แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ แม้จะอ่อนแสงลงแต่ก็ไม่อ่อนแรงตามนั้นได้ลามเลียแดดไปยังเต้นท์กิจกรรมที่ตั้งขึ้นอย่างเรียบง่ายเป็ซุ้มเล็ก ๆ เรียงกันบนสนามกีฬากลางแจ้งหลังมหาวิทยาลัยกิจกรรมการเปิดโลกชมรมเริ่มจัดขึ้นประมาณบ่ายสามโมง ชมรมต่าง ๆ เริ่มจัดสถานที่ที่จับจองไว้และต่างเริ่มขนของจำพวกบอร์ด ข้าวของที่สามารถจะประชาสัมพันธ์กิจกรรมในชมรมของพวกตนได้ เพราะตรงสนามสปอร์ตเป็สถานที่เปิดโล่งบนพื้นคอนกรีตที่จัดขึ้นเป็บริเวณกว้างในระดับหนึ่งและเป็ที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งรับน้องรวมและคอนเสิร์ตรวมถึงการแข่งกีฬาต่างๆของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกด้วย
ประมาณสี่โมงเย็นก่อนที่งานพาร์ทไทม์เธอจะเริ่มตอนห้าโมงอริสามายืนรอแป้งอยู่หน้าร้านถ่ายเอกสารเล็ก ๆตรงหน้าคณะที่นัดกันไว้เพื่อที่จะไปชมรมด้วยกัน
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงหญิงสาวนั่งรอไม่ไหว และเนื่องจากเธอเองไม่มีโทรศัพท์จึงไม่สามารถติดต่อแป้งได้เลยจะกลับหอไปพักก็ไม่ทันแล้ว เธอจึงตัดสินใจไปเดินที่สปอร์ต เพื่อไปดูชมรมต่าง ๆ แบบคร่าว ๆ ก่อน โชคดีที่คณะของเธอกับสนามกีฬาขนาดกลางแห่งนั้นก็ไม่ไกลกันมากนักเดินไปก็ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เมื่อไปถึงตรงลานกว้างที่สนามสปอร์ตเธอก็เห็นคนมาเดินกันเรื่อย ๆ ชมรมต่าง ๆ เริ่มประชาสัมพันธ์ชมรมของพวกตนอย่างแข็งขันแต่ก็สนุกสนานไปในที
‘ดูน่าสนุกเหมือนกันแฮะ เดินดูสักแป๊บดีกว่า’ เด็กสาวเดินดูไปตามบูธต่าง ๆบูธชมรมค่ายอาสาแบบที่แป้งแนะนำก็มีเยอะแยะจนเธอตาลาย อดคิดไม่ได้
‘ทำไมอาสาเหมือน ๆ กันจะต้องกระจายอยู่คนละชมรมกันล่ะเนี่ยงงไปหมด’
“สานั่นสาหรือเปล่า”
หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อยตัวเธอเองก็ไม่ต่างจากอากาศนัก ใครในคณะแทบจะไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ เมื่อคิดดังนั้นเธอจึงหันหลังไปยังต้นเสียงที่เรียกเธอ
คนที่เรียกเธอเป็เด็กสาวปี1 ผมที่มัดเป็จุกตรงกลางบอกว่าเธออยู่คณะจิตรกรรมฯหญิงสาวถึงกับร้องอ๋อ เพราะจำได้ว่าเจอกันตอนรับน้องรวมซึ่งจะรับน้องรวมทุกคณะเธอชื่อ “กิ่ง” ทั้งสองโดนจับอยู่กลุ่มเดียวกัน ทำกิจกรรมฮา ๆ และตลก ๆ ด้วยกันโดยกิ่งป็นคนคอยช่วยเธอเสมอ แต่ในขณะเดียวกันกิ่งก็ชวนเธอคุยด้วยทัศนคติแบบผู้ใหญ่มีเหตุและผล ในขณะเดียวกันก็เจือไปด้วยอารมณ์ศิลป์ในบางครั้งแต่เสียดายที่ตอนหลังกิ่งจะขอเบอร์ของเธอเธอกลับไม่มีให้เพราะไม่มีเบอร์เป็ของตัวเองเธอจึงให้เบอร์แป้งที่เป็รูมเมทเธอไป
“กิ่งฉันสาเองจ้ะ” หญิงสาวยิ้มอย่างดีใจ พลางสาวเท้าที่สวมผ้าใบสีขาวไปที่โต๊ะที่เด็กสาวนั่งอยู่ใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมยิ้มออกมานิด ๆ “เธอมาจัดกิจกรรมนี้ด้วยหรือ”
“ใช่แล้วววฉันกับเพื่อน ๆ ในคณะมาจัดชมรมของคณะล่ะ เป็ชมรมวาดภาพ เธอสนใจหรือเปล่า สามาอยู่ชมรมด้วยกัน” เด็กสาวตัวอวบ เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มอย่างกระตือรือร้นรู้สึกถูกชะตากับเพื่อนสาวคนนี้ตอนรับน้องอย่างบอกไม่ถูกอาจจะเป็เพราะความคิดที่เป็ผู้ใหญ่คล้าย ๆ เธอล่ะกระมัง
“แต่ฉันวาดภาพไม่เก่งน่ะสิวาดไม่เป็เสียด้วยซ้ำ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ อย่างคนที่วาดได้แค่ทะเลูเา คนที่เป็ตัวก้างปลาอย่างเธอเนี่ยนะจะมาเข้าชมรมศิลปะที่มีแต่คนวาดรูปเก่ง ๆกัน น่าอายจะตาย
“ไม่ได้วาดเป็จริงเป็จังหรอกจ้าแค่มาเจอกันบ้างก็โอเคแล้ว” หญิงสาวอีกคนที่ยืนข้าง ๆ ซอยผม ใส่หมวก แก็ปปีกเนื้อผ้ายีนเสื้อปิดไหล่นิดๆ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ซึ่งดูบุคลิกน่าจะเป็รุ่นพี่เอ่ยขึ้นอย่างใจดี
“เราจะได้เจอกันบ่อยๆไงล่ะ สา นะ ๆ” กิ่งพูดอย่างอ้อน ๆ สาเองก็ลังเลใจไม่กล้าทำลายน้ำใจปฏิเสธเมื่อได้ยินเสียงแบบนั้นแถมเวลาเข้างานก็ค่อยๆบีบเข้ามาด้วย
“เดี๋ยวไว้ยังไงฉันมาลงได้ไหมจ๊ะพอดีว่าฉันต้องไปทำพาร์ทไทม์ด้วย”
“กิจกรรมเปิดโลกชมรมเก็บกันทุ่มสองทุ่มนะจ๊ะน้องเลิกงานกี่โมงอ่า” หญิงสาวรุ่นพี่ถามขึ้น
“ก็ประมาณสองทุ่มครึ่งค่ะ”
“โหยนั่นไง แล้วเราจะเจอกันได้ยังไงอ่ะ”
“งั้นก็ลงวันนี้เลยมา ๆ” รุ่นพี่สาวต่างวัยสรุป ก่อนจะลุกและรุนร่างผอมบางของเธอเข้าไป
“ไม่จำเป็ต้องเข้าก็ได้ใช่ไหมจ๊ะเพราะฉันอาจจะติดทำงานพาร์ทไทม์ตอนเย็นด้วยน่ะจ้ะ”หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความรู้สึกเกรงใจ
“จ้าค่าสมัครสมาชิกก็ฟรีน้า” กิ่งรีบพูดทันทีก่อนจะยื่นกระดาษให้เพื่อนสาวพูดน้อยตรงหน้า
อริสาจึงตัดสินใจลงชื่อเข้าเป็สมาชิกชมรมในที่สุดบนแผ่นกระดาษมีคนประมาณ 10 คนแล้วที่มาลงชื่อไว้ เป็ผู้หญิงกันเกือบทั้งนั้นสงสัยจะเป็กลุ่มเพื่อนกันมาลงและที่แน่ๆก็คณะจิตรฯหมดเลยนี่เธอคิดถูกแล้วใช่ไหมเนี่ย แต่เห็นว่าแค่มาเจอกันก็ไม่น่ามีปัญหามั้งอีกทั้งจะได้เจอกิ่งด้วย
“รุ่นเดียวกับพวกเราก็เยอะอยู่นะ”กิ่งเอ่ยยิ้มๆ “อีกอย่างปีนี้รู้สึกจะเปลี่ยนอาจารย์ที่ดูแลชมรมด้วยกฎบางอย่างไม่รู้จะเปลี่ยนเปล่า แต่เห็นเขาว่ากันว่าใจดีมากและหล่อมากกกกกอาจารย์แกเป็เ้าของแกลอรี่ ตรงแถวๆมอศิลป์วิทยาเขตในกรุงเทพนี้เองแหละ”
“อ๋อจ้ะ” หญิงสาวพยักหน้า ขานเสียงพอรับรู้ เพราะนั่นไม่ใช่เื่ที่เธอสนใจสักเท่าไหร่
“งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะกิ่ง สวัสดีค่ะ พี่”
“พี่ชื่อฝนจ้า”หญิงสาวรุ่นพี่ยิ้มให้อย่างใจดี
“ค่ะสวัสดีค่ะ พี่ฝน” หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้จริง ๆ ว่าถ้ามีสองคนนี้อยู่ชมรมล่ะก็เธอคงไม่รู้สึกเหงาสักเท่าไหร่หรอก
หลังจากคิดอะไรอย่างเหม่อลอยอยู่สักพักอริสาก็รีบสาวเท้าอย่างไวเพื่อไปร้านกาแฟที่คณะ เธอก้มดูนาฬิกาข้อมือ เหลืออีก 15 นาทีก่อนจะเข้างาน ตายจริงทำไมเวลาผ่านไปเร็วแบบนี้นะ
ด้วยอารามรีบหญิงสาวจึงไม่ทันได้ดูทาง ฉับพลันนั้นเอง ร่างของเธอก็กระแทกเข้ากับแผงอกใหญ่ของคนๆ หนึ่งเข้าอย่างจังจนเกือบล้ม แต่โชคดีที่เขาคนนั้นเอาแขนคล้องเอวเธอไว้ได้ทัน
“เป็อะไรหรือเปล่าครับคุณ” เขาเอ่ยถามขึ้น
“ค...คือฉัน...” หญิงสาวรู้สึกกระดากขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายแปลกหน้า
“ขอโทษนะครับ”ชายหนุ่มรู้ตัวเมื่อหญิงสาวในชุดนักศึกษาตรงหน้ามีอาการแข็งขืน เขาจึงค่อย ๆ ปล่อยเธอ
“ขอบคุ...”หญิงสาวนิ่งอึ้งไป เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็ใคร พูดอะไรไม่ออกอีกสายตากลมโตมองเขาอย่างตะลึง ริมฝีปากอิ่มยังคงสั่น นี่เขามาทำอะไรที่นี่กัน
“เธอ”ชายหนุ่มพูดออกมาผ่านริมฝีปากหนา มีหนวดเคราบาง ๆ ล้อมไว้ อึ้งเล็กน้อยก่อนจะกระตุกยิ้มอย่างพอใจ สายตาแวววับไปด้วยความเ้าเล่ห์
“ขอโทษนะคะ” เธอรีบเบี่ยงตัววิ่งหลบ
“ไม่ให้อภัยครับ”เขาเอาตัวเข้ามาขวางไม่ให้เธอไป
“ฉันรีบค่ะ”
“ไม่อยากได้สมุดบันทึกคืนหรือครับคุณอริสา” ชายหนุ่มยืนเท้าสะเอวจับจ้องมาที่เธอ สายลมอ่อน ๆ พัดผมที่เขารวบไว้ข้างหลังเบาๆ
หญิงสาวถึงกับนิ่งไป
“คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไง หรือว่าคุณอ่าน...”
“ครับผมอ่าน แต่แค่หน้าแรกนะ ก็เลยรู้ชื่อไงล่ะ”
ขอบคุณที่ไม่อ่านต่อจากนั้นให้เธออายแต่ก็หวังว่าเขาจะพูดความจริงที่ไม่ได้อ่านหน้าที่เหลือ
“ขอโทษนะคะดิฉันมีธุระต้องรีบจริง ๆ ช่วยหลีกให้นิดนึงนะคะ” หญิงสาวพยายามหาทางหนี
“ธุระอะไรหรือครับรีบร้อนจัง” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย พร้อมกับเดินเข้ามาขวาง
“ธุระส่วนตัวค่ะ” เธอพยายามเดินหลบจากร่างใหญ่บอกปัดอย่างรำคาญ แต่เขาก็ยังขวางเธออยู่
“คุณยังไม่ตอบคำถามผมเลยนะ ธุระอะไร”
หญิงสาวเริ่มรู้สึกไม่พอใจเอ่ยขึ้น
“ทำไมคุณต้องมายุ่งเื่ของฉันด้วยคะช่วยหลบไปเสียทีเถอะค่ะ” นอกจากรำคาญแล้วก็ชักจะโมโหขึ้นมาด้วย
“ถ้าไม่ตอบบันทึกรักในสมุดของคุณจะดังไปทั่วโซเชียลแน่นอน” เขาว่าขึ้นพลางยักคิ้วให้เธออย่างเป็ต่อ
คำขู่นั้นได้ผลทันตาเห็น หญิงสาวร่างบางถึงกับหน้าเหวอ
“คุณจะไม่ทำจริง ๆ หรอกใช่ไหมคะ”
“ก็ไม่รู้สิถ้าคุณไม่ตอบคำถามผม...” เมื่อรู้ว่าขู่แบบนี้แล้วเธอจะทำตาม ชายหนุ่มจึงยิ่งได้ใจ
“ค่ะๆฉันต้องรีบไปทำงานพาร์ทไทม์ ร้านกาแฟหน้าคณะ นี่จะสายแล้ว ฉันต้องรีบไปค่ะ” พูดจบเธอก็รีบวิ่งพลางหิ้วกระเป๋าผ้าสะพายออกไปจากตรงนั้นอย่างไวเมื่อเห็นชายหนุ่มเปิดทางให้เธอแล้ว
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเดินตามเธอไปทันที
‘เป็ผู้หญิงที่น่าสนใจจริง ๆ เดี๋ยวตามไปดูเธอสักแป๊บดีกว่าน่าจะทันกลับมาดูกิจกรรมชมรมของเด็กๆ’
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในที่สุดหญิงสาวก็วิ่งมาถึงร้านกาแฟ @Wish นาฬิกาข้อมือของเธอบอกเวลาตอนนี้17.10 น.เลยเวลาเข้างานมา 10 นาทีแล้ว
หัวใจหญิงสาวเต้นแรงเพราะพี่ยิ้มซึ่งเป็ผู้จัดการถึงแม้จะใจดี แต่ก็ตรงต่อเวลามาก ๆเธอเคยเห็นคนมาสายประมาณนี้ โดนดุด้วยและครั้งนี้เธอต้องโดนแน่ ๆ ให้ตายสิ เพราะตาโรคจิตขี้ตื๊อนั่นแท้ ๆ เลยเชียว
“สวัสดีค่ะ” เธอไหว้ทักทายพี่ยิ้ม หญิงสาวผมซอยทำสีเหลืองออกน้ำตาลตรงปลาย ๆรูปร่างผอม หน้าตาใจดีแต่ก็ดูเข้มงวด
“ทำไมวันนี้มาสายจังล่ะ สา”หญิงสาวอายุมากกว่าเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวอ่อนวัยตรงหน้ามาเข้างานสายและอาจจะด้วยเหตุผลที่เธอเป็เด็กดี ตั้งใจทำงานมาตลอดด้วยทำให้ผู้จัดการอย่างเธอเลือกที่จะถามก่อนตำหนิ
“หนูต้องขอโทษมาก ๆ เลยนะคะ”
“เดี๋ยวนี้เป็งานแล้วนี่จ๊ะ น้องสา” พี่อรซึ่งเป็พนักงานประจำร่างอวบอ้วนผิวสองสี อายุประมาณยี่สิบปลาย ๆและมีพฤติกรรมชอบอู้งานและมักโยนงานให้เธอบ่อย ๆ เอ่ยขึ้น“เลยกล้าเกเรแบบนี้”
“หนูไม่ได้ตั้งใจมาสายนะคะ คือพอดีว่า...”ในขณะที่เธอกำลังจะกล่าวประโยคถัดไปก็มีเสียงทุ้มเสียงหนึ่งแทรกขึ้นเสียก่อน
