที่มีพลังแค่เพียง 2 ดาว มีหรือจะทานทนต่อพลังเวทของเอลล่าและแอลได้
“ทุกคนโปรดใจเย็นๆ ลงก่อน ส่วนแมทคุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” ไลท์นั้นปั้นหน้า เพื่อใช้ความนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว...แต่ลำพังภายในใจ หัวใจของเขา เต้นระรัวกับพลังเวทของผู้คนในโลกนี้ ที่ต่อให้เคยเห็นมาบ้างแล้ว ก็ยังทำใจให้ไม่ได้ชินจริงๆ
“ไม่ ไม่เป็นไร ขอบคุณไลท์ที่เป็นห่วง ไม่สิที่...ยั้งมือ”
คำหลังนี้แมทไม่ได้พูดออกมา อาจจะเพราะด้วยศักดิ์ศรีหรือเพราะความกลัว
ฉะนั้นแมทจึงไม่กล้าพูดจาไร้สาระ การรอดตายในครั้งนี้จึงถือเป็นโชคดีของมันแล้วที่อีกฝ่ายไม่ได้หมายปองถึงแก่ชีวิต
เมื่อรู้เช่นนี้ ก่อนจะทำอะไรต่อคิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ เสียแล้ว แมทและกลุ่มของมันไม่ได้ ลาจากไป เพียงแต่พยุงพากันไปนั่งหลบมุมอยู่ที่มุมหนึ่งของหน้าร้าน พร้อมกับปล่อยให้ไลท์เป็นคนจัดการปัญหาวุ่นวายที่เกิดขึ้นกันแบบเงียบๆ
หลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับแมท เหล่าลูกค้าที่ยืนกันเต็มหน้าร้านก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงโวยวายต่อไปอีก ทุกคนต่างยืนกันอย่างเงียบเชียบด้วยความหวั่นกลัวที่มีต่อไลท์และร้านอาหารสามเวลา
“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนสงบลงแล้ว...ถ้าอย่างนั้นผมจะเริ่มจัดลำดับตามคนที่มาก่อนหลังแล้วนะครับ” ไลท์พูดออกไป พลางเริ่มกวักมือเรียก เจ้าโปริ่งที่อยู่ด้านหลังของร้านออกมา
‘ดึง ดึง~’
เจ้าโปริ่งตัวอ้วนกลมกระโดดเด้งออกมา ตามคำสั่งของไลท์ ร่างของมันในคราวนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส แทนที่สีชาด ที่อาจจะไปสอดคล้องตรงกับข่าวลือ
โดยร่างกายที่เป็นสีฟ้า ก็เกิดจากการที่มัน ดื่มน้ำในบ่อเข้าไปนั่นเอง
‘เจ้าของร้าน คิดอะไรอยู่...ถึงได้เลี้ยงสไลม์เป็นสัตว์เลี้ยงกันนะ?’
‘ฮ่าฮ่า ตอนแรกฉันก็เผลอตกใจ นึกว่าเจ้าของร้านคนนี้คือผู้อาวุโสเร้นกายไปเสียแล้ว ที่แท้ก็เป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆ ที่เลี้ยงได้แค่สไลท์นี้เอง’
เหล่าลูกค้า ต่างซุบซิบ นินทาเรื่องที่ไลท์เลี้ยงสไลท์เป็นสัตว์เลี้ยงกันอย่างสนุกปาก...แต่ในส่วนของไลท์กลับไม่ได้สนใจต่อคำนินทาเหล่านี้เลยสักนิด
เจ้าโปริ่งได้ถ่ายทอดภาพของร้านอาหารสามเวลา นับตั้งแต่ที่ไลท์ได้จากไป ผ่านพลังเนตรนัยน์ตาให้กับไลท์
ภาพของผู้คนที่กำลังกินหมูปิ้งกันอย่างเพลิดเพลินที่หน้าร้าน ล้วนถูกถ่ายทอดผ่านเจ้าโปริ่ง ประหนึ่งกล้องวงจรปิดในโลกก่อนของเขา อีกทั้งมันใช้งานได้ดี โดยที่ไม่มีมุมอับสายตาเลยสักนิด
โดยก่อนที่ไลท์จะเข้าไปในหมู่บ้านกับคุณตาเกล ตัวเขาก็ได้ฝากให้เจ้าโปริ่งช่วยเป็นหูเป็นตา คอยดูแลร้านให้กับเขา
เจ้าโปริ่งจึงได้แยกร่างของมัน ไปตามจุดต่างๆ ของร้านอาหาร หลบซ่อนตัวเองและแปลงกายเป็นสัตว์ที่ไม่โดดเด่นสายตาดั่งเช่นนก ส่วนร่างต้นก็อยู่คอยเป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆ คอยแก้เบื่อ
“กลุ่มของท่านที่ใส่ชุดเกราะไม้จำนวน 5 คน เชิญเข้าไปด้านในของร้านครับ!” ไลท์ใช้เสียงที่ดังกว่าปกติ เพื่อเชื้อเชิญกลุ่มลูกค้าที่ยืนอยู่ด้านหลัง เพื่อร้องเรียกให้พวกเขาเข้าไปในร้าน
โดยกลุ่มของลูกค้าที่ใส่ชุดเกราะคือกลุ่มลูกค้าคนแรกๆ ที่ได้มาชะเง้อมองเข้ามาในร้าน ตอนที่ไลท์นั้นไม่อยู่
ซึ่งทันทีที่ลูกค้าที่อยู่ด้านหลังถูกเรียก ทางด้านคนอื่นๆ ก็ส่งเสียง อึมครึมไม่พอใจ...แต่ยังไม่ทันไร ทางด้านไลท์ก็ได้ร้องเรียกกลุ่มของแมทมากกว่า 10 คน ในลำดับต่อมา โดยไม่ได้ติดใจถือสากับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
“กลุ่มของคุณได้ส่ง ชายคนนี้เข้ามาเรียกหาผม ตอนที่ผมไม่อยู่ใช่หรือไม่?” คำพูดของไลท์ ครั้งนี้ตั้งใจพูดให้ทุกคนได้ยิน ก่อนที่จะผายมือไปยัง นักผจญภัยกลุ่มของแมทที่ดูจะมีอายุไม่น่าจะเกิน 20 ปี
แมทสะดุ้งไปเล็กน้อย เพราะที่ไลท์พูดมานั้นเป็นความจริงทั้งหมด อีกทั้งไลท์ยังสามารถพูดคำประโยคเดียวกับที่ นักผจญภัยในกลุ่มของแมทออกมาได้อีกด้วย
เรื่องนี้ทำเอาลูกค้าคนอื่นๆ ต่างประหลาดใจกันเป็นอย่างมาก ‘หรือจริงๆ แล้ว พ่อครัวหนุ่มคนนี้จะเป็นผู้อาวุโสจริงๆ’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดวันพุธ