สิ่งที่มหาราชครูรามันต์ทำลงไปนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่เพื่อบุตรสาวบุญธรรม แต่เพื่อตัวเขาเองที่หลงรักอคิราห์มาเนิ่นนานโดยที่ไม่อาจบอกให้ใครรู้ได้ ด้วยกฏมณเฑียรบาลของมหาปุระนครนั้นห้ามมิให้บุรุษพึงใจในบุรุษด้วยกัน หาไม่แล้วจักต้องถูกตัดสินโทษร้ายแรงสูงสุดคือปะาชีวิตให้ตายตกไปตามกัน แต่ถ้าผู้ที่กระทำการฝืนกฏเป็ผู้มีอำนาจบทลงโทษนั้นจะทวีคูณด้วยการจองจำิญญาจากคำสาปแช่งของจอมเวทย์และนักบวชชั้นสูงมีเพียงการแต่งงานของอคิราห์และเอยาวดีเท่านั้น ที่จะสามารถทำให้เขาได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชายอันเป็ที่รักได้โดยไม่มีใครสงสัยในความรู้สึกที่เขามีให้อคิราห์
ความ้ามันสุมแน่นในอก แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างใจแม้ว่าอคิราห์ไม่ได้มีใจให้เอยาวดี เขาก็ยังพอจะทำใจยอมรับความจริงได้
แต่อคิราห์กลับมอบหัวใจและความรักทั้งหมดให้องค์หญิงบัวบุษบง ซึ่งเกิดมาพร้อมภาระหน้าที่ในการสืบเชื้อสายนักบวชชั่วชีวิตนี้ไม่อาจรักใครได้
ถึงไม่แย่งชิงอคิราห์มาจากองค์หญิง ความรักของทั้งสองคนนั้นก็มิอาจสมหวัง ซ้ำร้ายหากถลำลึกเกินไปอคิราห์จะถูกต้องโทษว่าเป็ฏ ชีวิตนี้ก็มิอาจรักษาไว้ได้แล้วอย่างนี้ไม่เท่ากับเขาต้องทนเห็นคนที่ตนเองรักโดดเข้ากองไฟหรอกหรือ การแต่งงานกับเอยาวดีคือทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกคน
“เหตุใดเ้าจึงดื้อดึงเพียงนี้ ข้าขอแค่ได้รักเ้า ได้อยู่เคียงข้างเ้าแม้ว่าฐานะนั้นคือพ่อตาของเ้าก็ตาม “
เสียงตัดพ้ออย่างสิ้นหวังของมหาราชครูเอ่ยอย่างแ่เบาคล้ายกลัวว่าหากคนตรงหน้าได้ยินแล้วจะลุกขึ้นมาพยศได้อีก
“เ้าว่าง่ายแบบนี้ พิษก็จะไม่สร้างความทรมานให้เ้ามากนัก ผู้เดียวที่จะชำระล้างพิษนี้ได้มีเพียงข้า หากข้าไม่กระตุ้นให้เ้าโมโหจนหมดสติ เกรงว่าเ้าคงเลือกหนทางที่โหดร้ายที่สุดให้กับตนเองเป็แน่ “ เขารู้นิสัยดึงดันของอคิราห์เป็อย่างดีว่าสายเืนักรบยอมตายมากกว่าที่จะอยู่รอดด้วยความช่วยเหลือจากเขา
เดิมทีสิ่งที่ราชครูใส่ลงไปในเหล้าของอคิราห์เป็เพียงยาที่ช่วยกล่อมประสาทเท่านั้น แต่หลังจากอคิราห์ดื่มเหล้าเข้าไปเพียงจอกเดียวกลับมีสีหน้าแดงกล่ำ กระสับกระส่ายและรีบวิ่งออกจากงานเลี้ยงไป ราชครูปรายตามองไปยังจอกเหล้าข้างๆ พร้อมกับผายมือวาดผ่านจอกเหล้าก็รู้ได้ทันทีว่านอกจากเขายังมีคนเข้าแทรกแซงแผนการในครั้งนี้ถึงขั้นหมายเอาชีวิตอคิราห์
" ว่านอาบโลหิตสินะ " หลังจากจุมพิษนั้น ราชครูก็รับรู้ได้ทันทีจากรสชาติของเืที่ไหลผ่านริมฝีปากของอคิราห์
ว่านอาบโลหิตเป็สมุนไพรเก่าแก่ของมหาปุระนครนับเป็ยาพิษที่ร้ายแรงที่สุด ผู้ที่จะว่านนี้ได้จะต้องเป็คนที่อยู่ในวังหลวงเท่านั้น เมื่อรับพิษนี้เข้าไปเพียงหยิบมือก็สามารถทำให้เืออกทั่วทั้งภายในจนถึงแก่ชีวิตได้ วิธีเดียวที่จะแก้พิษชนิดนี้คือต้องใช้เืของผู้ที่กำเนิดในดวงชะตานักบวชศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ในหนึ่งรุ่นจะมีนักบวชศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นเพียงแค่คนเดียวและต้องกรีดเืให้ผู้ที่ได้รับพิษดื่มเป็เวลาถึง7วันจึงจะถือว่าถอนพิษได้สำเร็จ ด้วยวิธีการถอนพิษที่ยากเย็นคนที่ถูกพิษว่านอาบโลหิตจึงมีโอกาสตายมากกว่าจะรอด
ฉึ่บบบบ!!! เสียงมีดที่กรีดลงบนข้อมือขาวๆ ตัดกับเืสีแดงที่ค่อยๆ เอ่อไหลออกมาจากปากแผล มือข้างหนึ่งประคองศีรษะของอคิราห์เอาไว้ ส่วนข้างที่เืกำลังไหลเขายกขึ้นเหนือปากของชายที่รัก ความรู้สึกอุ่นๆ จากเืที่ไหลงลงมาเป็ทางค่อยๆ ถูกป้อนให้อคิราห์ทีละหยดๆ จนผิวของเขาที่ขาวอยู่แล้วกลับดูซีดจางลงไปอีก
เนื่องจากเขาเสียเืไปมาก ร่างกายเริ่มหนาวสั่นแต่ในหัวใจของเขากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ใจนึงก็อยากจะล่าตัวคนวางยามาเชือดเป็ชิ้นๆ แต่อีกใจก็อยากให้รางวัล เพราะถ้าไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตัวเขาก็คงไม่มีความกล้าพอที่จะกอด และัักับคนตรงหน้าได้อย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้
“นี่ท่านทำอะไรกับข้า “อคิราห์เริ่มได้สติและรับรู้ถึงกลิ่นคาวเืในปาก เขาพยายามที่จะดันร่างราชครูออกไปให้พ้นตัวแต่ก็ไร้ซึ่งกำลัง
“ข้าก็กำลังใช้มนต์ดำสาปแช่งเ้าอย่างไรเล่า ทำเช่นนี้เ้าถึงจะมีชีวิตรอดกลับมาแก้แค้นข้าได้ ” เขาเลือกที่จะปิดบังความจริงเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าดื้อดึงเพียงใดให้มองว่าเขาร้ายและมาแก้แค้นกับเขาดีกว่าที่จะต่อต้านจนเป็ภัยกับตัวเอง
“ปล่อย!!! ”
“ปล่อยแล้วจะทำอย่างไร ใช้ทวนของเ้าแทงข้าให้ตายอย่างนั้นรึ” น้ำเสียงคล้ายหยอกเย้าของราชครู จงใจยั่วโมโหอคิราห์
พูดจบเขาก็ค่อยๆ คลานเข้าไปหาคนตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน อคิราห์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเขาก็ก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว
“หยุดนะ!! จะทำอะไร “อคิราห์ะโห้ามสุดเสียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้เขาไม่ใช่ผู้ควบคุมอีกต่อไป
อ๊ะ!! ... ฮึก ... อื้ออ อคิราห์ไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีกต่อไป เพราะริมฝีปากของเขาถูกราชครูรามันต์ยึดครองไปแล้ว
ความรู้สึกนี้เป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่ของอคิราห์เขามึนงง สับสน คล้ายจะรังเกียจแต่ก็มิอาจผลักไส เขาต่อต้านสุดชีวิตอย่างไรก็ไม่ยอมให้ราชครูได้รุกล้ำเข้ามา่ชิงริมฝีปากเขาได้ง่ายๆ ทำแบบนี้มันผิดเขาก็ต่างเป็บุรุษทั้งคู่จะกระทำการผิดจารีตอย่างนี้ไม่ได้
" หยุดนะ...ท่านบ้าไปแล้วหรอ!!! " อคิราห์เบือนหน้าหนีพร้อมกับรีบหอบหายใจเอาอากาศเข้าไป
" ฮ่าๆๆ ...เ้ากลัวจะผิดจารีตหรือกลัวใจตัวเองจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสััของข้า " เสียงหยอกเย้าเสเพลของราชครูคล้ายจะบอกว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำเื่แบบนี้
ถจooอคิราห์ก็เป็เพียงนักรบที่ไม่ประสีประสาเื่ความรักจะสู้ราชครูได้อย่างไร ไม่นับว่าเรี่ยวแรงของเขาตอนนี้ก็เหลือแค่เพียงนอนหายใจนิ่งๆ เท่านั้นจะเอาอะไรไปต่อต้าน กลิ่นคาวเืในปากค่อยๆ ถูกราชครูดูดกลืนจนเหลือเพียงแค่กลิ่นลมหายใจของเขา พร้อมกับภาพตรงหน้าของอคิราห์ที่ดับมืดไป