“พอดีว่านักศึกษาคนนี้ไปช่วยงานชมรมอยู่น่ะครับ เลยมาช้า”
สิ้นประโยคของชายหนุ่มร่างใหญ่ ผู้จัดการก็ยิ้มก่อนจะสวัสดีทักทายอย่างคนคุ้นเคยและสนิท
“สวัสดีค่ะ อาจารย์ ขอโทษทีนะคะพอดีดิฉันไม่ทราบว่าน้องเขาไปทำกิจกรรมมาเลยมาช้า เห็นว่าสิวิ่งหน้าตาตื่นยังกับเห็นผีมาเลย นี่ สา ถ้ามีเหตุผลพี่ก็ไม่ว่าเธอหรอกต่อไปให้บอกนะจ๊ะ”
“ค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าหงุด พลางครุ่นคิด
‘ตาโรคจิตนี่มาช่วยเราทำไมกันนะ แล้วนี่เขาเป็อาจารย์ด้วยงั้นหรือคนอย่างตาโรคจิตนี้เนี่ยนะ’
หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างพินิจไม่นานแล้วเธอก็รีบก้มหน้าหงุดเพราะเห็นว่าเขาก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน
“อาจจะไม่ได้เห็นผีก็ได้ครับแต่อาจเห็นอย่างอื่นแล้ววิ่งมามากกว่า”
“ฮ่า ๆ อาจารย์นี่ตลกจังค่ะ แล้วอาจารย์จะทานอะไรไหมคะ วันนี้เดี๋ยวฉันจะทำให้เป็พิเศษเหมือนทุกครั้งค่ะ อ่ะ น้องสา เธอไปเตรียมตัวเข้างานได้แล้วจ้ะได้เวลางานแล้วนะ ส่วนเธอนะ อร ไปรับออเดอร์โต๊ะโน้นทีไป”
หญิงสาวพยักหน้าและยิ้มนิด ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นหลังจากสั่งงานพี่อรเสร็จเธอเห็นพี่ยิ้มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุดเลยในขณะที่คุยกับเขา
“ผมเอาอเมริกาโน่ที่หนึ่งครับ” พูดจบชายหนุ่มก็ไปนั่งประจำจุดเดิมซึ่งเป็มุมส่วนตัว เดินไกลจากหน้าร้านไปสักหน่อย
เมื่อหญิงสาวแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยจัดผ้ากันเปื้อนและรวบผมจนเผยให้เห็นต้นคอขาวผ่อง มีลูกผมระต้นคอบางๆเธอก็เดินออกมาที่เคาน์เตอร์
“น้องสา เดี๋ยวหนูเอากาแฟที่วางตรงนี้ไปเสิร์ฟอาจารย์เขาทีนะจ๊ะแล้วก็ไม่ต้องหยิบน้ำตาล ครีมเทียมหรือน้ำผึ้งไปนะ แกกินเพียวๆ”
เธอมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะหยิบถ้วยกาแฟนั้นใส่ถาดไปเสิร์ฟ
เขาเป็ลูกค้า ส่วนเธอก็เป็พนักงานมีหน้าที่เสิร์ฟก็แค่นั้น
“กาแฟค่ะ” เธอจัดการวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มที่กำลังแชทในมือถืออยู่ก็วางมือถือแล้วเงยหน้าขึ้น
“นี่เธอทำเอง”
“เปล่าค่ะ พี่ยิ้มทำ”
“ไม่คิดจะทำให้ฉันเป็การขอบคุณหน่อยหรือ”
“เอ่อ...คือ” เธอไม่รู้จะพูดอะไร เมื่อชายหนุ่มเล่นไม้นี้ “แล้วคุณ...เอ่อกาแฟนี้พี่ยิ้มชงมาแล้ว ไว้คราวหน้าได้ไหมคะ อาจารย์”
ชายหนุ่มยิ้มแบบขัน ๆ กับสรรพนามที่เปลี่ยนไประหว่างเขาและเธอท่าทีที่ดูเหมือนจะเคารพแบบฝืน ๆ นั่น ดูตลกไม่น้อยในสายตาเขา
