Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 40 ปะทะ 2

    บาทหลวงเดลี่กรีดร้องอย่างเจ็บปวด มันไม่เคยต่อสู้อย่างจริง ๆ จังสักเท่าไหร่เพราะงั้นการโดนโจมตีแบบนี้มันถึงได้ร้องโหยหวน หลังจากถูกแทงมันก็พุ่งถอยหลังตั้งหลักทันที “โอ้ยย ! เจ็บ...เจ็บเหลือเกิน” บาทหลวงกล่าวอย่างปวดร้าวและตัวค่อม มันเอามือกุมแผลหลังจากนั้นก็ใช้ออร่าธาตุแสงรอบตัวที่ไหลเวียน ก็ถูกบาดแผลกลางหลังดูดเข้าไป จากนั้นบาทหลวงก็ค่อย ๆ ยืนตัวตรงขึ้น เคลตาโตอย่างตกใจ “โอ้โหร้องหยังหมูถูกเชือดนี่ใช่นักเวทย์จริงปะนิ...เดี๋ยวนะเกินไปแล้วออร่าธาตุแสงสามารถรักษาบาดแผลแบบนี้ก็ได้เหรอ? อย่างนี้ฉันต้องมีมันบ้างแล้ว” “แก..แกต้องมาเจ็บแบบฉัน !” บาทหลวงเดลี่เอ่ยด้วยสีหน้าเคียดแค้น มันล้วงเข้าไปถุงมิติที่อยู่หลังเสื้อและนำอาวุธอีกชิ้นขึ้นมา เป็นมีดสั้นอาวุธระดับนักเวทย์ที่สามารถเสริมพลังได้ “คราวนี้ต่อให้แกเสกโล่ธาตุดินขึ้นมาก็จะพังทลาย” มันกล่าวพลางเสริมพลังอาวุธ พลันก็มีแสงสว่างเรืองรองติดอาวุธ ‘อาวุธตีธาตุแสงเข้าไปแล้วผลลัพธ์จะเป็นยังไงนะ’ เคลคิดขณะเขาเสกธาตุดินออกมาเป็นโล่ซ้อนกัน 5 ชั้น เป็นชั้นบาง ๆ ที่อัดแน่นเป็นพิเศษ ถ้าดูภายนอกก็คงเห็นว่าเป็นแค่โล่ชิ้นเดียวเท่านั้น “แกตาย !” บาทหลวงเดลี่พุ่งเข้าเช่นเดิม สับขาอย่างว่องไวและทำท่าแทงเช่นเดิม “....” เคลถึงกับพูดไม่ออก ชายวัยชราโจมตีแบบเดิมไม่มีพลิกแพลงใด ๆ ทั้งสิ้น เขาอยากจะถามเหลือเกินว่าได้เคยต่อสู้อย่างจริงจังบ้างหรือเปล่า ? เคลตั้งรับอย่างเต็มที ตู้ม ! ! ! ! ! มีดสั้นทะลวงโล่ดินทีละชั้น ทีละชั้น อย่างรุนแรง เมื่อมาถึงชั้นสุดท้าย เคลก็พลันน่าซีดเตรียมกระดกก้นถอยหลังด้วยความรวดเร็วของออร่าธาตุลม เมื่อชั้นสุดท้ายระเบิด มีดสั้นเล่มนั้นก็มาถึงตัวของเคลแต่ก็ไม่โดน หลบได้ ? บาทหลวงเดลี่พลันผงะน่าซีด เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองเคลก็พบเข้ากับกำปั้นดินอันใหญ่ “พสุธากัมปนาท” เคลร้องตะโกนตั้งชื่อให้มันอย่างว่องไว จะใช้พลังโดยไม่มีชื่อมันไม่ได้ เป็นการใช้ธาตุดินก่อรูปครอบมือเอาไว้ ให้เหมือนนวมชกมวย ตึ้ม ! เคลง้างหมัดต่อยบาทหลวงเดลี่อย่างแรงจนมันลงไปซบกับพื้น หลังนั้นเคลก็ขึ้นคล่อมข้างหลังบาทหลวงเดลี่ ก่อนจะสาวหมัดสองข้างอย่างเมามันส์ การโดนกำปั้นกระแทกไม่อาจสร้างความเสียหายเทียบเท่าอาวุธประเภทมีดคมก็จริง แต่มันทำให้คนที่โดนต่างเมาหมัด หรือก็คืออาการติดสตั๊น ตั้ม ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! “พอได้แล้วโว้ยย ! “ บาทหลวงเดลี่ร้องตะโกนเฮือกสุดท้ายพลางใช้พลังเวทย์ระเบิดพลังรอบตัวจนทำให้เคลลอยกระเด็นห่างออกไป รอบข้างพลันเละทะ เตียงถูกกองกันเป็นพะเนิน “ฉันยังไม่เหนื่อยเลยนะขอต่อยอีกสักสองสามหมัดดิ..” เคลพูดเหนื่อยหอบอย่างตลกร้าย “แก..เจ้าเด็กแสบ...แกแสบมาก....และแกก็เก่ง...มาก” บาทหลวงเดเลี่กล่าวแบบติดขัด “แต่ว่าคราวนี้แกไม่รอดแน่นอน !” มันล้วงเข้าหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมา เป็นเม็ดยาสีดำสนิทปนมืด “เม็ดยาปีศาจ !” เคลถึงกับขมวดคิ้ว พวกปีศาจพวกนี้ถึงกับแจกจ่ายเม็ดยาปีศาจเป็นว่าเล่นเลยงั้นเหรอ นี้เป็นอีกครั้งที่ได้ยินและได้เห็นมัน ครั้งแรกคงเป็นชายที่ชื่อว่าโกลด์ ‘เดี๋ยวสิมันต้องเป็นไอ้นักเรียนของโกลด์ดิ เราจำได้ว่ามันหลุดอุทานออกมาทั้งที่ไม่ควรจะมีใครรู้..น่าสงสัยที่ว่าไอ้คนนั้นก็คงมีเม็ดยาปีศาจเหมือนกัน...โอ้โหเมืองนี้อันตรายกว่าที่คิดนะเนี่ย’ “หืม..แกรู้จักมันด้วยงั้นหรือก็ดีไม่ต้องอธิบายมาก ฉันจะชนะแกด้วยสิ่งนี้แหละ” กล่าวอย่างเยือกเย็น “เออ...ไม่ต้องพูดเยอะหรอกขอให้ว่องเลยรีบกินมันเข้าไปเส่” เคลเอ่ยอย่างอวดดี เขาจะใช้ช่วงเวลาที่บาทหลวงเดลี่กินแล้วแปลงร่างนี้แหละจัดการ คราวที่แล้วหงุดหงิดชิบที่ซิลเวอร์ฟังเจ้าโกลด์บ่นจนมันแปลงร่างเสร็จสิ้น บาทหลวงเดลี่ถึงกับเสียความเยือกเย็น พลันก็กินเม็ดยาเข้าปากไปทันที พลันพลังก็ฟุ้งกระจายออกไปอย่างมหาศาล รอบข้างมีแรงกดดันบางอย่างจนทำเอาเคลไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างตามใจคิด “อะไรกันทำไมมันรู้สึกแปลก ๆ ทั้งที่บาทหลวงเดลี่ควรจะอ่อนแอกว่าโกลด์สิ” แกร๊ก! แกร๊ก! ร่างกายของบาทหลวงเดลี่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พลังเวทย์ในตัวของบาทหลวงเดลี่ได้ปลดปล่อยออกมาเป็นออร่า ออร่าสีสว่างพลันดำมืด กฎเกณฑ์ธาตุแสงของมันได้เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นกฎเกณฑ์ธาตุมืด “ฉันรู้สึกมีพลังอย่างมหาศาล !” บาทหลวงเดเลี่เอ่ยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “กฎเกณฑ์ธาตุแสงได้เปลี่ยนเป็นกฎเกณฑ์ธาตุมืดทั้งหมดเลย” “400 กว่าปีที่ผ่านแม้ระดับพลังจะเลื่อนขึ้นได้ช้าแต่กฎเกณฑ์ของฉันก็เทียบเท่ากับระดับพลัง ตอนนี้พลังของฉันควรอยู่ในระดับนักเวทย์ขั้นกลาง กฎเกณฑ์มืดธาตุก็อยู่ในนักเวทย์ขั้นกลางอีกด้วย ยอดเยี่ยม...” บาทหลวงเดลี่เอ่ยกล่าวและเสกธาตุมืดขึ้นมา มันยิ้มยินดีที่ได้เห็นเช่นนี้ พลันก็โจมตีเคลอย่างทันที เคลที่เห็นก็ตั้งรับได้ไม่ทันเขาถูกโจมตีอย่างรวดเร็ว พลังของบาทหลวงเดลี่อยู่ในอีกระดับไปแล้ว ตู้ม ! โชคยังดีที่ว่าออร่าธาตุที่เคลใช้ยังเป็นออร่าธาตุดินที่ช่วยเพิ่มการป้องกันที่สูงขึ้น แต่ถึงเห็นแบบนี้ก็ท้องไส้ปั่นป่วน ร่างของเขาปลิวกระเด็นชนประตูทางเข้าจนแตกกระจาย “ฮ้า..ท้องฟ้างั้นเหรอ” เคลเอ่ยกุมท้อง ขณะที่เขาเงยหน้าก็พบกับบาทหลวงเดลี่ที่มาตรงหน้าแล้ว “โอ้ให้ตายเถอะ” “ตายซะ” บาทหลวงเดลี่เค้นเสียง “ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก” เคลกล่าวพลางเปิดช่องเก็บของเรียกโพชั่นเพิ่มชีวิตมาไว้ในมือถือทันที เขากะเอาไว้ว่าถึงแม้จะโดนโจมตีแต่คงไม่ถึงตาย และช่วงเวลานั้นก็จะดื่มโพชั่นเพิ่มชีวิตทันที แต่ว่าทันใดนั้นก็พลันมีเสียงตะโกนแทรกเข้ามา “เจ้าคนทรยศศศ ! !” เสียงตะโกนนั้นทำเอาทั้งสองต้องหันมอง ปรากฏเป็นคนในชุดเกราะสีเงินขลิบทองที่ดูท่าจะหนักเพราะว่ามันคลุมทุกส่วนเลย เมื่อดูจากรูปร่างภายนอกแล้วก็คงเป็นผู้หญิงในชุดสีเกราะเพราะว่ามีนูน ๆ ตรงกลางเกราะ เธอสวมอาวุธดาบยาวใหญ่ที่มือขวา ส่วนมือซ้ายถือโล่ใหญ่มีลวดลายสัญลักษณ์เป็นโล่สีเขียวที่มีดาบไขว้กันประดับไว้ส่วนเบื้องหลังเป็นสีน้ำตาลอันเป็นตัวบ่งบองพื้นดิน ใครได้เห็นก็ต่างรู้ว่านี้เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาไกอา พาลาดิน ! “ทำไมพาลาดินถึงมาอยู่ที่นี่?” บาทหลวงเดลี่กล่าวเสียงสั่น มันรับรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของพาลาดิน พวกเขาต่างฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง ความแข็งแกร่ง ความอดทน พลังป้องกัน ไม่อาจจะดูถูกได้ ว่ากันว่าเหล่าพาลาดินนั้นแข็งแกร่งกว่าอัศวินของจักรวรรดิ เพียงแต่ว่าเหล่าพาลาดินมีจำนวนน้อยกว่า “อยากรู้อย่างงั้นเหรอ” พาลาดินสาวคนนั้นกล่าวพลางถอดหมวกเหล็กออก “นักบุญหญิงรูบี้” บาทหลวงเดลี่เอ่ยกล่าวอย่างตกตะลึงก่อนมันจะนึกอะไรหลายอย่างได้ “ฉันว่าแล้วทำไมถึงไม่สามารถจับพลังได้ที่แท้แกก็อยู่ในระดับนักเวทย์ขั้นกลางนี่เอง” เคลถึงกับหรี่ตา เพื่อนสาวของเขาอายุเพียงแค่นี้เป็นถึงระดับนักเวทย์ขั้นกลางเลยเชียว “บาทหลวงเดลี่ไม่สิแกไม่ได้เป็นบาทหลวงอีกต่อไปหลังจากที่เด็ก ๆ ได้เล่าให้ฉันฟัง และจากที่ได้เห็น ณ ตอนนี้แกได้เข้าร่วมกับฝ่ายปีศาจแล้วนั่นเป็นสิ่งยืนยันที่ดี” รูบี้กล่าวอย่างเยือกเย็น “เจ้าพวกเด็กบ้า ! ฉันน่าจะฆ่าทิ้งตั้งแต่แรก” รูบี้ขมวดคิ้ว “ถึงแม้แกจะฆ่าเด็กไป ยังไงแกก็ต้องได้โทษทัณฑ์เสียอยู่ดีเพราะว่าเมื่อปีก่อนได้มีรายงานหลากหลายฉบับจากเด็กกำพร้าที่เมืองใหญ่ เกี่ยวกับการทำชั่วของแกไปถึงมหาวิหาร ทำไมให้ทางมหาวิหารได้ส่งคนมาตรวจสอบซึ่งก็คือฉันคนนี้” เคลได้ฟังถึงกับเบิกตาโตและครุ่นคิดในใจ ‘เหล่าเด็กกำพร้าพวกนั้นมีเงินมากพอจะย้ายเมืองก่อนจะรายงานสินะเนี่ย แต่ว่าช้าเกิน...’ แม้เรื่องนี้เคลก็ไม่เข้าใจว่าทำไมการลงโทษถึงได้ช้าเช่นนี้ บางทีเด็กกำพร้าบางคนอาจมีงานมั่นคงสร้างครอบครัวและทิ้งอดีตอย่างการเป็นเด็กกำพร้าในโบสถ์ละมั้ง ถึงไม่แจ้งไปที่วิหารและทำให้บาทหลวงเดลี่อยู่รอดมาได้เรื่อย “นี้เป็นความหวังดีจากคนที่เคยเป็นเด็กกำพร้าที่โบสถ์แห่งนี้ เพราะงั้นจงยอมจำนนและไปมหาวิหารกับฉันเดี๋ยว” รูบี้เอ่ยอย่างหนักแน่น บาทหลวงเดลี่ได้ฟังก็เค้นเสียง “บ้าบอยอมจำนนอย่างงั้นหรือ คิดว่าฉันโง่มากหรือไง ยังไงซะแกก็ต้องพ่ายแพ้ด้วยพลังของฉันคนนี้” รูบี้หรี่ตา “ถ้าแบบนั้นก็จงเข้ามาโดนรับการลงทัณฑ์จากหัวหน้ากองร้อยพาลาดินฝึกหัดที่ 13 เดี๋ยวนี้” ทั้งสองพลันพุ่งโรมรันเข้าหากัน เคลที่ได้เห็นก็ถึงกับนั่งชมอย่างยิ้มยินดี นี้เป็นโอกาศอันดีที่ได้เห็นธาตุแสงกับธาตุมืดสู้กันเพียงแต่ว่าเขากลับถูกบางอย่างขัดขึ้นมา “เจ้าลูกน้องปีศาจแกหลบมาอยู่ที่นี่เอง หัวหน้าของแกกำลังสู้กับหัวหน้าของฉันอยู่เพราะงั้นแล้วแกต้องมาเป็นคู่ต่อสู้ของฉัน” เสียงที่ดังขึ้นมาข้างหลังของเขา จนทำเคลต้องหันไปมอง ก็พบเข้ากับเหล่าพาลาดินร้อยกว่านายยืนอยู่ “อีหยังวะนิ มาจากไหนกันเนี่ย?” *********************************