“ไม่คิดเลยว่าเธอจะเรียกฉันอาจารย์ ถึงแม้จะดูไม่เต็มปาก เอาเถอะ ไม่เป็ไรฉันยินดีช่วยเธออยู่แล้ว คุณนักศึกษา”
“หนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะแล้วก็ขอบคุณอาจารย์มาก ๆ ที่ช่วยพูดให้หนูค่ะ ”
ว่าจบ เธอก็เดินออกไปจากตรงนั้น เขานั่งจิบกาแฟ มองหญิงสาวอยู่ห่าง ๆ อยู่สักพักก็ลุกขึ้นไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์
“นี่เขามาทำที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่กันครับ หลายวันก่อนผมไม่เห็นเลย”
“อ๋อ พอดีน้องเขาเข้ากะเย็นน่ะค่ะ อาจารย์มาตอนเช้าก็คงจะไม่เห็นน้องทำมาก็อาทิตย์กว่า ๆ แล้วล่ะค่ะ”
“แสดงว่าทำั้แ่ตอนนี้จนร้านปิดทุกวันเลยสิครับเนี่ย” เขายังถามต่อเรื่อย ๆในมือก็หยิบธนบัตรมาจ่ายเงิน
“ก็ทำทุกวันยกเว้นวันพฤหัสบดีกับวันเสาร์ค่ะ เห็นว่าเป็นักศึกษาพาร์ทไทม์เลยจัดเวลาให้แบบนี้ โชคดีที่น้องเขาไม่เื่มาก ให้ทำอะไรทำหมด ต่างกับอีกคนจริงๆ ค่า ” เ้าของร้านอดจะพูดแขวะพนักงานประจำคนหนึ่งไม่ได้
เขายิ้ม ๆ วันนี้รู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เขาวางธนบัตรลงกับถาดเล็ก ๆก่อนจะเดินออกไป โดยมีเสียงใสว่าขอบคุณของยิ้มดังขึ้นมา
เขาเดินออกไปจากร้าน เสียงโทรศัพท์แชทดังขึ้น
‘มีมี่หรอ’
เขากดปิดไวไฟที่เป็ของร้านกาแฟี้เีจะคุยกับเ้าหล่อนต่อ
ชายหนุ่มเดินออกจากร้านกาแฟของคณะวิทยาศาสตร์ไปยังชมรมศิลปะที่ลานสปอร์ตชมรมวาดภาพที่เขาจะต้องมาเป็อาจารย์ที่ปรึกษา ความจริงแล้ว เขาไม่ต้องมาก็ได้ แต่การได้ทำสิ่งที่เขาชอบอย่างศิลปะทำให้เขาอดที่จะมาดูกลุ่มคนที่มีความสนใจเหมือนกันกับเขาไม่ได้
เกือบถึงอัฒจรรย์เพียงเล็กน้อยเขาก็เห็นป้ายของชมรมวาดภาพแขวนอยู่ ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังซุ้มเล็กๆดังกล่าว
รูปร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้ซุ้มดูแคบลงไปถนัดกิ่งที่กำลังดูแลเื่จัดรายชื่อชมรมอยู่เงยหน้ามองผู้มาใหม่
“สวัสดีค่ะสนใจลงชื่อเข้าชมรมไหมคะ” เธอแอบเขินเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเขาหล่อมากในสายตาของเธอให้ตายสิ เคราบาง ๆ กับผมดำยาวที่รวบเป็หางม้านิด ๆ นั่นทำใจเธอบางชะมัด
“สวัสดีครับสนใจครับ” เขากล่าวยิ้ม ๆ
“ลงชื่อในนี้ได้เลยค่ะ”เธอว่าพลางยื่นกระดาษให้เขาอย่างเขินๆ
เมื่อเขียนชื่อ-นามสกุลเสร็จพอถึงตรงบอกระดับชั้นปี เขาก็พูดขึ้นมาว่า “จะเขียนไงดีเนี่ย”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ก็จบป.ตรีมานานแล้ว”
“ก็เขียนระดับปัจจุบันก็ได้ค่ะ”เด็กสาวคิดว่าเขาคงเป็นักศึกษาป.โทหรือป.เอก “พี่เรียนป.โทหรือป.เอกคะ”
“ป.อาจารย์ครับ”เขาพูดพลางยิ้มๆ
“อุ๊ย อาจารย์อาจารย์นเรนทรหรือเปล่าคะ” กิ่งถามขึ้นเพื่อนและรุ่นพี่แถวนั้นเมื่อได้ยินเสียงกิ่งก็เดินเข้ามาถามกัน
“มีอะไร ๆ”
“อาจารย์ค่ะเขาเป็อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ของชมรมเรา” กรกนกหรือกิ่งกล่าวขึ้น
“สวัสดีค่ะ/ครับ”
“สวัสดีนะ ทุกคนวันนี้เป็ยังไงบ้าง เหนื่อยกันไหมครับ”
“โหว อาจารย์หลอกหนู” ท่าทางเป็กันเองและดูใจดีทำให้กรกนกพูดออกไปแบบนั้น
“ก็ครื้นเครงดีใช่ไหมล่ะ” เขาว่าขึ้นพลางหัวเราะนิด ๆ
หลังจากคุยสัพเพเหระเสร็จเขาก็จัดการให้เงินหัวหน้าชมรมอย่างฝน พาน้องๆไปกินขนมกันก่อนที่เขาจะขอรายชื่อที่ได้วันนี้
“มีประมาณ 20 คนค่ะ แต่ปกติชมรมเราก็มีประมาณนี้นะคะ” ฝนกล่าวขึ้น
“เอาเถอะ จะกี่คนก็ได้ มาร่วมกิจกรรมกันสนุก ๆ มาใช้เวลาด้วยกันบ้างก็โอเค”เขาเองรู้สึกดีเหมือนกันที่เห็นมีคนน้อย ๆ เพราะจะได้สนิทกันทั่วถึง“ปีหนึ่งหมดเลยใช่ไหมเนี่ย เด็กของคณะศิลปะเกือบทั้งนั้นสินะ”
“ค่ะ” เธออดจะชื่นชมท่าทางเป็การเป็งานของเขาไม่ได้“มีของคณะวิทยาศาสตร์อยู่คนหนึ่งค่ะ เห็นว่าน้องกิ่งรู้จักตอนรับน้องเขาเดินผ่านมาพอดีก็เลยชวนเข้า ชวนอยู่ตั้งนานเลยค่ะ”
“งั้นหรือ”เขาเลื่อนขึ้นไปมองรายชื่อคณะข้างบนก็เห็นมีคณะวิทยาศาสตร์อยู่คนหนึ่งจริง
เขายิ้มออกมานิด ๆ เมื่อเห็นว่าเป็ชื่อใคร ให้ตายสิโลกเราช่างแคบอย่างที่เขาว่ากันไว้ไม่มีผิดเสียอย่างเดียวคือเธอไม่ได้ลงเบอร์โทรศัพท์ไว้ สงสัยคงไม่มีโทรศัพท์มือถืออย่างที่ว่าจริงๆ
ชายหนุ่มยื่นกระดาษรายชื่อกลับไปให้นักศึกษาสาว
“รักษาไว้ให้ดีล่ะ ของหายาก” คำกล่าวของเขาติดตลกจนทำเอาหญิงสาวหลุดขำ
“คนนี้แหละเพื่อนหนูค่ะ อีกอย่างไม่ต้องห่วงว่าเขาจะไม่มานะคะหนูตื๊อให้เขามาเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ” กิ่งพูดอย่างภูมิใจ โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดเธอนั้นทำให้เขาสมใจแค่ไหน
“หรอครับ” เขาถามเสียงเรียบ “มาแน่นะ อยากเห็นจังว่าใคร”
“แน่สิคะ เราสนิทกัน”
รักษาไว้ให้ดีใช่ เขาจะรักษาไว้ไม่ให้ดิ้นหลุดไปไหนได้อีกเลย
--------------------------------------------------------------------------------------------
ในวันหยุดอย่างวันเสาร์ที่ผ่านมา ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังดูโทรทัศน์อยู่หญิงสาวหุ่นดีในชุดคลุมสีแดง เดินกรุยกรายลงมาจากชั้นสอง ใบหน้างามเมื่อเห็นลูกเลี้ยงดูทีวีอยู่ก็เอ่ยทักขึ้น
“สวัสดีจ้ะ น้องต้น ตื่นมาดูทีวีตอนเช้าเหมือนเคยนะจ๊ะ”
เด็กหนุ่มมองไปที่แม่เลี้ยงของตน ก่อนจะกล่าวอย่างเนือยๆ “ครับ”
“ไม่ออกไปเที่ยวไหนบ้างหรือจ๊ะ อุดอู้อยู่แต่ในบ้านทุกวันเป็แม่แม่เบื่อแย่เลย” เธอยังคงชวนเขาคุยต่อไป
เด็กชายเงยหน้ามามองเธอทันที พร้อมทั้งส่งสายตาอย่างไม่พอใจจนเธอรู้สึกได้
“แม่พูดอะไรให้ต้นไม่พอใจหรือลูก”
“อย่ามาเรียกตัวเองว่าแม่ คุณไม่ใช่แม่ผม” เขากล่าวอย่างโกรธๆก่อนจะดูทีวีต่อ
แต่มารตียังคงเดินหน้ายิ้มต่อไปได้ หลายปีที่ผ่านมาั้แ่เธอมาอยู่ที่นี่เธอก็ชินชากับท่าทีหมางเมินและคำพูดคำจาแบบนี้ของเขาไปแล้ว แต่เธอก็ไม่สนใจเพราะเหตุผลจริงๆที่เธอก้าวมาในบ้านหลังนี้ก็ใช่ว่าจะมาเป็แม่ใครสักหน่อยเพียงแต่คนที่เธออยากมาเกาะ มันดันมีลูกมาด้วยต่างหาก
“ไม่ใช่ก็ไม่ใช่จ้ะ ตามใจต้นก็แล้วกันนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่ เออ น้าไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวเช้านี้ต้นกินอะไรจ๊ะ”
“ป้าแอ๋วเตรียมให้ผมแล้ว คุณอยากไปกินอะไรกับพ่อก็กินเถอะครับ”
เมื่อเห็นว่าพูดไปกว่านี้ก็ดูจะท่าไม่ดีเธอจึงเดินขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อไปอาบน้ำ
“คอยดูเถอะ แกจะชูคอผงาดไปได้นานแค่ไหนกัน ไอ้ต้น” เธอพูดอย่างเคืองแค้นกำมือแน่น
“มารตี”
หญิงสาวหยุดยืนนิ่ง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชังแปรเปลี่ยนเป็ใบหน้าแต้มรอยยิ้มอย่างรวดเร็วเหมือนสั่งได้เธอหันมายังต้นเสียงที่เรียกมาจากข้างหลัง
“อ้าว พี่ยนต์”
“ผมนึกว่าคุณไปอาบน้ำแล้วนะเนี่ย” ชายร่างท้วมเอ่ยถามขึ้นเขาเองก็กำลังจะไปอาบน้ำเหมือนกัน “มายืนทำอะไรตรงนี้ ฮึ”
“ตรีลงไปคุยกับน้องต้นมาน่ะค่ะ เดี๋ยวสักพักจะไปอาบน้ำแล้ว”
ผู้เป็สามีถอนหายใจออกมาเบา ๆ ลูบศีรษะของภรรยาสาว
“ผมเห็นค่าในความพยายามของคุณจริง ๆ นะ มารตีผมเองก็อยากให้เ้าต้นเห็นตรงนี้ของคุณจัง”
“ไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรทั้งนั้นค่ะ ดิฉันทำไปก็เพราะเอ็นดูน้องต้นเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆ จริง ๆ ดิฉันคิดว่าเป็ธรรมดานะคะ สำหรับเด็กวัยนี้ที่สูญเสียคุณแม่กะทันหัน”
“อืม ถูกของคุณ เ้าต้นนั้นรักนงนุช แม่ของเขามาก”
“เราต้องให้เวลาเขานะคะ”มารตียังสวมบทเป็แม่เลี้ยงแสนดีต่อไป
“นั่นสินะว่าแต่คุณยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหม คุณมารตี ดีเลย มาถูหลังให้ผมนิดนึงสิ”
“ถูหลังแต่เช้าเลยหรือคะคุณยนต์” หญิงสาวทำท่าทีเขินอาย
“ผ่อนคลายกันสักหน่อยนะ หลายวันที่ผ่านมาผมเจองานหนัก ๆ ทั้งนั้นเลยเลยอยากได้คนมาดูแลเป็พิเศษ” พยนต์ว่าก่อนจะจูงมือหล่อนไปที่ห้องน้ำใช้เวลาส่วนตัวกันสองต่อสองสักครู่ใหญ่
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------